ผมขับรถเล่นไปเรื่อย ๆ ลัดเลาะตามเส้นทางรอบเมือง พลางปล่อยใจให้สบาย ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้น
ติ๊ง..!
[ภารกิจใหม่]
[ลักษณะงาน : ขับรถให้ครอบครัว]
[ระยะเวลา : 3 วัน]
[คุณจะรับหรือไม่?]
ผมเหลือบตามองข้อความโปร่งใสที่ลอยขึ้นตรงหน้า ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย “ั้แ่เลื่อนระดับมา ก็ไม่มีภารกิจประจำวันแล้วแฮะ”
ผมหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนพึมพำออกมาเบา ๆ “ลักษณะงาน… ขับรถให้ครอบครัวเหรอ… โอเค งั้นรับก็แล้วกัน”
[คุณได้ตอบรับภารกิจ : ขับรถให้ครอบครัว]
[กำลังประมวลผลข้อมูลลูกค้า โปรดรอสักครู่...]
ผมจอดรถริมถนน รอให้ระบบส่งรายละเอียดงานมา ผ่านไปราว ๆ สามนาที ข้อความโปร่งใสก็เด้งขึ้นตรงหน้า
[ข้อมูลลูกค้า]
บ้าน : อยู่มีเงิน
ที่อยู่ : บ้านเลขที่ 999/8 ถนนศรีโชค ซอย 18
สมาชิกครอบครัว :
นายสาระ อยู่มีเงิน อายุ 60 ปี (เ้าของโรงแรมหลายแห่ง)
นางชะเอม อยู่มีเงิน อายุ 45 ปี
นางสาวขมิ้น อยู่มีเงิน อายุ 21 ปี
นางสาวมะขิง อยู่มีเงิน อายุ 20 ปี
ผมเลิกคิ้วทันทีที่อ่านจบ “อยู่มีเงิน… แค่ชื่อก็บอกแล้วว่าไม่ธรรมดา แล้วเ้าของโรงแรมหลายแห่งอีก แบบนี้ไม่ใช่ครอบครัวธรรมดาแน่ ๆ”
...
ผ่านไปยี่สิบนาที ผมขับรถมาหยุดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ ตรงตามที่ระบบระบุไว้ สายตาผมทอดมองเข้าไปข้างในแล้วแทบไม่อยากเชื่อ
“นี่มัน… บ้านคนรวยชัด ๆ” ผมพึมพำเบา ๆ พลางกลืนน้ำลาย
กำแพงสูงล้อมรอบตัวบ้านเอาไว้ ด้านในโอ่อ่าเหมือนคฤหาสน์สองชั้นสไตล์โมเดิร์น สวนหย่อมด้านหน้าถูกจัดแต่งอย่างประณีตทุกต้นไม้ น้ำพุเล็ก ๆ ตั้งอยู่กลางลานหินอ่อนส่งเสียงน้ำไหลเบา ๆ เพิ่มความหรูหราให้เด่นชัดขึ้น
ผมมองภาพทั้งหมดแล้วอดไม่ได้ที่จะพึมพำในใจ “นี่มันคนละระดับเลยจริง ๆ”
ผมหันไปมองป้ายหน้าบ้านที่ติดตัวเลขชัดเจน “บ้านอยู่มีเงิน 999/8” …ตรงกับข้อมูลทุกอย่างที่ระบบบอกเป๊ะ
ผมพึมพำเบา ๆ ด้วยความตะลึง “โห… บ้านราคา 10 ล้านขึ้นแน่ ๆ รวยขนาดนี้… ทำไมถึงจ้างพนักงานขับรถแบบฉันกันนะ”
ผมรออยู่สักพัก ประตูบ้านก็เปิดออก จากนั้นมีใครบางคนก้าวออกมา เขาใส่ชุดสีดำ เรียบร้อยเหมือนพนักงานขับรถประจำบ้าน
เขาก้าวมาหาผมพร้อมโบกมือ “ขับรถเข้าไปด้านในก่อนครับ”
ผมพยักหน้าเล็กน้อยก่อนค่อย ๆ แล่นรถตามทางเข้าไปภายในบ้าน รู้สึกได้ถึงความหรูหราและความเป็ระเบียบเรียบร้อยทุกฝีก้าวของพื้นที่
ผมขับมาจอดตรงตามที่เขาบอก ก่อนดับเครื่องยนต์ลง เปิดประตูลงจากรถ แล้วยิ้มพร้อมก้าวออกไป “สวัสดีครับ”
สายตาผมมองไปรอบ ๆ บ้าน ความหรูหราและความเรียบร้อยยังคงทำให้ใจผมเต้นเล็กน้อย แต่ก็พยายามทำตัวสุภาพที่สุด
“พี่ชื่อคมศักดิ์นะ น้องชื่ออะไร?” เขาถามขึ้นเพื่อทักทาย
“ผมชื่อวายุครับ” ผมตอบ พลางเดินตามเขาไป
เขาเป็ชายวัยกลางคนอายุ ราว ๆ 50 ปี ท่าทางเรียบร้อยแต่แฝงความเข้มแข็ง ผมเดินตามจนมาหยุดอยู่ที่โรงรถ
ภายในโรงรถมีรถหรูจอดเรียงกันอยู่สามคัน สีสันและดีไซน์บ่งบอกถึงราคาแพงจนแทบทำให้ผมกลืนน้ำลาย
เขาหันกลับมามองผมแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เป็กันเอง “คือแบบนี้ครับ… พี่ส่งคำขอให้มาน้องมาทำงานสามวัน เพราะพี่ต้องขับรถพาคุณสาระไปต่างจังหวัด
เื่ที่พักก็ไม่ต้องห่วง ใช้ห้องของพี่ได้เลย พี่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ส่วนอาหารกาแฟก็มีเตรียมไว้ให้เรียบร้อยไม่ต้องห่วง”
ผมพยักหน้าเบา ๆ ฟังรายละเอียด พลางเริ่มรู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง “ต้องทำอะไรยังไงบ้างครับพี่?” ผมถามขึ้น เพื่อคลายความสงสัย
เขาหยุดคิดเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายแต่เป็มิตร
“ก็… ถ้าคนในบ้านอยากไปไหน ก็พาเขาไปที่นั่นแหละครับ หน้าที่ของเราคือขับรถไปตามที่เขาบอก”
เขาหยุดยิ้มเล็กน้อย พลางพูดต่อ “ส่วนเื่รถ… ให้เอาเป็รถของบ้านนี้นะ ขับระวังด้วยนะ เพราะรถค่อนข้างราคาแพง ส่วนคันไหนจะใช้ ก็ให้คุณท่านเป็คนเลือกเอง”
ผมพยักหน้าเบา ๆ ความตื่นเต้นผสมกับความกังวลเล็กน้อยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
“มีอะไรอยากถามก็ถามได้เลยนะ” เขาพูด พลางหยุดคิดหาคำพูด “เอ่อ… พรุ่งนี้เริ่มงานเลยนะ มาถึงที่นี่ตี 5”
“ครับผม” ผมพยักหน้าเบา ๆ รับคำ
จากนั้นเขาก็เดินนำผมไปที่มุมข้างกำแพง โรงรถฝั่งนั้นติดตั้งตู้เซฟแ่าเอาไว้
“นี่เป็ตู้เซฟเก็บกุญแจรถ” เขาพูดพลางเดินไปใช้นิ้วสแกนเปิด
ประตูตู้เซฟเลื่อนออก เผยให้เห็นกุญแจรถวางเรียงอยู่สามดอก จากนั้นเขาหันมาที่ผม พร้อมบอกเสียงเรียบ “น้องสแกนนิ้วไว้ พี่จะเก็บข้อมูลสำหรับเปิดตู้เซฟ จะได้ใช้งานได้เอง”
ผมเอื้อมมือไปแตะเครื่องสแกน นิ้วร้อนวูบวาบเล็กน้อย ก่อนหน้าจอตู้เซฟขึ้นข้อความยืนยันการบันทึกข้อมูล
...
พี่คมศักดิ์เดินนำผมชมรอบ ๆ เฉพาะส่วนที่จำเป็จริง ๆ เช่น ห้องพักผ่อน ห้องครัวที่ใช้ทานอาหาร รวมถึงพาผมไปแนะนำตัวกับแม่บ้านประจำบ้าน เพื่อให้พวกเธอได้รู้จักและคุ้นเคยกับผม
เนื่องจากคุณสาระออกไปทำงานที่บริษัทกับภรรยา และลูกอีกสองคนไปเรียนที่มหาวิทยาลัย ผมจึงไม่ได้เจอพวกเขาโดยตรง แต่พี่คมศักดิ์ได้บอกพวกเขาไว้เรียบร้อยแล้ว
ผมถอยรถออกจากบ้านหลังใหญ่ พลางเหลือบมองผ่านกระจกหลังไปยังคฤหาสน์โอ่อ่าอีกครั้ง พรุ่งนี้ผมต้องมาถึงที่นี่ก่อนตี 5 ตามที่พี่คมศักดิ์บอกไว้ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นแรงไม่ใช่แค่การได้ทำงานในบ้านคนรวย หากแต่เป็รถราคาแพงในโรงรถ... รถที่ผมไม่เคยแม้แต่จะกล้าฝันว่าจะได้จับพวงมาลัย
เพียงแค่นึกถึงว่าพรุ่งนี้ ผมจะได้ขับมันจริง ๆ ความตื่นเต้นก็แล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง เหมือนเด็กที่รอของขวัญชิ้นใหญ่ในวันพิเศษ
ขณะนั้นเอง ระหว่างที่ผมขับรถตั้งใจจะกลับห้องพัก เพราะตอนนี้ก็เกือบเที่ยงแล้ว
กริ๊ง…!
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำเอาผมหันไปหยิบมือถือขึ้นมาดู เป็เบอร์แปลก ไม่รู้จัก ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ว่าจะรับดีหรือไม่ สุดท้ายก็ตัดสินใจกดรับสาย
“สวัสดีครับ” ผมเอ่ยออกไปเสียงเรียบ
“อะ…เอ่อ…ใช่คุณ วายุ มั่งมี ไหมคะ” ปลายสายเป็เสียงผู้หญิง ฟังดูสุภาพแต่มีความเกร็งอยู่
ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยในใจ ใครกัน โทรมาแบบนี้… ก่อนจะตอบกลับไป “ใช่ครับ ผมเอง”
“อ๋อ…พี่ชื่อดารินนะคะ” ปลายสายเอ่ยเสียงนุ่ม “เมื่อเช้าตีห้ากว่า ๆ ที่น้องมาส่งพี่ จำได้ไหม”
ผมเงียบไปชั่วครู่ พยายามนึกตาม แต่ก่อนที่ผมจะตอบ เธอก็พูดแทรกขึ้นมาอย่างรีบร้อน
“จากโลก้าคลับน่ะค่ะ… อืม…ตอนนั้นพี่เมานิดหน่อย” น้ำเสียงเธอแฝงด้วยความเกรงใจปนเขิน
ในหัวผมก็ผุดภาพผู้หญิงในชุดเดรสดำรัดรูปเมื่อคืนขึ้นมา อ๋อ…คนนั้นเองนี่หว่า
“อ๋อ…จำได้ครับ ว่าแต่มีเื่อะไรหรือเปล่าครับ แล้วได้เบอร์ผมมาจากไหน” ผมถามกลับไปด้วยความสงสัย
“เบอร์โทร…พี่เห็นในข้อมูลของน้อง มันอยู่ในแอปวาร์ป” เธอตอบเสียงเบา ก่อนจะหยุดไปชั่วครู่ “คือว่า…น้องได้รับเงินจากพี่แล้วหรือยัง พอดีพี่จำไม่ค่อยได้”
ผมหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ “ได้แล้วครับ ไม่ต้องห่วง”
เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังตัดสินใจว่าจะพูดต่อดีไหม
“ค่ะ…ขอโทษด้วยนะคะ เื่ที่เมื่อเช้าให้ช่วยเปิดประตูบ้านให้” เสียงเธอแฝงด้วยความเขินอาย
“ครับ ไม่เป็ไรเลยครับ สบายมาก ขอบคุณที่ใช้บริการด้วยนะครับ” ผมตอบไปยิ้ม ๆ
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดขึ้นอีกครั้ง “คือ…มีอีกเื่ค่ะ พอดีพี่ไม่แน่ใจ ว่าน้องขับรถอะไรแน่ เมื่อเช้าเห็นเป็มอเตอร์ไซค์ แต่ตอนนี้ในแอปขึ้นว่าเป็รถยนต์”
“อ๋อ…พอดีผมเพิ่งทำเื่เปลี่ยนรถขับกับบริษัทได้เมื่อเช้านี้เองครับ” ผมตอบไปเสียงเรียบ
“ก็ว่าอยู่ ตอนแรกนึกว่าตัวเองเมาจนไม่รู้เื่” เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเว้นไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ “ถ้าอย่างนั้น…ประมาณหกโมงเย็น น้องพอจะมารับพี่ไปสนามบินได้ไหม”
ผมเงียบไปสักพัก สมองเริ่มคิดวุ่นวาย “งานที่บริษัทให้ก็ต้องเริ่มพรุ่งนี้เช้า…คงไม่เป็อะไรหรอก”
ผมตัดสินใจตอบกลับเธอไป “ได้ครับ ประมาณ 6 โมงเย็นนะครับ”
“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ขอโทษที่รบกวนด้วยค่ะ” น้ำเสียงดารินเต็มไปด้วยความเกรงใจ ก่อนที่สายจะถูกตัดไป