***หนุ่มซื่อบื้อ [โฮป]
"สนใจจะมาเป็นขุนพลของฉันไหมค่ะคุณโฮป? "
"... ฮืมมม!? "
ยะ… ยัยนี่พูดบ้าอะไรกัน!?!
ขุนพลของเผ่ามนุษย์มด มันก็คือสามีของราชินีไม่ใช่เรอะ!?
"รู้นะค่ะว่าคิดอะไร ฉันหมายถึงชั่วคราวค่ะ ฉันอยากได้ฝีมือของคุณโฮปมาเป็นผู้คุ้มกันส่วนตัวค่ะ"
"เออ… แต่ว่า"
"ค่าจ้างซักหนึ่งพันล้านยูนิตเป็นยังไงดีคะ? "
"ยินดีรับใช้ครับท่านองค์ราชินี! "
เธอรวยชิบหายครับ!
ด้วยเหตุนี้ ผมเลยกลายมาเป็นขุนพลของแฟตชั่วคราว
เห็นบอกว่า [มีความเสี่ยง] … แต่งานที่ยัยนี่มอบมาให้ คงไม่น่าถึงกับเสี่ยงชีวิตขนาดนั้นหรอก
ยังไงก็คงดีกว่างานที่ให้มาช่วยตัวประกันของเจ้าประธานมดหน้าเลือดนั่นละ
พอพูดถึงเจ้าประธานคนนั้นแล้ว… จะว่าไป... ผมยังไม่ได้พูดให้เครดิตมันเลยนี่น่า
อืม… แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาดีเพราะความวุ่นวายที่เกิดขึ้นข้างนอกตอนนี้
งั้น… ช่างหัวมันไปก่อนแล้วกัน!
ในตอนที่กำลังคิดไร้สาระอยู่ ณ ตอนนั้น
"ฮืม…? ทำไมเครื่องบินลำนั้นถึงบินแยกออกไปละ? "
" นั่นเป็นเครื่องที่คุณไพไรต์ขึ้นไปนั่งไม่ใช่หรือคะ? "
"คุณโฮป คุณพรุน ฉันคิดว่าสองลำนั้นอาจจะถูกพวกไพไรต์ควบคุมไปแล้วค่ะ"
แย่ละ
… รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์แห่งความวุ่นวายแฮะ
"ดูเหมือนว่าคุณไพไรต์อยากจะให้ฉันขึ้นเป็นผู้นำของฝั่งนี้ ส่วนเขาเป็นผู้นำของฝั่งนั้น เพื่อทำสงครามจอมปลอมลบล้างความแค้นในใจผู้คน แล้วบีบวงความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุดค่ะ พูดตามตรงว่าเป็นความคิดที่ฉันไม่เห็นด้วยเอามาก ๆ เลยค่ะ"
… รู้สึกได้ว่าความฉิบหายกำลังจะมาเยื่อน
" ฉันไม่เห็นด้วยกับแผนของเขา แต่ในเมื่อเขาลงมือทำไปแล้ว ประกอบกับที่ฉันติดต่อท่านแม่---องราชินีไม่ได้ ฉันเลยคิดว่าไหน ๆ มันก็มาทิศทางนี้แล้ว งั้นขอใช้โอกาสที่คุณไพไรต์สร้างขึ้น มาเป็นเวทีแสดงฝีมือของฉันเพื่อยึดอำนาจจากราชินีดีกว่าค่ะ”
นี่เธอ… คิดจะเป็นลูกทรพีหรือยังไงฟะ!?
"อีกอย่าง ฉันคิดว่าราชินีที่ไม่ทำอะไรในยามวิกฤติ ไม่สมควรจะเป็นผู้นำอีกต่อไปค่ะ"
แฟตพูดด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย
ยึดอำนาจจากราชินีเผ่ามนุษย์มด…
แค่นึกภาพว่าต้องสู้กับพวกองครักษ์ของเผ่ามนุษย์มดที่เก่งกาจราวปีศาจ ก็รู้สึกเหมือนจะเอาชีวิตไปทิ้งแล้ว
แถมคน ๆ นั้นยังเป็นคนที่ขึ้นชื่อว่าจอมวางแผนจากหน้าประวัติศาสตร์ที่ผมเคยได้เรียนมา
พูดง่าย ๆ คือมันเป็นงานที่อันตรายสุด ๆ!
เริ่มชักรู้สึกเกลียดนิสัยรับงานไม่เลือกเพราะเงินของตัวเองแล้วสิเนี่ย...
***ว่าที่ราชันแห่งสรรพสัตว์ [ไพไรต์]
กลุ่มเครื่องบินที่ขนพวกแฟต กำลังจะบินจากไปแล้ว
ในทางกลับกัน ทางนี้กลับไม่มีเครื่องไล่ตาม รวมไปถึงไม่มีการต่อต้าน
เพราะว่าโนอาร์ทำให้มันกลายเป็นเช่นนั้น
"เอาจริงหรือเจ้านะ? ทำแบบนี้แล้วจะเป็นทางลัดที่ช่วยยุติความขัดแย้งบ้า ๆ ของสองทวีปได้จริง ๆ หรือ? "
"ก็ตามนั้นละครับท่านผู้กล้าสโมกกี้ควอร์ต"
“ฉันไม่เห็นด้วย สงครามที่จบด้วยสงคราม รั้งแต่จะสร้างสงครามครั้งใหม่ขึ้นมาเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเธอเองก็เห็นด้วยกับความคิดนั้นหรอกหรือ? ”
“... แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย คนตายอาจจะมีมากกว่านี้นะครับ”
“แน่ใจ--”
“พอแค่นี้เถอะครับท่านผู้กล้าทั้งหลาย… ผมเป็นคนสั่งโจมตีเอง ผมขอรับผิดชอบผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นตามมาในหลังจากนี้เอง ถ้าพวกท่านไม่คิดจะทำตามแผนการ ผมขอรบกวนพวกท่านไปยืนดูอยู่ที่มุมห้องเถอะครับ”
“... ฮืม? เดียวนี้กล้าปากมากใส่ผู้กล้าอย่างพวกเราแล้วหรือเจ้านะ? ”
“พอเถอะ [สโมกกี้ควอร์ต] [รูบี้] ฉัน [ออโทเครส] ไม่คิดที่จะต่อต้านไพไรต์ บุรุษผู้ได้รับพลังของเทพเจ้า และขอน้อมรับให้ความร่วมมือในแผนการของท่านค่ะ”
“ชิ... ช่วยไม่ได้ ข้า [สโมกกี้ควอร์ต] ขอน้อมรับคำสั่งของเจ้าด้วยคน”
“หวังว่าวิธีของเธอจะช่วยคนหมู่มากได้จริง ๆ นะ… ฉัน [รูบี้] ผู้กล้าแห่งเผ่าหมี ขอคำนับและเป็นดาบให้แก่บุรุษผู้ถูกเลือกค่ะ”
ผู้กล้า [สโมกกี้ควอร์ต] [ออโทเครส] [รูบี้] ทั้งสามคนกำลังนั่งคุกเข่าทำความเคารพให้กับผม
มันเป็นภาพที่แปลกประหลาด ที่ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามมายอมก้มหัวให้
ถึงจะดูออกว่าพวกเขาไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร แต่อย่างน้อยก็สามารถดึงพวกเขามาเป็นพวกได้แล้ว
"ซุนไกท์ วานาดิไนต์ ฝากดูพวกตัวประกันที"
"ได้"
สถานการณ์ในปัจุบันคือพวกเรากำลังไฮแจ็คเครื่องบินด้วยฝีมือของโนอาร์
พอตัดสินใจที่จะแสดงอำนาจ ผมก็สั่งให้ทุกคนยึดเครื่องบินลำนี้ทันที
ด้วยอาวุธประหลาดที่โนอาร์เรียกมาจากอากาศที่ว่างเปล่า เลยทำให้พวกเราสามารถยึดยานลำนี้มาได้ง่ายดายดั่งพลิกฝ่ามือ
เห็นโนอาร์บอกว่าใช้รูหนอนเปิดเอามาอะไรสักอย่างนี่แหละ
หลังจากก่อความวุ่นวายเพื่อยึดยาน ทุกคนก็เริ่มสับสนงุนงงว่าผมทำบ้าอะไรลงไป
เพราะคนส่วนใหญ่ที่นี่มองพวกเผ่าอสูรกายเป็นมิตร และยังไม่รู้ว่าข้างนอกได้เกิดสงครามขึ้นมาแล้ว
ดังนั้น ผมเลยต้องดึงตัวผู้กล้าที่พ่วงติดมาด้วยมาคุยส่วนตัว แล้วอธิบายเรื่องราว รวมไปถึงแผนการที่จะยุติสงครามของผมให้พวกเขาฟัง
ถึงทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างเรียบร้อย แต่เพราะผมใช้อำนาจของโนอาร์ในการทำให้ทุกคนเชื่อฟัง เลยทำให้ออกจะรู้สึกเหมือน… เป็นตัวร้าย
"นายท่านค่ะ ฉันยึดระบบควมคุมยานมาแล้ว และส่งข้อมูลหลอกตำแหน่งยานกับคำสั่งไปให้ศัตรูเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ หลังจากนี้ จะให้ฉันควบคุมมันบินไปทางกองทัพของชนเผ่าสัตว์เลยหรือไม่คะ? "
"ได้ บินไปที่กองทัพหลักได้เลย"
ผมหันกลับไปมองอินทรีย์เหล็กที่บรรทุกพวกลิลลี่
พวกเราคงต้องลาจากกันเพียงแค่นี้
ผมไม่รู้ว่าสุดท้ายแฟตจะยอมทำตามแผนของผมหรือเปล่า เพราะเธอเคยปฏิเสธแผนการไปทีหนึ่ง
แต่ผมเริ่มแผนการด้วยตัวเองไปแล้ว ถ้าเธอไม่คิดทำอะไรสักอย่าง มันจะกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบอย่างแน่นอน
ผมรู้ดีว่าพวกลิลลี่เป็นพวกไม่ชอบสงคราม
ดังนั้น ต่อให้แฟตไม่ยอมรับแผนการ แต่ด้วยนิสัยของพวกลิลลี่ สุดท้าย เธอคนนั้นก็จะต้องลากแฟตไปทำอะไรสักอย่างแน่นอน
ผมเชื่อมั่นเช่นนั้น
"จะว่าไป ยัยกระต่ายดำกับสล็อตหายไปไหนกันนะ? "
"กระโดดออกไปข้างนอกเครื่องบินเพื่อไปหาพวกลิลลี่แล้วค่ะนายท่าน"
เฮ้ย…
ก็คิดอยู่หรอกว่ายัยกระต่ายดำสนิทกับพวกลิลลี่ แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นมากขนาดนี้
เอาเถอะ… ยัยกระต่ายคนนั้นจะทำอะไรก็เรื่องของเธอ
"นายท่าน ขอแจ้งว่าพบการโจมตีชุดใหม่ของศัตรูค่ะ"
ตอนนี้มาตั้งสมาธิกับการต่อสู้ก่อนดีกว่า
***
การควบคุมยานโนอาร์นั้น ถูกบังคับโดยสมบูรณ์ด้วยตัวโนอาร์เอง
หรืออาจกล่าวได้ว่ายานทั้งลำ เปรียบได้ดั่งเป็นร่างกายของเธอ
สิ่งที่ไพไรต์แสดงให้ทุกคนเห็นผ่านทางเครื่องฉาย มันก็แค่การโบกไม้โบกมือให้ดูยิ่งใหญ่เท่านั้น
เพราะผู้อยู่เบื้องหลังของทุกการโจมตี ก็คือตัวของโนอาร์ที่ลงมาสั่งการเอง
การปะทะของยานโนอาร์ที่มี [โนอาร์] สตรีสมองกลอัจฉริยะที่มีอดีตเป็นสมองของสิ่งมีชีวิต
กับอีกฝ่ายที่เป็นสิ่งมีชีวิตมีเลือดเนื้อ
คิดว่าสองฝ่ายนี้ ใครจะสามารถสั่งการกองทัพ รวมไปถึงคิดแผนการโต้ตอบได้รวดเร็วและทรงประสิทธิภาพมากกว่ากันละ?
เรื่องนั้น คงมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้...
"เตรียม! "
เสียงคำรามของกองทัพเรือดังลั่นขึ้น
เรือขนาดยักษ์ อันประกอบด้วยปืนใหญ่ขนาดมหึมาดั่งขุนเขาจำนวนมากกว่าสามสิบกระบอก สิ่งนั้นกำลังเล็งเป้าไปที่ยานโนอาร์ ณ ใจกลางทวีป
ท่อบรรจุหัวจรวดนาปาล์มมากกว่าสี่ร้อยนัด ถูกขับเคลื่อนเข้าสู่แท่นยิงนับร้อยของเรือบริวาร
ปากกระบอกปืนใหญ่กระแสไฟฟ้าแรงสูง [เรลกัน] จากเรือธงประจัญบานของกองเรือที่มีเพียงลำเดียว เริ่มส่องประกายแสงสว่างเหนือผืนน้ำ
เรือบรรทุกเครื่องบินอันล้ำสมัย เริ่มปลดปล่อยโดรนสงครามจำนวนนับพันขึ้นสู่ท้องฟ้า
ฝูงเหล็กสังหาร บินทะยานวาดเป็นเส้นอากาศมุ่งตรงสู่ขุนเขาโลหะสีเงิน
กองทัพเรืออันเกรียงไกร เตรียมพร้อมที่จะลั่นไกโจมตีเพื่อลบยานโนอาร์ให้หายไปจากโลกใบนี้แล้ว
"ระวัง---"
มนุษย์ มนุษย์มด มนุษย์นก ยักษ์ และภูติ ทหารหาญทั้งห้าเผ่า ต่างเข้าประจำที่ของตน
ทำไมต้องโจมตีใส่เผ่าที่อ่อนแออย่างเผ่ามนุษย์สัตว์ด้วย?
ทำไมต้องโจมตีโบราณสถานที่เปรียบได้ดั่งเทพเจ้าของพวกเขา?
พวกเรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่หรือเปล่า?
พวกเขาเคยมีคำถามเหล่านั้นอยู่ภายในหัวของตนเอง
แต่พวกเขาคือทหาร และทหารต้องปกป้องประชาชนที่ไร้ซึ่งอาวุธป้องกันตัว
และพวกเขาได้รับคำสั่งรายงานลงมาว่า “สิ่งนั้น มันคือสิ่งที่เป็นอันตรายต่อพวกเรา”
ดังนั้น… พวกเขาจึงต้องลุกขึ้นสู้
โจมตีใส่ยานอพยพ เพราะเชื่อว่านั่นคือวิธีที่ถูกต้อง ตามคำสั่งที่ได้รับรายงานลงมาจากทางเบื้องบนของพวกเขาเอง
ยานโบราณโนอาร์นั้น กระจายตัวไปทั่วโดยมีส่วนหลักอยู่ที่จุดศูนย์กลางของทวีป
ยานแม่ที่ใจกลาง กับยานบริวารอีกแปดลำที่ผุดขึ้นมาทั้งแปดทิศของทวีป
ขนาดของพวกมันกินพื้นที่มากถึงครึ่งหนึ่งของแผ่นดินที่ดวงตามองเห็น
ดังนั้นแล้ว ระยะโจมตีของยานโนอาร์จึงแผ่ขยายออกกว้าง สามารถครอบคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้วบนผืนทวีปแห่งนี้ได้
เป้าหมายมีแปดจุด แต่ปืนใหญ่ของพวกเขาไม่มีมากพอจะถล่มทุกจุด
แล้วพวกเขาควรโจมตีไปที่ไหนดีละ?
คำตอบของคำถามนั้นช่างง่ายดายนัก
"โจมตี! "
นั่นก็คือการทุบไปที่หัวของศัตรู เล็งไปที่ยานแม่ ยานลำที่ใหญ่ที่สุดเท่านั้นก็พอแล้ว
ฝูงนกเหล็กไร้คนขับบินทะยานตัดผ่านฟากฟ้า
รูปร่างของมันมีหัวมนปลายแหลม มีปีกคู่เพรียวบางไร้แรงต้านอากาศ
มันส่งเสียงกระหึ่มดังไกลสิบลี้ พร้อมกับสาดกระสุนขนาดเท่าหัวคนรัวกระหึ่มออกไปทั่วนภา
ลูกโลหะอาบความร้อนจนเป็นสีแดงฉาน อีกทั้งยังอาบไปด้วยคลื่นไฟฟ้าแรงสูง
ความเร็วหัวกระสุนมีมากกว่า 4,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร็วยิ่งกว่าสิ่งใดในผืนทวีปแห่งนี้
มันคือกระสุนที่ทรงพลัง รุนแรง พร้อมที่จะบดขยี้ทุกสิ่งซึ่งขวางเส้นทางให้ย่อยยับ
และกระสุนนี้ยังมีมากนับหมื่น ตามจำนวนของกระสุนที่ถูกรัวยิงออกมาจากยาน
ในเวลานั้นเอง ทั่วฟ้าท้องนภาก็ถูกย้อมไปด้วยแสงสีแดง
กระสุนเลเซอร์นับหมื่นถูกยิงออกจากวงแหวนสีดำชั้นนอกสุดที่หมุนอยู่รอบตัวยาน
วงแหวนขนาดเล็กเหล่านั้น มันคือแผงพลังงานควบคุม
เป็นแผงที่ใช้รับแสงอาทิตย์ และยังเป็นแผงติดอาวุธที่คอยคุ้มกันยาน มิยอมให้สิ่งใดมาทำร้าย
พวกมันเริ่มยิงโจมตีสกัดกั้นอย่างแม่นยำราวกับจับวาง ประหนึ่งดังรู้ล่วงหน้าว่ากระสุนเหล่านั้นจะพุ่งตรงมาในทิศทางใด
แสงสีแดง ปะทะ กระสุนปืนกล
แผดเผา หลอมละลาย จนกลายเป็นฝนลาวาโปรยปรายลงสู่ทวีป
ป่าเขาลุกไหม้ ความโกลาหลกระจายไปทั่วผืนแผ่นดิน
แต่กระนั้น สัตว์ผู้โง่เขลาก็ยังคงทำสงครามต่อไป
*ปิ๊ด*
เมื่อเห็นว่ามีการป้องกันที่หนาแน่น ระบบยานไร้คนขับก็เริ่มขับเปลี่ยนเส้นทาง
มันกำลังจะพยายามวนหาจุดที่มีการป้องกันเปราะบางของยานโนอาร์
เพราะยานโนอาร์แต่เดิมนั้น มันอยู่ในสภาพที่พังทลาย อีกทั้งยังมีอายุ จึงไม่แปลก ที่ยังมีร่องรอยของความเสียหายในอดีตปรากฏให้เห็นอยู่
แต่โนอาร์ไม่ใช่คนที่จะยอมปล่อยให้แขกของเธออยู่อย่างเดียวดาย
ในฐานะเจ้าบ้านที่ดีแล้ว คงไม่อาจเสียมารยาทแขกของเธอขาดการดูแลระยะประชิด ในยามที่มาเดินเล่นในสวนหน้าบ้านของเธอเช่นนี้ได้
ดังนั้น โนอาร์จึงปล่อยฝูงหุ่นยนต์แมงกะพรุนสีขาวออกไป เพื่อใช้ต้อนรับแขกจำนวนมากที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวน
รูหนอนสีแดงจักปรากฏขึ้นรอบฝูงบิน
มันคือรูหนอนที่มาพร้อมกับแมงกะพรุนนับพัน
พวกมันเคลื่อนไหวบินผ่านรูหนอนเพื่อออกมาต้อนรับแขกผู้มาเยือน
พวกมันบินอยู่ในอากาศโดยไม่ต้องพึ่งท่อขับดัน หรือแรงกดอากาศอันใด
เพราะมันใช้ระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วง จึงทำให้มันสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ประดุจเป็นการแหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทร
เคลื่อนไหวได้อย่างเสรีไร้ขอบเขต เร่งความเร็วได้ถึง 2,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อีกทั้งยังมีหนวดอันแข็งแกร่งซึ่งพร้อมจะยิงเลเซอร์เพื่อการล่าสังหาร
มันคือแมงกะพรุนสังหารที่มีขีดความสามารถเช่นนั้น
แล้วการปะทะระหว่างฝูงไร้ชีวิตของทั้งสองฝ่ายก็เริ่มต้นขึ้น
ฝ่ายหนึ่งคืออินทรีย์เหล็ก จ้าวเวหาผู้รวดเร็วและทรงพลัง
อีกฝ่ายคือผู้สังหารแห่งมหาสมุทร แมงกะพรุนไร้วิญญาณที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งด้วยหนวดของมัน
ทั้งสองฝ่ายเริ่มฆ่าและถูกฆ่า
จรวดแผดเผายิงกระหึ่ม
ดอกไม้เพลิงสีแดงพลิบาน
แสงสีแดงลากตัดผ่านที่ว่างนภา
ทุกสิ่ง… ล้วนโกลาหลอลม่าน
ในเวลาเดียวกัน
"ไม่ต้องสนพวกอสูรนกเหล็ก! ท่านไพไรต์กำลังใช้สัตว์แห่งเทวะคุ้มกันพวกเราอยู่! "
"บุก! บุกไปให้ถึงเมืองศัตรู! "
เหล่านักรบนับล้านที่คืบคลานผ่านทวีป พวกเขาไม่สนใจเสียงและเปลวไฟที่ลุกไหม้เหนือหัว แล้วยังคงบุกมุ่งหน้าต่อไปด้วยหัวใจของนักรบที่ลุกโชนดั่งพระอาทิตย์
เพราะพวกเขามั่นใจว่าการต่อสู้ที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้านั้น ชัยชนะต้องตกเป็นของเทพเจ้าของพวกเขาอย่างแน่นอน
แต่ศัตรูของพวกเขา ไม่ใช่พวกใจดีที่ถึงขนาดจะยอมปล่อยให้กองทัพเข้าไปประชิดกำแพงเมืองของตัวเอง
"ศัตรูโจมตี! "
หนึ่งในนักรบกรีดเสียงดังลั่น
จรวดนาปาล์มนับร้อยกำลังวาดเป็นวิถีโค้งข้ามผ่านฟากฟ้า
จรวดนับร้อยเหล่านั้น กำลังเล็งโจมตีไปที่เหล่านักรบสัตว์ที่ไร้หนทางป้องหัน
ไม่มีเป้าหมายไหนจะเหมาะสมกับจรวดปูพรม มากไปกว่ากองทัพเดินเท้าแบบโบราณที่มารวมตัวกันอยู่ตรงหน้านี้แล้ว
"อันตราย! "
ภาพของไพไรต์ที่ฉายขึ้นท้องฟ้าเริ่มขยับมืออีกครั้ง
ในจังหวะเดียวกับที่เขาขยับมือ โนอาร์ก็เริ่มสร้างม่านพลังให้ปรากฏขึ้นที่เหนือกองทัพของชนเผ่าสัตว์
ฉับพลันนั้น รูหนอนก็ถูกเปิดขึ้นที่ใจกลางอากาศเหนือกองทัพ พร้อมกับกางม่านบาเรียสีแดงผืนใหญ่ปกคลุมเอาไว้
ม่านบาเรียนั้น ถูกดึงมาจากม่านบาเรียที่หุ้มตัวยานของโนอาร์นั่นเอง
เปลวไฟสีเหลืองลุกโชนขึ้นเหนือผืนป่า ประดุจมีพรมวิเศษสีทองถูกคลี่กางออกไป
แต่สิ่งนั้น กลับลุกไหม้ขึ้นเฉพาะที่ผิวของม่านแสงเท่านั้น
ไม่ว่าจะยิงมากี่สิบพันนัด มันก็ทำได้เพียงแต่เติมเต็มพรมสีเหลืองนั้นให้สุกสว่างยิ่งขึ้น
ไม่มีคนบาดเจ็บ ไม่มีคนล้มตาย
"นี่ละคือพลังของเทพเจ้า! "
"แด่ท่านโนอาร์ แด่ท่านไพไรต์! "
"โอววว! "
กลับกัน การโจมตีนี้ยังไปเพิ่มกำลังใจให้กับฝ่ายชนเผ่าสัตว์เสียสิ้น
แต่ทว่าพวกเขายังไม่รู้ ว่าการโจมตีพวกนี้ มีเพื่อเปิดทางให้กับเป้าหมายที่ใหญ่ยิ่งกว่า
ยานรบโดรนที่ใช้เพื่อดูการตอบสนองของยานโนอาร์
จรวดปูพรมที่ยิงเพื่อดูขีดความสามารถในการป้องกันของบาเรีย
ด้วยสองสิ่งนี้ มันก็มากพอให้พวกเขาทราบถึงขีดความสามารถของการป้องกันที่โนอาร์มี
ทราบถึงค่าของตัวเลขความหนาเกราะ ความหนาบาเรีย รวมไปถึงการตอบสนองของเลเซอร์ที่ยิงคุ้มกันยาน
พวกเขาทราบข้อมูลมากพอ… จนมีความมั่นใจ ว่าปืนใหญ่ของพวกเขา จะสามารถเจาะเกราะหนาของยานเข้าไปได้
"ยิง! "
พริบตานั้น ปืนใหญ่เรลขนาดยักษ์ก็ถูกลั่นยิงออกไป พร้อมกับปืนใหญ่ของเรือประจัญบานที่อยู่รายรอบ โดยมีลูกกระสุนปืนใหญ่ทั้งสามสิบนัดเป็นผู้วิ่งนำหัวขบวนกระสุนโจมตีในครั้งนี้
แรงระเบิดจากการลั่นกระสุน ทำให้กองเรือถึงกับยุบจมลงไปในผิวน้ำมากกว่ายี่สิบเมตร
มวลมหาสมุทรถูกแรงระเบิดกับตัวเรือกดทับ จนกลายเป็นหลุมที่เว้านูนลึกลงไป
ลูกปืนที่พุ่งออกไป ร้อนระอุรุนแรงจนทำให้มวลทะเลฉับพลันกลายเป็นไอน้ำจำนวนมาก
ลูกปืนใหญ่ขนาดเท่ารถถังวิ่งทะยานผ่านสนามรบบนน่านฟ้า
ผ่านแนวป้องกันเลเซอร์ที่ถูกห่ากระสุนจากกองยานโดรนรบกวน
ผ่านเทือกเขาและผืนป่าสู่ใจกลางทวีปในชั่วพริบตา
กระสุนปืนใหญ่สังหาร ในที่สุด มันก็วิ่งไปถึงเป้าหมายของพวกมัน
*ปรึ๊ม! *
เสียงระเบิดดังขึ้นต่อเนื่องบนผิวโปรงแสงที่ห่อหุ้มรอบตัวยานแม่
ม่านแสงนั้นถูกระเบิดที่รุนแรงทำลายจนพร่ามัวเลือนหาย เป็นผลให้กระสุนเรลกันที่วิ่งไล่ตามหลัง ทะลุผ่านแนวป้องกันสุดท้ายเข้าไปได้สำเร็จ
ใช่… พวกเขาคิดว่านั่นคือปราการป้องกันสุดท้ายแล้ว
แต่มันไม่ใช่
วงแหวนพลังงานของยานที่บินวนรอบตัวยาน สิ่งนั้นต่างหาก คือปราการป้องกันสุดท้ายที่แท้จริงของยาน
จากที่มันเคยทำหน้าที่คอยยิงเลเซอร์ ฉับพลันที่ม่านบาเรียหายไป มันก็เปลี่ยนหน้าที่มาเป็นกางม่านป้องกันในทันที
มันบินหดไปเกาะอยู่ที่ผิวของยานอย่างรวดเร็ว แล้วสร้างแรงดึงดูดแรงสูงเชื่อมต่อกัน จนเห็นกลายเป็นหลุมลึกสีดำที่น่ากลัว
หัวกระสุนสายฟ้าที่ตกกระทบ ได้ถูกหลุมสีดำนั้นดูดกลืนหายเข้าไปในวังวน
แสงสีฟ้าที่ยิ่งใหญ่ ถูกบังคับให้วิ่งแตกกระจาย วิ่งวนเป็นก้นหอย ประหนึ่งถูกวังวนของหลุมดำดูดกลืน
มันถูกฉีกกระชาก แล้วสลายหายไปเพราะหมดสิ้นซึ่งพลังงานทำลายล้าง
"... เฮ้ย"
เหล่าทหารต่างตาโตด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะยังมีแนวปราการป้องกันเหลืออยู่อีกชั้น
"... รู้สึกพื้นทะเลมันสั่นหรือเปล่า? "
การโต้กลับเริ่มต้นทันทีที่เสร็จสิ้นรับการโจมตีอันทรงพลังของเรลกัน
โนอาร์ไม่คิดจะจบเพียงแค่การป้องกันตัวเอง
ถึงไพไรต์จะไม่สั่งให้โจมตีเพราะไม่อยากให้เกิดความสูญเสียมากไปกว่านี้ แต่เธอมองว่าไม่ควรปล่อยให้กองเรือรบของศัตรูยิ่งเล่นใส่เธอไปมากกว่านี้อีกแล้ว
ดังนั้น โนอาร์จึงเริ่มโจมตีกลับด้วยการตัดสินใจของเธอเอง
วงแหวนที่อยู่รอบยาน เริ่มหมุนตัวอย่างรวดเร็ว
พวกมันหมุนตัว ไปพร้อมกับปล่อยสนามแรงดึงดูดออกไป
สนามแรงดึงดูดพลังสูงที่ปล่อยออกไป ได้กดทับแผ่นดินจนยุบเป็นร่องยาวไปจนถึงผืนมหาสมุทร
มวลทะเลถูกแรงกดนั้น ทำให้หายไปอย่างฉับพลันอย่างมหาศาล จนเกิดเป็นคลื่นมหาสึนามิเข้าโถมโจมตีใส่กองเรือรบจนหายไปในพริบตา
กองเรือที่แสนภาคภูมิใจของผู้รุกราน ได้จมหายไปในก้นทะเลลึกอย่างไม่มีวันหวนกลับมาอีก
นี่คือพลังของยานอพยพที่ชนเผ่าสัตว์ในอดีตภาคภูมิใจ
พลังของ [ยานโนอาร์]