วิถีดาบเจ็ดดาราไร้ขอบเขตของไป๋ฉีพิศวงมาก และมันไม่สามารถที่จะฝึกฝนแบบธรรมดาได้ เนื่องจากความสามารถทั้งเจ็ดธาตุของเขามันโดดเด่นและแกร่งกล้าจนไม่สามารถฝึกพร้อมกันได้ในทีเดียว
เมื่อเป็นเช่นนี้ไป๋ฉีจึงคิดวิธีหนึ่งขึ้นมาได้ นั่นคือการแยกวิถีดาบออกจากกันแล้วค่อยๆฝึกฝนไปทีละอย่างจนกว่าจะครบเจ็ดธาตุเจ็ดดารา เพียงเท่านี้ปัญหาก็ถูกแก้ไขอย่างง่ายดาย
ในขณะเดียวกันเสี่ยวไป๋ที่มองดูการกระทำของชายหนุ่มก็อดชื่มชมไม่ได้ เพราะนายท่านของเธอไม่ได้มาถามหรือปรึกษาเลยในเรื่องนี้แต่เลือกที่จะหาวิธีการทำด้วยตัวเองจนถึงที่สุดแถมยังเลือกวิธีที่ถูกต้องเสียด้วย
"ฉันควรเลือกวิถีสายฟ้าก่อน"ในขณะที่ฝึกฝนไป๋ฉีก็กล่าวออกมาสั้นๆ ที่เขาเลือกฝึกวิถีดาบสายฟ้าก่อนนั้นแน่นอนว่ามันย่อมมีเหตุผลอยู่ นั่นคือมันสามารถสร้างคอมโบกับธาตุแม่เหล็กที่เขาใช้เป็นประจำได้ ยิ่งไปกว่านั้นคือเขาจะเปิดเผยธาตุคู่แม่เหล็กกับสายฟ้าให้อาจารย์รู้ในไม่ช้านี้ การฝึกวิถีดาบสายฟ้าก่อนจึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
ไป๋ฉีฝึกฝนไปอีกพักใหญ่ เขาแกว่งดาบครั้งสุดท้ายก่อนที่จะหายใจหอบกระชั้นและมีเหงื่อโทรมกายแต่ทว่าใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความอารมณ์ดียิ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจหยุดพักและเดินขึ้นไปเพื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกาย
"อ้าว ฝึกเสร็จแล้วหรือคะ มาๆหนูทำอาหารเสร็จพอดี"เมื่อไป๋ฉีเดินออกมาจากห้องน้ำ จางจิวลี่เองรีบวิ่งมาดึงเขาไปที่โต๊ะอาหารอย่างน่ารักน่าชัง ไป๋ฉีที่เห็นอาหารหน้าตาน่าทานเต็มโต๊ะก็อดยกยิ้มไม่ได้
"ทั้งหมดนี่ จิวลี่ทำเองหมดเลยหรอเนี้ย สุดยอดจริงๆ"ไป๋ฉีกล่าวชม ให้ตายสิไม่ว่าแฟนสาวคนไหนของเขาก็ทำอาหารกันเก่งๆทั้งนั้นเลยทีเดียว
"ฮิฮิ หนูฝึกทำอาหารกับอาจารย์เยอะกว่าฝึกต่อสู้ซะอีกนะคะ พี่ไป๋ฉีลองทานดูสิอยากรู้ว่าจะถูกปากหรือเปล่า"จางจิวลี่กล่าวสายตาของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ส่วนทางด้านไป๋ฉีเองก็ไม่รอช้ารีบตักอาหารเข้าปากในทันที และเป็นที่แน่นอนว่าอาหารทุกอย่างนั้นอร่อยอย่างไม่ต้องสงสัย ไป๋ฉีเอ๋ยปากชมจางจิวลี่ยกใหญ่ ในขณะเดียวกันก็ตักอาหารเข้าปากอย่างต่อเนื่อง ผ่านไปไม่นานอาหารก็หมดเกลี้ยงไม่มีเหลือสักอย่างเลยทีเดียว
"อ๊า อิ่มจัง เกิดมาชาตินี้ช่างคุ้มค่าจริงๆที่มีแฟนสาวทำอาหารเก่งถึงสองคน"ไป๋ฉีนั่งเอนกายและกล่าวออกมา คำพูดนั้นของเขาทำให้จางจิวลี่ที่นั่งอยู่ข้างๆหน้าแดงระเรื้อ หัวใจเต้นโครมครามอย่างช่วยไม่ได้ เพราะนี่เป็นครั้งแรกเลยที่ไป๋ฉีเรียกเธอว่าแฟนสาวอย่างเต็มปากเต็มคำ
"พี่ไป๋ฉีค่ะ วันนี้จะดูซีรีย์หรือเปล่า?"จางจิวลี่กล่าวถาม ทำให้ไป๋ฉีต้องมองเธอด้วยความประหลาดใจ
"เอ่อ.....ไม่รู้สิ แต่ตอนนี้ว่างนะ จิวลี่อยากให้พี่ทำอะไรให้หรือเปล่า"ไป๋ฉีกล่าวตอบและอดไม่ได้ที่จะถามกลับไป
"คือวันนี้หนูอยากไปช้อปปิ้ง ก็เลยอยากจะชวนพี่ไป๋ฉีไปด้วยไม่รู้จะว่างไหม"
"โอ้ ได้สิ ตั้งแต่จิวลี่มาที่นี่พี่ก็ยุ่งกับการฝึกและงานจนไม่ได้พาเที่ยวไหนเลย งั้นวันนี้ไม่ว่าจิวลี่อยากไปไหนพี่จะพาไปก็แล้วกัน"เมื่อได้ยินดังนั้นดวงตาของจางจิวลี่ก็พลันทอประกายแห่งความสดใสออกมา
"ถ้างั้นหนูไปเปลี่ยชุดก่อนนะคะ ขอเวลาสิบนาที"เธอกล่าวและวิ่งกลับเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งไป๋ฉีเองก็เข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเช่นกัน
หลังจากผ่านไปสิบนาที จางจิวลี่ในชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนที่สุดแสนจะน่ารักก็เดินออกมา ส่วนไป๋ฉีเองก็แต่งตัวเรียบง่ายเขาใส่เพียงกางเกงยีนเสื้อยืดธรรมดาๆเท่านั้น แต่ด้วยรูปร่างที่สมส่วนและหน้าตาที่หล่อเหลาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงให้เขาโดดเด่นและดูดี
"วันนี้พี่ไป๋ฉีก็ดูหล่อไปอีกแบบนะคะ"จางจิวลี่เมื่อเห็นผู้ที่เป็นทั้งแฟนหนุ่มและพี่ชายของเธอเดินออกมาก็อดชื่มชมไม่ได้จริงๆ
ไป๋ฉีหัวเราะร่า "จิวลี่เองก็สวยและน่ารักมากเหมือนกัน เอาล่ะเราไปกันเลยไหม"
"ค่ะ"
จางจิวลี่กล่าวตอบกลับไป จากนั้นทั้งสองก็เดินควงแขนออกไปจากบ้านและใช้เครื่องบินขนาดเล็กบินออกจากดราก้อนเอ็มไพร์ในทันที เป้าหมายของพวกเขาในวันนี้คือห้างสรรพสินค้าในตัวเมือง
"ฮิฮิ พี่ไป๋ฉีรู้ไหมค่ะ ตอนที่พี่ฝึกอยู่ พี่โรสโทรมาบ่นกับหนูใหญ่เลย บอกว่าพี่มัวแต่ฝึกจนลืมกินข้าวกินปลา แถมยังบอกอีกว่าถ้ากลับมาแล้วจะจับพี่กักบริเวณให้ไม่ฝึกฝนสักห้าวัน"ในขณะที่เครื่องบินกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า จางจิวลี่กล่าวออกมาอย่างขบขัน
ไป๋ฉีที่ได้ยินสิ่งที่เธอเล่าก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้เช่นเดียวกัน ให้ตายเถอะ โรสกับจิวลี่นี่สนิทกันดีจริงๆ ช่างเป็นโชคดีอะไรของเขาเช่นนี้ที่แฟนสาวทั้งสองคนไม่ทะเลาะกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ในเวลาต่อมาเครื่องบินของไป๋ฉีได้ลงจอด ณ จุดจอดยานพาหนะของห้างใหญ่ ทั้งไป๋ฉีและจางจิวลี่เดินควงแขนเข้าไปด้านในห้างสรรพสินค้าไป แน่นอนว่าการเดินเที่ยวครั้งนี้ไป๋ฉีย่อมต้องสวมหมวกสวมแว่นเพื่อปกปิดใบหน้าเอาไว้ เพราะต้องไม่ลืมว่าข่าวการเป็นนักวิจัยของชายหนุ่มนั้นโด่งดังเป็นอย่างมากเลยทีเดียวในตอนนี้
"หุหุ พี่รู้ไหมว่าตอนนี้พี่เหมือนดาราเลยนะคะ"ขณะที่เดินอยู่จางจิวลี่ไม่วายที่จะกล่าวหยอกล้อเเฟนหนุ่มอย่างสนุกสนาน ทางด้านไป๋ฉีเองก็ลูบผมแฟนสาวด้วยความเอ็นดูเช่นเดียวกัน
หลังจากนั้นการช็อปปิ้งของหญิงสาวก็ได้เริ่มขึ้นมา ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง ล้วนแต่่ถูกจางจิวลี่เลือกสรรค์และซื้อมาเป็นจำนวนมาก จนแฟนหนุ่มอย่างไป๋ฉีถึงกับต้องปาดเหงื่อและหาที่ลับตาเพื่อที่จะเอาสิ่งเขาเหล่านั้นเข้ามิติเก็บของไร้ขอบเขตของเขาไป
เมื่อกลับมาไป๋ฉีก็ถูกจางจิวลี่ลากไปดูหนังและทำกิจกรรมต่างๆอีกมากมาย ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้กล่าวห้ามอะไร แถมเขายังรู้สึกสนุกไปกับมันอีกต่างหาก กิจกรรมเหล่านี้สร้างความผ่อนคลายให้เขาได้มากๆเลยทีเดียว
"พี่ไป๋ฉีที่นี่เป็นที่สุดท้ายของวันนี้แล้วนะคะ"จางจิวลี่กล่าว เธอพาชายหนุ่มออกจากห้างมาไม่ไกลมาก ไป๋ฉีที่เห็นภาพเบื้องหน้าดวงตาก็พลันเบิกกว้างอย่างช่วยไม่ได้ เพราะที่นี่เป็นงานแจกลายเซ็นต์ของถังหยาดาราที่เขาชื่นชอบนั่นเอง
"เอ่อ.....จิวลี่ นี่น้องตั้งใจพาพี่มาที่นี่ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม"ไป๋ฉีกล่าวถามไป
จางจิวลี่ก็พลันยกยิ้มและพยักหน้ารับแต่โดยดี "ตอนที่ทานข้าว หนูเปิดไปเจอพอดีว่าถังหยาจะมามิตติ้งที่นี่ บวกกับหนูอยากออกมาเที่ยวกับพี่ไป๋ฉีด้วยก็เลยถือโอกาสชวนพี่มาที่นี่ซะเลย.......อ่ะ นี่ ตอนที่พี่ไปเข้าห้องน้ำหนูซื้อรูปถังหยาเอาไว้ให้แล้ว พี่ก็แค่เดินไปขอลายเซ็นเธอเท่านี้ก็เรียบร้อย"
จางจิวลี่ยื่นรูปภาพขนาดกลางๆมาให้ ไป๋ฉีที่เห็นก็ถึงกับยิ้มเจื่อนในทันที ถึงเขาจะชื่นชอบการแสดงของเธอจริงๆก็เถอะ แต่เขาก็ไม่มีความกล้ามากพอที่จะเดินไปต่อแถวขอลายเซ็นต์ถังหยาอย่างแน่นอน เพราะตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้งเดียว แถมยังไม่เคยคิดจะทำด้วย