ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 174 บรรลุข้อตกลง

            “รวดเร็วดีนี่”

            เสิ่นเสวียนตกใจเล็กน้อยเขายื่นมือออกไปรวบกำปั้นของหยวนก่อกำเนิดตัวน้อยเอาไว้และทำลายพลังของอีกฝ่ายไป

            ตอนนี้เพียงแค่อานุภาพของหยวนก่อกำเนิดก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าหยวนก่อกำเนิดขั้นเปิดทวารสักเท่าไร

            แต่อย่าลืมว่าเขาเพิ่งหลอมรวมหยวนก่อกำเนิดมาเพียงเดือนกว่าๆหากใช้เวลานานกว่านี้ หยวนก่อกำเนิดคงเติบโตได้อย่างน่าประทับใจ

            หยวนก่อกำเนิดตัวน้อยโดนรวบกำปั้นเอาไว้แล้วจากนั้นทั่วทั้งร่างของเขาก็โดนจับเสิ่นเสวียนใช้มือตีลงไปที่จุดลมปราณเจ็ดแห่งบนร่างของเขา ทำให้เขาสงบนิ่งลงได้

            แม้หยวนก่อกำเนิดจะเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของเสิ่นเสวียนแต่ความจริงแล้วมันคือร่างพลังงานที่อยู่นอกเหนือจากร่างกายของเสิ่นเสวียน

            หยวนก่อกำเนิดเป็นเพียงร่างพลังงานไร้จิตสำนึก ไม่มีจิตวิญญาณในการฝึกฝนเพียงใช้จิตวิญญาณของตนเองเข้าควบคุมก็พอแล้วแต่หยวนก่อกำเนิดหกธาตุที่อยู่ตรงหน้านี้จัดการได้ยากกว่าหยวนก่อกำเนิดก่อนหน้านี้ของเขามาก

            เจ้าหนูนี่มีความคิดเป็นของตนเอง!

            อีกทั้งมีความคิดที่ไม่ธรรมดาทำให้เขารู้สึกว่าหยวนก่อกำเนิดตัวนี้ร้ายกาจมาก!

            ร้ายกาจจนอาจชั่วร้ายได้ง่ายหลังจากนี้หากเขาเข้าควบคุม มันอาจทำให้เขาจิตใจชั่วร้ายได้ง่ายยิ่งขึ้นซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไร

            หากควบคุมได้ในช่วงแรกยังพอไหวแต่ถ้าหากควบคุมไม่ได้อาจสร้างความเดือดร้อนได้ง่าย

            “ฟังให้ดีข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะเข้าใจข้าหรือไม่ เจ้าคือสิ่งที่ข้าสร้างขึ้นภายหน้าต้องเชื่อฟังข้า หากไม่เชื่อฟังข้าสามารถทำลายเจ้าได้ทุกเมื่อ เข้าใจไหม”

            เสิ่นเสวียนกล่าวกับหยวนก่อกำเนิดตัวน้อยในน้ำเสียงของเขาแฝงความโหดเหี้ยมเอาไว้ด้วย

            เจ้าหนูนี่เหมือนเด็กคนหนึ่งหากว่าตอนเด็กๆ ไม่สั่งสอนให้ดี โตไปคงสอนไม่ได้แล้ว

            ทว่าสิ่งที่ทำให้เสิ่นเสวียนประหลาดใจยิ่งกว่าคือหยวนก่อกำเนิดตัวน้อยพยักหน้าให้เสิ่นเสวียน ขาดไปเพียงแค่เขาพูดไม่ได้เท่านั้น

            “ให้ตายสิช่างเป็นเด็กเลี้ยงง่ายจริงๆ!”

            เห็นอย่างนี้แล้วเสิ่นเสวียนไม่รู้จะกล่าวอะไรเลย

            หยวนก่อกำเนิดหกธาตุอยู่นอกเหนือจากห้าธาตุไปแล้วแม้แต่เขายังไม่รู้เลยว่าต่อจากนี้จะเป็นไปอย่างไรหากก้าวเดินไปอย่างดีคงยิ่งใหญ่ในไม่ช้า หากก้าวพลาดอาจตกลงเหวลึกเลยก็ได้

            “จากนี้ไปตั้งใจฝึกฝนอยู่ภายในร่างของข้าแล้วอย่าสร้างปัญหาล่ะ”

            เสิ่นเสวียนกล่าวกับหยวนก่อกำเนิดตัวน้อยดูแบบนี้แล้วไม่เหมือนเขาฝึกฝนหยวนก่อกำเนิดเลยเหมือนกำลังเลี้ยงเด็กคนหนึ่งมากกว่า

            “หยวนก่อกำเนิดของเจ้าช่างน่าสนใจแต่เจ้าต้องระวังเขาให้ดี เขาอาจทำให้จิตใจเจ้ามุ่งสู่ความชั่วร้ายได้”

            เสียงของเสวียนหลิงเอ่อร์ดังเข้าในหูของเสิ่นเสวียนพอดี

            “ท่านมีวิธีแก้ไขหรือไม่”

            “ไม่มี”

            “ต้องเดินไปด้วยตนเองอย่างนั้นสินะ”

            เสิ่นเสวียนเหลือบตามองหยวนก่อกำเนิดเล็กน้อยจากนั้นร่างจิตวิญญาณก็สลายกลับคืนสู่ร่างเดิม

            ขณะนี้เสวียนหลิงเอ่อร์สวมชุดแดงปรากฏตัวอยู่ในมิติเดียวกับเสิ่นเสวียนแล้ว

            “เจ้ามีผังเมืองซานเหอใช่ไหม”

            นี่คือคำถามแรกของเสวียนหลิงเอ่อร์ทันทีที่ปรากฏตัวออกมา

            ผังเมืองซานเหอคือศาสตราเทพท่ามกลางศาสตราเทพที่มิอาจเอื้อมแม้แต่จักรพรรดิเซียนยังมิอาจต้านทานความหลงใหลที่มีต่อมันได้ทว่าเสวียนหลิงเอ่อร์กลับเปิดเผยความลับนี้ออกมา

            “ท่านเป็นใครกันแน่”

            เสิ่นเสวียนหรี่ตามองเขารวบรวมพลังทั่วทั้งร่างกายไว้เพื่อป้องกันตัว

            หากตอนนี้เสวียนหลิงเอ่อร์เกิดความคิดอยากสังหารเขาเขารู้สึกว่ามีความเป็นไปได้ไม่มีใครสามารถป้องกันตัวได้ภายใต้แรงดึงดูดที่มีต่อศาสตราเทพ

            เขาทำไม่ได้จักรพรรดิเซียนเหล่านั้นทำไม่ได้เสวียนหลิงเอ่อร์ที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ก็ยังทำไม่ได้

            หลังจากเสิ่นเสวียนถามกลับไปเสวียนหลิงเอ่อร์ไม่ได้ตอบกลับ และเสิ่นเสวียนก็ไม่ได้กล่าวอะไรอีก

            ตอนนี้บรรยากาศค่อนข้างอึดอัดเลยทีเดียว

            ผ่านไปครู่ใหญ่เสวียนหลิงเอ่อร์กลับยิ้มออกมา

            “อย่าตื่นตระหนกไปเลยในเมื่อข้ากล้าถามออกมาแสดงว่าข้าไม่ใส่ใจ”

            “ในเมื่อไม่ใส่ใจแล้วเหตุใดถึงถาม”เสิ่นเสวียนกำหมัดแน่น ตั้งท่าพร้อมโจมตี

            เสวียนหลิงเอ่อร์และเขาเป็นพันธมิตรร่วมสู้ตอนนี้อยู่ในช่วงพักรบ ระแวดระวังไว้เสมอนับเป็นเรื่องที่ดี

            “เจ้ากลัวหรือ”

            “ข้าไม่ได้กลัว”เสิ่นเสวียนส่ายหัว

            “ไม่หรอกเจ้ากลัว” เสวียนหลิงเอ่อร์มองตาเสิ่นเสวียนคล้ายจะมองเห็นทะลวงเข้าไปถึงตัวตนแท้จริงของเสิ่นเสวียน

            “แล้วอย่างไร” เสิ่นเสวียนมองเสวียนหลิงเอ่อร์กลับไป

            “ข้าถามเพียงเพราะอยากยืมผังเมืองซานเหอของเจ้าฝึกฝนสักระยะหนึ่งจะไม่ยึดครองของรักของหวงของเจ้าแน่”

            เสวียนหลิงเอ่อร์เดินไปนั่งบนหินก้อนหนึ่งร่างจิตวิญญาณของนางในตอนนี้เหมือนกับคนจริงๆ มากนางนั่งอยู่อย่างนั้นเหมือนเด็กผู้หญิงแถวบ้านมาก

            “ตัวตนของท่านช่างทำให้ข้าสงสัยยิ่งนัก”

            เสิ่นเสวียนคลายหมัดออกช้าๆคนที่สามารถทำให้เซียนพเนจรเก้าด่านเคราะห์อย่างเขารู้สึกกดดันมากขนาดนี้ตัวตนแท้จริงของนางต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เขาคิดไว้

            มิน่าล่ะผู้ที่ต้องการเป็นเทพยุทธ์จิตวิญญาณจะมีพลังอย่างนี้ก็ไม่แปลก

            “ต้องการฝึกฝนตรงไหน” เสิ่นเสวียนถาม

            “เสี่ยวต้งเทียนต้นสือฮวา”

            เสวียนหลิงเอ่อร์บอกชื่อสถานที่ที่มีเฉพาะในผังเมืองซานเหอออกมา

            เสิ่นเสวียนได้ยินเสวียนหลิงเอ่อร์กล่าวอย่างนั้นเขาก็มั่นใจได้ทันทีว่าเสวียนหลิงเอ่อร์รู้จักผังเมืองซานเหอหรือกระทั่งเคยเข้าไปที่เสี่ยวต้งเทียนมาก่อน ก่อนหน้านี้เขาเคยเข้าไปที่เสี่ยวต้งเทียนมาแล้วที่นั่นเป็นสถานที่ยอดเยี่ยมเหมาะแก่การฝึกฝน โดยเฉพาะจอมยุทธ์วิญญาณ

            “ท่านไม่กลัวว่าข้าจะขังท่านไว้หรือ”

            เสิ่นเสวียนถามเสวียนหลิงเอ่อร์ผังเมืองซานเหอยอมรับเขาเป็นนายแล้ว เมื่อศาสตราเทพยอมรับนายคนอื่นจะไม่มีทางคลายผนึกออกได้นอกเสียจากว่าผู้เป็นนายตายไปและเมื่อยอมรับนายแล้ว แสดงว่าเสิ่นเสวียนสามารถควบคุมผังเมืองซานเหอได้ดั่งใจไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ เข้าไปในผังเมืองซานเหอ เขาจะกำหนดชีวิตได้ทั้งหมด

            สำหรับสิ่งมีชีวิตภายในผังเมืองนั้นเขาคือจักรพรรดิ เขาคือเทพ

            “ข้าเชื่อในสายตาของข้าเจ้าไม่มีทางทำอย่างนั้นหรอก ว่าอย่างไร ตกลงไหม”

            เสวียนหลิงเอ่อร์ถามเสิ่นเสวียน

            เสิ่นเสวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเนื่องด้วยมันเกี่ยวข้องกับผังเมืองซานเหอจึงต้องคิดให้รอบคอบ แต่เขาก็ตอบตกลงไป

            “ตกลง”

            “ขอบใจมากเจ้าวางใจได้เลย ข้าขอสาบานด้วยวิญญาณเทพ จะไม่มีวันยึดครองผังเมืองซานเหอเด็ดขาด”

            เสวียนหลิงเอ่อร์ต้องการให้เสิ่นเสวียนวางใจจึงกล่าวสาบานออกมานางสาบานด้วยวิญญาณเทพ หากผิดคำสาบานวิญญาณเทพของนางจะแตกสลาย

            “ความจริงแล้วบางครั้งข้าก็เลื่อมใสท่านมาก นี่คือเรื่องจริง”

            เสิ่นเสวียนมองเสวียนหลิงเอ่อร์ด้วยความเลื่อมใสเขารู้ว่านางอาจเป็นอุปสรรคได้ แต่นางกลับกล้าสาบานเช่นนี้เพียงเรื่องนี้เขาก็เลื่อมใสนางมากแล้ว

            “ข้าไปพักก่อนเจ้าจัดการธุระของเจ้าต่อไปเถอะ”

            เสวียนหลิงเอ่อร์ส่งยิ้มให้เสิ่นเสวียนแล้วนางก็หายตัวไป

            “ใช่แล้วอย่าไปยุ่งกับงูจิ่นเมี่ยนล่ะ และอย่าให้มันโดนคลื่นพลังด้วย”

            เสวียนหลิงเอ่อร์หายตัวไปแล้วแต่ไม่ลืมที่จะส่งกระแสจิตมาบอกเสิ่นเสวียน

            ในมุมหนึ่งของมิติที่เสิ่นเสวียนยืนอยู่งูจิ่นเมี่ยนยังคงอยู่ในกรง

            “รู้แล้วข้าจะเก็บไว้ให้ท่าน”

            เสิ่นเสวียนพยักหน้าเขาไม่หันไปมองงูจิ่นเมี่ยนตัวนั้นเลยตอนที่มาถึงเขาสังเกตงูจิ่นเมี่ยนอย่างละเอียดแล้ว แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรพิเศษเลยจึงวางมันไว้ข้างๆ แบบนั้น

             

            หลังจากสงบจิตใจเสวียนหลิงเอ่อร์เข้าไปพักผ่อนแล้ว เขาก็ควรเริ่มธุระของตนเองสักที

            หยวนก่อกำเนิดกำลังดูดซับพลังอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายในตันเถียนตัวเขาก็มิอาจเพิกเฉยได้ จึงเตรียมสร้างหุ่นเชิด

            “ออกมา”

            หลังจากเสิ่นเสวียนกล่าวไปร่างไร้วิญญาณทั้งหลายที่รวบรวมไว้ภายในมิติก่อนหน้านี้ถูกดึงออกมารวมแล้วมีทั้งหมดเก้าร่าง

            พลังต่ำที่สุดคือขั้นราชันระดับสูงสุดและในจำนวนนั้นยังมีแม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิอีกด้วย

            เมื่อพลังยุทธ์ของเขาถึงขั้นหยวนก่อกำเนิดแล้วเขาไม่พอใจเพียงแค่หุ่นเชิดขั้นราชันเท่านั้นแล้ว

            ต่อให้หุ่นเชิดขั้นราชันมีมากมายเพียงใดแต่สุดท้ายก็เป็นหุ่นเชิดขั้นราชันอยู่ดีมันยังคงเปราะบางมากเมื่อต้องเผชิญกับขั้นจักรพรรดิ

            ในเมื่อมีแม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิอยู่ด้วยไม่สู้รวบรวมทรัพยากรทั้งหมดเพื่อสร้างหุ่นเชิดขั้นจักรพรรดิขึ้นมา

            “เลือกเจ้าแล้วกัน”

            เสิ่นเสวียนชี้ไปทางแม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดินิ้วมือของเขาขยับเล็กน้อยจากนั้นร่างของแม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเสิ่นเสวียน

            ร่างของแม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิถูกเก็บรักษาไว้สมบูรณ์ที่สุดเนื่องจากเขาโดนเสิ่นเลี่ยนสังหารในกระบวนท่าเดียว เพียงแค่แทงทะลุหน้าผากไปส่วนอื่นจึงไม่ได้รับความเสียหายใดๆ ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำก่อนสร้างหุ่นเชิดก็คือกลืนกินร่างไร้วิญญาณอื่นๆ เพื่อทะลวงเลื่อนขั้นให้ได้

            แม่ทัพเทพผู้นี้มีพลังอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นจักรพรรดิระดับต้น

            เขาต้องใช้ร่างไร้วิญญาณเหล่านี้เพื่อเลื่อนขั้นแม่ทัพเทพเป็นขั้นจักรพรรดิระดับกลาง

            ต่อมาร่างจิตวิญญาณของเสิ่นเสวียนก็ปรากฏออกมาจากร่างของเขาเรียกว่าจิตวิญญาณออกจากร่าง

            และต่อมาร่างจิตวิญญาณก็พุ่งเข้าไปภายในร่างของแม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิ

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน