กล้ารู้สึกตกใจ แต่ด้วยความที่พื้นที่ชั้นสองเป็นระเบียงแคบ จึงบีบให้ศัตรูบุกเข้ามาได้เพียงสามคน เลยรับมือได้ง่ายขึ้น
“ เฮ้…..คุณน้า พี่ชายทั้งหลาย ใจเย็นๆก่อนครับ อย่าเพิ่งใช้กำลัง ” กล้าพยายามร้องห้าม แต่สามนักเลงไม่ยอมรับฟัง แถมยังใช้มีดในมือรุมแทง เป็นเหตุให้เด็กหนุ่มต้องหลบเลี่ยงเป็นพัลวัน ทว่าไม่นาน คมศาสตราก็เฉือนท่อนแขนช่วงที่ไร้เกราะกำบังจนเกิดเลือดแดงไหลซิบออกมาเล็กน้อย
“ เอ๊ะ! ” กล้าสะดุ้งนิดนึง ก่อนจะหันไปบอกบาดแผลของตนเอง และพอเห็นเลือดเท่านั้น เด็กหนุ่มก็เริ่มเดือดปุดๆ
“ พูดไม่ฟังเลยใช่มั้ย เห็นทีต้องใช้กำลังกันบ้างแล้ว ” พอพูดจบ กล้าก็ลองแย็บเบาๆใส่ใบหน้าของมือมีดคนนั้น แต่ด้วยความที่มีคอสโม่เคลือบกาย จึงทำให้แรงหมัดมหาศาลจนถึงขั้นส่งให้นักเลงเคราะห์ร้ายกระเด็นไกลไปชนพรรคพวกที่อยู่ด้านหลัง
“ เฮ้ย…….” นักเลงทั้งกลุ่มล้มลงไปนอนหงาย อันดูไม่ต่างไปจากลูกโบว์ลิ่งที่ไหลไปกระแทกพินจนสไตค์
“ โห…อะไรเนี่ย นี่ขนาดชั้นชกเบาๆเท่านั้นนะ ” กล้ายกหมัดข้างที่ชกขึ้นมาดู ในใจนึกทึ่งในพละกำลังของตนเอง
แม้เหล่ามาเฟียจะหวาดผวาในพลังเหนือมนุษย์ แต่พวกเขาไม่มีทางเลือก เพราะถ้าล่าถอย ก็ต้องสิ้นชีวิตด้วยกระสุนของเจ้านาย จึงหลับหูหลับตาเข้าจู่โจม กล้าเลยจำเป็นต้องต่อสู้
“ ขอโทษนะ พี่ๆน้าๆทั้งหลาย ผมจะต่อยให้เบาที่สุดแล้วกัน ดังนั้นรับไป เพกาซัสหมัดดาวตก ” แสงสีฟ้าที่เฉิดฉายหลายสิบเส้นพุ่งออกมาจากหมัดขวาที่กล้าปล่อย ลำแสงนั้นกระแทกเหล่านักเลงจนกระเด็นกระดอน พร้อมสิ้นสติในทีเดียว
“ ปึก ปุ้ก ปั้ก ตูม….”
“ ฟู่……..” พอลำแสงจากกระบวนท่าเพกาซัสหมัดดาวตกจางหายไป กล้าก็เป่าปากระบายลม ดวงตามองตรงไปข้างหน้า จึงพบกับนักเลงกลุ่มใหญ่ที่นอนทับถมกันอยู่ในท่วงท่าต่างๆ ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกผิด
“ ว้า…..นี่เรารุนแรงไปรึเปล่า ขอโทษด้วยนะครับ คุณน้า พี่ชายทั้งหลาย ” กล้าขออภัย ก่อนจะค่อยๆก้าวข้ามเหล่านักเลงที่นอนสลบอย่างมีมารยาท แต่พอผ่านศัตรูฝูงนั้นมาได้ ก็พบว่าบอสหายไปแล้ว
“ เอ๊ะ! บอสหายไปไหน ต้องรีบตามหา เพราะถ้าหยุดเขาไม่ได้ เมืองนี้ก็คงอยู่ไม่เป็นสุข และข้อตกลงกับคุณโยเฮก็จะกลายเป็นโมฆะไป” กล้ารู้สึกร้อนรน จึงรีบตรงไปที่ริมระเบียงชั้นในสุด อันเป็นจุดที่บอสเคยยืนอยู่ จากนั้นก็พิจารณาอยู่แวบนึง เลยพบกับผ้าม่านใหญ่ยาวตรงสุดทาง
“ เอ…..ทางนี้มันตันนี่นา ดังนั้นบอสน่าจะหลบอยู่หลังผ้าม่านผืนนี้ ” เมื่อกล้าลงมติในใจตามนั้น เด็กหนุ่มก็เลิกผ้าม่านขึ้น แต่กลับพบเพียงกำแพงปูนหนาทึบ
“ อ้าว…..หลังม่านนี้ไม่มีอะไร แล้วบอสหายไปไหน ”
ขณะที่กล้ากำลังงงเต๊ก วิทยุสื่อสารที่พกติดซอกเอวก็ดังขึ้น เด็กหนุ่มจึงกดรับสายโดยเร็ว เสียงของโยเฮจึงวิ่งผ่านลำโพง
“ เป็นไงบ้างครับ คุณเซย่า ปลอดภัยมั้ย ”
“ เหอ เหอ เหอ….ก็ยังดีอยู่ ว่าแต่คุณโยเฮนี่ตีบทแตกชะมัด กระทั่งผมเองยังแอบคิดว่าโดนคุณหักหลังเข้าจริงๆ ” กล้าหัวเราะแห้งๆ และถ้าไม่ติดว่าถูกเลี้ยงมาให้เป็นคนสุภาพ เขาคงด่าโยเฮไปหลายตลบแล้ว โทษฐานที่วางแผนลับโดยไม่บอกกัน
“ ก็นิดหน่อยน่ะครับ เพราะถ้าจะหลอกคนอย่างบอสได้ มันต้องทำให้แนบเนียน โดยส่งคุณเป็นนกต่อ และให้บอสพาพวกมารุมยำ แต่ผมจะวางกล่องครอธอันเป็นอาวุธสำคัญให้คุณ แล้วแอบบอกใบ้แผนทั้งหมดให้รับฟัง ”
ถึงตรงนี้ ก็รู้แล้วว่าการทรยศเมื่อครู่เป็นละครที่โยเฮแสดง เพื่อหลอกล่อให้โนบุโระติดกับดัก จากนั้นก็ให้กล้าเล่นงานจนอยู่หมัด โยเฮจะได้ก้าวขึ้นมาเป็นบอสใหญ่เสียเอง กระนั้นเด็กหนุ่มก็ยังแคลงใจ เลยลองทวงสัญญา
“ แต่คุณโยเฮให้สัญญาแล้วนะครับว่า….ถ้าขึ้นเป็นใหญ่ได้ จะคุมแก๊งให้ดีกว่านี้ และเลิกรังแกชาวเมือง ”
“ โอ้….แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์เลย รับประกันว่า…ตราบใดที่ตาเฒ่าอย่างผมคุมที่นี่ ชาวเมืองจะอยู่ดีกินดี ทำมาหากินอย่างปกติสุข ว่าแต่……” โยเฮรีบรับคำ ก่อนจะอ้ำอึ้งเล็กน้อย ซึ่งกล้าก็รู้เท่าทัน จึงลองล้วงใจ
“ เข้าใจแล้ว คุณอยากให้รีบจัดการบอสใช่มั้ย จะว่าไป ผมก็อยากทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าบอสหนีหายไปไหน ”
“ อืม……บอสหายตัวตรงไหนเหรอครับ” โยเฮคิดนึดนึง ก่อนเอ่ยถาม
“ หลังม่านตรงสุดทางเดินที่ชั้นสองครับ” กล้าตอบ ทำให้นักเลงวัยกลางคนตรึกตรองอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะให้ข้อมูลที่น่าตกตะลึง
“ แย่ล่ะ บอสน่าจะอาศัยช่วงชุลมุน หนีเข้าไปในประตูลับ และในนั้นน่าจะมีอาวุธไฮเทคสุดแกร่งที่องค์กรเรากำลังคิดค้น เขาต้องเอาสิ่งนั้นมาใช้จัดการคุณเซย่าแน่ๆ ”
“ อ่า…เอ่อ…..ละ…แล้วอาวุธสุดแกร่งที่คุณโยเฮว่า…คืออะไร ” ถึงตรงนี้ กล้าเริ่มปอดนิดๆ เพราะถึงจะได้รับประสบการณ์ต่อสู้มาบ้าง แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน เขายังเป็นเด็กอ้วนขี้แหยอยู่เลย จึงไม่อาจสลัดนิสัยขี้ขลาดได้โดยง่าย
“ ก็เป็นชุดเกราะแข็งแกร่งแบบที่คุณเซย่าใส่ แต่มันพิเศษตรงที่มีกลไกเพิ่มสมรรถนะให้กับเจ้าของ ถึงอย่างนั้นมันก็สู้คุณไม่ได้หรอก ” โยเฮเองก็สัมผัสได้ถึงความกลัวที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของคู่สนทนา จึงอธิบายสรรพคุณของอาวุธชิ้นนั้นอย่างระมัดระวัง พร้อมให้กำลังใจในตอนท้าย
“ ฮะ ฮะ ฮะ เหรอครับ…..” แม้ได้รับคำสาธยายที่เบาสุดๆ แต่กล้าก็ยังแหยไม่เลิก แข้งขาเริ่มสั่นดิกๆ แต่ไม่ทันได้ทำอะไรต่อ กำแพงตรงหน้าก็เกิดรอยแตกร้าว พร้อมพังทลายในเวลาต่อมา
“ โครม………”
“ เหวอ…..” กล้าตกใจจนร้องเสียงหลง ก่อนที่จะมีมือเหล็กคู่นึงโผล่มาบีบคอ
“ อ้าว…เฮ้ย! คุณเซย่า เกิดอะไรขึ้น ” เสียงตะโกนของโยเฮดังมาตามสาย กระแสดูร้อนรน แต่กล้าไม่มีสิทธิตอบ เพราะถูกมือเหล็กคู่แกร่งบีบลำคอจนหายใจไม่ออก
“ อึก…นี่มันอะไรกันเนี่ย แกะไม่ออก อย่างกับเจ้ามือคู่นี้จะเชื่อมติดกับลำคอของเราเลย ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป มีหวังขาดใจตายแน่”
เมื่อเป็นเช่นนี้ กล้าจึงตัดสินใจเร่งพลังคอสโมให้สูงขึ้นจนออร่าสีฟ้าลุกพรึบจากร่างกาย แล้วกระโดดถีบสองเท้าไปที่กำแพง เพื่อยันตัวเองให้หลุดจากมือเหล็ก ซึ่งก็ได้ผล เด็กหนุ่มหลุดจากพันธนาการ และกำลังลอยละลิ่วลงสู่ชั้นล่าง
“ ตุบ….”
ด้วยความพริ้วของร่างกายเซย่า จึงทำให้กล้าหมุนตัวลงเหยียบพื้นอย่างง่ายดาย ราวกับนินจา และในระหว่างที่กำลังสูดลมหายใจเข้าออกให้เต็มปอด เจ้าของมือเหล็กก็พังกำแพงออกมายืนโชว์ตัวแบบเต็มสัดส่วน ซึ่งก็ทำให้เด็กหนุ่มตกตะลึงจนตาเบิกโพลง
“ เหวอ…นั่นมัน…..”
สาเหตุที่ทำให้กล้าแตกตื่น เพราะศัตรูที่เผยโฉมดูคล้ายหุ่นยนต์เหล็กที่สูงเกือบสองเมตร ดวงตาของมันส่องแสงสว่างสีเหลืองนวล แต่ก็แฝงสีแดงอยู่กลายๆ ราวกับมีอัคคีซุกซ่อนอยู่ภายใน
“ ฟู่……” ลมร้อนปะทุออกจากสายท่อที่ติดกับด้านข้างของหน้ากากเหล็ก ก่อนที่ตรงส่วนนั้นจะแยกออกจากกัน เผยให้เห็นใบหน้าของใครคนที่อยู่ข้างใน เขาก็คือ…..โนบุโระ
“ นะ…นั่น……บอสนี่นา ” กล้าพูดได้คำเดียว ปากคอก็เริ่มสั่น ส่วนทางฝ่ายโนบุโระกลับแสยะยิ้มตอบ พร้อมสาธยายสรรพคุณของอาวุธวิเศษที่ถือครอง
“ ถึงกับติดอ่างเลยนะ ไอ้หนู ก็ไม่แปลกที่แกจะกลัว เพราะสิ่งที่ข้าสวมใส่อยู่ก็คือ….ชุดเกราะไฮเทคที่โคตรจะแพง แน่นอนว่ามันแข็งแกร่งสุดๆ เพราะสร้างมาจากโลหะผสมเกรดเอ” โนบุโระพูดจบ ก็ตบเบาๆตรงแผงอกที่กล้าเพิ่งโดดถีบ ทว่าตรงบริเวณกลับไร้ร่องรอยความเสียหายใดๆ
“ ขนาดโดนถีบเข้าไปเต็มๆ ยังไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน แล้วเราจะไหวมั้ยเนี่ย” กล้าเริ่มหน้าซีด แต่ไม่ทันได้คิดแผนใหม่ หน้ากากเหล็กก็เคลื่อนเข้าหากัน เพื่อป้องกันส่วนใบหน้าของโนบุโระ ปิดท้ายด้วยการกระโดดลงมาจากชั้นสอง เป้าหมายคือเด็กหนุ่มที่ยืนขาสั่น
“ ตายซะ ไอ้หนู”
“ โครม…..” พื้นตรงจุดที่กล้าเคยยืนถึงกับแตกกระจาย แต่เด็กหนุ่มยังคงรอดตัว เพราะในเสี้ยววินาทีที่จะโดนหมัดเหล็กทุบ เขาได้ถีบตัวไปทางซ้ายสุดแรงตามสัญชาตญาณ ทำให้รอดพ้นจากการหัวแบะได้อย่างหวุดหวิด
“ วื้ด……” โนบุโระลุกขึ้นยืน พร้อมหันหน้าไปมองกล้าที่ยืนชิดกำแพง แต่ด้วยความที่ชุดเกราะที่สวมใส่เป็นเครื่องจักร จึงบังเกิดเสียงที่คล้ายหุ่นยนต์กำลังขยับ
“ หนีเร็วนักนะ ไอ้หนู และถ้าเจอไอ้นี่ แกจะหนีได้อีกมั้ย ” โนบุโระชักแท่งประหลาดที่เหน็บซอกเอวขึ้นมาถือ ก่อนที่มันจะยืดเหล็กแหลมออกมาอย่างรวดเร็วจนมีสภาพคล้าย….ดาบขนาดใหญ่
“ เหวอ….บอสมีอาวุธด้วย……”กล้าอ้าปากค้าง ดวงตาเหลือกลานด้วยความหวาดกลัว
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใช่แล้ว นี่คือดาบเหล็กผสมพิเศษ มีความแข็งแกร่งใกล้เคียงชุดเกราะที่ข้าสวมใส่ แถมยังคมจนตัดเหล็กทั่วไปได้เหมือนเนย ” โนบุโระออกโรงข่มทันควัน พร้อมย่างสามขุมเข้าหา
กล้าอยากวิ่งหนีเสียเหลือเกิน แต่ก็กลัวจนก้าวขาไม่ออก และในจังหวะที่โนบุโระเข้าถึงตัว มาเฟียใหญ่ก็เงื้อดาบขึ้นสูง หวังฟันคอให้ขาดในทีเดียว
“ ตายซะ ไอ้หนู”
และในช่วงเป็นตายนั้นเอง เสียงของโยเฮก็ดังขึ้นมาในสปีกเกอร์เล็กจิ๋วที่ติดอยู่ในรูหู
“ คุณเซย่าจะยอมแพ้ตรงนี้ไม่ได้ ไม่อยากช่วยสองปู่หลานนั่นแล้วหรือ…..”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
