ร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก

    บทที่ 62

    ฌอนตื่นเช้าขึ้นมาก็รับรู้เรื่องของสายลับในทันที เขาตระหนักได้ในหลายๆเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น เขารีบขอคำปรึกษากับแนนซี่ในช่วงเช้านี้ เขาเลือกที่จะไม่เปิดร้าน เพื่อที่จะพูดคุยแก้ปัญหานี้ให้มันจบๆไปเป็นทีละเรื่อง และปัญหานี้มันก็เป็นปัญหาระยะยาวอีกด้วย พวกเขาใช้เวลากันอย่างยาวนาน แล้วผลสรุปก็ออกมาจากนั้นฌอนก็เริ่มสั่งการลงไปอย่างที่ได้รับคำแนะนำจากแนนซี่ และสิ่งที่เขาประกาศออกไป มันทำให้เขาไม่สามารถอยู่ที่เมืองนี้เป็นเดือนๆเลยทีเดียว เพราะเขาต้องออกไปฝึกหน่วยข่าวกรองด้วยตัวของเขาเองเลย และมันก็เป็นเรื่องที่จำเป็นจริงๆ ตอนแรกฌอนอยากให้แนนซี่เป็นผู้ที่ออกไปฝึกแทนตัวของเขา แต่แนนซี่ก็พึ่งมาบอกกับเขาว่าตัวของเธอนั้น ไม่สามารถออกจากเมืองแห่งนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนๆก็ตามมันทำให้ตัวของฌอนที่จะต้องออกจากเมือง ไปฝึกตามโปรแกรมของแนนซี่ที่ให้มา เมื่อตกลงกันได้แล้ว พวกเขาก็ทานข้าวเที่ยงกัน ก่อนจะแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง หน่วยอินทรีย์เองก็ต้องรีบเก็บของทุกอย่างตามฌอนตามภารกิจของพวกเขา และแน่นอนว่าพวกเขาก็โดนฌอนสวดยับไปหนึ่งครั้ง แต่มันก็ไม่ได้ผิดที่พวกเขาทั้งสามคนพวกเขารีบมุ่งหน้ามายังศูนย์ลับ และคำสั่งของเขาก่อนที่จะเดินทางมายังจุดนี้ก็คือ ให้หน่วยข่าวกรองทุกๆคนยกเลิกงานทั้งหมดที่ทำ และเข้าร่วมฝึกกันทุกคนไม่มีข้อยกเว้น แรกๆก็มีเสียงคัดค้านอยู่บ้าง เพราะบางภารกิจจะต้องเสียค่าปรับ ฌอณก็กล่าวออกมาคำเดียวว่ามันจะสักเท่าไหร่กันเชียว เดี๋ยวเขาจะเป็นคนออกทั้งหมดเอง เพราะชีวิตคนของเขาสำคัญที่สุดซึ่งเมื่อทุกคนได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกซึ้งใจเล็กน้อย และคาราวานของหน่วยข่าวกรองก็เดินทางมาถึงในเวลาไล่เลี่ยกันกับเวลาที่ฌอนถึง จากนั้นเขาก็ยืนอยู่หน้าของพวกศูนย์ข่าวกรอง ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงดัง“ถึงพวกเจ้าจะเคยพบเจอกับข้าแล้วบางคน แต่นั่นมันก็แค่เรื่องของการส่งข่าวเพียงเท่านั้น และแน่นอนว่าพวกเจ้ารู้อยู่แล้ว ที่ข้าเรียกพวกเจ้ามารวมตัวเพื่อการใด... ข้ารู้ว่าพวกเจ้ามีฝีมือ แต่พวกเจ้าไม่สามารถเอาตัวรอดได้ในระดับหนึ่ง แต่ข้าก็ไม่อยากให้มีคนของเราตายมากไปกว่านี้ ..”ฌอนร่ายออกไปอีกยาว ด้วยที่สรุปๆได้ก็คือพวกศูนย์ข่าวกรองจะต้องฝึกใช้อาวุธลับ และถ้ามีคนที่ทำภารกิจผิดพลาดด้วยคนของเราตายอีก จะมีบทลงโทษตามมาอย่างสาสม ซึ่งเมื่อศูนย์ลับได้ยินก็เริ่มเหงื่อตกไปตามๆกัน แต่พวกศูนย์ข่าวกรองยังไม่รู้อะไรสักอย่าง พวกเขายังไม่รู้ว่านรกนั้นกำลังจะมาเยือนแล้ว“พวกเจ้าเลือกอาวุธตามที่ได้รับ ข้ามีให้เลือกอย่างจำกัด แล้วไปลงชื่อกันตรงนั้นว่าพวกเจ้าอยากจะได้อะไรชิ้นไหน และของจะมาส่งในอีกไม่นาน ในระหว่างนั้นข้าจะเป็นคนฝึกให้กับพวกเจ้าด้วยตัวของข้าเองทั้งหมด” จากนั้นรอยยิ้มของเขาก็ยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว และพวกศูนย์ลับเองก็รู้สึกสยองไปตามๆกัน เมื่อได้ยินว่าพวกเขาจะต้องเป็นผู้ที่สาธิตให้ศูนย์ข่าวกรองดูมันเริ่มจากการที่พวกเขาจะต้องวิ่ง แล้วก็วิ่งไปเรื่อยๆ และนรกก็มาเยือนแล้ว และในขณะเดียวกันนั้นเอง ฌอนก็เอารายชื่อของคนทั้งหมดมาดู ซึ่งศูนย์นี้มีคนอยู่ทั้งหมด เกือบๆ 900 คน และใช้อาวุธที่แตกต่างกันไป อาวุธที่เขานำมาให้เลือกมันมีตั้งแต่เข็มบิน ดาบนินจา ดาวกระจาย คุนาอิ และอื่นอีกมากมาย แล้วส่วนใหญ่จะเป็นอาวุธลับทั้งสิ้นและแน่นอนว่าเขาจะสั่งชื้อมาให้กับทุกๆคนด้วยเงินของเขาเอง และยังมีรางวัลพิเศษสำหรับ 100 คนเป็นปืนพกจิ๋วขนาดพกพา ที่สามารถบรรจุกระสุนได้นัดเดียวเท่านั้นเป็นของรางวัลอีกด้วย แต่เขายังไม่บอกในตอนนี้เพียงเท่านั้นเอง เขาส่งข้อความหาแนนซี่เพื่อให้จัดการสั่งของให้กับเขา และเงินส่วนหนึ่งก็อยู่ที่เธอแล้วเช่นกันไม่นานก็ได้รับการยืนยันมาจากแนนซี่แล้ว ว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดราคาเท่าไหร่ และแน่นอนว่าน้ำตาเขาแทบจะร่วงลงไป เพราะราคารวมทั้งหมดมันต้องใช้ไปมากถึง 8000 เหรียญทองรวมค่าปรับที่ยกเลิกภารกิจก็อีกราวๆ 200 เหรียญทอง แปลว่าเขาลงทุนกับศูนย์นี้ไปมากเช่นกันและเขาคิดว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว เขาก็สั่งอาวุธพวกนี้มาให้กับศูนย์ลับด้วยเช่นกัน เขาต้องการให้ศูนย์ลับคือหน่วยที่เป็นที่หนึ่งในอาวุธทุกๆด้าน และใครมีแววที่สามารถเป็นหน่วยลับได้ในอนาคต เขาก็จะให้กราเซียเป็นผู้ฝึกทั้งหมด ดิออนที่ดีใจที่เหมือนกับว่าจะมีของเล่นใหม่ๆให้กับเขาได้เล่นก็ออกหน้าฝึกมันด้วยตัวเองทุกๆอย่างๆไม่คัดคลาดใดๆและกิจกรรมในการฝึกนี้มันก็ต้องใช้เวลาเป็น 1 เดือนเต็มเลยทีเดียว ในระหว่างนั้นเองประชาชนทั่วๆไปที่ตอนนี้กำลังเกิดภาวะที่เรียกว่าเดือนปีศาจนั่นเอง ก็ดำรงชีวิตเหมือนกับปกติได้บางเวลา มันก็เป็นเพราะป๊อกกี้ของร้านเดอร์แลนดอม นั่นเอง ซึ่งทางสมาคมนักฆ่าก็ซื้อไว้เป็นจำนวนมากเช่นกัน เพื่อใช้ในการฝึกของฌอนอีกสถานที่หนึ่งที่กำลังเครียดๆกับเหตุการณ์ต่างๆ คือตัวของพระราชาอาณาจักรดีไวท์ และตัวของดยุค ฟาร์เมลเองก็ด้วย พวกเขากำลังปรึกษาในเรื่องของสมาคมนักฆ่าที่กำลังจะทำอะไรสักอย่าง“ท่านพี่ข้าได้ข่าวมาว่า พวกสมาคมนักฆ่าตอนนี้เริ่มทำอะไรแปลกๆมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว” ดยุคกล่าวออกมาอย่างร้อนลน เพราะว่าความกลัวหน่วยหมาป่าขาว หน่วยฉลามขาว และไหนจะหน่วยอินทรีย์ขาวนั่นอีก ที่ทำภารกิจที่ไม่สามารถเป็นไปได้ให้เป็นไปได้ในระยะเวลาอันสั้นพวกเขากลัวเรื่องของอำนาจที่มีจะเสียสมดุลไปในไม่ช้า พวกเขาได้เอ่ยเรื่องของการอำนวยความสะดวกกับอาณาจักรแบล็กบาร์บิลอน ในการเคลื่อนกำลังพลเข้ามาจัดการกับสมาคมนักฆ่าถึงในประเทศ เพราะความกลัวของพวกเขาที่มีต่อสมาคมนักฆ่าเองก็ด้วย หรือกลัวว่าบ้านเมืองของพวกเขาจะเข้าสู่ภาวะสงครามเองก็ด้วย“นั่นสิ ข้าเองก็กังวลเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เรื่องตั้งโรงแรมสำหรับนักฆ่า และคนนอกไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้อีก และไหนล่าสุดจะเป็นการยกเลิกภารกิจสืบข่าวทั้งหมดนั้นเอง ข้าว่ามันจะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน”พระราชากล่าวออกมากับหลานชายของเขา และแน่นอนว่าพวกเขาได้ลงเรือลำเดียวกันแล้ว หลังจากลงความเห็นเรื่องอำนาจที่กำลังเพิ่มขึ้นของสมาคมนักฆ่า และต้องกำจัดทิ้งก่อนที่ยังจะพอมีโอกาส และตอนนี้พวกเขาก็กำลังเป็นกังวล ถึงการพูดคุยกับอาณาจักรแบล็กบาร์บิลอนจะเป็นความลับ แต่พวกเขาเชื่อว่าสมาคมนักฆ่าจะต้องรู้“เราคงจะต้องขอความร่วมมือจากสมาคมนักผจญภัย แล้วก็สมาคมนักดาบด้วยอีกแรงหนึ่ง ท่านอาคิดว่าอย่างไรบ้างขอรับ” ดยุคฟาร์เมลกล่าวออกมา ตัวของพระราชาเองก็คิดตาม และมันก็น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะตอนนี้สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดในอาณาจักร คงไม่พ้นเรื่องของอาวุธชนิดใหม่ที่สมาคมนักฆ่าเป็นคนใช้นั่นหรอก และเขาก็รู้มาว่าอาวุธชนิดนั้นมันถูกเรียกว่า...ปืน....“ตกลงตามนั้น... ข้าจะจัดประชุมลับของพวกเราทั้งหมด ยกเว้นสมาคมนักฆ่า” พระราชากล่าวออกมา