(จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    ตอนที่ 82 ผู้ให้ความช่วยเหลือ

    ตอนที่ 82 ผู้ให้ความช่วยเหลือ


                    ดวงจันทร์ลอยเด่นกลางนภา สายลมพัดพาเศษใบไม้ปลิวว่อน มาคัสในชุดเกราะนักรบศักดิ์สิทธิ์ยืนหลับตานิ่งในท่ายืนกุมดาบเล่มใหญ่ที่ปักลงพื้น กาลเวลายังคงเดินหน้าอย่างรวดเร็วเขากำลังรอคอยบรรดาทหารที่เข้าไปตรวจสอบหาทางเข้าปราสาทแวมไพร์ ราวกับจับสัมผัสได้บางอย่างดวงตาของเขาค่อยๆ ลืมขึ้นปรากฏแววตาที่ไร้ความรู้สึกของเขาอย่างเด่นชัด พร้อมกับนักรบที่วิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากป่าลวงตาในสภาพที่มีเลือดปกคลุมไปทั้งเรือนร่าง


                    “ท่านแม่ทัพ! กลุ่มที่เข้าไปตรวจสอบทางทิศตะวันตกพบทางเข้าปราสาทแล้วครับ”

                    “ดี! เรียกทหารที่เข้าไปตรวจสอบในทิศทางอื่นกลับมา เราจะออกเดินทางในทันที”

                    “เอ่อ...เอ่อ เรียนแม่ทัพ... คือ..คือ...”

                    “มีอะไร!! พูด!!”

                    “เรียนแม่ทัพ ทหารที่เข้าไปหาเส้นทางด้านในป่าตอนนี้เหลือไม่ถึง 10 นาย พวกเราถูกซุ่มโจมตีจากสัตว์ปีศาจและกับดักที่ถูกซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก ในตอนที่ข้าจะมารายงานเรื่องนี้ให้แก่ท่านข้าก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดเหมือนกัน จะเหลือก็แค่พวกที่ไปตรวจสอบแล้วเจอทางเข้าเท่านั้น ที่ยังคงมีชีวิตอยู่”

                    “พวกไร้ความสามารถ!! ไปบอกพวกที่เหลือเตรียมตัวให้พร้อม เราจะเดินทางทันที”

                    “ท่านแม่ทัพ แล้วกรงที่ขังเจ้าพวกนั้น ท่านจะทำอย่างไรกับพวกมัน ข้าเกรงว่าจะไม่สามารถลากกรงขังขนาดใหญ่ผ่านเข้าไปในป่าได้”


                    มาคัสหันกลับไปมองที่กรงขังที่อยู่บนเนินเขาซึ่งไม่ห่างจากทะเลสาบที่กว้างใหญ่ มาคัสได้สั่งให้พวกทหารลากไปที่นั่นเพื่อให้ห่างไกลจากการต่อสู้ให้มากที่สุดพร้อมกับทหาร 10 นายที่คอยเฝ้ากรงขัง ดวงตาของมาคัสเบิกกว้างกางปีกที่ด้านหลังโบกสะบัดอย่างรุนแรงพุ่งทะยานไปที่กรงด้วยความรวดเร็ว เพียงแค่พริบตาร่างของมาคัสก็มาถึงกรงขังมามอนและทากีร่า ทหารที่เฝ้ากรงทั้ง 10 นายต่างตกตายโดยไม่ทราบสาเหตุไม่เพียงแค่นั้นประตูกรงยังถูกเปิดออกกลายเป็นกรงที่ว่างเปล่า มาคัสกุมดาบในมือแน่นขนัดก่อนจะเหวี่ยงมันฟาดฟันใส่กรงขังทันที


                    “ตูมม!!!”


                    เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว กรงขังที่แม้แต่มามอนและทากีร่าพยายามเปิดหาทางหนีแทบตายถูกมาคัสทำลายในครั้งเดียว เขาเหลือกสายตาไปหันมองกองกำลังนักรบด้วยสายตาที่โกรธเคืองพวกมันแต่ละคนต่างก้มหน้าสำนึกผิด ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่จะกล้าจ้องตากับมาคัส เพราะพวกมันเองก็ยุ่งกับสงครามกับพวกปีศาจจนไม่ได้สนใจกรงขังเช่นกัน


                    “พวกไร้ประโยชน์! นักโทษเพียงแค่ 2 คนพวกเจ้ายังไม่สามารถดูแลได้ จงใช้คนทั้งหมดที่มีตามหาพวกมันให้ทั่ว เหลือไว้เพียงคนที่นำทางเข้าปราสาทแค่ 10 คนเท่านั้น พวกมันทั้งสองต่างถูกล่ามด้วยโซ่เวทพลังของมันจะลดลงเรื่อยๆ เมื่อหนีออกจากกรงขัง ด้วยระดับพลังของพวกมันในเวลานี้คงไม่สามารถต่อต้านพวกเจ้าได้ จงรีบกระจายกำลังค้นหาโดยด่วนพวกมันคงหนีไปได้ไม่ไกล หากหาพวกมันไม่พบก็จงนำหัวของพวกเจ้ากลับมาแทน ไปได้!!”


                    เม็ดปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเหล่าทหาร ก่อนจะแยกย้ายไปตามหานักโทษทั้งสองด้วยความรวดเร็ว เมื่อกองกำลังทหารต่างแยกย้ายตามหามามอนและทากีร่า มาคัสก็เดินไปยังซากของกรงขังที่ถูกทำลายก่อนะก้มลงหยิบแม่กุญแจที่ใช้ขังพวกมามอนขึ้นมาดู บนตัวของแม่กุญแจนั้นไม่ปรากฏร่องรอยการงัดแงะแต่อย่างใด ทำให้จิตใจของมาคัสรู้สึกสั่นไหว ก่อนจะโยนมันทิ้งไปแล้วบ่นพึมพำออกมา


                    “หวังว่าไม่ใช่ฝีมือเจ้านะ...”


                    มาคัสสาดส่องสายตาไปทั่วบริเวณอีกครั้งและจ้องมองทะเลสาบอยู่นานพอสมควร ก่อนจะพุ่งทะยานกลับไปที่ชายป่าด้วยความรวดเร็วและคำถามที่ค้างอยู่ภายในใจว่าเป็นฝีมือผู้ใดมาช่วยเหลือทั้ง2 คนไป เมื่อมาคัสทะยานลงสู่พื้นเขาละทิ้งความคิดทั้งหมดเกี่ยวกับมาคัสและทากีร่า ปล่อยให้กองกำลังทหารทำการสืบหาต่อไป ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในป่าโดยการนำทางจากทหารที่โผล่ออกมาจากป่าในตอนแรก


                    เมื่อกองกำลังทหารต่างแยกย้ายไปตามหาพวกมามอนและทากีร่า ส่วนมาคัสก็เข้าไปยังป่าลวงตาทำให้สนามรบเงียบสงัดไร้ซึ่งผู้คน ทันใดนั้นทะเลสาบที่อยู่ใกล้กับกรงขังก็สั่นไหวอย่างรุนแรงพร้อมกับปรากฏร่างของจระเข้เผือกขนาดใหญ่ลอยขึ้นมาจากน้ำ เมื่อมันมองรอบๆ ไม่มีผู้ใดก็อ้าปากที่ใหญ่โตของมันออก ปรากฏร่างของมามอนและทากีร่าที่ถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนเส้นใหญ่ โดยมียูริยืนอยู่ข้างๆ


                    “ไคโด เจ้าแน่ใจแล้วใช่ไหมไม่มีผู้ใด”

                    “ข้าแน่ใจท่านหญิง ข้าจะนำพวกท่านไปส่งที่ชายฝั่ง”


                    ไคโดแหวกว่ายสายน้ำไปยังชายฝั่งอย่างช้าๆ พร้อมกับสาดส่องสายตาไปทั่วบริเวณว่ามีทหารหลงเหลืออยู่หรือไม่ก่อนจะส่งทั้ง3 คนขึ้นชายฝั่งอย่างปลอดภัย แล้วกลายร่างเป็นจระเข้ขนาดเล็กขึ้นไปเกาะบนไหล่ของยูริ มามอนและทากีร่าทรุดลงกับพื้นด้วยท่าทีหมดเรี่ยวแรงยูริรีบเข้าไปประคองทั้งสองทันทีด้วยสีหน้าที่ตื่นตกใจ เมื่อสำรวจร่างกายของทั้งสองปรากฏว่าพละกำลังและพลังเวทของพวกเขาลดลงอย่างต่อเนื่อง เม็ดเหงื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้าของยูริเมื่อสังเกตที่โซ่ตรวนก็พบว่ามีไอพลังเวทถูกสูบออกอย่างรวดเร็ว ยูริจึงยื่นมือไปเพื่อที่จะกระชากโซ่ตรวนออกทันทีแต่มามอนกับดึงมือของเขาหลบยูริ


                    “อย่าสัมผัสมันเด็ดขาด! มันจะดูดพลังเวทของเจ้าออกไปด้วย”

                    “แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ ถึงจะช่วยพวกเธอได้”

                    “พวกเราไม่เป็นอะไรหรอกยูริ ฉันขอบใจเธอมากที่ช่วยเหลือพวกเรา แต่ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเธอปลดแม่กุญแจได้ยังไง มาคัสมันลงผนึกเวทไว้หนาแน่นแม้แต่พวกเรารวมพลังกันก็ไม่สามารถปลดมันออกได้ ไม่เพียงแค่นั้นเจ้ายังสามารถสังหารทหารที่เฝ้าพวกเราได้อย่างง่ายดาย”

                    “เพราะเวทผนึกนั้น...ฉันเป็นคนสอนมาคัสเอง ขอโทษนะทากีร่า ฉันไม่คิดจริงๆ ว่ามาคัสจะโหดร้ายได้ถึงเพียงนี้ ส่วนเรื่องสังหารทหารเฝ้ายามเอาไว้ทีหลังเถอะเวลานี้เราควรหาทางปลดโซ่ที่มือของพวกเธอก่อน”

                    “โหดร้ายยังงั้นหรอ เธอเข้าใจผิดแล้วยูริอย่างมาคัสไม่ได้เรียกว่าโหดร้ายแล้ว ต้องเรียกว่าชั่วร้ายมากกว่า แม้แต่เพื่อนที่เคยเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาเขาก็ไม่เว้น แม้แต่ราชาปีศาจริชเตอร์ถึงเขาจะโหดเหี้ยมเพียงใดแต่เขาก็ไม่เคยลงมือกับพวกพ้อง ส่วนเรื่องโซ่ตรวนจะเป็นยังไงก็ช่างเถอะค่อยหาทางออกทีหลังแค่ไม่มีพลังเวทพวกเราไม่ตายหรอก”


                    ดวงตายูริสั่นไหวอย่างรุนแรงภาพเหตุการณ์ที่เมืองปีศาจเข้ามาตอกย้ำความทรงจำของยูริ พร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้นบนใบหน้าเธอรีบหลบสายตาของทั้งสองใช้ท่อนแขนของเธอปราดมันออกทันที ใครจะคาดคิดว่ามาคัสที่เคยอ่อนโยนและมีน้ำใจต่อเพื่อนฝูงจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันใดนั้นมามอนราวกับจับความรู้สึกได้บางอย่างเขาจึงรีบพูดขัดขึ้นมาทันที


                    “ข้าว่าที่นี่ไม่เหมาะจะคุยกัน ไม่นานพวกทหารต้องกลับมาแน่นอน ข้าว่าเราควรตามมาคัสเข้าไปยังปราสาทด้านใน”

                    “นายจะบ้าหรือไงมามอน! เราพึ่งจะหนีรอดมาได้จะให้มาคัสจับพวกเราอีกรึไงกัน”

                    “ทากีร่า ข้ามีลางสังหรณ์บางอย่างหากข้าเดาไม่ผิด การต่อสู้ที่เกิดขึ้นในปราสาทเวลานี้ต้องเป็นฝีมือของจอมปีศาจแน่นอน ข้าต้องไปเตือนเขาเกี่ยวกับเรื่องของมาคัส และอาจมีแนวโน้มที่เป็นไปได้ว่าคนที่ยูริตามหาก็อาจจะอยู่ข้างในนั้นเช่นกัน”


                    หญิงสาวทั้งต่างมองจ้องกันชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าให้แก่กัน จุดมุ่งหมายในการเดินทางมายังปราสาทแวมไพร์ของทั้งคู่นั้นล้วนมาจากการตามหาใครบางคน เมื่อความเห็นตรงกันทั้งสามจึงจะเตรียมตัวจะเข้าไปยังป่าลวงตาทันที แต่แล้วต้องหยุดชะงักทันทีก่อนที่จะเดินเข้าไปด้านในป่า เป็นทากีร่าที่ฉุดรั้งอีกสองคนไว้


                    “ทากีร่าเธอจะฉุดพวกเราไว้ทำไมกัน?”

                    “ข้าว่าป่านี่มีอะไรแปลกๆ นะ ไม่อย่างนั้นเจ้ามาคัสจะให้ทหารไปตรวจสอบอยู่ทำไมตั้งนานสองนาน เป็นไปได้ว่ามันอาจจะเป็นป่าวงกตแล้วหากพวกเราเข้าไปแล้วเกิดหลงทางขึ้นมาไม่แย่หรอ?”


                    เมื่อทากีร่าบอกเช่นนั้นคนอื่นก็นึกขึ้นมาได้ทันที ไม่เช่นนั้นมาคัสคงยกกองทัพบุกไปนานแล้วไม่มาเสียเวลาตรวจสอบ ทันใดนั้นไคโดที่เกาะที่ไหล่ของยูริก็เอ่ยปากพูดมาทันที


                    “เรื่องนั้นพวกท่านไม่ต้องเป็นห่วง ที่นี่คือป่าลวงตาหากพวกมนุษย์เข้าไปถ้าไม่หลงทางก็ต้องตายด้วยฝีมือของพวกปีศาจที่อยู่ด้านใน แต่สำหรับข้าแล้วที่เป็นปีศาจเคยมาที่นี่หลายต่อหลายครั้งมันจึงง่ายที่จะนำทางให้แก่พวกท่านได้”

                    “ขอบใจมากไคโดรบกวนทีนะจ๊ะ”


                    เมื่อได้ยินคำชมของยูริไคโดยิ้มจนปรากฏฟันที่แหลมคมทั่วทั้งปาก มันพุ่งทะยานเข้าไปด้านในป่าลวงตาทันทีโดยมีทั้งสามคนตามไปติดๆ แต่แล้วมามอนกับมองทางที่ไคโดและมาคัสไปนั้นคนละทางกันจึงเกิดความสงสัยแล้วเอ่ยถามไปทันที


                    “ไคโดเจ้านำพวกเราไปผิดทางหรือเปล่า ทำไมไปคนละทางกับมาคัสละ”

                    “หึหึหึ! ท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้าพาพวกท่านมาถูกทางแน่นอน ทางที่พวกมันไปเป็นประตูหลังซึ่งใช้เวลาในการเดินทางนานพอสมควร ไม่เพียงแค่นั้นยังมีสัตว์ปีศาจอีกเป็นจำนวนมากที่อยู่ทางนั้น กว่าพวกมันจะไปถึงปราสาทก็เกือบรุ่งเช้าพอดี ส่วนทางที่ข้านำให้แก่พวกท่านคือประตูด้านหน้าทางเข้าปราสาท ซึ่งใช้เวลาเร็วกว่าพวกมันแน่นอน”


                    เมื่อเวลาผ่านไปราวๆ เกือบสองชั่วโมงไคโดก็พาทั้งสามคนหลุดออกมาจากป่าลวงตา ปรากฏประตูกำแพงปราสาทขนาดใหญ่ถูกพังทลายไม่เหลือซาก พร้อมกลิ่นสาบของเลือดที่ลอยฟุ้งมาแต่ไกลทำให้ไคโดตั้งท่าเตรียมสู้รบทันที แต่กลับไม่ปรากฏของศัตรูแต่อย่างใดเมื่อเหลือบมองผ่านประตูบานใหญ่ก็เห็นสัตว์อสูรสองตัวนอนจมกองเลือดด้วยสภาพที่หายใจอ่อนระทวยราวกับจะตายในไม่ช้า กลุ่มของยูริค่อยๆ เดินเข้าไปยังกำแพงปราสาทด้วยความระมัดระวังหวาดกลัวว่าสัตว์ทั้งสองจะพุ่งทะยานเข้ามาลอบโจมตี เมื่อเข้ามาใกล้สัตว์อสูรทั้งสองตัวก็ปรากฏรูปร่างที่ชัดเจนทำให้ไคโดก็เกิดอาการตกใจถึงขีดสุดพร้อมกับตะโกนออกมา


                    “เป็นไปได้ยังไงกัน! นั่นมันคิเมร่ากับเซอร์เบอรัสสัตวอสูรจากนรกอเวจี พวกมันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน”

                    “ถ้าพวกมันเป็นสัตว์อสูรจากนรกเหมือนกัน ทำไมพวกมันต้องสู้กันด้วยละ”

                    “ท่านยูริคงไม่ทราบเรื่องนี้ พวกมันคือพี่น้องกันแต่ไม่ถูกกันจนต่อสู้มานับไม่ถ้วนจนนรกได้รับความเสียหายหลายต่อหลายครั้ง เมื่อจ้าวนรกเห็นดังนั้นจึงให้มันแยกออกจากันโดยให้เซอร์เบอรัสมีหน้าที่เฝ้าประตูนรก ส่วนคิเมร่าคือผู้นำทางของดวงวิญญาณมาสู่นรก เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันเจอะเจอหน้ากัน อ๊ะ!! ข้าได้กลิ่นของจอมปีศาจ”


                    ไคโดดวงตาเบิกกว้างพุ่งทะยานเข้าไปหาคิเมร่าด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับสูดดมไปทั้งเรือนร่างในเวลานี้ร่างของคิเมร่านั้นเหลือเพียงหัวสิงโตที่ยังคงอยู่แต่หัวแพะและหัวมังกรของมันนั้นถูกฉีกกระชากจนขาดสะบั้น เมื่อเห็นไคโดเข้ามาสูดดมตามเรือนร่างก็ส่งเสียงขู่ทันที แต่คิเมร่าก็ไม่สามารถกระทำสิ่งใดต่อไคโดได้ เพราะตัวมันเองก็หมดเรี่ยวแรงจากการต่อสู้กับเซอร์เบอรัสจึงได้แต่ขู่ไคโดเท่านั้น ส่วนเซอร์เบอรัสก็มีสภาพไม่ต่างจากคิเมร่าหัวของมันทั้งสามหัวก็เหลือเพียงแค่หัวเดียวเช่นกัน เมื่อไคโดสูดดมจนแน่ใจก็หันไปหายูริทันที


                    “ท่านยูริ! ข้าได้กลิ่นของจอมปีศาจจากร่างของมัน เป็นไปได้ว่ามันอาจจะเป็นอสูรรับใช้ของจอมปีศาจ”

                    “รีบช่วยมันก่อน บางทีมันอาจจะพาเราไปพบจอมปีศาจได้ รับยาไปไคโด”


                    เมื่อไดโดได้ยินดังนั้นก็พยักหน้ารับแล้วหยิบยาจากยูริมาทำการรักษาคิเมร่าทันที ราวกับคิเมร่าฟังที่ทั้งสองคุยกันรู้เรื่องมันจึงหยุดส่งเสียงขู่คำราม แล้วปล่อยให้ไคโดรักษามันแต่โดยดีและไม่ขัดขืนแต่อย่างใดเพราะตัวมันเองก็ได้กลิ่นจางๆ ของนายมันจากทั้งสามคนเช่นกัน

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258