หลินเฟยที่ได้ความรู้เกี่ยวกับโอสถและแพทย์มากำลังขมวดคิ้วแน่นเพราะหลินเฟยไม่มีเข็มไม่มีเตาปรุงยาหากจะใช้การหลอมโดยปราศจากเตาหลอมก็ทำไม่ได้เพราะหลินเฟยขาดเปลวเพลิงที่ใช้หลอมโดยเปลวเพลิงในการหลอมสามารถหาได้ตามธรรมชาติซึ่งมีระดับแตกต่างกันออกไป
''อย่างน้อยข้าก็ตรวจสอบอาการได้''หลินเฟยเข้าไปตรวจสอบอาการของเสี่ยวมู่และเจ้าขาวทันทีที่หลินเฟยทำคือการถ่ายลมปราณเข้าไปในร่างของทั้งคู่เพื่อตรวจดูอาการโดยเจ้าขาวอาการสาหัสกว่าที่เห็นนอกจากกระดูกที่แตกหักอาการบาดเจ็บภายในก็มีอยู่ทั่วไปหมด ส่วนอาการของเสี่ยวมู่...มันทำให้หลินเฟยหลั่งน้ำตาออกมา เสี่ยวมู่โกหกหลินเฟยเรื่องที่มันจะฟื้นขึ้นมาใน1เดือนให้หลังแต่ความเป็นจริงแล้วเสี่ยวมู่มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน
''กล้ามเนื้อ กระดูก อวัยวะ ทั้งหมดกำลังเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว ข้ามีเวลาประมาณมากสุด1ปีกว่า...''หลินเฟยคำนวณเวลาที่เสี่ยวมู่สามารถทนได้สูงสุด จากนั้นหลินเฟยจึงลุกขึ้นยืนแล้วหลับตาลงหลินเฟยกำลังคิดหาทางช่วยเสี่ยวมู่และเจ้าขาวเพราะด้วยความรู้ที่มีในตอนนี้มันยังจำกัดมากเกินไปไม่นานหลินเฟยก็ลืมตาขึ้นมาแล้วเดินไปที่แท่นหินที่ใช้ทดสอบพรสวรรค์
''พรสวรรค์จะสามารถวัดได้จริงๆงั้นหรือ ในความคิดของข้าหากมีพรสวรรค์แต่อยู่เฉยๆมันก็ไร้ความหมายมีเพียงความพยายามเท่านั้นที่จะทำให้ทุกอย่างอยู่ในกำมือ''ตูม! หลินเฟยต่อยไปที่เสาหินด้วยความรุนแรงวิ้ง! วิ้ง! วิ้ง! 9วงแหวนปรากฎสุดขีดพรสวรรค์ หลินเฟยไม่มีความดีใจอยู่เลยขณะหันหลังกลับจากนั้นหลินเฟยจึงอุ้มเสี่ยวมู่และเจ้าขาวขึ้นมาแล้วหยิบห่อผ้ามุ่งหน้าไปที่เมืองสีชาด แต่...วิ้ง! วิ้ง! วิ้ง!หลังจากหลินเฟยจากไปได้สักพักอยู่ๆแท่นหินก็ปรากฎวงแหวนเพิ่มขึ้นมาอีก3วงจากนั้นแท่นหินทดสอบก็ระเบิดออกกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
''เยอะพอสมควร''หลินเฟยลืมเรื่องแหวนมิติที่อยู่บนนิ้วไปเลย ตอนนี้หลินเฟยหลบหลีกศพต่างๆโดยไม่สนและผิดกับตอนแรกที่ใช้เวลานานในการเดินทางตอนนี้เพียงครึ่งวันหลินเฟยก็ออกมาจากป่าแล้วแต่หลินเฟยก็ไม่ได้หยุดเดินทาง หลินเฟยยังคงมุ่งหน้าไปที่เมืองสีชาดโดยรักษาความเร็วสูงสุดเอาไว้ตลอดตุ่บ! ผ่านไป5วันโดยที่ไม่หยุดเคลื่อนไหวไม่ดื่มไม่กิน สภาพของหลินเฟยยังคงสมบูรณ์จนน่าเหลือเชื่อและตอนนี้หลินเฟยก็มาหยุดอยู่หน้าเมืองสีชาดในสภาพที่ไม่ต่างไปจากขอทาน
''เจ้ามาจากไหน เข้ามาทำอะไร''ด้วยสภาพของหลินเฟยยามที่เฝ้าทางเข้าเมืองตรงเข้ามาขวางทางทันทีพวกมันมีหน้าที่สอบถามคนที่น่าสงสัยหรือแม้กระทั่งจับตัวไปคุมขังมันก็ทำได้
''ข้ามาจากเมืองจันทรา มาที่เมืองนี้เพราะต้องการเข้าสำนักมังกรอักขระ''ยามที่เฝ้าทางขมวดคิ้วแน่นทันทีด้วยสภาพที่ไม่ต่างไปจากขอทานกลับบอกว่าตนจะเข้าสำนักมังกรอักขระ
''หยุดล้อเล่นได้แล้ว สภาพอย่างเจ้าคงเข้าไปขอทานมากกว่า หืม...แล้วนั่นในห่อผ้าของเจ้ามีอะไรอยู่เปิดมันออกให้ข้าเห็น''เพราะหลินเฟยเก็บเสี่ยวมู่และเจ้าขาวเอาไว้ในนั้นห่อผ้าจึงตุงผิดปกติ
''ในห่อผ้ามีแมวกับกระรอกแล้วก็เงินของข้านิดหน่อย''หลินเฟยไม่อยากเสียเวลาจึงทำตาม แต่...ทันทีที่เปิดห่อผ้ายามคนนั้นกลับโยนเสี่ยวมู่และเจ้าขาวออกไปขณะมองเหรียญทองที่อยู่ในห่อผ้าจนตาโตจากนั้นมันก็จ้องมองหลินเฟยอย่างลึกซึ้ง
''เจ้าไปได้แล้ว''ยามเก็บห่อผ้าเอาไว้ขณะไล่หลินเฟยเข้าเมือง ฉากนี้ทำให้หลินเฟยมีแววตาดุร้ายขึ้นหากอยู่ในเวลาอื่นหลินเฟยคงไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ แต่ตอนนี้หลินเฟยต้องการใช้เงินมากพอสมควรหลินเฟยต้องนำเงินไปซื้อเตาปรุงยาและเข็มเงินและสมุนไพรอีกหลายๆอย่าง
''คืนเงินของข้ามา''หลินเฟยก้มลงไปแล้วอุ้มเสี่ยวมู่กับเจ้าขาวขึ้นมาขณะเปล่งเสียงเย็นเยียบเบาๆ
''ไสหัวไปซะไอ้ขอทาน เงินทั้งหมดเจ้าไปขโมยมาสินะ''ยามไม่มีความเกรงกลัวขณะจับไปที่ด้ามดาบในสายตาของมันหลินเฟยเป็นแค่ชายหนุ่มธรรมดาเพราะอายุก็ขนาดนี้แล้วแต่กลับมีปราณรวบรวมขั้นที่1ซึ่งมันง่ายต่อการข่มขู่และกดขี่อย่างมาก
''ข้าจะพูดอีกครั้ง คืนเงินของข้ามา''ยามเริ่มดึงดาบออกมาแต่ก่อนจะลงมือกลุ่มเพื่อนของมันก็เดินเข้ามายามทั้งหมดไม่ได้พูดคุยกันแต่พวกมันแค่มองไปที่ตาของอีกฝ่ายไม่นานยามคนหนึ่งก็เดินออกมาจากกลุ่มมันยื่นมือออกมาแล้วแบออกซึ่งบนนั้นมีเงินอยู่5เหรียญทอง
''รับไปซะ ข้าช่วยเหลือเจ้าได้เพียงเท่านี้''หลินเฟยขบคิดขณะหยิบเงินในมือนั้นมา จากนั้นจึงจากไปต้องยอมรับเลยว่าหลินเฟยเกือบจะลงมือฆ่าทั้งหมดแต่เมื่อคิดดูให้ดีตนเองยังไม่ควรสร้างศัตรูเร็วเกินไปอย่างน้อยก็รอจนกว่ารากฐานจะมั่นคงกว่านี้ ถึงตอนนั้นค่อยกลับมาเอาคืนแบบทบต้นทบดอกก็ยังทัน
''เหอะ! เจ้าจะใจดีแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ เจ้าก็รู้ว่าเราที่เป็นได้แค่ยามเฝ้าหน้าเมืองมันไร้อนาคต''
''ถูกต้อง หากเราไม่ทำแบบนี้เราก็ไม่มีกิน''
''...''ยามคนอื่นต่างต่อว่ายามที่ยื่นเงินให้หลินเฟย หลายครั้งที่ยามคนนี้คอยขัดขวางการกดขี่ของพวกมันแต่พวกมันก็ลงมือไม่ได้เพราะยามคนนั้นมีความสัมพันธ์กับคนในสำนักมังกรอักขระ
''เจ้าลำบาก? แล้วเจ้าไม่คิดว่าคนที่โดนเจ้ากดขี่จะไม่ลำบากบ้างหรือไง...''ยามคนที่ช่วยหลินเฟยเดินจากไปโดยที่มันไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำของกลุ่มยามล้วนอยู่ในสายตาของหลินเฟยทั้งหมด
''รอข้าก่อนเถอะ''หลินเฟยเดินเข้าไปในเมืองที่มีขนาดใหญ่กว่าเมืองจันทรามาก โดยอันดับแรกหลินเฟยต้องการซื้อชุดใหม่จากนั้นจึงหาข้อมูลเรื่องสำนักมังกรอักขระ รวมทั้งคิดวิธีหาเงินเพิ่มให้ได้เร็วๆการซื้อชุดเป็นไปอย่างรวดเร็วถึงแม้หลินเฟยจะโดนดูถูกเพราะชุดที่เหมือนขอทานในตอนแรกก็ตามแต่หลังจากที่เปลี่ยนชุดและทำความสะอาดร่างกายหลินเฟยในตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างมากซึ่งตอนนี้หลินเฟยไม่ต่างไปจากคุณชายเจ้าสำราญที่ดึงดูดเพศตรงข้ามเข้ามาเสมอเพราะผิวที่ขาวและใบหน้าที่คมเข้มจนถ้าหากหญิงสาวนางใดได้มาเห็นเข้าจะต้องมีใบหน้าที่แดงซ่านทันที