เมื่อเกวียนม้าวิ่งมาถึงหน้าหมู่บ้านก็เป็เวลาเกือบห้าโมงเย็น เกวียนจอดให้ทุกคนลงตรงหน้าหมู่บ้าน ก่อนที่จะวิ่งกลับไปที่พักของกองพลน้อย จางเล่อเหลียนกล่าวขอบคุณที่ให้เธออาศัยเกวียนเดินทางไปอำเภอด้วย จากนั้นเธอก็เดินถือตะกร้ากลับบ้าน ระหว่างทางเดินกลับบ้านของเธอก็ต้องผ่านศาลาที่มีต้นดอกกุ้ยฮวาหรือหอมหมื่นลี้อยู่ 2 ต้นใหญ่ที่น่าจะมีอายุหลายปีแล้วเป็มร่มเงาอย่างดี และยังเป็จุดศูนย์รวมของคนเฒ่า คนแก่ เด็ก หรือแม้แต่หนุ่มสาว สาวน้อยสาวใหญ่ก็มานั่งพบปะพูดคุยกันหลังจากที่พวกเขาเสร็จจากงานในทุ่งนา และใน่ที่ว่างเว้นจากงานต่างๆ พอเธอมองไปที่ศาลาเธอก็เจอกับสายตาของคนเ่าั้ กำลังมองมาที่เธอรวมไปถึงสายตาของสะใภ้ใหญ่ผู้ที่ชื่นชอบมายังศาลานี้เป็ประจำ
จางเล่อเหลียนทำเป็ไม่สนใจสายตาของใครๆที่มองมา เธอเพียงแค่ต้องรีบเดินไปให้ถึงบ้านเร็วๆ เพราะเธอหนักมากเลยตอนนี้ แต่ขณะที่เธอกำลังพยายามจะเดินไปให้เร็วก็ต้องหยุดเดิน เพราะอยู่ๆสะใภ้ใหญ่ติงเจียเหม่ยก็เดินมาขวางทางเดินเธอ
"สะใภ้รองไปในอำเภอมาเหรอ ได้ของมาเยอะเลยนะ" สะใภ้ใหญ่เธอมองดูของในตะกร้าถึงกลับตาลุกวาว
"ใช่ค่ะ พี่สะใภ้มีอะไรหรือเปล่าฉันจะรีบกลับบ้าน เพราะตอนนี้ก็เย็นมากแล้วลูกๆรอฉันอยู่"
จางเล่อเหลียนรีบตอบรีบถามให้จบๆเพราะเหนื่อยและหนัก เธออยากจะกลับบ้านเต็มทนแล้ว
"อ้อ...ไม่มีอะไรหรอกจ้า พี่เห็นว่าเธอเดินมาก็แค่แวะมาทักทาย ประสาคนบ้านเดียวกัน อือ!จะว่าไป่นี้คุณพ่อกับคุณแม่พวกท่านก็ไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่าไหร่นะ ใจพี่ก็อยากจะหาอะไรมาบำรุงร่างกายพวกท่านนะแต่ติดว่าไม่ค่อยจะมีเงิน เพราะเงินส่วนมากก็จะอยู่ที่กองกลางหมด "
"......." จางเล่อเหลียนเอียงคอมองสะใภ้ใหญ่เธอเริ่มเดาได้แล้วว่าสะใภ้ใหญ่้าอะไร แต่เธอยังจะไม่พูดดูสิว่าสะใภ้ใหญ่จะทำยังไง
สะใภ้ใหญ่เห็นว่าจางเล่อเหลียนเงียบไม่ยอมตอบหรือว่าอะไรก็รีบพูดออกไปทันที ยังไงวันนี้เธอก็ต้องได้เนื้อกลับไปบ้านบ้างล่ะ เนื้อออกจะเยอะขนาดนั้นบ้านรองกินไม่หมดหรอก
"สะใภ้รองพี่เห็นเธอมีเนื้อเยอะ เธอน่าจะแบ่งให้พี่เอาไปทำอาหารบำรุงให้คุณพ่อคุณแม่สักหน่อยนะ คุณพ่อคุณแม่ท่านจะได้ดีใจที่สะใภ้รองยังรู้จักกตัญญูต่อพวกท่าน "
"พี่สะใภ้ใหญ่ค่ะ ที่จริงพี่ไม่จำเป็ต้องมาบอกเื่นี้กับฉันเลยนะคะ เพราะฉันคิดจะแบ่งของให้บ้านใหญ่อยู่แล้ว เพียงแต่จะให้อะไรไม่ให้อะไรมันก็เป็สิทธิ์ของฉัน หรือถ้าฉันจะไม่ให้อะไรเลยก็ยังได้เพราะมันเป็ของๆฉัน และอีกอย่างบ้านรองเราก็กตัญญูต่อคุณพ่อคุณแม่เสมอ พี่ก็น่าจะรู้ ดูได้จากที่สามีฉันยังคงส่งเงินให้บ้านใหญ่เป็ประจำทุกเดือน"
"พี่ก็แค่หวังดีกับเธอนะ อีกอย่างการที่เธอซื้อของมาตั้งเยอะถ้าไม่แบ่งให้คุณพ่อคุณแม่ คนอื่นรู้พวกเขาจะมาว่าเธอไม่กตัญญูต่อพ่อแม่สามีได้"
สะใภ้ใหญ่เริ่มจะไม่พอใจจางเล่อเหลียนเพราะเธออุตส่าห์เดินเข้ามาพูดด้วยดีๆแล้วนะ
"ใช่ๆ " เสียงของฟางชินเพื่อนสะใภ้ใหญ่ดังขึ้น เธอยืนฟังทั้งสองคนคุยกันอยู่แถวนั้น
"จางเล่อเหลียนหล่อนใช้เงินเก่งขนาดนี้ สามีหล่อนทำงานงกๆเพื่อส่งเงินมาให้เธอใช้ เธอก็ควรกตัญญูต่อพ่อแม่สามีหล่อนบ้างนะ "
ถ้าหล่อนไม่ใช่หน้าตาดีเหมือนนางจิ้งจอกล่อลวงกู่ิหลงหล่อนคงจะไม่มีอะไรที่จะเหมาะสมกับกู่ิหลงหรอก ฟางชินคิดในใจ
จางเล่อเหลียนหันหน้าไปทางเสียงนั้นทันที เธออุตส่าห์จะไม่สนใจแล้วนะ ยังไม่ยอมหยุดกันอีก
"ที่จริงฉันจะใช้เงินเก่ง ฉันจะกตัญญูหรือไม่กตัญญู แล้วมันผิดตรงไหน หรือฉันจางเล่อเหลียนเคยต้องไปขอข้าวบ้านใครกินไหม อีกอย่างเงินก็เงินบ้านฉัน สามีก็สามีฉัน เขารักเขาส่งเงินมาให้ใช้แล้วผิดตรงไหน หรือพวกเธออิจฉา อยากได้สามีฉันกันล่ะ ทำไมเื่ครอบครัวฉันถึงมีแต่คนอยากจะยุ่ง "
จางเล่อเหลียนรู้สึกหมดความอดทนแล้ว กับพวกที่ชอบยุ่งเื่ชาวบ้าน เมื่อเช้าก็โดนว่าไปแล้วกลับมาบ้านยังมีคนประเภทนี้อยู่อีก เธอทิ้งคำพูดให้คนแถวนั้นคิด จากนั้นเธอก็รีบถือตะกร้าเดินกลับบ้านไม่สนใจเสียงนกเสียงกาอีกเลย
"หล่อน!......" ฟางชินชี้นิ้วตามหลังจางเล่อเหลียนไป เธอก็ไม่อยากจะยุ่งกับจางเล่อเหลียนมากหรอก แต่แค่เวลาที่เห็นหล่อนใช้ชีวิตสุขสบาย ใช้เงินอย่างกับผลิตขึ้นมาเองได้ อยู่บ้านไม่จำเป็ต้องอยู่ใต้กฎเกรณฑ์ของแม่สามี ไม่ต้องออกไปทำงานแลกแต้มจนเหงื่อไหลไคลย้อยเหมือนพวกเธอ เธอต้องทำงานหนัก แต่เธอกลับไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อของที่ตนเองอยากได้ มันจึงทำให้เวลาที่เธอเห็นจางเล่อเหลียนแล้วขัดหูขัดตาไปหมด
"นี่ติงเจียเหม่ย เธอดูน้องสะใภ้ของเธอสิ หล่อนปากร้ายมากหาว่าฉันอิจฉาหล่อน อยากจะได้สามีหล่อนได้ยังไงกัน" พอจางเล่อเหลียนเดินจากไปแล้วฟางชินก็หันมาพูดกับสะใภ้ใหญ่ทันที
"......." หล่อนก็ไม่ต่างจากจางเล่อเหลียนหรอกปากร้ายพอกัน สะใภ้ใหญ่คิดในใจ
"ฉันละสงสารเธอจริงๆเจียเหม่ย เป็สะใภ้บ้านกู่เหมือนกันแต่คนหนึ่งทำงานงกๆกลางแดด อีกคนเกียจคร้านกลับสบายมีเงินใช้ " ชินฟางยังคงพูดต่อ
"อือ เธอไม่ต้องมาสงสารฉันหรอกนะ อย่างน้อยฉันก็เป็สะใภ้ใหญ่ของบ้านกู่" นี่ไงละกลับมาแว้งกัดเธออีกแล้วสะใภ้ใหญ่คิด
"อ้อ..ฉันว่าเธอจะต้องบอกเื่นี้กับน้องสามีของเธอแล้วนะ เขาจะได้ไม่หลงมารยาของจางเล่อเหลียนไปมากกว่านี้"
"รู้แล้วๆ ถ้าเขากลับมาฉันจะบอกเขาแน่ " เธอจะรอดูวันที่น้องสามีกลับมาแล้วรู้ว่าเมียตัวเองเป็ยังไง
"นี่เจียเหม่ยเธอว่าจางเล่อเหลียนซื้อของมาเยอะขนาดนั้น จะหมดเงินไปกี่หยวนนะ ของเต็มตะกร้าเลย ฉันยังมองเห็นในตะกร้ามีเนื้อด้วยนะ"
"ก็น่าจะหลายหยวนเลยล่ะ ก็มีแต่ของดีๆเต็มตะกร้าเลย" ติงเจียเหม่ยมองตามจางเล่อเหลียนไปด้วยความรู้สึกเสียดายเนื้อและอิจฉา
หลังจากจางเล่อเหลียนเดินผ่านมาได้ เสียงนกเสียงกาก็เริ่มเบาลงเรื่อยๆ เธอรีบเดินจนมาถึงบ้าน เคาะประตูเรียนคนข้างใน สักพักก็ได้ยินเสียงเด็กๆทั้งสองร้องเรียกแม่ เธอได้ยินเสียงวิ่งของทั้งสองคนวิ่งมาเปิดประตู
"เย้ๆๆ...แม่กลับมาแล้ว" เสียงของิเฉินน้อย ที่ทั้งพูดทั้งวิ่งไปมาด้วยความดีใจ
"แม่กลับมาแล้ว" เสียงลู่ซือ
"ว่าไงเด็กดีของแม่ วันนี้ดื้อกับคุณยายไหมลูก"
"ผมไม่ดื้อครับ /หนูไม่ดื้อค่ะแม่"
"เด็กดี เก่งที่สุดเลยลูกรักของแม่"
"แม่ซื้อขนมมาฝากผมกับพี่หรือเปล่าครับ "
"แม่มีของมาฝากลูกๆเยอะเลยเราเข้าไปในบ้านกันก่อนดีกว่า"
พอจางเล่อเหลียนเดินเข้ามาในบ้านก็เจอกับแม่บุญธรรมที่พึ่งเดินออกมาจากในครัว
"แม่บุญธรรมคะ ฉันกลับมาแล้วค่ะ"
"อือ เหนื่อยไหมลูก ได้อะไรมาเยอะเลย"
"ฉันซื้อนมผงมาไว้ชงให้ลูกดื่ม มีขนมเซาปิ่ง เนื้อหมู ข้าว แล้วก็ส้มค่ะ แม่ค่ะเดี๋ยวหนูแบ่งหมูให้ไปไว้ทำอาหารที่บ้านนะคะ แล้วหนูซื้อขนมเซาปิ่งมาฝากด้วย ส่วนของฝากหนูก็เอาไปให้ฟางอี้เรียบร้อยแล้วค่ะ"
"ขอบใจลูกมาก แต่เนื้อหมูไม่ต้องแบ่งให้แม่หรอกนะ เก็บไว้บำรุงหลานๆ เถอะจ้ะ แม่หุงข้าวไว้ให้แล้วนะ ลูกกลับมาแล้วงั้นเดี๋ยวแม่ก็จะกลับบ้านละน่ะ "
"แม่บุญธรรมอย่าพึ่งกลับสิค่ะ ทานข้าวกับพวกหนูก่อน เดี๋ยวหนูขอไปทำกับข้าวแปปหนึ่งนะคะ"
"ก็ได้จ้ะ"
"ลู่ซือ ิเฉิน พวกลูกเอาขนมสองกล่องนี้ไปให้คุณปู่คุณย่าหน่อยนะลูก แล้วก็รีบกลับมาทานข้าวแม่จะรีบทำของอร่อยๆไว้รอ"
"ครับแม่ /ค่ะแม่"
หลังจากนั้นจางเล่อเหลียนก็รีบเข้าครัวไปทำอาหารโดยมีแม่บุญธรรมเข้ามาช่วยเป็ลูกมือด้วย วันนี้เธอทำผัดผักรวมมิตร แกงจืดเยื่อไผ่หมูสับ เต้าหู้เหม่าโผว่ ขึ้นโต๊ะ
ทางบ้านใหญ่เมื่อลู่ซือและิเฉินเดินมาถึงบ้านใหญ่ก็เจอกับลุงใหญ่ อาสาม คุณปู่นั่งอยู่หน้าบ้าน
"สวัสดีค่ะ /สวัสดีครับ คุณปู่ ลุงใหญ่ อาสาม"
"อ่าวลู่ซือ ิเฉิน มีอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมถึงได้มาบ้านปู่ตอนนี้ล่ะ หรือมีปัญหาอะไรหรือเปล่า " พ่อเฒ่ากู่รีบถามหลานๆ ด้วยกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่บ้านรอง
"คือแม่ให้เอาขนมเซาปิ่งมาให้คุณปู่น่ะค่ะ"
"อ้อ ฝากขอบใจแม่ของหลานด้วยนะ แล้วหลานทั้งสองทานข้าวหรือยังอยู่ทานข้าวกับปู่ก่อนไหม"
"คงไม่ได้ครับคุณปู่ คือแม่ทำกับข้าวรออยู่ที่บ้านพวกผมต้องรีบกลับครับ ไว้วันหลังผมจะมาหาคุณปู่อีก นะครับ"
"ไม่เป็ไรๆ พากันเดินกลับดีๆนะ มาให้ปู่กอดหน่อยมา"
"ผมกลับครับ /หนูกลับนะคะ คุณปู่ ลุงใหญ่ อาสาม" ทั้งสองรีบกล่าวลาแล้วพากันวิ่งกลับบ้าน พวกเขาอยากรู้ว่าวันนี้แม่จะทำของอร่อยอะไรให้ทาน
"ลู่ซือ ิเฉิน เหมือนจะมีเนื้อมีหนังขึ้นนะครับพ่อ " พี่ใหญ่กูอี้หยางพูดกับพ่อเฒ่ากู่แล้วมองตามหลังหลานๆไป
"อือ ผมก็คิดเหมือนพี่" น้องชายสามเห็นตรงกับพี่ชายหลานๆเขาดูดีขึ้นกว่าแต่ก่อนรวมไปถึงพี่สะใภ้รองด้วย
"ดีแล้ว พ่อจะได้หมดห่วง "
สักพักกู่ฟางลี่ วัย 5 ขวบ ลูกสาวของน้องชายสามก็เดินออกมาตามทุกคนเข้าไปทานข้าว โต๊ะทานข้าวสองโต๊ะเต็มไปด้วยสมาชิกทุกคนของบ้านกู่กำลังนั่งล้อมวงกินข้าวกัน
"แม่ค่ะ บ้านรองได้แบ่งอะไรมาให้บ้านใหญ่บ้างไหมคะวันนี้ ฉันเห็นว่าสะใภ้รองกลับมาจากอำเภอซื้อของมาเยอะเลย"
"ไม่เห็นมีอะไรเลยนิ ฉันยังไม่เห็นบ้านรองมาที่นี่เลย" แม่เฒ่ากู่พูดขึ้นเธอก็พึ่งจะเดินออกมาจากห้องนอนตอนที่หลานสาวไปตามมาทานข้าว
"สะใภ้รองให้หลานๆเอาขนมเซาปิ่งมาให้ 2 กล่อง วางอยู่ตรงนั้น ทานข้าวเสร็จค่อยเอามาแบ่งลูกๆหลานๆกิน" พ่อเฒ่ากู่ได้ยินจึงพูดขึ้น
"ให้แต่ขนมเหรอคะ ไม่มีเนื้อเหรอ ฉันเห็นเธอซื้อเนื้อมาด้วยนะคะ อะไรกันซื้อของมาตั้งเยอะแบ่งมาให้แค่นี้เองเหรอ"
สะใภ้ใหญ่พูดขึ้นด้วยความไม่พอใจเธอแอบหวังว่าจะได้กินเมนูเนื้อบ้าง ไม่ใช่จะกินแต่ผัก ไข่ ปลา วนเวียนอยู่แค่นี่
"คุณหยุดพูดได้แล้ว อย่ายุ่งเื่ของคนอื่น กินข้าวของคุณไป หรือถ้าไม่อยากจะกินก็กลับเข้าห้องไปซะ อย่ามาทำให้เสียบรรยากาศทานข้าวของบ้าน เพราะคำพูดไม่คิดของคุณ"
พี่ชายใหญ่พูดปรามภรรยาของเขา เขาเริ่มที่จะทนไม่ได้แล้ว แต่ก่อนเธอก็ไม่เป็ถึงขนาดนี้เขาก็ไม่อยากจะถือสา เพราะอย่างน้อยเธอก็เป็แม่ของลูกชายทั้งสอง และเป็คนสู้งาน ขยันขันแข็งสู้งานในทุ่งนากับเขาไม่เคยบ่น เป็ความผิดของเขาเองที่ไม่ยอมห้ามปรามเธอเวลาที่เธอพูดไม่ดีกับคนในครอบครัว
"หึ! คุณว่าฉันเหรอค่ะ " สะใภ้ใหญ่หันไปมองสามีของเธอด้วยความโกรธที่โดนว่าต่อหน้าคนในครอบครัว เธอลุกขึ้นแล้วเดินหนีเข้าห้องหวังให้สามีมาง้อ แต่รอแล้วรออีกเขาก็ไม่มาง้อเธอไปทานข้าวต่อ เธอหิวแต่กลัวเสียหน้า เพราะพึ่งจะทานได้คำสองคำเอง เธอจึงต้องทนหิวไปจนถึงเช้า
"ผมขอโทษนะครับคุณพ่อคุณแม่ ที่ทำให้มีเื่วุ่นวาย"
"ไม่เป็ไรทานข้าวต่อเถอะ" พ่อเฒ่ากู่ตอบลูกชายคนโต
ทุกคนบนโต๊ะทานข้าวไม่กล้าพูดอะไรออกมา แม้แต่แม่เฒ่ากู่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมา เพราะเธอโดนพ่อเฒ่ากู่ต่อว่าเื่คราวก่อนที่ไปต่อว่าจางเล่อเหลียนที่หน้าบ้าน จนชาวบ้านเขาเอาไปนินทา พ่อเฒ่ากู่ยังมึนตึงกับเธออยู่ คราวนี้เธอเลยไม่กล้าพูดอะไรมากทำเพียงก้มหน้ากินข้าว
ฟากฝั่งของบ้านรอง ทุกคนกำลังทานข้าวกันอย่างมีความสุข เพราะได้ทานทั้งของคาวที่อร่อยมากแล้วยังมีขนมหวานทานหลังจากทานข้าวเสร็จ ตามด้วยส้มลูกโตรสชาติหวานอร่อยมากเลยโดยไม่ได้รับรู้ปัญหาของบ้านใหญ่เลยว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะทุกคนกำลังอิ่มเอมกับอาหารอร่อยๆของค่ำวันนี้