เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope

    ตอนที่ 35 เกราะเหล็กหรือเครื่องจักร

            กล้ารู้สึกตกใจ แต่ด้วยความที่พื้นที่ชั้นสองเป็นระเบียงแคบ  จึงบีบให้ศัตรูบุกเข้ามาได้เพียงสามคน  เลยรับมือได้ง่ายขึ้น 


    “ เฮ้…..คุณน้า พี่ชายทั้งหลาย  ใจเย็นๆก่อนครับ อย่าเพิ่งใช้กำลัง ” กล้าพยายามร้องห้าม แต่สามนักเลงไม่ยอมรับฟัง  แถมยังใช้มีดในมือรุมแทง เป็นเหตุให้เด็กหนุ่มต้องหลบเลี่ยงเป็นพัลวัน  ทว่าไม่นาน  คมศาสตราก็เฉือนท่อนแขนช่วงที่ไร้เกราะกำบังจนเกิดเลือดแดงไหลซิบออกมาเล็กน้อย 


    “ เอ๊ะ! ” กล้าสะดุ้งนิดนึง ก่อนจะหันไปบอกบาดแผลของตนเอง  และพอเห็นเลือดเท่านั้น เด็กหนุ่มก็เริ่มเดือดปุดๆ 


    “ พูดไม่ฟังเลยใช่มั้ย  เห็นทีต้องใช้กำลังกันบ้างแล้ว ” พอพูดจบ กล้าก็ลองแย็บเบาๆใส่ใบหน้าของมือมีดคนนั้น  แต่ด้วยความที่มีคอสโม่เคลือบกาย  จึงทำให้แรงหมัดมหาศาลจนถึงขั้นส่งให้นักเลงเคราะห์ร้ายกระเด็นไกลไปชนพรรคพวกที่อยู่ด้านหลัง 


    “ เฮ้ย…….” นักเลงทั้งกลุ่มล้มลงไปนอนหงาย อันดูไม่ต่างไปจากลูกโบว์ลิ่งที่ไหลไปกระแทกพินจนสไตค์


    “ โห…อะไรเนี่ย นี่ขนาดชั้นชกเบาๆเท่านั้นนะ ” กล้ายกหมัดข้างที่ชกขึ้นมาดู ในใจนึกทึ่งในพละกำลังของตนเอง 

              


           แม้เหล่ามาเฟียจะหวาดผวาในพลังเหนือมนุษย์  แต่พวกเขาไม่มีทางเลือก  เพราะถ้าล่าถอย ก็ต้องสิ้นชีวิตด้วยกระสุนของเจ้านาย  จึงหลับหูหลับตาเข้าจู่โจม กล้าเลยจำเป็นต้องต่อสู้ 


    “ ขอโทษนะ  พี่ๆน้าๆทั้งหลาย ผมจะต่อยให้เบาที่สุดแล้วกัน  ดังนั้นรับไป เพกาซัสหมัดดาวตก ” แสงสีฟ้าที่เฉิดฉายหลายสิบเส้นพุ่งออกมาจากหมัดขวาที่กล้าปล่อย ลำแสงนั้นกระแทกเหล่านักเลงจนกระเด็นกระดอน  พร้อมสิ้นสติในทีเดียว 


    “ ปึก  ปุ้ก ปั้ก  ตูม….” 


    “ ฟู่……..” พอลำแสงจากกระบวนท่าเพกาซัสหมัดดาวตกจางหายไป กล้าก็เป่าปากระบายลม  ดวงตามองตรงไปข้างหน้า จึงพบกับนักเลงกลุ่มใหญ่ที่นอนทับถมกันอยู่ในท่วงท่าต่างๆ ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกผิด 


    “ ว้า…..นี่เรารุนแรงไปรึเปล่า ขอโทษด้วยนะครับ  คุณน้า  พี่ชายทั้งหลาย ” กล้าขออภัย  ก่อนจะค่อยๆก้าวข้ามเหล่านักเลงที่นอนสลบอย่างมีมารยาท แต่พอผ่านศัตรูฝูงนั้นมาได้  ก็พบว่าบอสหายไปแล้ว 


    “ เอ๊ะ!  บอสหายไปไหน ต้องรีบตามหา  เพราะถ้าหยุดเขาไม่ได้ เมืองนี้ก็คงอยู่ไม่เป็นสุข  และข้อตกลงกับคุณโยเฮก็จะกลายเป็นโมฆะไป” กล้ารู้สึกร้อนรน  จึงรีบตรงไปที่ริมระเบียงชั้นในสุด อันเป็นจุดที่บอสเคยยืนอยู่  จากนั้นก็พิจารณาอยู่แวบนึง เลยพบกับผ้าม่านใหญ่ยาวตรงสุดทาง 


    “ เอ…..ทางนี้มันตันนี่นา ดังนั้นบอสน่าจะหลบอยู่หลังผ้าม่านผืนนี้ ” เมื่อกล้าลงมติในใจตามนั้น เด็กหนุ่มก็เลิกผ้าม่านขึ้น  แต่กลับพบเพียงกำแพงปูนหนาทึบ 


    “ อ้าว…..หลังม่านนี้ไม่มีอะไร แล้วบอสหายไปไหน ” 

               


           ขณะที่กล้ากำลังงงเต๊ก  วิทยุสื่อสารที่พกติดซอกเอวก็ดังขึ้น เด็กหนุ่มจึงกดรับสายโดยเร็ว เสียงของโยเฮจึงวิ่งผ่านลำโพง  


    “ เป็นไงบ้างครับ  คุณเซย่า  ปลอดภัยมั้ย ” 


    “ เหอ  เหอ เหอ….ก็ยังดีอยู่  ว่าแต่คุณโยเฮนี่ตีบทแตกชะมัด กระทั่งผมเองยังแอบคิดว่าโดนคุณหักหลังเข้าจริงๆ ” กล้าหัวเราะแห้งๆ  และถ้าไม่ติดว่าถูกเลี้ยงมาให้เป็นคนสุภาพ เขาคงด่าโยเฮไปหลายตลบแล้ว  โทษฐานที่วางแผนลับโดยไม่บอกกัน 


    “ ก็นิดหน่อยน่ะครับ  เพราะถ้าจะหลอกคนอย่างบอสได้  มันต้องทำให้แนบเนียน โดยส่งคุณเป็นนกต่อ  และให้บอสพาพวกมารุมยำ แต่ผมจะวางกล่องครอธอันเป็นอาวุธสำคัญให้คุณ  แล้วแอบบอกใบ้แผนทั้งหมดให้รับฟัง ”  

               


           ถึงตรงนี้  ก็รู้แล้วว่าการทรยศเมื่อครู่เป็นละครที่โยเฮแสดง เพื่อหลอกล่อให้โนบุโระติดกับดัก  จากนั้นก็ให้กล้าเล่นงานจนอยู่หมัด โยเฮจะได้ก้าวขึ้นมาเป็นบอสใหญ่เสียเอง  กระนั้นเด็กหนุ่มก็ยังแคลงใจ เลยลองทวงสัญญา 


    “ แต่คุณโยเฮให้สัญญาแล้วนะครับว่า….ถ้าขึ้นเป็นใหญ่ได้  จะคุมแก๊งให้ดีกว่านี้ และเลิกรังแกชาวเมือง ” 


    “ โอ้….แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์เลย รับประกันว่า…ตราบใดที่ตาเฒ่าอย่างผมคุมที่นี่ ชาวเมืองจะอยู่ดีกินดี  ทำมาหากินอย่างปกติสุข ว่าแต่……” โยเฮรีบรับคำ  ก่อนจะอ้ำอึ้งเล็กน้อย  ซึ่งกล้าก็รู้เท่าทัน จึงลองล้วงใจ 


    “ เข้าใจแล้ว  คุณอยากให้รีบจัดการบอสใช่มั้ย จะว่าไป  ผมก็อยากทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าบอสหนีหายไปไหน ” 


    “ อืม……บอสหายตัวตรงไหนเหรอครับ” โยเฮคิดนึดนึง  ก่อนเอ่ยถาม 


    “ หลังม่านตรงสุดทางเดินที่ชั้นสองครับ” กล้าตอบ  ทำให้นักเลงวัยกลางคนตรึกตรองอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะให้ข้อมูลที่น่าตกตะลึง 


    “ แย่ล่ะ  บอสน่าจะอาศัยช่วงชุลมุน หนีเข้าไปในประตูลับ  และในนั้นน่าจะมีอาวุธไฮเทคสุดแกร่งที่องค์กรเรากำลังคิดค้น เขาต้องเอาสิ่งนั้นมาใช้จัดการคุณเซย่าแน่ๆ ” 


    “ อ่า…เอ่อ…..ละ…แล้วอาวุธสุดแกร่งที่คุณโยเฮว่า…คืออะไร ” ถึงตรงนี้  กล้าเริ่มปอดนิดๆ เพราะถึงจะได้รับประสบการณ์ต่อสู้มาบ้าง  แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน  เขายังเป็นเด็กอ้วนขี้แหยอยู่เลย จึงไม่อาจสลัดนิสัยขี้ขลาดได้โดยง่าย 


    “ ก็เป็นชุดเกราะแข็งแกร่งแบบที่คุณเซย่าใส่ แต่มันพิเศษตรงที่มีกลไกเพิ่มสมรรถนะให้กับเจ้าของ  ถึงอย่างนั้นมันก็สู้คุณไม่ได้หรอก ” โยเฮเองก็สัมผัสได้ถึงความกลัวที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของคู่สนทนา จึงอธิบายสรรพคุณของอาวุธชิ้นนั้นอย่างระมัดระวัง  พร้อมให้กำลังใจในตอนท้าย 


    “ ฮะ  ฮะ ฮะ  เหรอครับ…..” แม้ได้รับคำสาธยายที่เบาสุดๆ แต่กล้าก็ยังแหยไม่เลิก  แข้งขาเริ่มสั่นดิกๆ แต่ไม่ทันได้ทำอะไรต่อ  กำแพงตรงหน้าก็เกิดรอยแตกร้าว พร้อมพังทลายในเวลาต่อมา 


    “ โครม………” 


    “ เหวอ…..” กล้าตกใจจนร้องเสียงหลง ก่อนที่จะมีมือเหล็กคู่นึงโผล่มาบีบคอ 


    “ อ้าว…เฮ้ย! คุณเซย่า  เกิดอะไรขึ้น ” เสียงตะโกนของโยเฮดังมาตามสาย  กระแสดูร้อนรน แต่กล้าไม่มีสิทธิตอบ  เพราะถูกมือเหล็กคู่แกร่งบีบลำคอจนหายใจไม่ออก 


    “ อึก…นี่มันอะไรกันเนี่ย แกะไม่ออก  อย่างกับเจ้ามือคู่นี้จะเชื่อมติดกับลำคอของเราเลย ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป  มีหวังขาดใจตายแน่” 

                


           เมื่อเป็นเช่นนี้  กล้าจึงตัดสินใจเร่งพลังคอสโมให้สูงขึ้นจนออร่าสีฟ้าลุกพรึบจากร่างกาย แล้วกระโดดถีบสองเท้าไปที่กำแพง  เพื่อยันตัวเองให้หลุดจากมือเหล็ก ซึ่งก็ได้ผล  เด็กหนุ่มหลุดจากพันธนาการ และกำลังลอยละลิ่วลงสู่ชั้นล่าง 


    “ ตุบ….” 

                 


           ด้วยความพริ้วของร่างกายเซย่า  จึงทำให้กล้าหมุนตัวลงเหยียบพื้นอย่างง่ายดาย ราวกับนินจา  และในระหว่างที่กำลังสูดลมหายใจเข้าออกให้เต็มปอด เจ้าของมือเหล็กก็พังกำแพงออกมายืนโชว์ตัวแบบเต็มสัดส่วน ซึ่งก็ทำให้เด็กหนุ่มตกตะลึงจนตาเบิกโพลง 


    “ เหวอ…นั่นมัน…..” 

                


           สาเหตุที่ทำให้กล้าแตกตื่น  เพราะศัตรูที่เผยโฉมดูคล้ายหุ่นยนต์เหล็กที่สูงเกือบสองเมตร ดวงตาของมันส่องแสงสว่างสีเหลืองนวล  แต่ก็แฝงสีแดงอยู่กลายๆ ราวกับมีอัคคีซุกซ่อนอยู่ภายใน 


    “ ฟู่……” ลมร้อนปะทุออกจากสายท่อที่ติดกับด้านข้างของหน้ากากเหล็ก ก่อนที่ตรงส่วนนั้นจะแยกออกจากกัน  เผยให้เห็นใบหน้าของใครคนที่อยู่ข้างใน เขาก็คือ…..โนบุโระ 


    “ นะ…นั่น……บอสนี่นา ” กล้าพูดได้คำเดียว  ปากคอก็เริ่มสั่น  ส่วนทางฝ่ายโนบุโระกลับแสยะยิ้มตอบ พร้อมสาธยายสรรพคุณของอาวุธวิเศษที่ถือครอง 


    “ ถึงกับติดอ่างเลยนะ  ไอ้หนู  ก็ไม่แปลกที่แกจะกลัว  เพราะสิ่งที่ข้าสวมใส่อยู่ก็คือ….ชุดเกราะไฮเทคที่โคตรจะแพง แน่นอนว่ามันแข็งแกร่งสุดๆ  เพราะสร้างมาจากโลหะผสมเกรดเอ” โนบุโระพูดจบ  ก็ตบเบาๆตรงแผงอกที่กล้าเพิ่งโดดถีบ ทว่าตรงบริเวณกลับไร้ร่องรอยความเสียหายใดๆ 


    “ ขนาดโดนถีบเข้าไปเต็มๆ  ยังไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน  แล้วเราจะไหวมั้ยเนี่ย” กล้าเริ่มหน้าซีด  แต่ไม่ทันได้คิดแผนใหม่ หน้ากากเหล็กก็เคลื่อนเข้าหากัน  เพื่อป้องกันส่วนใบหน้าของโนบุโระ ปิดท้ายด้วยการกระโดดลงมาจากชั้นสอง  เป้าหมายคือเด็กหนุ่มที่ยืนขาสั่น


    “ ตายซะ  ไอ้หนู” 


    “ โครม…..” พื้นตรงจุดที่กล้าเคยยืนถึงกับแตกกระจาย แต่เด็กหนุ่มยังคงรอดตัว  เพราะในเสี้ยววินาทีที่จะโดนหมัดเหล็กทุบ เขาได้ถีบตัวไปทางซ้ายสุดแรงตามสัญชาตญาณ  ทำให้รอดพ้นจากการหัวแบะได้อย่างหวุดหวิด 


    “ วื้ด……” โนบุโระลุกขึ้นยืน พร้อมหันหน้าไปมองกล้าที่ยืนชิดกำแพง  แต่ด้วยความที่ชุดเกราะที่สวมใส่เป็นเครื่องจักร จึงบังเกิดเสียงที่คล้ายหุ่นยนต์กำลังขยับ 


    “ หนีเร็วนักนะ  ไอ้หนู  และถ้าเจอไอ้นี่  แกจะหนีได้อีกมั้ย ” โนบุโระชักแท่งประหลาดที่เหน็บซอกเอวขึ้นมาถือ  ก่อนที่มันจะยืดเหล็กแหลมออกมาอย่างรวดเร็วจนมีสภาพคล้าย….ดาบขนาดใหญ่ 


    “ เหวอ….บอสมีอาวุธด้วย……”กล้าอ้าปากค้าง  ดวงตาเหลือกลานด้วยความหวาดกลัว 


    “ ฮ่า  ฮ่า ฮ่า  ใช่แล้ว  นี่คือดาบเหล็กผสมพิเศษ  มีความแข็งแกร่งใกล้เคียงชุดเกราะที่ข้าสวมใส่ แถมยังคมจนตัดเหล็กทั่วไปได้เหมือนเนย ” โนบุโระออกโรงข่มทันควัน พร้อมย่างสามขุมเข้าหา 

             


           กล้าอยากวิ่งหนีเสียเหลือเกิน  แต่ก็กลัวจนก้าวขาไม่ออก และในจังหวะที่โนบุโระเข้าถึงตัว  มาเฟียใหญ่ก็เงื้อดาบขึ้นสูง หวังฟันคอให้ขาดในทีเดียว 


    “ ตายซะ  ไอ้หนู”  

             


            และในช่วงเป็นตายนั้นเอง  เสียงของโยเฮก็ดังขึ้นมาในสปีกเกอร์เล็กจิ๋วที่ติดอยู่ในรูหู 


    “ คุณเซย่าจะยอมแพ้ตรงนี้ไม่ได้ ไม่อยากช่วยสองปู่หลานนั่นแล้วหรือ…..” 



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องเซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope ที่คุณอ่าน