ตอนที่45 สร้างศาสตรา
การอ่านตำราผ่านพ้นไปในที่สุดยามเช้าของวันใหม่ไผ่นั่งทบทวนความรู้ที่จำเป็นอีกครั้งหลังจากนั้นนำแร่โลหะระดับต่ำที่สุดที่ตนขุดเอามาจากมิติอากาศธาตุ สั่งให้เจ้าทองกับเจ้าขาวกลายร่างเป็นค้อนกับแท่นตีวงแหวนเวทมนตร์นับสิบถูกวาดขึ้นบนอากาศอย่างช้าๆ ค่อยๆเลื่อนมันไปประทับทั่วทั้งห้อง ไผ่ยืนตรวจสอบดูแต่ละวงว่าสมบูรณ์ดีหรือไม่
วงเวทสกัดแร่เพื่อละลายแร่โลหะที่ใส่ไปให้เป็นผุยผง แล้วแยกส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องออก
วงเวทหลอมแบบเร่งด่วนโดยไม่ใช้หม้อหลอม
วงเวทแปรรูปใช้เพื่อกลั่นโลหะเหลวจากวงเวทหลอมให้เป็นก้อน วงเวทหลักอีกสองสามอย่างกับวงเวทรองอีกนับสิบ
การสร้างอาวุธโดยวิธีการแบบนี้ใช้พลังเวทมนตร์มหาศาลต้องคอยควบคุมการทำงานของวงเวทหลายขั้น แต่อาวุธ อุปกรณ์ที่สร้างออกมานั้นจะดีกว่าการใช้วิธีการสร้างปกติหลายเท่าเพราะการที่จะทำแบบนี้ได้นั้น อย่างน้อยๆต้องเป็นระดับจ้าวศาสตรา หรือผู้อยู่จุดสูงสุดของช่างตีเหล็กที่สร้างอาวุธให้กับเทพเจ้าหรือระดับที่ทัดเทียมกับช่างเทพเจ้านั้นคือราชันศาสตราเผ่ามังกร พลังเวทที่จ่ายไปนั้นมากมายมหาศาลจนคนธรรมดาไม่อาจจินตนาการได้แต่สำหรับไผ่นับว่าเป็นเพียงกระบวนการเล็กๆ กระบวนการหนึ่ง เขาสามารถประยุกต์ระบบเวทมนตร์ที่ซับซ้อนยิ่งกว่านี้ได้อีกแต่ถ้าจะให้ศาสตราออกมาสำเร็จและดีเลิศประเสริฐศรีของจริงก็ต้องพึ่งก๊กนิรันดร์ของเขาซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่าพวกนั้นอยู่ที่ไหน บางทีอาจจะทำภารกิจอยู่ที่โลกเก่าไม่มีโอกาสได้เจอะเจอกันอีก
ว่าด้วยเรื่องของก๊กนิรันดร์ของไผ่ คนหนึ่งเป็นผู้ออกแบบระบบกลไกที่ซับซ้อนแทบเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบอีกคนเป็นนักวางแผนและจัดระบบเหนือจินตนาการ ส่วนไผ่ที่เด่นในเรื่องของการสร้างเน้นคุณภาพ
ที่ผ่านมาอาวุธที่ไผ่จัดการสร้างขึ้นมานั้นเน้นแค่คุณภาพอย่างเดียวไม่ได้มีระบบกลไกที่ซับซ้อนส่วนเรื่องของความสามารถเสริมของอาวุธนั้นได้จากตำราในโลกนี้เกือบทั้งหมด
ตอนนี้ไผ่กำลังสร้างเล่มทดลองรุ่นแรกสำหรับแร่ระดับต่ำในมิติอากาศธาตุที่กำลังประจักษ์ให้เห็นในอีกไม่กี่อึดใจ
“นานะ อยู่แถวโต๊ะทำงานนะ” ไผ่บอกนานะ
“ค่า” เธอขานรับทำตามแต่โดยดีนานะน้อยกระโดดแล้วนอนคว่ำหน้าบนโต๊ะพร้อมกับหลับเข้าสู่ห้วงนิทราทันที
แท่นตีและค้อนพร้อมเพรียงสำหรับการทำงานแร่โลหะถูกโยนเข้าไปในวงเวทวงหนึ่งพลันสลายกลายเป็นผุยผงแล้วแยกหลายส่วนออกจากกันส่วนหนึ่งกลั่นเป็นก้อนเล็กในอีกวงเวท จากนั้นหล่นลงพื้น สีของก้อนโลหะบางชิ้นคือส่วนเกินที่คุณภาพไม่เหมาะสมอีกส่วนหนึ่งเข้าไปในอีกวงเวทแล้วถูกหลอมละลายเมื่อเสร็จสิ้นก็ย้ายเข้าไปอีกวงเวทหนึ่งพลันก็ถูกดูดให้จับตัวกันเป็นก้อนวงกลมดั่งลูกแก้วขนาด 1 กำมือ
จากนั้นก็ลอยเข้าไปยังวงเวทอื่นๆ ม่าจะเป็นเวทเสริมความแข็งแกร่งเสริมคุณภาพด้านต่างๆและวงเวทที่ช่วยให้มันกลายเป็นโลหะที่มีคุณภาพที่สูงขึ้นอีกหลายวงเสร็จสิ้นจากกระบวนการวงจรเวทต่อเนื่องแล้วลูกโลหะที่ตอนนี้เปล่งประกายเงาวับพร้อมกับแผ่กระจายพลังออกมาทำให้ไผ่พึงพอใจ มือซ้ายคว้าไปที่ก้อนโลหะทันใดนำไปวางแท่นบาเรียสีดำล้อมรอบตัวของไผ่พร้อมไฟสีดำอันร้อนแรงปะทุขึ้นเต็มบาเรียนั้นทันทีไผ่ที่อยู่ในเปลวไฟสีดำจัดการตีอาวุธขึ้นมาอย่างไม่สะทกสะท้าน
เจ้าทองกับเจ้าขาวไฟแค่นี้สำหรับมันก็พอแค่อบอุ่นร่างกายในหน้าหนาวเพียงเท่านั้นเสื้อผ้าที่ซื้อมาเมื่อวานถูกทำลายจนสิ้นซากไม่เหลือแม้แต่ผงธุลีร่างกายอันล่อนจ้อนซึ่งอยู่ในเปลวไฟสีดำ มีบาเรียครอบอีกชั้นหนึ่งเป็นเหมือนห้องปิดตายที่ไม่มีแม้แต่สะเก็ดธุลีไฟหลุดออกมาภายนอกเลย
ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่ากับการขึ้นรูปอาวุธยังคงดำเนินไปก้อนโลหะก้อนแล้วก้อนเล่าถูกใช้งานเรื่อยๆ จนถึงก้อนที่ 10 ก็หยุดทำเพราะไม่อยากจะให้อาวุธระดับทดลองนี้สูญเสียคุณภาพหากมันไม่สำเร็จก็เสียดายของ
ผลึกเวทของกระทิงไฟชั้นสิบจำนวน 12 ชิ้นถูกนำออกมาแล้วป่นเป็นผุยผงกระจัดกระจายแล้วเข้าไปหลอมรวมกับตัวอาวุธผลึกอีก 10 ก้อนถูกนำออกมาอีก ครานี้ไผ่ไม่ได้ป่นมันเป็นผงแต่ยัดทั้งเม็ดผลึกเข้าไปบริเวณกั่นดาบทันทีเผยให้เห็นเม็ดผลึกดั่งอัญมณีสุกสกาวอันน่าหลงใหลชวนมอง
สลักเวทประเภทเกราะ มีดสายลม พายุคลั่งระดับ 1 ดาว กับ 5 ดาวถูกสลักลงไปในตัวดาบหนึ่งชั่วโมงผ่านไปก็เสร็จสิ้นกระบวนการ ได้ดาบถึง 10 เล่มที่พร้อมสำหรับการใช้งาน
ตัวดาบที่เปล่งประกายวาววับแม้อยู่ในความมืดยิ่งต้องแสงก็ยิ่งมีเอกลักษณ์อันโดดเด่น ดาบที่หนา 1 เซนติเมตร กว้าง 2 นิ้ว ยาว 2ฟุตเปล่งรัศมีอันทรงพลังเหมือนสามารถทำลายอริให้ดับดิ้น
อีกอย่างหนึ่งที่เป็นความสามารถพิเศษของดาบพวกนี้นั่นคือสลักเวททุกวงที่ชาร์จเองโดยไม่ต้องใส่พลังเวทเข้าไป เป็นความสามารถเฉพาะของดาบ
นั่นแสดงว่าสามารถใช้งานสลักเวทได้เลยหากมันชาร์จเต็ม ทั้งนี้รวมถึงสลักเวทระดับ 5 ดาวด้วย แบบนี้เรียกว่าเข้าขั้นโกง ไผ่จัดการวางดาบทั้ง 10 เล่มบนโต๊ะที่ตอนนี้มีนานะนอนอยู่ เธอก็เขยิบให้อย่างรู้งาน
“เฮ้อในที่สุดก็เสร็จจนได้ ทีนี้ก็เหลือแค่ตรวจสอบระดับของมัน แต่ว่าหินตรวจสอบใช้หมดเสียแล้วสิคงต้องออกไปซื้อใหม่สินะ” ไผ่พูดกับตัวเอง แล้วบิดขี้เกียจ
“ถ้าจะออกไปซื้อก็ใส่เสื้อผ้าให้มันดูดีหน่อยเถอะค่ะนายท่านไม่ใช่ล่อนจ้อนแบบนี้ เอ้านี่ค่ะ เตรียมไว้ให้แล้ว”แพตตี้เธอโผล่มาพร้อมกับเสื้อผ้าเหมือนกับรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้เพราะสภาพล่อนจ้อนของไผ่เธอเห็นจนชิน
ก่อนหน้าไม่กี่ชั่วโมงเธอเอาอาหารมาให้ตอนเช้าตรู่แล้วเห็นไผ่อยู่ในบาเรียที่มีไฟสีดำลุกโชนอยู่ข้างในแพตตี้ก็ออกไปซื้อเสื้อผ้าข้างนอกทันที และซื้อเผื่อไว้นับ 10 ชุด หลังจากเห็นไผ่ผู้เป็นนายท่านทำงานเสร็จแล้วเธอก็เอาเสื้อผ้าพร้อมกับอาหารมาให้ ด้วยสีหน้าหน่ายใจกับนิสัยของเจ้านาย
“เอ้า แพตตี้เหรอ หืมหอมอะไรเนี่ย อาหารเหรอ ว้าวขอบใจนะ” ไผ่เห็นแพตตี้ที่เธอถาดอาหารมาก็รีบวิ่งเข้าไปรับมากินพร้อมกับนานะที่จมูกไวเป็นทุนอยู่แล้วกระโดดมาร่วมวงด้วยกับความอิ่มเอมในมื้อเช้านี้
“นายท่านคะทานเสร็จแล้วกรุณาใส่เสื้อผ้าด้วยนะคะ” แพตตี้พูดด้วยสีหน้าเฉยชาแล้ววางชุดให้ไผ่จากนั้นเธอก็เดินออกไป
“อ้อ นายท่านวันนี้คุณโรสมาขอพบค่ะใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้วก็เชิญที่ห้องรับแขกที่อยู่ถัดจากห้องโถงกิลด์ด้วยนะคะ”แพตตี้หันมากำชับ
“อื้อ ไอ้เอย” ” เสียงอู้อี้ที่มีข้าวอยู่เต็มปากตอบกลับ
สิ่งต่อไปที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรโดยเฉพาะกับโรสขี้เอาแต่ใจ มันจะเป็นไปในทางที่ดีหรือไม่ คงต้องรอติดตามเสียแล้ว
.....................................