“พักนี้เธอยุ่งอะไรอยู่เหรอซูหว่าน หลังจากงานเลี้ยงวันนั้นฉันก็ไม่เจอเธอเลย พอโทรมา แม่บ้านก็เอาแต่บอกว่าเธอไม่อยู่ หรือถ้าอยู่ก็ไม่สะดวกรับสาย” ฉั่วลี่อิงนั่งลงพร้อมกับบ่นไม่หยุด
หลี่ซูหว่านรู้สึกรำคาญและไม่พอใจกับท่าทางของอีกฝ่าย แต่เธอก็ต้องปรับสีหน้าให้เป็ปกติ เพราะั้แ่วันที่ประธานหลิง ประกาศเตือนไม่ให้ตระกูลหวงไปสร้างความเดือดร้อนให้หลิงผูเถา เธอก็อยากจะให้ลูกชายถอนหมั้นกับหวงเหมยลี่ให้เร็วที่สุด
แต่คิดเท่าไหร่เธอก็ยังหาเหตุผลดีๆ ไม่ได้ ยังดีที่เธอได้รู้จากปากลูกสาวว่าหวงเหมยลี่ไปก่อเื่ให้หานซ่งเฉวียนถูกอาจารย์ที่ปรึกษาตำหนิ และเพื่อนในโรงเรียนก็เริ่มพูดถึงเขาในทางที่ไม่ดี เธอตั้งใจจะยกเอาเหตุผลนี้ขึ้นมาถอนหมั้น ถึงแม้เหตุผลมันจะดูเป็เื่เล็กน้อย แต่สำหรับทายาทของนักธุรกิจ เื่เสียหายเล็กๆ เหล่านี้มันอาจจะกลายเป็เื่ใหญ่ในอนาคตได้
“วันนี้หนูอบคุกกี้กับขนมปังกรอบสูตรหวานน้อยมาฝากคุณป้าด้วยนะคะ” หวงเหมยลี่วางกล่องขนมไว้บนโต๊ะ
“ว่าแต่ซ่งเฉวียนกับหนูฉีฉีไปไหนเสียล่ะ วันนี้เป็วันหยุด พวกเขาไม่อยู่บ้านกันเหรอ” ฉั่วลี่อิงถาม
“ซ่งเฉวียนกับฉีฉีไปติวที่โรงเรียน” หลี่ซูหว่านพูดพร้อมกับมองไปที่หวงเหมยลี่ “นักเรียนหัวกะทิที่ได้เป็ตัวแทนของโรงเรียนเพื่อเข้าร่วมแข่งขันทางวิชาการต่างก็ไม่มีวันหยุด จะมีใครว่างมาทำขนมเหมือนหนูลี่ลี่กันล่ะ”
“เธอพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง” ฉั่วลี่อิงจะทนได้ยังไงที่มีคนมาต่อว่าลูกสาว เธอรีบออกตัวแทน “ถึงแม้ลูกสาวของฉันจะไม่ได้เป็ตัวแทนโรงเรียน แต่ถึงยังไงเธอก็ยังเป็นักเรียนห้อง A และผลการเรียนของเธอก็อยู่ไม่เกินลำดับที่สิบของระดับชั้น เธออย่ามาพูดเหมือนจะตำหนิลี่ลี่ของฉันสิ”
“ฉันตำหนิหนูลี่ลี่ที่ไหน ฉันแค่อธิบายให้เธอฟังเฉยๆ ว่าทำไมลูกชายกับลูกสาวของฉันถึงไม่อยู่บ้านในวันหยุด”
“คุณป้าซูหว่านคะ คุณป้ามีเื่เข้าใจผิดหรือโกรธอะไรหนูหรือเปล่าคะ หรือคุณป้าอยากให้หนูปรับปรุงตัวในส่วนไหน คุณป้าบอกหนูมาได้เลยนะคะ” หวงเหมยลี่รีบบอก
“พูดขึ้นมาเองก็ดี แต่หนูไม่รู้จริงๆ เหรอว่าหนูทำอะไรผิด”
“ลูกสาวฉันจะไปทำอะไรผิดได้ ที่ลี่ลี่กลับบ้านดึกทุกวันก็เพราะไปคอยดูแลซ่งเฉวียน เธอคอยซื้อน้ำซื้อขนมไปฝากเขาทุกวัน ทั้งยังนั่งรอเขาอยู่หน้าอาคารเรียนจนมืดค่ำ ถ้าการดูแลคู่หมั้นดีขนาดนี้ยังเรียกว่าผิด ฉันก็ไม่รู้แล้วว่าลูกสาวฉันจะต้องทำยังไงพวกเธอถึงจะเรียกว่าถูก” ฉั่วลี่อิงพูดขึ้นแทน
หลี่ซูหว่านยังคงพูดเสียงเรียบ “ถ้ามันลำบากขนาดนั้นก็เลิกมาดูแลลูกชายฉันซะสิ ฉันขาดเงินซื้อน้ำซื้อขนมให้เขาหรือไง”
“เธออยากพูดอะไรกันแน่ซูหว่าน?” ฉั่วลี่อิงที่รู้จักกับหลี่ซูหว่านมานาน เธอพอจะเดาท่าทางที่เพื่อนแสดงออกได้แล้ว แต่เธอยอมไม่ได้ งานหมั้นครั้งนี้จะล้มเลิกไม่ได้
“ถ้าหนูลี่ลี่ไปดูแลซ่งเฉวียนอย่างเดียวฉันคงไม่ว่าอะไร แต่เธอกลับไปสร้างความลำบากใจให้ลูกชายของฉันไม่หยุดไม่หย่อน ไม่ว่าจะคอยไปตามหึงหวงหรือแม้แต่ทำให้เพื่อนในโรงเรียนพากันเกลียดลูกชายฉัน แม้แต่อาจารย์ที่ปรึกษาก็ยังเรียกลูกชายฉันไปเตือนว่าให้เขาช่วยดูแลคู่หมั้นให้ดี ไม่อย่างนั้นทางโรงเรียนคงจะบังคับให้ต้องมีใครคนหนึ่งย้ายโรงเรียนเพื่อยุติปัญหา”
“ไม่จริงนะคะคุณป้า หนูไม่เคยไปรบกวนพี่ซ่งเฉวียน” หวงเหมยลี่รีบปฏิเสธ “ต้องมีคนใส่ร้ายหนูแน่ๆ เลยค่ะ”
“ใครจะมาใส่ร้ายหนูเหรอจ๊ะ” หลี่ซูหว่านเหยียดยิ้ม
“ต้องเป็หลิงผูเถาแน่ๆ เลยค่ะ หล่อนยังไม่ลืมพี่ซ่งเฉวียนก็เลยพยายามเข้ามาเป็มือที่สามระหว่างเรา คุณป้าอย่าไปเชื่อเธอนะคะ หนูไม่มีทางทำลายชื่อเสียงของพี่ซ่งเฉวียนแน่นอน”
หลี่ซูหว่านได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ ทีแรกเธอยังนึกว่ามีแค่ลูกชายของเธอเสียอีกที่ยังรักหลิงผูเถาอยู่ฝ่ายเดียว แต่พอได้ยินที่หวงเหมยลี่พูด เธอยิ่งต้องถอนหมั้นลูกชายกับหวงเหมยลี่ให้เร็วที่สุด เธอต้องทำเื่นี้ให้สำเร็จ ลูกชายของเธอกับหลิงผูเถาจะได้กลับมาคบกัน เท่านี้ตระกูลหานกับตระกูลหลิงก็จะได้เกี่ยวดองกันแล้ว
“เอาล่ะ ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันที่เป็แม่ก็อยากจะช่วยลูกชายจัดการเื่นี้ให้ชัดเจน” หลี่ซูหว่านพูดกับฉั่วลี่อิงอย่างจริงจัง “เพื่อเป็การปกป้องชื่อเสียงของลูกชายฉัน ฉันขอถอนหมั้น และของหมั้นทั้งหมดเราจะไม่รับคืนแม้แต่อย่างเดียว”
“เธอว่าไงนะ! ถอนหมั้นอย่างนั้นเหรอ เธอเห็นลูกสาวฉันเป็อะไรไปแล้ว อยากจะหมั้นก็หมั้น อยากจะถอนหมั้นก็ถอน เธอไม่อยากให้ลี่ลี่มีชีวิตอยู่แล้วหรือไง ไม่ได้! ฉันไม่ยอม” ฉั่วลี่อิงะโ
“คุณป้าคะ อย่าถอนหมั้นหนูกับพี่ซ่งเฉวียนเลยนะคะ”
“ป้ากับลุงตัดสินใจดีแล้ว อีกอย่างนี่ก็เป็ความ้าของซ่งเฉวียนเองด้วย หนูก็รู้ว่าซ่งเฉวียนกับหนูเถาเถารักกันมาก่อน ถ้าไม่ติดที่พ่อกับแม่ของหนูเปลี่ยนตัวคู่หมั้น ตอนนี้พวกเขาสองคนก็คงไม่ต้องมาเข้าใจผิดกันแบบนี้”
“แต่ในสัญญาหมั้นระบุว่าลูกชายตระกูลหานต้องหมั้นกับคุณหนูตระกูลหวงนี่คะ แต่หลิงผูเถาไม่ใช่ เธอไม่ใช่คุณหนูหวง หนูต่างหากล่ะคะที่เป็คุณหนูหวงตัวจริง”
“ตอนที่พ่อกับแม่หนูตามหาตัวหนูเจอ ถ้าพวกเขาไม่พยายามจะส่งหนูเถาเถากลับไปให้ครอบครัวที่แท้จริง หนูเถาเถาก็ยังจะอยู่ในสถานะลูกสาวบุญธรรมของตระกูลหวงต่อไปได้ งานหมั้นก็ยังมีผลต่อไปเหมือนเดิม”
“แต่คุณป้าคะ...”
หลี่ซูหว่านยกมือขึ้นห้าม “หนูไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ทั้งหมดเป็ความ้าของซ่งเฉวียน ถ้าหนูรักเขาจริง หนูก็ควรจะปล่อยให้เขาไปมีความสุขกับคนที่เขารัก อีกอย่างหนูต้องรู้ด้วยว่าในแวดวงธุรกิจอย่างเรา ชื่อเสียงเป็สิ่งสำคัญ ถ้าลูกสะใภ้ในอนาคตของตระกูลหานยังเอาแต่สร้างปัญหาอยู่อย่างนี้ ต่อไปชื่อเสียงของตระกูลหานเราจะเป็ยังไง ป้าขอให้หนูเข้าใจด้วย”
“ที่เธออ้างเหตุผลมากมายก็เพราะเธออยากได้หลิงผูเถามาเป็ลูกสะใภ้อย่างนั้นสินะ พอเห็นว่านังเด็กคนนั้นเป็ลูกสาวของประธานหลิง เธอก็ตัดลูกสาวฉันทิ้งอย่างไม่ไยดี ในเมื่อเธออยากถอนหมั้น ฉันก็ยินดีทำตาม ต่อไปพวกเราก็ไม่จำเป็ต้องติดต่อกันอีก”
“ไม่นะคะแม่! หนูไม่อยากถอนหมั้นกับพี่ซ่งเฉวียน”
“หลี่ซูหว่าน เธอคิดจะเกี่ยวดองกับตระกูลหลิงสินะ เลิกหวังเสียเถอะ เธอลืมไปแล้วเหรอว่าตระกูลเย่ก็มีลูกชายที่มีความสามารถอยู่คนหนึ่ง ดูเหมือนหลิงผูเถากับพ่อหนุ่มคนนั้นจะสนิทสนมกันมากเสียด้วย” ฉั่วลี่อิงจูงมือลูกสาวเดินจากไปอย่างโมโห “ในเมื่อคนตระกูลหานไม่ให้เกียรติเรา ก็ไม่มีเหตุผลที่เราจะต้องไปยื้อเขาไว้นะลูก”
“มีความสามารถแล้วยังไง ในเมื่อหนูเถาเถาชอบลูกชายฉัน” หลี่ซูหว่านพูดตามหลังด้วยท่าทางมั่นใจ “ก็ไม่ใช่ลูกสาวเธอพูดออกมาเองเหรอว่าหนูเถาเถายังมีใจให้ลูกชายฉันอยู่”
หวงเหมยลี่เพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าการที่เธอถูกถอนหมั้นเป็เพราะคำพูดที่เธอ้าใส่ร้ายหลิงผูเถา เพียงแต่เธอจะยอมแพ้ไปแบบนี้ไม่ได้ เธอต้องไปถามพี่ซ่งเฉวียน เพราะพี่ซ่งเฉวียนไม่เคยพูดเื่ถอนหมั้น เื่ทั้งหมดต้องเป็ความ้าของคุณป้าหลี่ซูหว่านฝ่ายเดียว หรือไม่เธอก็ต้องไปคุยกับหลิงผูเถาให้เข้าใจ
“เมื่อคืนไปกินเลี้ยงกับคุณลุงเย่มาก็ดึกมากแล้ว แถมตอนนี้ยังตัวร้อนเหมือนจะไม่สบายอีก ยังไงวันนี้ก็เป็วันหยุด ทำไมนายไม่หยุดเรียนสักวันล่ะ ไม่ติวแค่วันเดียวอาจารย์หม่าคงไม่ว่าอะไรหรอก” หลิงผูเถาใช้มืออังหน้าผากคนรัก
“ฉันจะหยุดเรียนได้ยังไงล่ะ หยุดไปวันเดียวเธอก็ถูกคนเข้ามาหาเื่แล้ว”
“ถ้างั้นเรากลับบ้านกันดีไหม เดี๋ยวฉันไปลาอาจารย์หม่าให้เอง” หลิงผูเถาเห็นคนรักยังนั่งนิ่งไม่ขยับ เธอได้แต่ถอนหายใจ “ถ้าฉันรู้ว่านายไม่สบาย ฉันคงหยุดเรียนไปแล้วเหมือนกัน ตั้งใจไว้แล้วว่าถ้าวันไหนนายมาติวไม่ได้ ฉันก็จะหยุด แต่วันนี้นายไม่ได้บอกฉันไง ฉันก็เลยมาเรียนตามปกติ”
“ฉันรู้ว่าการแข่งขันคราวนี้สำคัญกับเธอมาก ฉันจะนั่งเรียนเป็เพื่อนเธอจนกว่าจะเสร็จ” เย่จื่อหานยิ้ม “ถ้าฉันได้กินโจ๊กทะเลฝีมือเธอ ฉันคิดว่าฉันน่าจะหายป่วยเร็วขึ้นนะ”
“เถาเถาแพ้อาหารทะเล ถ้านายอยากกินก็ไปให้คนรับใช้ที่บ้านนายทำให้กินสิ” หานซ่งเฉวียนนั่งลงข้างๆ หลิงผูเถา “ฉันรู้ว่าคุณพ่อของเธอกับประธานเย่ทำธุรกิจร่วมกัน แต่เธอก็ไม่จำเป็ต้องไปเอาใจเย่จื่อหาน ปล่อยให้เื่ธุรกิจเป็เื่ของผู้ใหญ่เถอะ”
“นายกำลังจะบอกว่าที่ฉันกับเถาเถาสนิมสนมกันเพราะเหตุผลทางธุรกิจอย่างนั้นสิ” เย่จื่อหานหัวเราะ
“หรือไม่จริงล่ะ นายก็แค่อาศัยชื่อเสียงของตระกูลมาสร้างความลำบากให้เถาเถา”
“ฉันเนี่ยนะสร้างความลำบากให้เถาเถา ทำไมนายไม่คิดว่าเธอเต็มใจดูแลฉันเองล่ะ” เย่จื่อหานเห็นว่าหานซ่งเฉวียนโกรธจนเกือบจะทนไม่ไหวแล้ว เขาก็เลยพูดกวนประสาทเพื่อยั่วโมโหศัตรูหัวใจไปอย่างนั้นเอง อีกอย่างนี่ก็เป็เหตุผลดีๆ ที่เขาจะได้ต่อยไอ้คนหลงตัวเองที่มักจะมาเกาะแกะคนรักของเขา
หลิงผูเถาเห็นคนรักแกล้งอีกฝ่ายมากพอแล้ว อีกอย่างเธอยังอยากไล่หานซ่งเฉวียนให้ไปนั่งไกลๆ “นายไม่ต้องมาเดือดร้อนแทนฉันหรอกหานซ่งเฉวียน ข้อแรกฉันไม่ได้แพ้อาหารทะเล และข้อที่สอง จื่อหานคือคนรักของฉัน”