Pioneer Era

    ตอนที่ 126 พลังของยานโนอาร์ (2)

    ***หนุ่มซื่อบื้อ [โฮป]

    "สนใจจะมาเป็นขุนพลของฉันไหมค่ะคุณโฮป? "

    "... ฮืมมม!? "

    ยะ… ยัยนี่พูดบ้าอะไรกัน!?!

    ขุนพลของเผ่ามนุษย์มด มันก็คือสามีของราชินีไม่ใช่เรอะ!?

    "รู้นะค่ะว่าคิดอะไร ฉันหมายถึงชั่วคราวค่ะ ฉันอยากได้ฝีมือของคุณโฮปมาเป็นผู้คุ้มกันส่วนตัวค่ะ"

    "เออ… แต่ว่า"

    "ค่าจ้างซักหนึ่งพันล้านยูนิตเป็นยังไงดีคะ? "

    "ยินดีรับใช้ครับท่านองค์ราชินี! "

    เธอรวยชิบหายครับ!



    ด้วยเหตุนี้ ผมเลยกลายมาเป็นขุนพลของแฟตชั่วคราว

    เห็นบอกว่า [มีความเสี่ยง] … แต่งานที่ยัยนี่มอบมาให้ คงไม่น่าถึงกับเสี่ยงชีวิตขนาดนั้นหรอก

    ยังไงก็คงดีกว่างานที่ให้มาช่วยตัวประกันของเจ้าประธานมดหน้าเลือดนั่นละ

    พอพูดถึงเจ้าประธานคนนั้นแล้ว… จะว่าไป... ผมยังไม่ได้พูดให้เครดิตมันเลยนี่น่า

    อืม… แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาดีเพราะความวุ่นวายที่เกิดขึ้นข้างนอกตอนนี้

    งั้น… ช่างหัวมันไปก่อนแล้วกัน!



    ในตอนที่กำลังคิดไร้สาระอยู่ ณ ตอนนั้น

    "ฮืม…? ทำไมเครื่องบินลำนั้นถึงบินแยกออกไปละ? "

    " นั่นเป็นเครื่องที่คุณไพไรต์ขึ้นไปนั่งไม่ใช่หรือคะ? "

    "คุณโฮป คุณพรุน ฉันคิดว่าสองลำนั้นอาจจะถูกพวกไพไรต์ควบคุมไปแล้วค่ะ"

    แย่ละ

    … รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์แห่งความวุ่นวายแฮะ

    "ดูเหมือนว่าคุณไพไรต์อยากจะให้ฉันขึ้นเป็นผู้นำของฝั่งนี้ ส่วนเขาเป็นผู้นำของฝั่งนั้น เพื่อทำสงครามจอมปลอมลบล้างความแค้นในใจผู้คน แล้วบีบวงความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุดค่ะ พูดตามตรงว่าเป็นความคิดที่ฉันไม่เห็นด้วยเอามาก ๆ เลยค่ะ"

    … รู้สึกได้ว่าความฉิบหายกำลังจะมาเยื่อน



    " ฉันไม่เห็นด้วยกับแผนของเขา แต่ในเมื่อเขาลงมือทำไปแล้ว ประกอบกับที่ฉันติดต่อท่านแม่---องราชินีไม่ได้ ฉันเลยคิดว่าไหน ๆ มันก็มาทิศทางนี้แล้ว งั้นขอใช้โอกาสที่คุณไพไรต์สร้างขึ้น มาเป็นเวทีแสดงฝีมือของฉันเพื่อยึดอำนาจจากราชินีดีกว่าค่ะ”

    นี่เธอ… คิดจะเป็นลูกทรพีหรือยังไงฟะ!?

    "อีกอย่าง ฉันคิดว่าราชินีที่ไม่ทำอะไรในยามวิกฤติ ไม่สมควรจะเป็นผู้นำอีกต่อไปค่ะ"

    แฟตพูดด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย

    ยึดอำนาจจากราชินีเผ่ามนุษย์มด…

    แค่นึกภาพว่าต้องสู้กับพวกองครักษ์ของเผ่ามนุษย์มดที่เก่งกาจราวปีศาจ ก็รู้สึกเหมือนจะเอาชีวิตไปทิ้งแล้ว

    แถมคน ๆ นั้นยังเป็นคนที่ขึ้นชื่อว่าจอมวางแผนจากหน้าประวัติศาสตร์ที่ผมเคยได้เรียนมา

    พูดง่าย ๆ คือมันเป็นงานที่อันตรายสุด ๆ!

    เริ่มชักรู้สึกเกลียดนิสัยรับงานไม่เลือกเพราะเงินของตัวเองแล้วสิเนี่ย...



    ***ว่าที่ราชันแห่งสรรพสัตว์ [ไพไรต์]

    กลุ่มเครื่องบินที่ขนพวกแฟต กำลังจะบินจากไปแล้ว

    ในทางกลับกัน ทางนี้กลับไม่มีเครื่องไล่ตาม รวมไปถึงไม่มีการต่อต้าน

    เพราะว่าโนอาร์ทำให้มันกลายเป็นเช่นนั้น

    "เอาจริงหรือเจ้านะ? ทำแบบนี้แล้วจะเป็นทางลัดที่ช่วยยุติความขัดแย้งบ้า ๆ ของสองทวีปได้จริง ๆ หรือ? "

    "ก็ตามนั้นละครับท่านผู้กล้าสโมกกี้ควอร์ต"

    “ฉันไม่เห็นด้วย สงครามที่จบด้วยสงคราม รั้งแต่จะสร้างสงครามครั้งใหม่ขึ้นมาเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเธอเองก็เห็นด้วยกับความคิดนั้นหรอกหรือ? ”

    “... แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย คนตายอาจจะมีมากกว่านี้นะครับ”

    “แน่ใจ--”

    “พอแค่นี้เถอะครับท่านผู้กล้าทั้งหลาย… ผมเป็นคนสั่งโจมตีเอง ผมขอรับผิดชอบผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นตามมาในหลังจากนี้เอง ถ้าพวกท่านไม่คิดจะทำตามแผนการ ผมขอรบกวนพวกท่านไปยืนดูอยู่ที่มุมห้องเถอะครับ”

    “... ฮืม? เดียวนี้กล้าปากมากใส่ผู้กล้าอย่างพวกเราแล้วหรือเจ้านะ? ”

    “พอเถอะ [สโมกกี้ควอร์ต] [รูบี้] ฉัน [ออโทเครส] ไม่คิดที่จะต่อต้านไพไรต์ บุรุษผู้ได้รับพลังของเทพเจ้า และขอน้อมรับให้ความร่วมมือในแผนการของท่านค่ะ”

    “ชิ... ช่วยไม่ได้ ข้า [สโมกกี้ควอร์ต] ขอน้อมรับคำสั่งของเจ้าด้วยคน”

    “หวังว่าวิธีของเธอจะช่วยคนหมู่มากได้จริง ๆ นะ… ฉัน [รูบี้] ผู้กล้าแห่งเผ่าหมี ขอคำนับและเป็นดาบให้แก่บุรุษผู้ถูกเลือกค่ะ”

    ผู้กล้า [สโมกกี้ควอร์ต] [ออโทเครส] [รูบี้] ทั้งสามคนกำลังนั่งคุกเข่าทำความเคารพให้กับผม

    มันเป็นภาพที่แปลกประหลาด ที่ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามมายอมก้มหัวให้

    ถึงจะดูออกว่าพวกเขาไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร แต่อย่างน้อยก็สามารถดึงพวกเขามาเป็นพวกได้แล้ว



    "ซุนไกท์ วานาดิไนต์ ฝากดูพวกตัวประกันที"

    "ได้"

    สถานการณ์ในปัจุบันคือพวกเรากำลังไฮแจ็คเครื่องบินด้วยฝีมือของโนอาร์

    พอตัดสินใจที่จะแสดงอำนาจ ผมก็สั่งให้ทุกคนยึดเครื่องบินลำนี้ทันที

    ด้วยอาวุธประหลาดที่โนอาร์เรียกมาจากอากาศที่ว่างเปล่า เลยทำให้พวกเราสามารถยึดยานลำนี้มาได้ง่ายดายดั่งพลิกฝ่ามือ

    เห็นโนอาร์บอกว่าใช้รูหนอนเปิดเอามาอะไรสักอย่างนี่แหละ

    หลังจากก่อความวุ่นวายเพื่อยึดยาน ทุกคนก็เริ่มสับสนงุนงงว่าผมทำบ้าอะไรลงไป

    เพราะคนส่วนใหญ่ที่นี่มองพวกเผ่าอสูรกายเป็นมิตร และยังไม่รู้ว่าข้างนอกได้เกิดสงครามขึ้นมาแล้ว

    ดังนั้น ผมเลยต้องดึงตัวผู้กล้าที่พ่วงติดมาด้วยมาคุยส่วนตัว แล้วอธิบายเรื่องราว รวมไปถึงแผนการที่จะยุติสงครามของผมให้พวกเขาฟัง

    ถึงทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างเรียบร้อย แต่เพราะผมใช้อำนาจของโนอาร์ในการทำให้ทุกคนเชื่อฟัง เลยทำให้ออกจะรู้สึกเหมือน… เป็นตัวร้าย



    "นายท่านค่ะ ฉันยึดระบบควมคุมยานมาแล้ว และส่งข้อมูลหลอกตำแหน่งยานกับคำสั่งไปให้ศัตรูเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ หลังจากนี้ จะให้ฉันควบคุมมันบินไปทางกองทัพของชนเผ่าสัตว์เลยหรือไม่คะ? "

    "ได้ บินไปที่กองทัพหลักได้เลย"

    ผมหันกลับไปมองอินทรีย์เหล็กที่บรรทุกพวกลิลลี่

    พวกเราคงต้องลาจากกันเพียงแค่นี้

    ผมไม่รู้ว่าสุดท้ายแฟตจะยอมทำตามแผนของผมหรือเปล่า เพราะเธอเคยปฏิเสธแผนการไปทีหนึ่ง

    แต่ผมเริ่มแผนการด้วยตัวเองไปแล้ว ถ้าเธอไม่คิดทำอะไรสักอย่าง มันจะกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบอย่างแน่นอน

    ผมรู้ดีว่าพวกลิลลี่เป็นพวกไม่ชอบสงคราม

    ดังนั้น ต่อให้แฟตไม่ยอมรับแผนการ แต่ด้วยนิสัยของพวกลิลลี่ สุดท้าย เธอคนนั้นก็จะต้องลากแฟตไปทำอะไรสักอย่างแน่นอน

    ผมเชื่อมั่นเช่นนั้น



    "จะว่าไป ยัยกระต่ายดำกับสล็อตหายไปไหนกันนะ? "

    "กระโดดออกไปข้างนอกเครื่องบินเพื่อไปหาพวกลิลลี่แล้วค่ะนายท่าน"

    เฮ้ย…

    ก็คิดอยู่หรอกว่ายัยกระต่ายดำสนิทกับพวกลิลลี่ แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นมากขนาดนี้

    เอาเถอะ… ยัยกระต่ายคนนั้นจะทำอะไรก็เรื่องของเธอ

    "นายท่าน ขอแจ้งว่าพบการโจมตีชุดใหม่ของศัตรูค่ะ"

    ตอนนี้มาตั้งสมาธิกับการต่อสู้ก่อนดีกว่า



    ***



    การควบคุมยานโนอาร์นั้น ถูกบังคับโดยสมบูรณ์ด้วยตัวโนอาร์เอง

    หรืออาจกล่าวได้ว่ายานทั้งลำ เปรียบได้ดั่งเป็นร่างกายของเธอ

    สิ่งที่ไพไรต์แสดงให้ทุกคนเห็นผ่านทางเครื่องฉาย มันก็แค่การโบกไม้โบกมือให้ดูยิ่งใหญ่เท่านั้น

    เพราะผู้อยู่เบื้องหลังของทุกการโจมตี ก็คือตัวของโนอาร์ที่ลงมาสั่งการเอง

    การปะทะของยานโนอาร์ที่มี [โนอาร์] สตรีสมองกลอัจฉริยะที่มีอดีตเป็นสมองของสิ่งมีชีวิต

    กับอีกฝ่ายที่เป็นสิ่งมีชีวิตมีเลือดเนื้อ

    คิดว่าสองฝ่ายนี้ ใครจะสามารถสั่งการกองทัพ รวมไปถึงคิดแผนการโต้ตอบได้รวดเร็วและทรงประสิทธิภาพมากกว่ากันละ?

    เรื่องนั้น คงมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้...



    "เตรียม! "

    เสียงคำรามของกองทัพเรือดังลั่นขึ้น

    เรือขนาดยักษ์ อันประกอบด้วยปืนใหญ่ขนาดมหึมาดั่งขุนเขาจำนวนมากกว่าสามสิบกระบอก สิ่งนั้นกำลังเล็งเป้าไปที่ยานโนอาร์ ณ ใจกลางทวีป

    ท่อบรรจุหัวจรวดนาปาล์มมากกว่าสี่ร้อยนัด ถูกขับเคลื่อนเข้าสู่แท่นยิงนับร้อยของเรือบริวาร

    ปากกระบอกปืนใหญ่กระแสไฟฟ้าแรงสูง [เรลกัน] จากเรือธงประจัญบานของกองเรือที่มีเพียงลำเดียว เริ่มส่องประกายแสงสว่างเหนือผืนน้ำ

    เรือบรรทุกเครื่องบินอันล้ำสมัย เริ่มปลดปล่อยโดรนสงครามจำนวนนับพันขึ้นสู่ท้องฟ้า

    ฝูงเหล็กสังหาร บินทะยานวาดเป็นเส้นอากาศมุ่งตรงสู่ขุนเขาโลหะสีเงิน

    กองทัพเรืออันเกรียงไกร เตรียมพร้อมที่จะลั่นไกโจมตีเพื่อลบยานโนอาร์ให้หายไปจากโลกใบนี้แล้ว



    "ระวัง---"

    มนุษย์ มนุษย์มด มนุษย์นก ยักษ์ และภูติ ทหารหาญทั้งห้าเผ่า ต่างเข้าประจำที่ของตน

    ทำไมต้องโจมตีใส่เผ่าที่อ่อนแออย่างเผ่ามนุษย์สัตว์ด้วย?

    ทำไมต้องโจมตีโบราณสถานที่เปรียบได้ดั่งเทพเจ้าของพวกเขา?

    พวกเรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่หรือเปล่า?

    พวกเขาเคยมีคำถามเหล่านั้นอยู่ภายในหัวของตนเอง

    แต่พวกเขาคือทหาร และทหารต้องปกป้องประชาชนที่ไร้ซึ่งอาวุธป้องกันตัว

    และพวกเขาได้รับคำสั่งรายงานลงมาว่า “สิ่งนั้น มันคือสิ่งที่เป็นอันตรายต่อพวกเรา”

    ดังนั้น… พวกเขาจึงต้องลุกขึ้นสู้

    โจมตีใส่ยานอพยพ เพราะเชื่อว่านั่นคือวิธีที่ถูกต้อง ตามคำสั่งที่ได้รับรายงานลงมาจากทางเบื้องบนของพวกเขาเอง



    ยานโบราณโนอาร์นั้น กระจายตัวไปทั่วโดยมีส่วนหลักอยู่ที่จุดศูนย์กลางของทวีป

    ยานแม่ที่ใจกลาง กับยานบริวารอีกแปดลำที่ผุดขึ้นมาทั้งแปดทิศของทวีป

    ขนาดของพวกมันกินพื้นที่มากถึงครึ่งหนึ่งของแผ่นดินที่ดวงตามองเห็น

    ดังนั้นแล้ว ระยะโจมตีของยานโนอาร์จึงแผ่ขยายออกกว้าง สามารถครอบคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้วบนผืนทวีปแห่งนี้ได้

    เป้าหมายมีแปดจุด แต่ปืนใหญ่ของพวกเขาไม่มีมากพอจะถล่มทุกจุด

    แล้วพวกเขาควรโจมตีไปที่ไหนดีละ?

    คำตอบของคำถามนั้นช่างง่ายดายนัก

    "โจมตี! "

    นั่นก็คือการทุบไปที่หัวของศัตรู เล็งไปที่ยานแม่ ยานลำที่ใหญ่ที่สุดเท่านั้นก็พอแล้ว



    ฝูงนกเหล็กไร้คนขับบินทะยานตัดผ่านฟากฟ้า

    รูปร่างของมันมีหัวมนปลายแหลม มีปีกคู่เพรียวบางไร้แรงต้านอากาศ

    มันส่งเสียงกระหึ่มดังไกลสิบลี้ พร้อมกับสาดกระสุนขนาดเท่าหัวคนรัวกระหึ่มออกไปทั่วนภา

    ลูกโลหะอาบความร้อนจนเป็นสีแดงฉาน อีกทั้งยังอาบไปด้วยคลื่นไฟฟ้าแรงสูง

    ความเร็วหัวกระสุนมีมากกว่า 4,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร็วยิ่งกว่าสิ่งใดในผืนทวีปแห่งนี้

    มันคือกระสุนที่ทรงพลัง รุนแรง พร้อมที่จะบดขยี้ทุกสิ่งซึ่งขวางเส้นทางให้ย่อยยับ

    และกระสุนนี้ยังมีมากนับหมื่น ตามจำนวนของกระสุนที่ถูกรัวยิงออกมาจากยาน



    ในเวลานั้นเอง ทั่วฟ้าท้องนภาก็ถูกย้อมไปด้วยแสงสีแดง

    กระสุนเลเซอร์นับหมื่นถูกยิงออกจากวงแหวนสีดำชั้นนอกสุดที่หมุนอยู่รอบตัวยาน

    วงแหวนขนาดเล็กเหล่านั้น มันคือแผงพลังงานควบคุม

    เป็นแผงที่ใช้รับแสงอาทิตย์ และยังเป็นแผงติดอาวุธที่คอยคุ้มกันยาน มิยอมให้สิ่งใดมาทำร้าย

    พวกมันเริ่มยิงโจมตีสกัดกั้นอย่างแม่นยำราวกับจับวาง ประหนึ่งดังรู้ล่วงหน้าว่ากระสุนเหล่านั้นจะพุ่งตรงมาในทิศทางใด

    แสงสีแดง ปะทะ กระสุนปืนกล

    แผดเผา หลอมละลาย จนกลายเป็นฝนลาวาโปรยปรายลงสู่ทวีป

    ป่าเขาลุกไหม้ ความโกลาหลกระจายไปทั่วผืนแผ่นดิน

    แต่กระนั้น สัตว์ผู้โง่เขลาก็ยังคงทำสงครามต่อไป



    *ปิ๊ด*

    เมื่อเห็นว่ามีการป้องกันที่หนาแน่น ระบบยานไร้คนขับก็เริ่มขับเปลี่ยนเส้นทาง

    มันกำลังจะพยายามวนหาจุดที่มีการป้องกันเปราะบางของยานโนอาร์

    เพราะยานโนอาร์แต่เดิมนั้น มันอยู่ในสภาพที่พังทลาย อีกทั้งยังมีอายุ จึงไม่แปลก ที่ยังมีร่องรอยของความเสียหายในอดีตปรากฏให้เห็นอยู่

    แต่โนอาร์ไม่ใช่คนที่จะยอมปล่อยให้แขกของเธออยู่อย่างเดียวดาย

    ในฐานะเจ้าบ้านที่ดีแล้ว คงไม่อาจเสียมารยาทแขกของเธอขาดการดูแลระยะประชิด ในยามที่มาเดินเล่นในสวนหน้าบ้านของเธอเช่นนี้ได้

    ดังนั้น โนอาร์จึงปล่อยฝูงหุ่นยนต์แมงกะพรุนสีขาวออกไป เพื่อใช้ต้อนรับแขกจำนวนมากที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวน



    รูหนอนสีแดงจักปรากฏขึ้นรอบฝูงบิน

    มันคือรูหนอนที่มาพร้อมกับแมงกะพรุนนับพัน

    พวกมันเคลื่อนไหวบินผ่านรูหนอนเพื่อออกมาต้อนรับแขกผู้มาเยือน

    พวกมันบินอยู่ในอากาศโดยไม่ต้องพึ่งท่อขับดัน หรือแรงกดอากาศอันใด

    เพราะมันใช้ระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วง จึงทำให้มันสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ประดุจเป็นการแหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทร

    เคลื่อนไหวได้อย่างเสรีไร้ขอบเขต เร่งความเร็วได้ถึง 2,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อีกทั้งยังมีหนวดอันแข็งแกร่งซึ่งพร้อมจะยิงเลเซอร์เพื่อการล่าสังหาร

    มันคือแมงกะพรุนสังหารที่มีขีดความสามารถเช่นนั้น



    แล้วการปะทะระหว่างฝูงไร้ชีวิตของทั้งสองฝ่ายก็เริ่มต้นขึ้น

    ฝ่ายหนึ่งคืออินทรีย์เหล็ก จ้าวเวหาผู้รวดเร็วและทรงพลัง

    อีกฝ่ายคือผู้สังหารแห่งมหาสมุทร แมงกะพรุนไร้วิญญาณที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งด้วยหนวดของมัน

    ทั้งสองฝ่ายเริ่มฆ่าและถูกฆ่า

    จรวดแผดเผายิงกระหึ่ม

    ดอกไม้เพลิงสีแดงพลิบาน

    แสงสีแดงลากตัดผ่านที่ว่างนภา

    ทุกสิ่ง… ล้วนโกลาหลอลม่าน



    ในเวลาเดียวกัน

    "ไม่ต้องสนพวกอสูรนกเหล็ก! ท่านไพไรต์กำลังใช้สัตว์แห่งเทวะคุ้มกันพวกเราอยู่! "

    "บุก! บุกไปให้ถึงเมืองศัตรู! "

    เหล่านักรบนับล้านที่คืบคลานผ่านทวีป พวกเขาไม่สนใจเสียงและเปลวไฟที่ลุกไหม้เหนือหัว แล้วยังคงบุกมุ่งหน้าต่อไปด้วยหัวใจของนักรบที่ลุกโชนดั่งพระอาทิตย์

    เพราะพวกเขามั่นใจว่าการต่อสู้ที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้านั้น ชัยชนะต้องตกเป็นของเทพเจ้าของพวกเขาอย่างแน่นอน



    แต่ศัตรูของพวกเขา ไม่ใช่พวกใจดีที่ถึงขนาดจะยอมปล่อยให้กองทัพเข้าไปประชิดกำแพงเมืองของตัวเอง

    "ศัตรูโจมตี! "

    หนึ่งในนักรบกรีดเสียงดังลั่น

    จรวดนาปาล์มนับร้อยกำลังวาดเป็นวิถีโค้งข้ามผ่านฟากฟ้า

    จรวดนับร้อยเหล่านั้น กำลังเล็งโจมตีไปที่เหล่านักรบสัตว์ที่ไร้หนทางป้องหัน

    ไม่มีเป้าหมายไหนจะเหมาะสมกับจรวดปูพรม มากไปกว่ากองทัพเดินเท้าแบบโบราณที่มารวมตัวกันอยู่ตรงหน้านี้แล้ว



    "อันตราย! "

    ภาพของไพไรต์ที่ฉายขึ้นท้องฟ้าเริ่มขยับมืออีกครั้ง

    ในจังหวะเดียวกับที่เขาขยับมือ โนอาร์ก็เริ่มสร้างม่านพลังให้ปรากฏขึ้นที่เหนือกองทัพของชนเผ่าสัตว์

    ฉับพลันนั้น รูหนอนก็ถูกเปิดขึ้นที่ใจกลางอากาศเหนือกองทัพ พร้อมกับกางม่านบาเรียสีแดงผืนใหญ่ปกคลุมเอาไว้

    ม่านบาเรียนั้น ถูกดึงมาจากม่านบาเรียที่หุ้มตัวยานของโนอาร์นั่นเอง



    เปลวไฟสีเหลืองลุกโชนขึ้นเหนือผืนป่า ประดุจมีพรมวิเศษสีทองถูกคลี่กางออกไป

    แต่สิ่งนั้น กลับลุกไหม้ขึ้นเฉพาะที่ผิวของม่านแสงเท่านั้น

    ไม่ว่าจะยิงมากี่สิบพันนัด มันก็ทำได้เพียงแต่เติมเต็มพรมสีเหลืองนั้นให้สุกสว่างยิ่งขึ้น

    ไม่มีคนบาดเจ็บ ไม่มีคนล้มตาย

    "นี่ละคือพลังของเทพเจ้า! "

    "แด่ท่านโนอาร์ แด่ท่านไพไรต์! "

    "โอววว! "

    กลับกัน การโจมตีนี้ยังไปเพิ่มกำลังใจให้กับฝ่ายชนเผ่าสัตว์เสียสิ้น



    แต่ทว่าพวกเขายังไม่รู้ ว่าการโจมตีพวกนี้ มีเพื่อเปิดทางให้กับเป้าหมายที่ใหญ่ยิ่งกว่า

    ยานรบโดรนที่ใช้เพื่อดูการตอบสนองของยานโนอาร์

    จรวดปูพรมที่ยิงเพื่อดูขีดความสามารถในการป้องกันของบาเรีย

    ด้วยสองสิ่งนี้ มันก็มากพอให้พวกเขาทราบถึงขีดความสามารถของการป้องกันที่โนอาร์มี

    ทราบถึงค่าของตัวเลขความหนาเกราะ ความหนาบาเรีย รวมไปถึงการตอบสนองของเลเซอร์ที่ยิงคุ้มกันยาน

    พวกเขาทราบข้อมูลมากพอ… จนมีความมั่นใจ ว่าปืนใหญ่ของพวกเขา จะสามารถเจาะเกราะหนาของยานเข้าไปได้



    "ยิง! "

    พริบตานั้น ปืนใหญ่เรลขนาดยักษ์ก็ถูกลั่นยิงออกไป พร้อมกับปืนใหญ่ของเรือประจัญบานที่อยู่รายรอบ โดยมีลูกกระสุนปืนใหญ่ทั้งสามสิบนัดเป็นผู้วิ่งนำหัวขบวนกระสุนโจมตีในครั้งนี้

    แรงระเบิดจากการลั่นกระสุน ทำให้กองเรือถึงกับยุบจมลงไปในผิวน้ำมากกว่ายี่สิบเมตร

    มวลมหาสมุทรถูกแรงระเบิดกับตัวเรือกดทับ จนกลายเป็นหลุมที่เว้านูนลึกลงไป

    ลูกปืนที่พุ่งออกไป ร้อนระอุรุนแรงจนทำให้มวลทะเลฉับพลันกลายเป็นไอน้ำจำนวนมาก

    ลูกปืนใหญ่ขนาดเท่ารถถังวิ่งทะยานผ่านสนามรบบนน่านฟ้า

    ผ่านแนวป้องกันเลเซอร์ที่ถูกห่ากระสุนจากกองยานโดรนรบกวน

    ผ่านเทือกเขาและผืนป่าสู่ใจกลางทวีปในชั่วพริบตา



    กระสุนปืนใหญ่สังหาร ในที่สุด มันก็วิ่งไปถึงเป้าหมายของพวกมัน

    *ปรึ๊ม! *

    เสียงระเบิดดังขึ้นต่อเนื่องบนผิวโปรงแสงที่ห่อหุ้มรอบตัวยานแม่

    ม่านแสงนั้นถูกระเบิดที่รุนแรงทำลายจนพร่ามัวเลือนหาย เป็นผลให้กระสุนเรลกันที่วิ่งไล่ตามหลัง ทะลุผ่านแนวป้องกันสุดท้ายเข้าไปได้สำเร็จ

    ใช่… พวกเขาคิดว่านั่นคือปราการป้องกันสุดท้ายแล้ว

    แต่มันไม่ใช่



    วงแหวนพลังงานของยานที่บินวนรอบตัวยาน สิ่งนั้นต่างหาก คือปราการป้องกันสุดท้ายที่แท้จริงของยาน

    จากที่มันเคยทำหน้าที่คอยยิงเลเซอร์ ฉับพลันที่ม่านบาเรียหายไป มันก็เปลี่ยนหน้าที่มาเป็นกางม่านป้องกันในทันที

    มันบินหดไปเกาะอยู่ที่ผิวของยานอย่างรวดเร็ว แล้วสร้างแรงดึงดูดแรงสูงเชื่อมต่อกัน จนเห็นกลายเป็นหลุมลึกสีดำที่น่ากลัว

    หัวกระสุนสายฟ้าที่ตกกระทบ ได้ถูกหลุมสีดำนั้นดูดกลืนหายเข้าไปในวังวน

    แสงสีฟ้าที่ยิ่งใหญ่ ถูกบังคับให้วิ่งแตกกระจาย วิ่งวนเป็นก้นหอย ประหนึ่งถูกวังวนของหลุมดำดูดกลืน

    มันถูกฉีกกระชาก แล้วสลายหายไปเพราะหมดสิ้นซึ่งพลังงานทำลายล้าง



    "... เฮ้ย"

    เหล่าทหารต่างตาโตด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะยังมีแนวปราการป้องกันเหลืออยู่อีกชั้น

    "... รู้สึกพื้นทะเลมันสั่นหรือเปล่า? "

    การโต้กลับเริ่มต้นทันทีที่เสร็จสิ้นรับการโจมตีอันทรงพลังของเรลกัน

    โนอาร์ไม่คิดจะจบเพียงแค่การป้องกันตัวเอง

    ถึงไพไรต์จะไม่สั่งให้โจมตีเพราะไม่อยากให้เกิดความสูญเสียมากไปกว่านี้ แต่เธอมองว่าไม่ควรปล่อยให้กองเรือรบของศัตรูยิ่งเล่นใส่เธอไปมากกว่านี้อีกแล้ว

    ดังนั้น โนอาร์จึงเริ่มโจมตีกลับด้วยการตัดสินใจของเธอเอง

    วงแหวนที่อยู่รอบยาน เริ่มหมุนตัวอย่างรวดเร็ว

    พวกมันหมุนตัว ไปพร้อมกับปล่อยสนามแรงดึงดูดออกไป

    สนามแรงดึงดูดพลังสูงที่ปล่อยออกไป ได้กดทับแผ่นดินจนยุบเป็นร่องยาวไปจนถึงผืนมหาสมุทร

    มวลทะเลถูกแรงกดนั้น ทำให้หายไปอย่างฉับพลันอย่างมหาศาล จนเกิดเป็นคลื่นมหาสึนามิเข้าโถมโจมตีใส่กองเรือรบจนหายไปในพริบตา

    กองเรือที่แสนภาคภูมิใจของผู้รุกราน ได้จมหายไปในก้นทะเลลึกอย่างไม่มีวันหวนกลับมาอีก

    นี่คือพลังของยานอพยพที่ชนเผ่าสัตว์ในอดีตภาคภูมิใจ

    พลังของ [ยานโนอาร์]

    คล้ายกับเรื่องPioneer Era ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258