ผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา

    บทที่42 แฝงตัว ?

    เสวียนเหยินมองดูคนทั้งสามตรงหน้าอย่างไม่แยแส

     

    เหลียงเย่ที่ถูกจ้องมองโดยสายตาคู่นั้นถึงกับตื่นตะหนก ‘ คนๆนี้เป็นของจริง ! ’ เขารับรู้ได้ถึงความจริงที่ว่าชายตรงหน้าหากจะฆ่าเขาก็สามารถฆ่าได้ง่ายๆโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย

     

    “ บอส !’’ ฉินเลี่ยและซ่งหมินทําความทักทายอย่างพร้อมเพรียง

     

    “ แกไปโดนอะไรมาฉินเลี่ย? ’’ เสวียนเหยินขมวดคิ้วในตอนแรกที่เขาเห็นฉินเลี่ยเขาก็นึกว่าแค่คนหน้าเหมือนแต่พอได้ยินเสียงของอีกฝ่ายเท่านั้นแหละ เขาถึงกับรู้ทันทีเลยว่าอีกฝ่ายคือใคร

     

    อย่างไรก็ตามในตอนนี้เขารู้สึกสงสัยเป็นอย่างมากที่มีคนสามารถทําร้ายฉินเลี่ยได้ถึงขนาดนี้เพราะเท่าที่เขารู้มาฉินเลี่ยเป็นหนึ่งในคนที่ต่อสู้ได้เก่งที่สุดในหมู่นักเลงแล้วหากจะมีคนที่สามารถเอาชนะฉินเลี่ยได้ก็คงมีเพียงเขาเท่านั้นแหละ !

     

    ดังนั้นคนที่สามารถทําให้ฉินเลี่ยมีสภาพเป็นอย่างนี้ได้ไม่ต้องบอกเขาก็รู้เลยว่าคนๆนั้นคงต้องมีฝีมือในการต่อสู้อยู่ในระดับเดียวกันกับเขา!

     

    “ ก็แค่คนๆหนึ่งน่ะครับบอส’’ ฉินเลี่ยรีบพูดออกมาโดยไม่ปิดบังเพราะเขารู้ดีว่าการปิดบังเสวียนเหยินนั้นเป็นการทรยศอย่างหนึ่งซึ่งนั่นอาจนํามาซึ่งความเลวร้ายได้

     

    “ อืม !นายคงเป็นเหลียงเย่สินะ ? ’’ เสวียนเหยินพยักหน้าเข้าใจก่อนจะปรายตามองเหลียงเย่จากข่าวที่ได้รับมาเขาได้รู้มาว่าคนๆนี้ก็คือคนที่ยักยอกยาเสพติดของแก๊งค์ไปแน่นอนว่าเขาก็ได้รับรู้ความจริงมาอีกอย่างหนึ่งเช่นกันดังนั้นเขาจึงยังไม่ได้สั่งฆ่าคนๆนี้

     

    “ ใช่แล้วบอส! มันคือเหลียงเย่ ! ’’ ก่อนที่เหลียงเย่จะได้ทันพูดอะไรฉินเลี่ยก็พูดขึ้นมาก่อน เขาในตอนนี้มองไปยังเหลียงเย่ราวกับคนที่ตายไปแล้ว

     

    ซ่งหมินเองก็ยิ้มเย้ยหยันมองดูเหลียงเย่ตรงหน้าด้วยสายตาดูถูกเพราะเขารู้ดีว่าบอสจะต้องทําการฆ่าคนที่ทรยศแก๊งค์แน่นอน !

     

    อย่างไรก็ตามในวินาทีต่อมาพวกเขาทั้งสองก็ต้องสะดุ้งและตกใจ

     

    “ หุบปาก !ฉันสั่งให้พวกแกสองตัวพูดแล้วรึไง ! ’’ เสวียนเหยินตวาดออกไปเขาจ้องมองคนทั้งสองด้วยสายตาเย็นชา

     

    ฉินเลี่ยและซ่งหมินที่ถูกตวาดถึงกับช็อคและหุบหากเงียบกริบยืนตัวสั่นทันที

     

    พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่าทําไมอยู่ดีๆบอสถึงได้สั่งให้พวกเขาหุบปากและมองมายังพวกเขาด้วยสายตาแบบนั้น?

     

    เหลียงเย่ก็รู้สึกประหลาดใจไม่ใช่น้อยที่อีกฝ่ายตวาดพวกฉินเลี่ยในตอนนี้เขาหรี่ตาลงมองดูชายตรงหน้าอย่างระมัดระวังและรอบคอบเพราะเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน “ ใช่ ! ฉันคือเหลียงเย่ ! ’’ เขาพูดชื่อของตัวเองออกไปด้วยนํ้าเสียงนิ่งสงบแน่นอนว่าในตอนนี้เขาไม่ได้มองอีกฝ่ายเป็นบอสอีกต่อไปแล้วเพราะอีกฝ่ายอาจจะสามารถฆ่าเขาได้ทุกเมื่อ เขาจึงต้องวางตัวให้อยู่ในจุดยืนที่ดี

     

    “ โอ้ !’’ เสวียนเหยินที่ได้ยินถึงกับรู้สึกประหลาดใจเขาประหลาดใจเป็นอย่างมากที่อีกฝ่ายไม่ได้หวาดกลัวเขาเหมือนกับไอ้สองตัวนั่นที่ยืนตัวสั่นอยู่

     

    “ พวกนายตามฉันมาฉันมีเรื่องจะให้พวกนายไปจัดการจัดการเรื่องนี้เสร็จเมื่อไหร่เรื่องที่เหลือค่อยคุยกันต่อ ! ’’ เสวียนเหยินเลิกสนใจเหลียงเย่และหันหลังเดินออกไปจากเขตชนบทและขึ้นไปยังรถคันหนึ่ง

     

    “ … ’’ ฉินเลี่ยและซ่งหมินต่างรู้สึกประหลาดใจและไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่พวกเขาก็ต้องเดินตามบอสใหญ่ของตัวเองไปเหลียงเย่เองก็เช่นกัน ทว่าเขาก็ยังคงเดินตามเสวียนเหยินไปด้วยเพราะตราบใดที่อีกฝ่ายยังให้โอกาสเขาอยู่เขาก็จะยังไม่ทําอะไรวู่วาม

     

    …

     

    หนึ่งชั่วโมงต่อมาที่ร้านนํ้าชาแห่งหนึ่ง  ภายในร้านมีคนๆหนึ่งกําลังนั่งจิบนํ้าชาด้วยท่าทางสบายๆอยู่“ ไม่เลว ! ’’ เขามองดูผู้คนที่เดินไปมาอยู่ข้างนอกร้านพร้อมกับชื่นชมรสชาติของนํ้าชา

     

    ที่ตรงกันข้ามของเขามีหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูมีเสน่ห์ยั่วยวนบุรุษเพศเธอคนนี้ก็คือยูฮุ้ยหลิง !

     

    ยูฮุ้ยหลิงมองไปยังยูหมิงที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามด้วยความประหลาดใจเดิมทีเธอแค่ตั้งใจจะออกมาหาอะไรกินฆ่าเวลาแต่เธอไม่นึกเลยว่าเธอจะมาเจอชายหนุ่มคนนี้โดยบังเอิญขนาดนี้แถมเขายังนั่งจิบชาแบบชิวๆอยู่อีก จนเธอรู้สึกว่าชายหนุ่มคนนี้จะชิวเกินไปไหม ?

     

    “ คุณจะมัวมองดูผมทําไม? มีเรื่องอะไรก็พูดมา ! ’’ ยูหมิงเอ่ยขึ้นด้วยนํ้าเสียงราบเรียบเขาไม่แม้แต่จะปรายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยซํ้าเพราะความงามของเธอมันใช้กับเขาไม่ได้ผลหรอก

     

    ส่วนที่เขาถามออกไปนั้นก็เป็นเพราะว่าอยู่ดีๆเธอก็มาที่นี่และเข้ามานั่งตรงกันข้ามกับเขาแล้วบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยแต่ไหงกับถึงได้มานั่งนิ่งเงียบแบบนี้เล่า ?

     

    หรือเธอตั้งใจจะมานั่งมองคนหล่ออย่างเขากัน?

     

    “ ได้ !’’ หลังจากที่ได้ยินเสียงของยูหมิงยูฮุ้ยหลิงก็ปรับท่าทางไปเป็นเหมือนเดิมและยิ้ม “ ครั้งก่อนต้องขอบคุณมากที่นายช่วยฉันเอาไว้! ว่าแต่นายไม่คิดจะบอกชื่อของตัวเองให้ฉันรู้หน่อยเหรอ ? ’’ เธอรู้สึกตะหงิดๆมาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้วเธอสวยขนาดนี้แล้วทําไมอีกฝ่ายถึงยังไม่รีบแนะนําตัวให้เธอรู้จักอีก ?

     

    นี่อีกฝ่ายยังเป็นผู้ชายอยู่ใช่ไหม?

     

    “ ชื่อของผม? มันสําคัญอะไรกับสิ่งที่คุณจะพูดกับผมด้วยงั้นเหรอ ?’’ ยูหมิงรู้สึกสับสน มีเรื่องอะไรจะคุยก็แค่บอกมาทําไมต้องมาถามชื่อของเขาด้วยหรือว่าเธอตั้งใจจะนําเขาไปสอบสวนเกี่ยวกับคดีในครั้งที่แล้ว ?

     

    “ … ’’ ยูฮุ้ยหลิงที่กําลังจิบนํ้าชาอยู่ก็แทบสําลักพรวดออกมาเธอไม่เข้าใจเลยว่าทําไมชายหนุ่มคนนี้ถึงได้ดูปัญญาอ่อนนักกะอีแค่บอกชื่อของตัวเองมันจะไปยากอะไรหรือว่าเขาจะไม่เชื่อใจเธอและกลัวว่าเธอจะนําชื่อของเขาไปรายงานกับทางเบื้องบนกัน ?

     

    ใช่ ! มันต้องใช่แน่ๆ !

     

    “ ไม่ต้องเป็นห่วงฉันไม่นําชื่อของนายไปรายงานกับทางเบื้องบนหรอก! ’’ ยูฮุ้ยหลิงพูดด้วยนํ้าเสียงจริงจังด้วยท่าทางที่บ่งบอกว่าเชื่อถือได้เลย

     

    “ ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ผมจะไม่บอกชื่อของผมกับคุณเด็ดขาด! มีเรื่องอะไรจะคุยก็รีบพูดมา ! ไม่งั้นผมจะกลับแล้ว ! ’’ ยูหมิงพูดด้วยนํ้าเสียงจริงจังสวนกลับไป

     

    ล้อกันเล่นรึเปล่าที่จะให้เขาบอกชื่อกับเธอที่เป็นตํารวจ? ถ้าเขาบอกชื่อตัวเองออกไปชีวิตที่เขาอยากจะใช่ในแบบธรรมดามันคงต้องถูกเธอดึงเข้าไปพัวพันอะไรหลายๆอย่างแน่!

     

    “ เอ่อ…’’ ยูฮุ้ยหลิงถึงกับพูดไม่ออก นี่เธอเชื่อถือไม่ได้เลยงั้นเหรอ ?หรือว่าอีกฝ่ายจะแค่ระวังตัวมากเกินไป ?

     

    “ ก็ได้ !ฉันจะพูดเรื่องที่ฉันจะคุยแล้วกันแม้ฉันจะไม่รู้จักชื่อของนายก็ตาม ! ’’ ยูฮุ้ยหลิงพยักหน้าอย่างจําใจและเริ่มพูดต่อทันที “ ฉันเห็นว่านายมีฝีมือในการต่อสู้ไม่เลวดังนั้นฉันจึงอยากจะขอให้นายช่วยไปแฝงตัวในแก๊งค์เสือป่าเพื่อหาหลักฐานมัดตัวเรื่องยาเสพติด! ’’ เมื่อคืนขณะที่เธอกําลังครุ่นคิดว่าจะเอายังไงกับแก๊งค์เสือป่าและตระกูลฉีดีเธอก็คิดจะแฝงตัวเข้าไปในแก๊งค์เพื่อหาหลักฐานมัดตัวแทนทว่าในตอนนี้เมื่อเธอได้มาเจอยูหมิงอีกครั้งเธอก็เลือกที่จะขอให้เขาช่วยแทนเพราะเธอจําได้ดีว่าฝีมือการต่อสู้ของชายคนนี้นั้นเก่งขนาดไหนดังนั้นการที่จะขอให้อีกฝ่ายช่วยแฝงตัวเข้าไปในแก๊งค์เสือป่ามันเป็นอะไรที่ไม่ยากเกินมือเลยด้วยซํ้า!

     

    เพราะถึงยังไงถ้าเกิดอะไรขึ้นอีกฝ่ายก็คงสามารถใช้ฝีมือในการต่อสู้หลบหนีออกมาได้อยู่แล้วดังนั้นมันจึงปลอดภัยกว่าถ้าเธอจะให้อีกฝ่ายเข้าไปแฝงตัวแทนเธอ

     

    “ แก๊งค์เสือป่า? แฝงตัว ? หาหลักฐานมัดตัว ? พอเลย !นี่คุณลืมไปแล้วเหรอไงว่าผมอุส่าห์ช่วยคุณไว้จากพวกกลุ่มโจรเมื่อคืนนี้ ? แล้วนี่อะไร ! คุณอยากจะขอให้ผมช่วยอีกครั้งนี่นะ ? ผมขอปฏิเสธ! ’’ ทางด้านยูหมิงที่กําลังนั่งจิบนํ้าชาอยู่ก็วางแก้วในมือลงและยิงคําถามออกไปก่อนจะปฏิเสธอย่างไม่แยแสทันที!

     

    ล้อกันเล่นรึเปล่าที่จะให้เขาไปแฝงตัว?

     

    ตลกแล้ว !

     

    เขาไม่ได้เป็นเบ๊ซักหน่อยนะที่จะต้องคอยทําตามที่คนอื่นสั่ง!