ดวงตาสีหมึกของเฉินจู่เหวินจับจ้องไปที่ดวงหน้างามรอคอยประโยคต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ หากกงอวี้หลินคิดจะติดตามเขาไปถึงชายแดน เขาจะตัดสินใจเื่นางเช่นไรดี? สตรีผู้นี้กล้าหาญเกินไปแล้ว!!
“หากต้องให้เ้าออกไปเสี่ยงอันตราย ข้าไม่ยอมแน่!!”
“เมื่อครู่ฝ่าาเพิ่งจะรับสั่งว่า พระองค์จะมอบทุกสิ่งตามแต่ใจหม่อมฉันปรารถนามิใช่หรือเพคะ ที่แท้ฝ่าาก็เห็นหม่อมฉันเป็เพียงสตรีโง่งมที่คิดอยากหยอกล้อเล่นเมื่อใดก็ได้เท่านั้น..”
“อวี้เอ๋อร์..ไม่ใช่เช่นนั้น ข้าไม่เคยหลอกลวงเ้าแม้เพียงครึ่งคำ เอาล่ะๆ เ้าลองว่ามาก่อนว่าเ้าคิดสิ่งใดอยู่”
เหล่านางกำนัลที่ถอยห่างออกไปแล้วในคราวแรก เมื่อเห็นสีหน้าและท่าทางของโอรส์ที่เปลี่ยนจากราชสีห์เป็แมวน้อยในชั่วพริบตา พวกนางก็รีบถอยกรูดหาที่กำบังร่างกายกันเป็แถว ด้วยเกรงว่าหากเฉินจู่เหวินรู้สึกตัวแล้วเกิดอับอายขึ้นมาจะเป็คราวเคราะห์ของพวกนาง
“หม่อมฉันอยากให้ฝ่าาส่งหม่อมฉันกลับไปพักผ่อนที่จวนสกุลกงจนกว่าจะคลอดเพคะ ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าน้องชายหม่อมฉันเป็ห่วงหม่อมฉันที่สุด หากหม่อมฉันกลับไปเขาอาจจะกลับมาปกป้องหม่อมฉันที่นั่นก็เป็ได้”
“เ้าไม่ได้คิดจะตามข้าไปชายแดนหรอกหรือนี่?” เฉินจู่เหวินเลิกคิ้วสูงพลางโล่งใจกับคำตอบที่ได้ยิน แต่เมื่อใคร่ครวญคำขอร้องจากกงอวี้หลินให้ดี เขาก็เปลี่ยนสีหน้าทันที
“ต่อให้โม่เหอกลับมา ลำพังเขาคนเดียวกับบ่าวไพร่ในจวนสกุลกงเพียงหยิบมือจะคุ้มครองเ้าได้อย่างไรกัน!! เ้าอย่าลืมว่าหมอนั่นมันคืนตราแม่ทัพให้ข้ามาแล้วนะ!” ได้ยินชื่อกงโม่เหอ เฉินจู่เหวินก็อดหงุดหงิดไม่ได้
ปกติแล้วกงโม่เหอไม่เคยขัดใจเขาไม่ว่าเื่ใดก็ตาม ไม่คิดว่าการขัดคอกันครั้งแรกจะรุนแรงถึงขั้นแตกหักกัน ทั้งๆ ที่เขาหวังดีกับสองพี่น้องจากใจจริงโดยแท้
“โม่เหอไม่มีอำนาจนั้นจริงอยู่ แต่พระองค์มีมิใช่หรือเพคะ! ส่งหม่อมฉันกลับไปพำนักที่จวนสกุลกง ฝ่าาจะไม่มอบองครักษ์หรือนางกำนัลให้หม่อมฉันบ้างเลยหรือไร?”
ใบหน้าของเฉินจู่เหวินบิดเบี้ยวเหยเกจนดูไม่ได้ หากเขาจะฝากฝังใครสักคนให้ดูแลกงอวี้หลิน กงโม่เหอย่อมเป็ตัวเลือกอันดับหนึ่งโดยไม่ต้องสงสัย แต่นั่นเท่ากับว่าตนร้องขอความช่วยเหลือจากอีกฝ่ายทั้งที่เพิ่งจะยกปลายดาบเข้าใส่กันมาเมื่อไม่นาน!!
“ช่างเถิดเพคะ หม่อมฉันคงจะคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ยามที่อยู่ในจวนสกุลกงมากเกินไปเท่านั้น จากนี้ต่อไปหม่อมฉันจะอยู่เงียบๆ ไม่สร้างเื่ให้ขุ่นเคืองพระทัยอีกแล้วเพคะ”
เมื่อไออุ่นจากร่างงามพลันหายไปจากการกอดกุม เฉินจู่เหวินถึงกับใจหายวูบไม่อยากให้คนงามน้อยใจขุ่นเคืองตน เขากัดฟันแสร้งทำเป็ลืมตัวตนของกงโม่เหอ รีบดึงร่างนุ่มนิ่มกลับคืนสู่อ้อมอก เอ่ยถ้อยคำหวานหูเอาใจสนมรักทันที
“จะว่าไปั้แ่ข้ารับเ้าเข้ามาอยู่ในวัง เ้าก็ไม่เคยได้กลับไปเยี่ยมสกุลเดิมเลยสักครั้ง หากเป็ความปรารถนาของเ้าที่จะกลับไปพักที่นั่นข้าก็จะส่งคนไปคุ้มครองเ้าเอง”
“จริงหรือเพคะ? ฝ่าาไม่ได้หลอกให้หม่อมฉันดีใจไปเพียงลำพังจริงๆ ใช่หรือไม่เพคะ”
“ข้าบอกเ้าแล้วอย่างไรว่าสิ่งใดที่เป็ความปรารถนาของเ้า ข้าจะทำตามทุกประการ ข้าจะส่งหลูกงกงไปคอยดูแลเ้าอีกคนหนึ่งด้วย นอกจากเขาแล้วข้าคงไม่อาจวางใจผู้ใดได้อีก"
แววตาคู่งามไหววูบไปเล็กน้อยที่เฉินจู่เหวินไม่ได้คิดจะส่งเพียงองครักษ์และนางกำนัลไปพร้อมกับนาง แต่กลับมีหลูกงกงคนสนิทของเขาไปด้วยอีกคน แต่เมื่อนึกถึงว่าหลูกงกงก็เป็สหายเก่าของบิดา หากนางคิดนอกลู่นอกทางไปบ้างชายชราผู้นั้นก็น่าจะพูดคุยง่ายกว่าขันทีคนอื่นที่นางไม่ได้สนิทสนมด้วย
“ขอบพระทัยฝ่าาเพคะ แม้ยามนี้จวนสกุลกงจะไม่ใช่จวนแม่ทัพใหญ่เหมือนแต่ก่อน แต่หม่อมฉันก็คุ้นเคยและรู้จักกับมิตรสหายข้างนอกไม่น้อย มีหลูกงกงมาอยู่ด้วยอีกคนหม่อมฉันก็ยิ่งมั่นใจว่าคนจากวังหลวงคงจะเอื้อมมือเข้ามาก้าวก่ายได้ยากยิ่งขึ้นเพคะ”
“หากว่า..” เฉินจู่เหวินวางคางเอาไว้บนศีรษะเล็ก สายตาทอดมองออกไปไกล
“หากว่าเขากลับมาหาเ้าจริงๆ เ้าจงเลือกฟังความเห็นเ้าเขาเป็สำคัญ กงโม่เหอจะจัดการเื่ของเ้าได้ดีที่สุดอย่างแน่นอน”
ริมฝีปากบางเฉียบของกงอวี้หลินหยักยิ้มน้อยๆ ด้วยความพึงพอใจ นางคิดไม่ผิดว่าแท้จริงแล้วเฉินจู่เหวินก็ยังตัดความสัมพันธ์กับน้องชายนางได้ไม่ขาด บางทีการกลับไปพำนักที่จวนสกุลกงของนางคราวนี้อาจจะประสานรอยร้าวของคนทั้งคู่ได้สำเร็จ!
……….
กระท่อมนายพรานกลางป่า
“ท่านพี่ หยุดก่อน รอข้าก่อน!!” จ้าวเฉียงอี้กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามร่างของสามีที่เดินนำหน้าไปทางลำธารด้วยความร้อนใจ
ทั้งๆ ที่นางพยายามออกแรงเร่งฝีเท้า แต่กงโม่เหอทำเพียงแค่ก้าวขายาวๆ ไม่กี่ก้าวระยะห่างระหว่างนางกับเขาก็ไกลกันไปทุกที จนสุดท้ายหญิงสาวต้องหยุดพักเหนื่อยอยู่กับที่และส่งเสียงะโตามหลังเขาแทน
“ท่านพี่!! หากข้าทำสิ่งใดขัดใจท่าน ข้าขออภัยด้วยเ้าค่ะ! น้ำในเรือนมีเท่านั้นก็พอใช้แล้ว เอาไว้พรุ่งนี้ข้าจะมาแบกเองแต่เช้าเลยเ้าค่ะ ท่านอย่าทำเช่นนี้เลย..”
หญิงสาวขอบตาแดงก่ำม่านน้ำตาผุดพราวในดวงตา สถานการณ์ระหว่างนางกับสามีค่อยๆ ดีขึ้นทุกวัน จนนางคิดว่ากงโม่เหอคงจะอภัยเื่ราวเลวร้ายในอดีตของนางได้แล้วเสียอีก
ไม่คิดว่าหลังจากที่เขาเข้าไปซื้อเสบียงอาหารในเมือง กลับมาสามีก็ทำหน้าตาราวกับเป็พญามัจจุราชมาทวงิญญาเหมือนที่นางเคยเห็นเมื่อหลายเดือนก่อน
นางมั่นใจว่านางทำงานในเรือนจนเสร็จสมบูรณ์แล้วทุกอย่าง ยกเว้นเื่ที่นางไม่ได้ไปแบกน้ำมาเติมใส่โอ่งดินเผาด้านหลังเรือนเท่านั้น ซึ่งปกติแล้วหน้าที่นี้นางก็ไม่ค่อยได้ทำเอง แต่เป็พี่ชายเจียวจิ้นที่มักจะอาศัย่ที่กงโม่เหอไม่อยู่แอบมาทำแทนนางเกือบทุกวัน และเผอิญว่าวันนี้จางเจียวจิ้นก็ไปส่งฟืนในเมืองเช่นกันจึงไม่ได้มาช่วยนางแบกน้ำ
เสียงเล็กๆ เจือสะอื้นแ่เบาราวกับลูกสัตว์ได้รับาเ็ของหญิงสาวแว่วเข้าสู่โสตประสาทของกงโม่เหอทำให้เขาตื่นจากภวังค์
ร่างสูงหันหลังกลับมามองและพบว่าภรรยาตัวน้อยของตนกำลังยืนหอบหายใจเหนื่อยอ่อนอยู่ไม่ไกล “เฉียงอี้? เ้าตามข้ามาทำไม?”
“ท่านพี่ข้าขอโทษ ข้าเห็นว่าน้ำในเรือนยังมีพอใช้อยู่เ้าค่ะ เลยคิดว่าพรุ่งนี้เช้าค่อยมาแบกน้ำไปเติมก็ได้ ข้าผิดไปแล้ว”
แววตาคมกล้าราวกับดาบของกงโม่เหอแปรเปลี่ยนเป็อบอุ่นโดยพลัน จ้องมองท่าทางอับจนปัญญาของหญิงสาวอย่างรู้สึกขบขัน
เขาไม่ได้คิดเื่น้ำอะไรนั่นสักนิด! แต่เป็เพราะข่าวที่ได้ยินมาจากโรงเตี๊ยมในเมืองฉงซิ่งต่างหากที่ทำให้ตนว้าวุ่นใจจนนั่งไม่ติด พอเห็นถังไม้วางอยู่เฉยๆ ก็เลยฉวยมันขึ้นมาแล้วออกเดินมาริมลำธารเพื่อหาทางสงบจิตใจต่างหาก!
“เ้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิดหรอกเฉียงอี้ กลับไปเสียก่อน”
“หากท่านไม่โกรธข้า แล้วท่านทำเช่นนี้ทำไมเ้าคะ? ตอนกินข้าวท่านก็ไม่พูดกับข้าสักประโยค” หญิงสาวสบตาตอบโต้ด้วยความดื้อรั้น รีบก้าวขายาวๆ ตรงมาหาชายหนุ่ม
“ข้าไม่ได้โกรธเ้า แต่ข้ามีเื่สำคัญที่ต้องคิดให้ดีก่อนตัดสินใจ…เอาอย่างนี้ อีกนิดเดียวก็จะถึงลำธารแล้ว ข้าจะไปแบกน้ำมาสักรอบก่อนแล้วก็จะรีบกลับ เ้ากลับไปรอข้าที่เรือนแล้วข้าจะเล่าให้เ้าฟังทั้งหมด”
“จริงหรือเ้าคะ?” หญิงสาววิ่งตามมาจนถึงตัว พอได้ยินคำตอบนางก็เงยหน้าเอียงคอมองสามีอย่างไร้เดียงสา
"จริง ข้าไม่ได้โกรธเ้าสักนิด" ชายหนุ่มพยักหน้าเบาๆ เอื้อมมือไปดีดหน้าผากกลมมนของภรรยาครั้งหนึ่งด้วยความเอ็นดู
น้ำเสียงอ่อนโยนเหลือจะกล่าวกับการแสดงออกของกงโม่เหอทำเอาหญิงสาวหน้าแดงก่ำทำตัวไม่ถูก นางไม่กล้าจะเซ้าซี้ต่อ และรีบพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันหลังเดินกลับเรือนไปอย่างสับสนมึนงง
กงโม่เหอมองตามเงาร่างน่ารักน่าเอ็นดูที่จากไปด้วยแววตาเป็ประกาย กล่าวตามจริงทุกวันนี้จ้าวเฉียงอี้ทำให้เขามีความสุขทุกวัน นางช่างเอาอกเอาใจ เพียรพยายามทุกวิถีทางเพื่อเป็ภรรยาที่ดีให้ได้ และนางก็ชนะใจเขาไปแล้ว
“ข้าจะทำใจแยกจากเ้าได้จริงๆ หรือเฉียงอี้..” ชายหนุ่มรำพันเสียงเบา สีหน้ากลับมาอมทุกข์อีกครั้ง