ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 161 ระดับ 6

    เสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงและเสียงกิ่งไม้หักทำลายมาจากระยะไกลทั้งสามเคลื่อนตัวเป็นแนวตรงพุ่งเข้าหานาฟและเมญ่าที่เป็นจุดศูนย์กลางอย่างรวดเร็ว

    นาฟยืนตรงและหายใจลึก รวบรวมพลังที่อยู่ภายในตัวมือของนาฟกำหมัดแน่น แสงสีเขียวเปร่งประกายรอบมือค่อยๆ ส่องแสงดุจเปลวไฟ นาฟยกมือขึ้นและชี้ไปที่ก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ

    “ดัชนีสุญญากาศ!”

    พลังงานไร้รูปพุ่งออกจากปลายนิ้วทั้งสองอย่างรวดเร็วมวลอากาศบิดเบี้ยวเป็นเส้นตรงและชนเข้ากับก้อนหินขนาดใหญ่อย่างรุนแรง

    “ตูม!”

    เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณก้อนหินขนาดใหญ่แตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเศษหินปลิวว่อนและตกลงสู่พื้นราวกับฝน

    นาฟยืนอยู่ท่ามกลางหมอกควันและเศษหินที่ยังลอยอยู่ในอากาศสายตาของเขาจ้องมองไปที่ศัตรูอย่างไม่หวั่นไหว

    คนทั้งสามถึงกับหยุดชะงักและมองภาพที่เกิดขึ้นอย่างตกตะลึงพลังที่นาฟปล่อยออกมาไม่เพียงแต่ทำลายก้อนหินยักษ์แต่ยังส่งสัญญาณให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่พวกเขาต้องเผชิญ

    หลังจากที่ฝุ่นละอองและเศษหินค่อยๆจางลง เมญ่ามองภาพที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความตะลึงงัน พลังที่นาฟเพิ่งปล่อยออกไปนั้นเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งพลังและความแข็งแกร่งที่เขาแสดงออกมาทำให้เธอรู้สึกทึ่งเป็นอย่างมาก เหม่อมองชายหนุ่มที่แต่ก่อนยังไม่สามารถใช้พลังได้แต่ตอนนี้กลับทรงพลังอะไรเช่นนี้

    “พวกเจ้าต้องการอะไร!” นาฟกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาและมั่นคง

    ชายสวมชุดดำทั้งสามมองหน้ากัน สายตาเต็มไปด้วยความกังวลและลังเล

    ก่อนที่จะส่งสัญญาณให้กันและขยับเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ

    ร่างกายคนทั้งสามเริ่มส่องประกายแสงสีเหลืองจางๆออกมาจากร่างกาย

    นาฟหยิบกริชและโล่ออกมาจากบัตรมิติขยับตั้งท่าเตรียมต่อสู้เต็มรูปแบบเช่นกัน แต่ใจลึกๆกลับวิตกกังวลเป็นอย่างมาก ด้วยระดับพลังที่ต่างกันถึง2ขั้น ยากที่จะสู้ด้วยได้แถมมีถึง3คน คงต้องหาทางหนี ถ้าถึงที่สุดอาจต้องพาเมญ่าหนีเข้าโลกมิติไปด้วยกัน

    "ตูม"

    นาฟโยนระเบิดควันลงพื้นทันที กลุ่มควันฟุ้งกระจายไปทั่วนาฟคว้ามือเมญ่า “พวกเราถอย!” นาฟพูดเสียงเบาแต่น้ำเสียงหนักแน่น

    เมญ่าจับมือนาฟแน่นทั้งคู่เริ่มเคลื่อนตัวถอยหลังอย่างรวดเร็วใช้ประโยชน์จากหมอกควันที่ยังกระจายอยู่ ขยับออกไปจากสถานที่ที่พวกเขายืนอยู่แต่ทันใดนั้นเอง ศัตรูที่ซุ่มอยู่รอบๆ

    ก็เริ่มกางม่านพลังสีเหลืองที่มีประกายเรืองรองออกมาม่านพลังนั้นคลอบคลุมพื้นที่โดยรอบอย่างรวดเร็ว ทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดทันที

    "นี่มันม่านพลังระดับ 5 !"เมญ่ากล่าวเสียงแผ่วแต่เต็มไปด้วยความกังวล

    นาฟมองไปรอบๆ ด้วยสายตาเคร่งเครียด"ม่านปราการนี้ถูกเตรียมการมาอย่างดี"

    กลุ่มควันเริ่มค่อยๆ จางหาย นาฟหันไปมองรอบๆ ด้วยความเร่งรีบ ขณะที่เมญ่ายังจับมือเขาแน่น นาฟรู้ว่าการหนีจากการกักตัวของผู้ใช้พลังระดับสูงเป็นไปได้ยาก

     "เราต้องออกจากที่นี่!"นาฟเอ่ยเบาๆ

    นาฟตั้งสมาธิหลับตาลงสัมผัสถึงพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง แล้วเริ่มปลดปล่อยพลังออกมา แสงสีเขียวเรืองแสงปรากฏขึ้นรอบตัวเขานาฟเริ่มสร้างสัญลักษณ์มือบางอย่างทันทีมิติอากาศเบื้องหน้าเริ่มกระเพื่อมไปมา "นั่นมันอะไร!?" หนึ่งในศัตรูตะโกน

    นาฟเปิดดวงตาขึ้น มวลอากาศบิดเบี้ยวรูปวงกลมขนาดเล็กมาเริ่มปรากฏขึ้นค่อยๆขยายตัวขึ้นทีละน้อย ทางเข้าโลกมิติส่วนตัวของนาฟเริ่มปรากฏขึ้น

     "เราจะไปที่นั่น !" นาฟกล่าวด้วยแข็ง

    แต่ก่อนที่พวกเขาจะขยับตัวก้าวเข้าไปข้างหน้า

    "คิดว่าจะหนีไปง่ายๆ เหรอ?"  หนึ่งในศัตรูผู้ใช้พลังสายมิติที่เคลื่อนตัวได้เร็วสุดก็พุ่งเข้ามาในระยะปลดปล่อยลำแสง

    สร้างม่านพลังอีกชั้นกั้นกลางทางเข้าไว้

    นาฟหันมองศัตรูด้วยสายตาเคร่งเครียด ผู้ใช้พลังอีกสองคนพุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็วพลังของพวกเขาทำให้พื้นดินสั่นไหวและแตกเป็นรอยร้าว

    นาฟกัดฟันแน่น ขณะหยิบเหรียญตราราชวงศ์ขึ้นมา

    ทันใดนั้นดินที่ใต้เท้าของพวกเขาก็เริ่มสั่นไหวพื้นดินที่เคยแข็งและแน่นหนาเริ่มแตกออกเป็นรอยร้าวแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เถาวัลย์ไม้โบราณที่มีแสงเรืองรองปรากฏขึ้นจากดินอย่างกะทันหัน

    เถาวัลย์ไม้โบราณพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วโอบล้อมรอบตัวนาฟและเมญ่า สร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งและมีมวลพลังมหาศาลกระจายตัวออกมาปกป้องพวกเขาไว้แสงสีแดงเรืองรองออกมาจากเถาวัลย์ ส่องประกายงดงามแต่แฝงไปด้วยพลังอันลึกลับ

    ศัตรูทั้งสามที่พยายามบุกเข้ามาถึงกลับหยุดชะงัก

    "นี่มัน....!"หนึ่งในศัตรูตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

    นาฟมองเถาวัลย์ที่โอบล้อมตัวเขาด้วยความประหลาดใจ"เถาวัลย์นี้.....?" นาฟพึมพำกับตัวเอง

    เมญ่ายิ้มแล้วเอ่ย  "มันคือพลังของตระกูลพฤกษาราชันย์ของเรา  ท่านอามาช่วยแล้ว!” " นางกล่าวด้วยเสียงมั่นใจ

     

    เถาวัลย์ไม้โบราณกิ่งหนึ่งค่อยๆแทรกตัวขึ้นมาจากดินเริ่มขยายตัวแตกกิ่งก้าน เลื้อยและบิดเป็นตัว เสียงดังกึกก้องและแสงสีแดงเรืองรองเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าจนกระทั่งในที่สุดเถาวัลย์ก็แปรเปลี่ยนกลับกลายเป็นหญิงสาวผู้หนึ่ง

     

    ชุดของนาง มีลวดลายดอกไม้และเถาวัลย์พาดผ่านผมยาวของนางเป็นเหมือนใบไม้ที่ไหวพริ้วในสายลม ดวงตาเปล่งประกายเสมือนดวงดาว

     นางปรากฏตัวขึ้นตรงหน้านาฟและเมญ่าด้วยท่าทาง  สง่างาม

    ศัตรูทั้งสามจ้องมองด้วยความตื่นตระหนกพวกเขาถอยหลังไปในทันที ตาเบิกกว้างด้วยความกลัว

    “ระดับ 6!”หนึ่งในศัตรูกล่าวด้วยเสียงสั่นเทา

    คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน