ตอนนี้เป็นช่วงเวลาบ่าย หลังจากทุกคนรับประทานอาหารกลางวันเสร็จลุงฝูจึงนำกลุ่มเด็กทั้งหมดแยกตัวจากลูคัสเพื่อไปยังไปทำภารกิจสอบเข้าสำนักตะวันฉายที่หอคอยราชันย์
"หากมีเวลาอย่าลืมเดินทางมาเยี่ยมหาพวกเราที่ตระกูลฝู" ฝูหม่าพูดออกมาด้วยแววตาซับซ้อน
"มีเวลาว่างมาเชียร์พวกเราต่อสู้ที่หอคอยด้วยนะ"ฝูจางลี่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
"ลาก่อนน้องชายลูคัส" ฝูซานโบกมือลา
ฝูจิ้งหันหน้ากลับมาด้วยแววตาแน่วแน่"น้องชายลูคัสในสักวันข้าฝูจิ้งคนนี้จะล้มท่านให้ได้"
"ผมจะรอคอยวันนั้น" ลูคัสยืนแขนขวาออกมาชนหมัดกับฝูจิ้งนี่คือสัญญาลูกผู้ชาย
หลังจากกลุ่มตระกูลฝูจากไปแล้ว ลูคัสเองก็แอบวางแผนไว้ในใจเช่นกันหากตอนนี้เขาเดินทางกลับไปสถานศึกษาอีเดนคงไม่ทันพิธีรับศิษย์ใหม่อย่างแน่นอนจึงจะถือโอกาสอยู่ที่นี่ฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นเสียดีกว่า
เขายังมีภารกิจที่ยังต้องทำนั่นคือการ"ล้างแค้น" ให้กับอากิโกะแต่ตัวเขาจะไม่กระโจนเข้าไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้า
ต้องมั่นใจว่ามีความแข็งแกร่งเพียงพอเท่านั้นจึงวางแผนลงมือ
"ฉางยีสถานศึกษาโนเบอร์ หยางอันตระกูลหยาง"เด็กชายจำชื่อคนเหล่านี้ไว้อย่างขึ้นใจ
ขณะที่เด็กชายกำลังนั่งจิบชาอยู่นั้น
"เดี๋ยวนี้โรงเตี๊ยมตกต่ำถึงขนาดให้คนนำโลงศพเข้ามาเชียวหรือเสียบรรยากาศเป็นบ้า"เป็นเด็กชายผู้หนึ่งเดินเข้ามาประตูหน้า ด้านหลังของเขามีผู้ติดตามสามคน
ผ่านไปหลายลมหลายใจ
"แกนี่นอกจากตาบอดยังจะหูหนวกอีกสภาพของเจ้าทำให้นายน้อยกูระคายเคืองลูกนัยน์ตายังมิรีบไสหัวออกไปอีกรึ"
ชายชราที่เป็นผู้ติดตามทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง
หลายคนในโรงเตี๊ยมต่างรู้สึกสงสารเด็กหนุ่มชุดขาวเป็นอย่างมากอายุยังน้อยพิการดวงตา
เขาอาจจะพึ่งสูญเสียบุคคลสำคัญไม่มีเงินทำพิธีศพจึงต้องลากโลงศพไปไหนมาไหนเช่นนี้แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรเพราะคนที่ถูกเรียกว่านายน้อยกูเป็นถึงว่าที่ศิษย์ใหม่ของสถานศึกษามอวู้ดส์
"เจ้ารู้หรือไม่ว่านายน้อยกูเป็นถึงว่าที่ศิษย์ใหม่ของสถานศึกษาตะวันออกหากยังทำตัวไม่รู้เหนือรู้ใต้เช่นนี้ระวังเงาหัวจะขาด"ผู้รับใช้แสนซื่อสัตย์คนที่สามพูดอย่างฉะฉาน
ลูคัสถึงกับคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินคำว่าสถานศึกษาตะวันออกตอนที่เขาหนีจากลานประลองก็ไม่รู้ว่าจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้างดังนั้นเขาควรจะเดินทางไปสอบถามเรื่องราวให้กระจ่างดีหรือไม่
"เจ้าอ้วนปกติทำไมช่วงนี้คนจากสถานศึกษามอวู้ดส์ดูวางมาดชอบกล" หญิงสาวที่อยู่โต๊ะไม่ไกลจากลูคัสถามเพื่อนด้านข้าง
"นี่เจ้าไม่รู้หรือว่ามีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นในศึกรวมสถานศึกษาเมื่อหลายเดือนก่อน..."หลังจากนั้นเจ้าอ้วนก็เล่าออกมาว่า
เรื่องนี้ความจริงถูกปิดเป็นความลับแต่ลูกชายของญาติผู้พี่ที่เป็นศิษย์สถานศึกษามอวู้ดส์กลับอยู่ในเหตุการณ์มีคนใหญ่คนโตจากตระกูลหยางเข้ามาแทรกแซงการประลองเพื่อสังหารบางคนตามม้วนอาญาสั่งตายบังเอิญว่าเป้าหมายเป็นเด็กสาวตระกูลเนตรต้องสาปที่หนีไปยังแดนเหนือ
เธอลงทุนแฝงตัวเข้าเป็นศิษย์สถานศึกษาอีเดนแต่เรื่องราวชุลมุนเกิดขึ้นเมื่อมีอาจารย์เฒ่าจากสถานศึกษาอีเดนขัดขืน ทำให้อาจารย์ใหญ่ของสถานศึกษามอวู้ดส์และอาจารย์ใหญ่สถานศึกษาอาเทนเข้ารุมสังหารจนตกตาย
ส่วนอาจารย์ใหญ่สถานศึกษาโนเบอร์เป็นฝ่ายไล่ตามคนที่หนีไปมีข่าวว่าศิษย์ทรยศจากสถานศึกษาอีเดนสมคบกับพวกนอกดินแดนสามารถพาตัวเด็กสาวที่เป็นเป้าหมายอาญาสั่งตายหนีหายไปด้วยกัน
ภายใต้การร้องขอจากนายน้อยตระกูลหยางคนใหญ่คนโตผู้นั้นลงโทษสถานเบา
บีบให้อาจารย์ใหญ่ฝ่ายเวทมนตร์ของสถานศึกษาประกาศเนรเทศศิษย์ทรยศลูคัส เรน พ้นสภาพออกจากศิษย์สถานศึกษาอีเดนสุดท้ายบังคับสี่สถานศึกษาร่วมมือกันหาตัวศิษย์ทรยศมาลงโทษส่วนเด็กสาวตระกูลเนตรต้องสาปหากใครพบเจอให้แจ้งเบาะแสไปให้กับผู้ดูแลตระกูลหยางหยางอันจะได้รับรางวัลอย่างงาม
เสียงนี้ดังพอที่จะทำให้ผู้คนรอบด้านได้ยินชัดเจนประโยคอื่นยังไม่ทันจบลง
"อั่ก" มือข้างขวาที่กำลังสั่นเทากุมอยู่ที่ลำคอคนเล่า
ใบหน้าที่มีผ้าผูกไว้มองประสานสายตาของชายร่างท้วม
"สิ่งที่เล่ามาเป็นความจริงเหรอ" เด็กชายกัดฟันถาม
"จะจริง" ชายร่างท้วมรู้สึกประหม่าเม็ดเหงื่อผุดขึ้นบริเวณหน้าผากมือเด็กชายร่างเล็กราวกับคีมเหล็กที่หนีบลำคอเขาเอาไว้
เขาปล่อยชายร่างท้วมลงก่อนหันหลังกวาดสายตามองไปยังผู้คนทั่วโรงเตี๊ยม
"ที่เขาพูดจริงหรือไม่!"เสียงตวาดอันทรงพลังดังไปทั่วโรงเตี๊ยม โต๊ะเก้าอี้ล้มลงระเนระนาด
ความเงียบเกิดขึ้นชั่วพริบตา
ชายที่ถูกเรียกว่านายน้อยกูกระเด็นล้มไปด้วยแรงลมรีบยันตัวขึ้นเพื่อไม่ให้เสียมาดก่อนเดินอาดๆ ไปข้างกายลูคัส
"จริงแท้แน่นอนหรือเจ้าคิดจะต่อต้านสถานศึกษาทั้งสี่"
เมื่อสิ้นคำของนายน้อยกูใบหน้าที่ผ้าผูกตาหันมาอย่างช้าๆ
สวบ! มือขวาของลูคัสราวกับใบมีดเสียบทะลุทรวงอกของอีกฝ่าย
นายน้อยกูก้มมองอกข้างซ้ายตัวเองที่ชุ่มไปด้วยเลือดด้วยอาการสั่น
“ปะปล่อย” นายน้อยพูดด้วยความยากลำบาก
ใบหน้าที่มีผ้าผูกตาไว้ขยับเข้าสบตานายน้อยกูที่กำลังกระอักเลือดออกมา
"ไม่ใช่แค่ต่อต้าน...แต่พวกสุนัขรับใช้หยางอันทุกคนต้องตาย"กล่าวจบมือขวาถูกกระชากออกมา ก้อนเนื้อสีแดงจากอกซ้ายของนายน้อยกูยังเต้นอยู่ก่อนถูกบีบจนแหลกเหลว
ร่างของนายน้อยทรุดลงหมดลมหายใจเหล่าผู้ติดตามต่างวิ่งหนีกระเจิงไปคนละทิศทาง
ลูคัสเดินไปที่โต๊ะก่อนหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดเลือดที่มืออย่างช้าๆ
โลงศพสีดำยกขึ้นสะพายด้านหลังก่อนนำเงินวางเงินไว้ที่โต๊ะแล้วก้าวออกไป
ผ่านไปหลายลมหายใจภายในร้านจึงกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
"ชุดคลุมสีขาวลายมังกรสีดำ..." หญิงที่เป็นสหายกับชายร่างท้วมพูดขึ้น
"เขาคือมัจจุราชสีขาว...เทพแห่งความตายจากเมืองโหย่วมาถึงที่นี่แล้ว"ชายร่างท้วมเอ่ยด้วยเสียงดังฟังชัดขณะที่ยังสั่นด้วยความกลัว
หลังจากก้าวออกมาจากโรงเตี๊ยมลูคัสก็เตรียมจะไปเก็บตัวที่หอคอยราชันย์ก่อนเพื่อเพิ่มพูนความแข็งแกร่ง
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าตัวเองทำพลาดไปหลังจากตนสังหารนายน้อยอะไรนั่นก็มีคนแอบติดตามเขาอยู่หลายกลุ่ม
แต่จะทำไงได้ตอนนั้นเด็กชายรู้สึกหัวเสียเป็นอย่างมากเมื่อรู้ว่าทุกคนล้วนรุมรังแกสถานศึกษาของเขา
"พวกมันต้องชดใช้"ลูคัสรู้สึกผิดกับเฒ่าฮานที่ต้องมาสละชีวิตเพื่อตัวเขา
แต่ในโลกนี้ไม่มียาแก้อาการเสียใจตนจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อสะสางหนี้เลือดนี้ด้วยตนเอง
แม้ตอนนี้เขาจะพัฒนาขึ้นมากแล้วก็ตามแต่ก็เพราะพึ่งพาอุปกรณ์เสริมพลังต่างๆ เป็นปัจจัยภายนอกฉะนั้นหากต้องการล้างแค้นให้สำเร็จ เขาต้องรีบบ่มเพาะพลังให้เข้าสู่เทพสงครามโดยไว
การบ่มเพาะสายวรยุทธนั้นจะต้องสร้างหยดน้ำทิพย์ในจิตวิญญาณถึงเก้าหยดในตันเถียนจึงสามารถทะลวงสู่ขั้นต่อไปได้ ตามคัมภีร์ร่างอมตะเพื่อให้สำเร็จกายากระดูกทองคำตัวเขาต้องทำการหลอมกระดูกถึงเก้ารอบในขอบเขตอาณาจักรพลังที่ 4 จึงต้องสิ้นเปลืองเวลาเป็นอย่างมาก
ลูคัสวางแผนไว้สองปี ภายในสองปีเด็กชายต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งให้เทียบเท่าหรือเหนือกว่าเหล่าอาจารย์ใหญ่ของสถานศึกษาทั้งสามและมีความสามารถในการเอาตัวรอดจากหยางอันที่อยู่ขอบขั้นเทพสงครามขั้นสูงสุดให้ได้
เมื่อคิดจบดังนั้นเด็กชายจึงก้าวเข้าสู่หอคอยราชันย์นอกจากเพิ่มระดับการบ่มเพาะพลังเมื่ออยู่ในหอคอยแห่งนี้เขาจะปลอดภัยอย่างแน่นอนต่อให้เป็นตระกูลหยางก็คงไม่กล้างัดข้อกับหอคอยราชันย์อย่างโจ่งแจ้ง
"ค่าเข้าสองร้อยเหรียญเงิน"พนักงานรับเงินมาด้วยสีหน้าตกใจที่มีเด็กชายสะพายโลงศพสีดำเข้ามาในบริเวณนี้
ลูคัสพอมาถึงหอคอยราชันย์ชั้นที่6 เด็กชายรีบทำเรื่องรายงานตัวทันที
การเลื่อนระดับชั้นยังมีอีกวิธี เมื่อนักสู้ทำการบ่มเพาะข้ามไปสู่อาณาจักรใหม่ต้องถูกจัดเพื่อเลื่อนชั้นให้เหมาะสมกับขอบเขตพลังเพื่อป้องกันผู้แข็งแกร่งรังแกคนอ่อนแอกว่า
เมื่อเห็นว่าเด็กชายมีระดับอยู่ที่อาณาจักรพลังที่4 เขาจึงถูกจับโยนขึ้นไป "ชั้นที่ 31"
เมื่อตรวจสอบแหวนเหล็ก
- สถานะปิดโหมด "สถานะไม่พร้อมรบ"
- เหมียวจอมโหด นักสู้หอคอยราชันย์ ชั้นที่ 31
- สถิติประลอง 50 ครั้ง ชนะ 50 แพ้ 0
- คะแนน 20700
ตนเองยังไม่รีบร้อนเขาดูตารางการต่อสู้ของหอคอยก่อนเมื่อเลื่อนไปเจอ "ลานประลองที่สิบสี่ หมัดเสือดาวคะนอง ปะทะ นักรบเดนตาย 14.00 น.
"หมัดเสือดาวคะนองคือสมญานามของฝูจิ้งตอนนี้เด็กชายอยู่ที่ชั้นแปด
ในที่สุดเด็กหนุ่มก็มาถึงฝั่งอัฒจันทร์คนดูเขาพบว่ามีเพียงลุงฝูที่มารับชมการประลองเพียงผู้เดียว
"เจ้าเป็นนักสู้ในชั้นใดรึหลานชาย" ฝูหม่าถามออกมา
"ผมอยู่ชั้นที่สามสิบเอ็ดครับลุงฝู" เขาตอบกลับด้วยความสุภาพ
ขณะนี้ฝูจิ้งกำลังเสียเปรียบให้กับชายหัวโล้นทักษะขวานของอีกฝ่ายดุดันเป็นอย่างมาก
"เจ้าคิดว่าฝูจิ้งจะชนะหรือไม่" ลุงฝูขอความคิดเห็น
"จุดอ่อนเขาคือพลังการโจมตีที่มีน้อยจนเกินไปไม่สามารถเอาชัยเด็ดขาดจากนักรบผู้นั้นได้" ลูคัสวิเคราะห์ออกมาอย่างรวดเร็วขณะที่ฝูจิ้งใช้ทักษะการเคลื่อนไหวหลบเลี่ยงขวานใหญ่ไปมา
ลูคัสลุกขึ้นยืนพยักหน้าให้ฝูหม่าก่อนก้าวออกไปเด็กชายรีบตรงไปยังห้องฝึกที่ชั้นสามสิบเอ็ด
เมื่อใช้คะแนนขอเข้ามายังห้องฝึกเขาก็ต้องรู้สึกยินดีเพราะปราณในห้องฝึกชั้นนี้หนาแน่นพอๆกับถ้ำลับที่เขาฝึกอยู่ในสถานศึกษาอีเดนทำให้เด็กชายมีความคาดหวังเพื่อที่จะเลื่อนชั้นให้เหนือกว่าชั้นสี่สิบโดยไว
ตอนนี้ในตันเถียนมีน้ำทิพย์หนึ่งหยดเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะตอนที่ทะลวงขั้นที่ผาหินหล่นปราณที่หลงเหลือจากดาบมารทำให้ทะลวงไปหนึ่งอาณาจักร และอีกหนึ่งขั้นย่อยกลายเป็นขุนพลขั้นหนึ่ง
เด็กชายนั่งลงกับพื้นห้องก่อนทำสมาธิเพื่อรู้สึกถึงปราณที่อยู่ในตันเถียนก่อนพยายามบีบอัดให้เกิดเป็นรูปหยดน้ำตอนนี้ปราณจากภายนอกที่เกิดการชักนำจากรอยสักปริศนาผสานกับเจตจำนงของตนรวมพลังกันทำให้การบ่มเพาะของเขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปห้าวัน
ลูคัสลืมตาขึ้นหยดน้ำสีทองสุกใสล่องลอยตันเถียนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งหยดราวกับเป็นหิ่งห้อย
"ขุนพลขั้นสอง"เด็กชายไม่รีบร้อนเขาลุกขึ้นตบฝ่ามือเมฆไหลทันทีเพื่อปรับสมดุล
.