เดือนสามในเมืองหลวง ลมวสันต์พัดผ่าน อากาศอบอุ่นจนเรียกได้ว่าร้อนยิ่งกาลเวลาไม่เคยรั้งรอผู้ใด เพียง่เวลาราวกะพริบตา อวิ๋นซือก็แต่งเข้าตระกูลหลันมาจะครบรอบเป็ปีที่สองแล้ว
นางมีความสุขตามอัตภาพ เป็ฮูหยินใหญ่ที่ดูแลทุกข์สุขของบรรดาภรรยาน้อยให้สามีตนเองหลันชิงแสดงความรักใคร่ ห่วงใย และให้เกียรตินางเสมอต้นเสมอปลายอีกทั้งฮูหยินผู้เฒ่าซึ่งเป็แม่สามีก็มอบความเอ็นดูให้เรียกได้ว่าอวิ๋นซือนั้นมีครบทุกสิ่งที่ภรรยาเอกคนหนึ่งควรจะได้รับ
ทั้งความรักและอำนาจในการดูแลคฤหาสน์จากสามี ทั้งความเอ็นดูและความพึงพอใจของแม่สามีเนื่องจากอวิ๋นซือมักออกงานเลี้ยงต้อนรับกับหลันชิงบ่อยครั้งยิ่งทำให้บรรดาฮูหยินตระกูลอื่นล้วนชื่นชมและริษยาในวาสนาของนาง แต่นางมักบอกคนเ่าั้ในใจอย่างสงสารเสมอ
‘เชื่อเถอะว่าพวกเ้าทุกคนคงไม่อยากเป็เยี่ยงข้าหรอก เพราะการมีครบทุกอย่างนั้นหมายถึงฮูหยินรองและเหล่าอนุในเรือนหลังด้วยน่ะสิ’
หลันชิงสืบทอดตำแหน่งเ้าบ้านจากบิดาที่บุกเบิกเส้นทางการค้าจนตระกูลหลันก้าวขึ้นมาเป็หนึ่งในด้านนี้อำนาจเงินตราบวกกับเส้นสายทางการค้าในมือแม้แต่ขุนนางใหญ่ในราชสำนักยังต้องดูสีหน้า และนั่นทำให้เขามิเคยขาดสตรีอุ่นเตียง
ในคฤหาสน์นอกจากอวิ๋นซือที่เป็ฮูหยินใหญ่ยังมีฮูหยินรอง และฮูหยินสามสี่ห้า อีกทั้งอนุที่มีมากกว่าบิดาของนางเป็เท่าตัวไม่รวมบรรดาสาวงามที่หลายคนส่งมาเอาใจ ซึ่งเ้าตัวก็ไม่เคยปฏิเสธอันใด ผู้คนจึงเล่าลือกันปากต่อปากว่าเรือนหลังของนายท่านหลันเป็แหล่งรวมสาวงามชั้นยอด ที่แม้แต่เชื้อพระวงศ์ก็ยังทาบไม่ติด
อวิ๋นซือยิ้มขณะที่เอนหลังพิงเก้าอี้เพื่อพักสายตาจากสมุดบัญชีที่กำลังตรวจด้วยอิริยาบถผ่อนคลายริมฝีปากบางหยักยิ้มในมุมที่พอดิบพอดีอย่างที่เคยฝึกมานับครั้งไม่ถ้วนก็เพื่อเอาใจบุรุษคนสำคัญ แน่นอนว่านางต้องเอาอกเอาใจสวมบทบาทฮูหยินใหญ่ผู้รักใคร่เทิดทูนสามีซึ่งเป็ดั่งท้องฟ้าให้แเีที่สุดและหลันชิงเองก็พอใจมากจริงๆ เมื่อเห็นรอยยิ้มอ่อนหวานปานสายน้ำเย็น เขาเองก็อารมณ์ดีขึ้นมา
“เหนื่อยอย่างนั้นหรือ”
นิ้วเรียวที่เห็นข้อนิ้วชัดเจนลูบไล้หน้าผากมนแ่เบาปัดผมปอยหนึ่งขึ้นให้ น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลที่แฝงแววอ่อนโยนระคนห่วงใยเอ่ยถาม
“หากเหนื่อยนักก็ให้อาเต๋อไปจัดการเถิด เ้าจะได้ไม่ลำบาก”
อาเต๋อที่เขาพูดถึง ก็คือพ่อบ้านที่คอยดูแลทุกอย่าง อวิ๋นซือยิ้มรับแต่ไม่ได้เอ่ยปากอันใด ให้คนอื่นทำแล้วนางก็ต้องมานั่งตรวจอีกรอบอยู่ดีน่ะหรือนอกจากงานไม่ลดแล้วยังเพิ่มเติมคือต้องเสียเวลาสั่งกันไปมา
บางทีก็ไม่เข้าใจจริงๆ ว่า เหตุไฉนบางคราสามีผู้ชาญฉลาดของนางจึงใช้การกระทำที่โง่งมเช่นนี้แสดงออกถึงความห่วงหาหรือว่าบรรดาเมียคนอื่นของเขาจะชื่นชอบความห่วงใยจอมปลอมเหล่านี้จนมองข้ามเหตุผลและความเป็จริงไปได้
“ท่านพี่น่าจะสะสางงานอยู่ที่ลั่วหยางมิใช่หรือ”นางเงยหน้าขึ้นสบตากับฝ่ายตรงข้าม เสียงใสเอ่ยคำพูดเย้าหยอก
“ข้าเร่งทำทุกอย่างเพื่อกลับมาหาฮูหยินอย่างไรเล่า”
คนถูกเย้าหยอดคำหวานตอบกลับ ทว่าผู้เริ่มกลับนึกถึงคำพูดของบ่าวในคฤหาสน์ที่ซุบซิบกันเมื่อหลายวันก่อนอนุคนใหม่ที่ขุนนางผู้หนึ่งส่งมานั้นงดงามมาก
เร่งทำทุกอย่างเพื่อกลับมาหาฮูหยิน... คนไหนเล่า
เงาบุรุษในเรือนอนุคนใหม่ที่บังเอิญผ่านไปเห็นเมื่อสองสามวันก่อนนี้เป็นางเองที่ตาฝาดใช่หรือไม่
หรือเขามีพี่ชายฝาแฝด
แม้ในใจรู้เท่าทันทว่าอวิ๋นซือเพียงยกยิ้มอย่างยินดี ไม่คิดทำตัวฉลาด แสดงว่ารู้เื่ที่อีกฝ่ายปกปิดเขาให้เกียรตินางสมฐานะ เช่นนั้นนางก็จะทำตัวให้สมตำแหน่งตามที่เขาว่าจ้าง
หลันชิงก้าวเข้ามารั้งร่างบางไว้หลวมๆประคองภรรยาให้ขยับตาม ก่อนจะก้มหน้าลงบอกนางให้กินอาหารพร้อมกันพลางสั่งให้บ่าวจัดสำรับขึ้นโต๊ะได้เลย ยามที่มาถึงโต๊ะกินข้าวทุกอย่างก็ถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพ ของบนนั้นล้วนเป็ของชอบของนางเสียสิ้น
“ข้าสั่งแม่ครัวให้ทำของโปรดเ้าทั้งนั้นซือเอ๋อร์ เ้าผอมลงไปมากนัก ข้าเห็นแล้วให้ปวดใจ”
อา... สามีของนางช่างอ่อนโยนเหลือเกิน ทั้งที่เขาต้องเป็ฝ่ายบริการเมียมากมายขนาดนี้ยังสามารถเอาใจใส่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เรียกว่าหาที่ติมิได้เลย
อีกทั้งยังดีกับเมียทุกคนอย่างเท่าเทียม!
หลังอาหารมื้อเย็นจบลง อวิ๋นซือที่ตาปรือก็เอนกายพิงอกกว้าง ่นี้ใกล้ถึงงานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่า นางที่เป็ฮูหยินใหญ่ต้องดูแลเรือนจึงงานยุ่งจนสายตัวแทบขาดเพราะความเหน็ดเหนื่อย
หลันชิงนั่งเป็เพื่อนภรรยาเงียบๆ อดทนต่อความชาที่แขนเพราะถูกนางทับเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้สายตา หญิงสาวก็เอื้อมมือขึ้นไปไล้ข้างแก้มสากอย่างแ่เบา
“หากเหนื่อยนักก็ให้อาเต๋อไปจัดการเห็นเ้าอ้อนล้าเช่นนี้ข้ารู้สึกเป็ห่วงยิ่ง”
อวิ๋นซือไม่สนใจคำถาม “เกือบเดือนแล้วนะท่านพี่”
ไม่ว่าจะเป็เพราะงานรุมเร้า เพิ่งเดินทางกลับจริงหรือเท็จแต่การที่นางไม่ได้ใกล้ชิดกับเขาเกือบเดือนนั่นคือเื่จริงและเมื่ออีกฝ่ายมาเพื่อมอบความสุขให้ นางก็ไม่จำเป็ต้องปฏิเสธอันใดเพราะอย่างน้อยก็ยังดีกว่าใช้บริการนายโลมมิใช่หรือ
ดวงตาคมฉายแววอ่อนโยนทอประกายแสงเข้มวูบหนึ่ง เขากับนางต่างรู้ดีถึงความหมายของประโยคเมื่อครู่ใบหน้าหล่อเหลาลดต่ำลงมาจนริมฝีปากหยักจดไหล่บาง อาภรณ์ที่ปกคลุมลื่นหลุดแทบจะพร้อมกับฟันขาวที่กดลงบนเนื้อนวล จากนั้นจึงค่อยผ่อนแรงลง หันมาใช้ปลายลิ้นร้อนตวัดตามร่องรอยที่สร้างไว้อย่างชำนาญ
...ชักจูงและเล้าโลม
อวิ๋นซือรู้สึกวูบวาบไปทั่วกาย ความเจ็บแปลบที่ไหล่กลายเป็ความรัญจวนนางเงยหน้ารับจุมพิตดุดันและโต้ตอบกลับอย่างเร่าร้อนสองร่างกอดก่ายกันตามสัญชาตญาณ ร่างบางถูกกดลงบนเตียงหนานุ่มบทรักดุเดือดเสียจนนางเก็บเสียงครางไม่อยู่ ลมหายใจติดขัดขาดหายเป็ห้วง ภาพคนที่อยู่ข้างบนพร่าเลือนท่ามกลางสติที่รางเลือน นางก็ปล่อยให้ตนเองจมดิ่งลงสู่ความปรารถนาอย่างเต็มใจ
เช้าวันใหม่ อวิ๋นซือตื่นขึ้นด้วยความเมื่อยล้า นางนอนลืมตาฟังเสียงลมหายใจคนข้างกายเงียบๆอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไม่ให้มีเสียงเมื่อเห็นว่าหลันชิงไม่มีทีท่าว่าจะตื่น นางจึงเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่วางตรงข้างเตียงขึ้นมาสวมแล้วไล่เก็บบรรดาเสื้อผ้าที่กองเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น
ถุงหอมสีเดียวกับท้องฟ้าร่วงหล่นจากอาภรณ์ในมือนางหยิบขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด เห็นด้ายถักเป็รูปนกยวนยางคลอเคลีย อวิ๋นซืออ่านกลอนที่ถูกลงเข็มไว้อย่างพิถีพิถันแล้วก็นิ่งงันไปชั่วครู่ใหญ่
‘วอนขอรักแท้ที่มั่นคงเพียงหนึ่งยวนยางยืนยงจนแก่เฒ่า’
กลอนตัดพ้อเช่นนี้หลันชิงยังพกติดตัวเกรงว่าอนุคนใหม่คงมีระดับชั้นที่ไม่ธรรมดาในใจนายท่านเสียแล้วหญิงสาวครุ่นคิดเงียบๆ แล้วจึงยัดถุงหอมใบนั้นกลับเข้าไปดังเดิม จากนั้นก็เดินออกจากห้องไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ฮูหยินใหญ่”
พอเห็นนางปรากฏกาย เสี่ยวอิงกับเสี่ยวหยวน สาวใช้คนสนิทก็ก้าวเข้ามาทำความเคารพใบหน้ามีแววหนักอกหนักใจ
“เกิดอะไรขึ้น”
“อนุซิ่วกับอนุิ่ทะเลาะกัน พวกนางลงไม้ลงมือกันแล้วพลาดทำให้โดนของขวัญที่ฮูหยินใหญ่เตรียมไว้ให้ฮูหยินผู้เฒ่าแตกเ้าค่ะ”
ของขวัญชิ้นนั้นคือรูปสลักเทพธิดาหมากูรำอวยพร ทำจากแก้วเจียระไนล้ำค่าที่ต้องสั่งทำโดยเฉพาะซึ่งอวิ๋นซือทุ่มเทในการสั่งช่างฝีมือดีสลักขึ้นเป็พิเศษเพื่อมอบให้แก่แม่สามีในวันเกิดอันใกล้นี้
ของสำคัญขนาดนั้นย่อมถูกจัดเก็บไว้อย่างดีทว่าพวกนางก็ยังอุตส่าห์เข้าไปตบตีกันจนเกิดเื่ได้ต้องบอกมีความสามารถหรือดันทุรังดีเล่าแต่เกรงว่าคงจะไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างที่เอ่ยมาเป็แน่
คาดว่าเื่ที่นายท่านหลันกลับถึงคฤหาสน์แล้วตรงมาค้างอ้างแรมกับฮูหยินใหญ่ทันทีคงจะเข้าหูพวกนางกันั้แ่เมื่อคืนแล้ว ถึงได้ถ่อไปตบตีกันให้ของขวัญของตนเสียหายเล่นเช่นนี้
“ฮูหยินใหญ่เ้าคะ แล้วเื่ของขวัญ...”
เสี่ยวอิงถามอย่างหนักใจอีกไม่กี่วันจะถึงวันงานแล้ว เวลาน้อยนิดแค่นี้จะไปหาอะไรดีๆ มาทดแทนได้กัน
“ไม่ต้องวุ่นวายไปในหีบสินเดิมของข้ามีรูปสลักพระโพธิสัตว์ที่แกะด้วยไม้จันทน์หอมเ้าเอาไปทำความสะอาดให้ดี คราวนี้อย่าให้เกิดเหตุได้อีก”
ไม้จันทน์หอมเก่าแก่สลักรูปพระโพธิสัตว์สวยงามนับเป็ของล้ำค่าหายากที่ไม่ธรรมดา นางแต่งเข้าสกุลหลันมาเกือบสองปีแม่สามีนับว่าปฏิบัติกับนางด้วยดี ดังนั้นอวิ๋นซือจึงมิอาจละเลยได้
ทว่าส่วนนั้นก็เป็เื่ของส่วนนั้นดวงตาสีนิลฉายแววเ็ายามที่ออกคำสั่ง “เสี่ยวหยวน เ้าไปตามอาเต๋อมาพบข้า”
หลันชิงใช้นางเป็โล่ดึงความสนใจจากอนุซิ่วกับอนุิ่เพียงเพื่อจะปกป้องสตรีคนใหม่สินะ แน่นอนว่าเขาเป็ท้องฟ้า ย่อมไม่อาจทำสิ่งใดกับอีกฝ่ายได้แต่ไม่ใช่ว่านางจะยอมเจ็บตัวเปล่าๆ นี่นา
เมื่อมีอำนาจก็ต้องใช้อวิ๋นซือเรียนรู้หลักการนี้จนขึ้นใจ...
ไม่นานอาเต๋อก็ก้าวเข้ามาในห้อง เขายืนค้อมกายพร้อมกับเอ่ยถามจุดประสงค์ของคนตรงหน้าอย่างนอบน้อม แม้ต่อหน้านายท่านและฮูหยินผู้เฒ่า อีกฝ่ายจะสวมบทบาทเป็สตรีอ่อนหวานก็ตามแต่พ่อบ้านรู้ดีว่าตัวตนของนางนั้นซับซ้อนไม่แพ้เ้านายของเขาสักนิด
“อย่างที่ข้าบอกพ่อบ้านเต๋อคิดว่าควรลงโทษพวกนางอย่างไร”
เมื่อฟังความจบอาเต๋อก็พลันเหงื่อซึมเขาเป็เพียงพ่อบ้าน ไหนเลยจะกล้าล่วงเกินสตรีของเ้านาย แต่ถ้าบ่ายเบี่ยง คนตรงหน้าย่อมมีโทสะเป็แน่แม้ว่าเกือบสองปีที่ผ่านมาอวิ๋นซือจะไม่เคยแสดงอาการมีโทสะให้เห็นแต่พ่อบ้านก็ไม่ปรารถนาจะเห็นมันอยู่ดี
“ตามกฎตระกูล อนุตบตีกันสร้างความวุ่นวาย ต้องถูกโบยหลังยี่สิบทีขอรับ”
ใบหน้างดงามนิ่วลงอย่างไม่เห็นชอบ “นางเป็อนุของท่านพี่จะให้ลงโทษเยี่ยงนั้นก็น่าสงสารแย่ ผู้หญิงเปรียบเสมือนดอกไม้ ชอกช้ำง่าย”เสียงใสกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย
อาเต๋อก้มหน้าพลางลอบกลืนน้ำลายลงคอฝืดๆทำไมเขาถึงรู้สึกว่าประโยคเมื่อครู่ของฮูหยินใหญ่คล้ายไม่จริงใจเอาเสียเลยล่ะ
“เอาแบบนี้แล้วกัน ลงโทษโบยตีคงจะหนักเกินไปใกล้งานวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าแล้วแท้ๆ พวกนางยังกล้าก่อความวุ่นวายอีกทั้งการทำลายของขวัญย่อมเป็ลางไม่ดี ประกาศออกไปว่าอนุซิ่วกับอนุิ่กระทำตนไม่เหมาะสมทำของขวัญวันเกิดเสียหายถือเป็เื่ใหญ่ให้พวกนางไปถือศีลกินเจที่วัดสองเดือนเพื่อสร้างกุศลให้ฮูหยินผู้เฒ่าเป็การชดเชย”
อาเต๋อฟังแล้วรู้สึกหนาวเยือกเขารับคำพลางถอยออกมา ฮูหยินใหญ่ช่างร้ายกาจ แม้การลงโทษโบยยี่สิบทีอาจจะหนัก แต่ถ้าให้เลือกสองคนนั้นต้องยอมถูกโบยมากกว่าเป็แน่ เพราะสองเดือนผ่านไป นายท่านจะยังจำพวกนางได้หรือไม่ก็มิอาจรู้ได้แต่สองอนุนั่นจะไม่รับคำก็คงไม่ได้ ด้วยอีกฝ่ายยกมาทั้งเื่โชคลางและสร้างบุญให้แก่ฮูหยินผู้เฒ่าขนาดนี้ต่อให้เป็นายท่านก็ยังไม่มีเหตุผลที่จะคัดค้านด้วยซ้ำไป
แต่จะไปโทษใครได้เล่าก็ต้องโทษพวกนางเองนั่นละที่หาญกล้าท้าทายคนที่ไม่ควร ก็จงสำนึกผิดกับตนเองไปเถอะ
เพียงแต่เกรงว่าคงจะไม่ทันเสียแล้ว...
พวกนางไม่ควรลืมไปเลยจริง ๆ ว่าคนที่ตัวเองคิดเล่นงานนั้นเป็ฮูหยินใหญ่