ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม

    ตอนที่ 38 เปิดตัวอย่างทรงพลัง

                การต่อสู้ระหว่างหวังเสวียนจ้านกับเซวียนหยวนเฉิงปะทุอีกครั้งทุกครั้งที่หอกกับกระบี่ประสานงากัน จะทำให้พลังปราณซัดสาดและระเบิดอานุภาพน่ากลัวเป็นที่สุด

                หากคนทั่วไปเข้าใกล้ตำแหน่งที่พวกเขาต่อสู้กันอาจจะตายด้วยคลื่นลูกหลงโดยที่ไม่มีความผิดเลยก็ได้

                หวังเสวียนจ้านไม่ปล่อยหอกสะเทือนฟ้าเช่นก่อนหน้านี้อีกแล้วเพราะท่านั้นใช่ว่าจะใช้ได้ตามใจชอบ    

                เซวียนหยวนเฉิงบาดเจ็บแล้วแพ้พ่ายเป็นเรื่องที่ต้องเกิดไม่ช้าก็เร็วแน่นอน

                และอีกประการหนึ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือเฉินเฉินยังไม่ไปจากที่นี่

                ในใจของหวังเสวียนจ้านยังคงอยากรักษาพลังบางส่วนไว้เพื่อต่อกรกับเฉินเฉินอยู่ดีพยายามไม่ใช้กระบวนท่าที่ผลาญพลังงานมากเกินไป

                อีกด้านหนึ่งของสมรภูมิรบเฉินเฉินทำหน้าลังเล ไปหรือไม่ไป มันเป็นปัญหาที่คิดไม่ตก

                หากว่าเขาเลือกจากไปเช่นนั้นหวังเสวียนจ้านต้องสู้สุดชีวิตทุ่มเทพลังอย่างมหาศาลเพื่อปิดฉากการต่อสู้ครั้งนี้โดยไวเป็นแน่

                ถึงตอนนั้นเซวียนหยวนเฉิงจะต้องแพ้อย่างน่าอนาถแน่นอน!

                เฉินเฉินคิดว่าหากเขาทำเช่นนี้ก็จะรู้สึกผิดกับเซวียนหยวนเฉิงที่ขวางข้างหน้าเขา ช่วยเหลือเขาอย่างไม่คิดชีวิต

                แต่หากไม่ไปละก็เซวียนหยวนเฉิงจะโมโหจนกระอักเลือดเพราะเขาหรือไม่

                เพราะเขาหวังดีฉวยโอกาสให้ตัวเองหลบหนีแต่ตัวเองกลับชมศึกอยู่ตรงนี้...

                “เฮ้อ ทำไมถึงเจอเรื่องที่ยุงยากขนาดนี้กันนะ...”

                ใบหน้าหล่อเหลาของเฉินเฉินเต็มไปด้วยร่องรอยของกาลเวลารู้สึกราวกับแก่ขึ้นหนึ่งวัน

                “ช่างเถอะ รอให้ศิษย์น้องเซวียนหยวนปิดฉากการต่อสู้ครั้งนี้ด้วยผลลัพธ์ที่เสมอกันก่อนค่อยว่ากัน”

                เฉินเฉินตัดสินใจได้แล้ว ใบหน้าเริ่มกลับสู่ความเรียบเฉยยืนชมการต่อสู้อยู่กับที่ต่อไป

                หวังเสวียนจ้านเป็นผู้แข็งแกร่งระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นปลายอยู่แล้วซ้ำตอนนี้ยังปลุกพลังแห่งสายเลือดอีก เวลานี้พลังต่อสู้จึงพุ่งพล่านแล้ว

                ทุกกระบวนท่าของเขาล้วนแฝงอานุภาพอันยิ่งใหญ่ บีบคั้นจนเซวียนหยวนเฉิงถอยหลังไม่หยุดบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง

                ในขณะนั้นเองก็มีสุนัขตัวใหญ่เหาะผ่านไปช้าๆ มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างบน

                เขากวาดสายตามองบริเวณที่มีการต่อสู้จู่ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนไป

                “มังกรสยบ!”

                หวังเสวียนจ้านพบช่องโหว่เพียงน้อยนิดของเซวียนหยวนเฉิงแทงหอกจากบนลงล่างสุดแรง

                ภาพมายาของมังกรเขียวตามหอกลงมาปรากฏกายกลางอากาศ กระโจนไปหาเซวียนหยวนเฉิงที่อยู่เบื้องล่าง

                ครืน!

                ร่างของมังกรทะลวงม่านอากาศทรงกลมของเซวียนหยวนเฉิง ระเบิดโดยพลัน

                เพียงพริบตาพลังอันน่ากลัวก็กระจายตัว ผิวดินในรัศมีสามจั้งรอบตัวเซวียนหยวนเฉิงทรุดตัวลงไปกระแสอากาศม้วนตัวไปทั่วทุกสารทิศอย่างบ้าคลั่ง ก่อตัวเป็นพายุหมุนหลายลูก

                เลือดแดงฉานพุ่งออกจากปากของเซวียนหยวนเฉิงร่างของเขาโอนเอน สุดท้ายก็ต้านทานไม่ไหวล้มหงายหลังลงไป

                ม่านคุ้มกันสีทองปรากฏขึ้นรอบตัวเขาเซวียนหยวนเฉิงแพ้แล้ว!

                หวังเสวียนจ้านหายใจหอบ เขาไม่คิดว่าเซวียนหยวนเฉิงจะต้านทานได้นานปานนั้นการเอาชนะผู้แข็งแกร่งระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นกลางยังไม่ยากปานนี้เลยความยากของสงครามนี้เหนือความคาดหมายของเขาอย่างมาก

                สายตาของเขาเบนไปทางเฉินเฉินที่อยู่อีกมุม ใบหน้าแสดงอาการตื่นเต้น “คราวนี้ไม่มีใครมารบกวนการต่อสู้ระหว่างเราสองคนได้แล้ว ข้าจะ...”

                เขายังพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงตะโกนดังลั่นมาจากบนนภา

                “ใจกล้านัก! บังอาจทำร้ายพี่เฉิงของข้าตายเสียเถอะ!”

                พูดจบ หนึ่งคนหนึ่งสุนัขก็พุ่งลงมาจากฟ้า!

                หวังเสวียนจ้านเงยหน้ามองท้องฟ้าใบหน้ากระตุก...          

                วันนี้มันอะไรกัน ข้าไปทำอะไรใครไว้หรือ

                ...

                ตอนแรกเฉินเฉินตั้งใจว่าจะเผ่นแล้วแต่เมื่อเห็นฉากบนท้องฟ้า กลับยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความมึนงง

                คนที่มีปฏิกิริยาไวที่สุดคือเซวียนหยวนเฉิงเมื่อเขาเห็นผู้มาเยือนก็รีบตะโกนทันทีว่า “สหายอันหลินอย่าเข้ามา รีบหนีเร็ว!”

                แต่ทว่า หนึ่งคนหนึ่งสุนัขกลางนภา ไม่มีทีท่าว่าจะจากไปเลยแม้แต่นิดกลับพุ่งเข้ามารวดเร็วยิ่งขึ้น!

                เซวียนหยวนเฉิงเรียกได้ว่าเหนื่อยใจเดิมคิดว่าตัวเองก้าวออกมาอย่างห้าวหาญ จะทำให้เฉินเฉินหนีไปได้

                คราวนี้เสร็จกันเฉินเฉินไม่หนีไม่พอ มีสหายอันหลินเพิ่มขึ้นมาอีกคน...

                ณจัตุรัสหยกขาว เหล่านักเรียนที่เห็นการต่อสู้ประจักษ์แก่ตาต่างก็อุทานกับการกระทำของเซวียนหยวนเฉิงกันถ้วนหน้า

                “ไม่คิดว่าจะมีผู้แข็งแกร่งปานนี้ในหมู่นักเรียนใหม่ต้านทานหวังเสวียนจ้านภายใต้สภาวะที่ระเบิดพลังได้นานเช่นนี้!”

                “หากมองจากความสามารถที่แสดงออกมาแล้ว นักพรตระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นกลางบางคนยังเทียบไม่ติด”

                “อืม อีกสักสองสามปี ตำแหน่งอันดับหนึ่งของสำนักเกรงว่าจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเขา”

                “สหายเซวียนหยวนรูปหล่อนัก แม้จะแพ้พ่าย แต่ชุดขาวยังคงโบกสะบัดสง่างามเช่นเดิม!”

                “เจ้าหน้าจอบัดซบ ขยายใหญ่ให้ข้าได้มองใบหน้าของสหายเซวียนหยวนสักหน่อยไม่ได้หรือ”

                “ช่างกล้องพรุ่งนี้ไม่ต้องทำงานแล้ว!”

                เหล่าผู้คลั่งไคล้เซวียนหยวนเฉิงร้องประท้วงเสียงดัง ต่างก็โมโห...

                ขณะนั้นเองก็มีร่างคนที่ขี่สุนัขเหาะเหินปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

                ภาพนี้ช่างเป็นอะไรที่คุ้นเคยยิ่งนักทำให้นักเรียนทั้งหลายล้วนตะลึงงัน

                “คุณพระ! คู่หูมนุษย์สุนัข!”

                “พวกเขามาทำไม คงไม่ได้คิดจะใช้หมัดพิฆาตแสงทองชกหน้าหวังเสวียนจ้านหรอกนะ”

                “ยังจะมาหมัดพิฆาตแสงทองอีกต่อให้ใช้หมากระโจนสิบแปดกระบวนท่า ก็ไม่พอจะสู้หนึ่งหอกของหวังเสวียนจ้าน!”

                “มนุษย์สูงส่งเพราะรู้ความแตกต่างของความสามารถ หากพวกเขาไม่รนหาที่ตายยังดิ้นรนได้อีกสักระยะแท้ๆ...”

                การปรากฏตัวของอันหลินกับต้าไป๋เป็นที่ฮือฮาในหมู่นักเรียนหลายหมื่นคนอีกครั้ง

                แต่ว่า นักเรียนหลายคนไม่เชื่อมือพวกเขา แถมลึกๆ ในใจยังรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

                ทำไมถึงคิดสั้นเช่นนี้นะไปหานักเรียนคนอื่นไม่ได้หรือพวกเรายังอยากดูการร่วมมือต่อสู้ของมนุษย์สุนัขอีกหลายๆ ครั้ง...

                เหนือเขตแดนเซียนพสุธาชางชิงที่มีผมขาวโพลน เมื่อเห็นภาพที่มนุษย์คนหนึ่งขี่สุนัขมาเยือนอย่างทรงพลังก็รู้สึกปวดใจขึ้นมา

                “นี่หรือคู่หูคู่แปลกที่เซียนพสุธาเยว่อิ่งพูดถึงไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วย...”

                เซียนพสุธาชางชิงลูบเคราเบาๆพร้อมกับพูดเสียงเรียบ

                ข้อมูลสถิติถูกส่งมาที่เขาแล้วหลังเขาได้อ่านข้อมูล ก็เกือบจะทึ้งเคราตัวเองขาดเสียแล้ว ไม่เพียงแต่เจ็บปวดหัวใจเท่านั้นหัวก็เริ่มปวดขึ้นมาบ้างแล้ว

                อันหลินค่าพลัง 260 ค่าความดี 1010

                สัตว์คู่กายอันหลินต้าไป๋ค่าพลัง 400 ค่าความดี 630

                สัตว์คู่กายคืออะไรในแดนบำเพ็ญเซียนมีสัตว์คู่กายด้วยหรือ!

                ค่าความดีนี่อีกหารเท่าหรืออย่างไร

                นี่เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่เซียนพสุธาเยว่อิ่งคิดได้งั้นหรือมักง่ายเกินไปแล้ว!

                นักเรียนที่สามารถเข้าสู่หนึ่งร้อยอันดับแรกของอันดับเซียนได้นั้นต้องมีค่าพลัง 250 ขึ้นไป ส่วนนักเรียนระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณ ต้องมีค่าพลัง 350ขึ้นไป

                อันหลินที่เข้าเรียนด้วยกายแห่งมรรคขั้นศูนย์ แถมยังหลับในคาบเรียนเพิ่งบำเพ็ญเพียรได้สี่เดือน แต่มีความสามารถติดร้อยอันดับแรกแล้วหรือ

                อีกอย่างค่าความดี 1010 บ้าบอนี้มันเรื่องอะไรกันจะทำลายสถิติของสำนักหรือ!

                เซียนพสุธาชางชิงมีคำพูดมากมายก่ายกองอยากพ่นออกมาอัดอั้นอยู่ในใจมันช่างอึดอัดนัก...

                สุดท้ายเขาก็คิดออกแล้ว

                ในเมื่อการมีอยู่เป็นความชอบธรรม คู่หูมนุษย์สุนัขยังสามารถดำรงอยู่ที่นี่ย่อมเป็นความชอบธรรม!

                จดบันทึกตามวิธีของเซียนพสุธาเยว่อิ่งแล้วกัน อย่างไรเสียคนสุดท้ายที่จะปวดหัวก็เป็นเซียนสวรรค์อวี้หัวอยู่ดี...

                เรื่องยุ่งยากแบบนี้ยกให้รองผู้อำนวยการอวี้หัวจัดการก็แล้วกัน!

                บนนภาอันหลินเห็นเซวียนหยวนเฉิงบาดเจ็บ ถูกส่งตัวออกไปแล้ว ก็ยิ่งโกรธจนควันออกหู

                “รังแกใครไม่รังแก มารังแกพี่เฉิงของข้า ต้าไป๋ไปจัดการเขา!”

                “เจ้าแน่จริงก็เข้าไปก่อนสิ โฮ่ง!”

                อันหลิน“… เข้าไปพร้อมกัน!”

                ต้าไป๋ “ไปพร้อมกัน โฮ่ง!”                                                                                                                         

    คล้ายกับเรื่องระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม ที่คุณอ่าน