“ตึง!”
ทั้งสองคนกระทืบเท้าแทบจะในจังหวะเดียวกัน เพื่อเปิดใช้งานโกสต์สเต็ป ความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มสูงขึ้น การดวลกันระหว่างมือสังหารชั้นยอดจะถูกตัดสินในชั่วพริบตาเดียว ชัยชนะอันเด็ดขาดที่แท้จริงนั้นอยู่ในรายละเอียดส่วนลึกบางอย่าง
วินาทีที่โกสต์สเต็ปถูกเรียกใช้งาน ทั้งสองคนจึงพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้ทันที แต่เมื่ออยู่ห่างกันสามหลา พวกเขาก็หยุดชะงักเอาไว้ นั่นเป็นระยะในการใช้สกิลควักของมือสังหาร กระทั่งเมื่อ “วู่” ซุ่มเสียงของใบหญ้าที่ปลิวผ่านมา ซานโหย่วฝูซูเป็นผู้นำในการบุกโจมตี เขาเคลื่อนตัวไปรอบๆ ร่างกายได้เคลื่อนกระทบเข้ากับกำแพงใสและหมุนเข้าที่ วาดเป็นเส้นโค้งขึ้นล้อมรอบเฟยหุนทันที
ทันใดนั้นม่านตาของเฟยหุนก็หดแคบลง เขารับรู้ได้ถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง เมื่อซานโหย่วฝูซูพบมุมที่ใช้สกิลควักสำเร็จได้ เขาคงถูกฆ่าในพริบตาและแน่นอนซานโหย่วฝูซูคนนี้ไม่มีทางให้โอกาสเขา
ดังนั้น ในขณะที่ซานโหย่วฝูซูเคลื่อนไหว เฟยหุนก็ก้าวถอยหลังหลบเลี่ยงการโจมตีกะทันหัน พร้อมกับกวัดแกว่งกริชโจมตีกลับไปทันที ทำให้เกิดประกายไฟขึ้นมา ขณะที่เสียง “ฉึก ฉึก” ดังขึ้น ทั้งสองโจมตีคู่ต่อสู้ได้สำเร็จพร้อมๆกัน ทั้งสองจึงตกอยู่ในสภาวะมึนงงไปชั่วขณะหนึ่ง ในเวลานั้นใบไม้รอบโบยบิน หมุนเป็นเกลียวทอร์นาโดขึ้นมาและตำแหน่งของมือสังหารทั้งสองก็น่าตกใจมาก
“ฉ่า~~”
พิษทอประกายขึ้นมาที่ใบมีดของกริช ในวินาทีที่สถานะมึนงงสิ้นสุดลง เฟยหุนก็เปิดฉากเป็นฝ่ายชิงโจมตีก่อนทันที เขายกมือขึ้นและใช้สกิลจู่โจมจุดอ่อนเปิดใส่ซานโหย่วฝูซู และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งท่าไม้ตายรุกฆาตของมือสังหารในช่วงแรกๆด้วยเช่นกัน ทว่าด้วยช่วงเวลาก่อนออกสกิลมันใช้เวลานานเกินไปจึงทำให้ศัตรูหลบหลีกได้ง่าย และขณะที่ชุดสกิลของมือสังหารโดยทั่วไปส่วนใหญ่แล้วก็คือ ควัก+แทงหลัง+โจมตีพื้นฐาน+จู่โจมจุดอ่อน+เก็บเกี่ยววิญญาณ ปิดท้ายด้วยสกิลแทงหลังอีกครั้ง หากเซ็ตสกิลนี้เข้าเป้าทั้งหมด โดยพื้นฐานแล้วแม้แต่อาชีพเกราะหนักเลเวลเดียวกันก็ยังถูกฆ่าตายได้ง่ายๆ ทว่าข้อสันนิษฐานหมดนี้ล้วนจะทำได้ก็ต่อเมื่อใช้สกิลควักสำเร็จ
ในวินาทีที่สกิลจู่โจมจุดอ่อนกวาดออกไป ซานโหย่วฝูซูก็หมุนตัวไปรอบๆ และความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นทันที เท้าของเขาเคลื่อนที่สไลด์ไปด้านข้าง ที่ด้านหลังของเขาก็ปรากฏคำว่า MISS ตัวใหญ่ลอยออกมา ในขณะเดียวกันกริชคู่ของเขาก็เหวี่ยงเข้าใส่คู่ต่อสู้ เสียงใบมีด “ชี่ ชี่” ตัดผ่านอากาศชัดเจนมาก และในชั่วพริบตามันก็ถูกส่งไปทักทายเฟยหุนตรงหน้าทันที
เฟยหุนย่อตัวลงและเปิดใช้การป้องกันทันที เขาถูกซานโหย่วฝูซูโจมตีเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง หลังการโจมตีสี่ครั้งผ่านไป เฟยหุนก็รู้ได้ทันทีว่าหากยังยืนกรานป้องกันต่อไป การป้องกันจะถูกทำลายและเขาจะต้องตกอยู่ในสถานะมึนงงอีกด้วย เขาจึงเลิกป้องกันทันที และกระทั่งเมื่อกริชสองคมกลายเป็นลำแสงที่พุ่งโจมตีไปยังคู่ต่อสู้นั้น ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาคาดไม่ถึงเลยก็คือ การโจมตีของซานโหย่วฝูซูเร็วกว่าเขาครึ่งวินาที กริชก็ส่องประกายขึ้นมาและจากนั้นสกิลแขวนคอก็พุ่งเข้าใส่เขาทันที
“อั่ก!?”
ระหว่างประกายไฟพุ่งตรงเข้ามา ในเวลานี้เฟยหุนกระทืบพื้นดินอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ร่างกายส่วนบนแทบจะเหวี่ยงไปด้านหลังเพื่อต้องการหลบหลีกการโจมตีจากสกิลแขวนคอ ทันใดนั้น MISS ตัวใหญ่จึงปรากฎขึ้นมา อันที่จริงแล้วมือสังหารที่สามารถขึ้นเป็นแนวหน้าในเมืองจิ่นโจวได้ต้องมีฝีมือสมกับชื่อนั้น ทว่าเห็นชัดว่ายังด้อยกว่าที่คาดไว้ ในจังหวะที่เฟยหุนถอยหลังกลับไปนั้น ซานโหย่วฝูซูที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า เขาจึงออกวิ่งนำหน้าไปก่อน กริซที่อยู่ในมือซ้ายพิษเปล่งประกายออกมาและ “ชิ้ง” กริชกรีดผ่านดวงตาของเฟยหุน ทันใดนั้นเฟยหุนก็สูญเสียการมองเห็นไปและขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างมองไม่เห็นนั้น เขาจึงรีบถอยกลับไปข้างหลังทันที
ทว่าซานโหย่วฝูซูราวกับเงาที่ตามติด เขายังคงไม่รีบร้อนที่จะโจมตีออกไป แต่รอให้พลังปราณฟื้นคืน มันใช้เวลาเกือบหนึ่งวินาที เขาก็ลงมือทันที เมื่อสกิลควักประสบความสำเร็จ ไม่รอช้าซานโหย่วฝูซูจึงโผล่ไปอยู่ข้างหลังคู่ต่อสู้ ใบมีดที่เย็นยะเยือกของกริชก็แทงเข้าใส่ร่างของเฟยหุน จากนั้นตัวเลขความเสียหายก็ลอยขึ้นทันที——
“1392!”
“2028!”
……
คงต้องบอกว่าเนื่องด้วยคุณสมบัติของกริชที่ทรงพลังมาก พลังโจมตีของซานโหย่วฝูซูได้เข้าสู่ระดับที่น่ากลัวอย่างสมบูรณ์แล้ว สกิลควักและแทงหลังของเขา แม้แต่พลังป้องกันระดับผมก็ยังรับมือไม่ไหว ไม่ต้องพูดถึงมือสังหารที่ใส่เกราะหนังเลย เพียงแค่การโจมตีสองครั้ง เฟยหุน ไม่มีโอกาสเติมเลือดแม้แต่น้อย เสียงคร่ำครวญดังขึ้น เขากลายเป็นแสงสีขาวและตายไป ในขณะที่ซานโหย่วฝูซูกลับเลือดไม่ลดแม้แต่น้อย มือสังหารระดับที่ PK เฟยหุนตายไป นอกจากรับสกิลควักไปเพียงรอบเดียวและเลือดสักหยดก็ไม่สูญเสีย นอกจากนี้สกิลการโจมตีทั้งหมดของเฟยหุนนั้นแทบจะถูกลากไปโดย MISS ไปทั้งหมดด้วยเช่นกัน
" ซานโหย่วฝูซู นายทำแบบนี้ทำไม?! "
ในระยะไกลออกไปนั้น ดวงตาของหลิวเฉียงฉายชัดความไม่พอใจจึงพูดขึ้นว่า “เฟยหุนไม่ได้มาเพื่อจัดการนาย แต่นายฆ่าเขาแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?”
“ก็แค่อยากฆ่า จำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ?”
ซานโหย่วฝูซูที่หยิบยาขึ้นมาด้วยรอยยิ้มอย่างคนเกียจคร้านจึงชี้กริชไปที่หลิวเฉียงเบาๆ และจากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “เว่ยหนี่เปี้ยนไกว ฉันไม่สนใจความแค้นระหว่างหวังเฉาป้าเยว่ของนายกับจินซีเหอซี แต่ว่าอย่ามาขวางทางฉัน ไม่อย่างนั้นล่ะก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ฉันฆ่านายในเลเวล 24 เลย แม้แต่จะให้ฉันตามไปฆ่านายที่หมู่บ้านเริ่มต้นจนเลเวลเป็น 0 ฉันก็ทำได้!”
“แก!”
หลิวเฉียงไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ด้วยเพราะเขารู้น้ำหนักคำพูดของซานโหย่วฝูซูดี คำเตือนของมือสังหารระดับแนวหน้าคนหนึ่งแน่นอนว่ามันคือภัยคุกคามที่ไม่อาจมองข้ามได้ ตราบใดที่ไปยั่วยุเขา เขาก็สามารถทำให้หลิวเฉียงไม่กล้าโผล่หัวออกมาจากกระดองเต่าได้จริงๆ อีกอย่างเมื่อครู่นี้ก็เห็นแล้วว่า แม้แต่มือสังหารฝีมือดีอย่างเฟยหุนยังโดนจัดการเอาได้อย่างง่ายๆ แล้วหลิวเฉียงที่ตอนนี้เลเวลแค่ 24 จะไปเหลืออะไร?
ในเวลานี้เอง นักบวชสาวตีโถวเวิ๋นหนี่ก็เอ่ยปากพูดขึ้นมาว่า “ซานโหย่วฝูซู พวกเราน้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง ต่างคนต่างอยู่เถอะ หวังเฉาป้าเยว่ของเราเป็นศัตรูกับจินซีเหอซีเท่านั้น ไม่เกี่ยวอะไรกับนาย พวกเราเดินถนนคนละสายและข้ามสะพานคนละแห่งดีกว่า”
“ฮึ นั่นคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด”
ซานโหย่วฝูซูกระชับกริชในมือ เขาเดินออกไปและหายตัวไปในสายลมทันที ทำให้หลิวเฉียงและคนอื่นๆต่างก็กลัวจนตัวสั่น หากพวกเขาตกเป็นเป้าของมือสังหารที่น่ากลัวขนาดนี้ วันเวลาต่อจากนี้คงผ่านไปไม่ง่ายแน่
เมื่อมองไปยังทิศทางที่ซานโหย่วฝูซูเดินหายเข้าไปแล้ว นักจิตวิญญาณ “ป๋าหนี่ฉ่งไคว้” ยกคทาของเขาขึ้น ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วและพูดขึ้น “พี่เฉียง ดูเหมือนวันนี้จินซีเหอซีจะไม่กล้ามาแล้วล่ะ มันคงรู้แล้วว่าที่นี่เป็นกับดัก พวกเราไปกันเถอะ เฟยหุนเองก็ถูกฆ่าตายแล้ว อยู่ที่นี่ต่อมันอันตรายเกินไป”
หลิวเฉียงพูดอย่างแค้นใจ “เรียกทุกคนมาที่นี่ ครั้งนี้ฉันไม่ต้องสนใจเรื่องประสิทธิภาพในการเก็บเลเวลแล้ว ให้ทุกคนมาเก็บเลเวลด้วยกัน ฉันไม่เชื่อหรอกว่ามันจะกล้ากระโจนเข้าใส่พวกเราหลายสิบคนแบบนี้”
“อื้อ!”
ในจังหวะนี้เอง ผมที่กระตุ้นลาป่าออกจากป่าพุ่มไม้จึงเร่งความเร็วเต็มกำลังกระโจนออกไปข้างหน้าทันที ขณะที่ดาบพิรุณดาราโอบล้อมไปด้วยลำแสงที่ส่องสว่างนั้นผมจึงพุ่งโฉบไปเก็บนักจิตวิญญาณคนหนึ่งตายทันที และหันกลับไป พุ่งตรงเข้าใส่นักธนูและนางฟ้าพเนจรอย่างรวดเร็ว และในเวลาเดียวกันนั้นขณะที่นักบวชสาวกำลังรีบร้อนใช้สกิลเคล็ดตรึงกายซัดเข้ามาที่ร่างของผมฉับพลันก็มีเพียง MISS ตัวใหญ่ปรากฎขึ้น ด้วยความแตกต่างของเลเวลที่มากเกินไป แน่นอนว่าไม่สามารถทำให้ผมติดสถานะมึนงงได้
ครึ่งนาทีต่อมา พวกเขาทั้งห้าคนล้มคว่ำอยู่กับพื้นและหลิวเฉียงจึงถูกส่งกลับไปที่เลเวล 23
ขณะที่ผมยืนอยู่ท่ามกลางกองยา ชื่อของผมก็ยิ่งเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มจนใกล้กลายเป็นสีดำ ผมอดคิดไม่ได้เลยว่า หากผมต้องการจริงๆ ผมก็สามารถสู้กับคนของหวังเฉาป้าเยว่หลายสิบคนได้สบาย เนื่องจากข้อได้เปรียบด้านเลเวล จึงไม่มีนักจิตวิญญาณและนักบวชที่ทำให้ผมติดสถานะมึนงงได้ นอกจากนี้การโจมตีของคนเหล่านี้แทบจะไม่เจ็บไม่คัน
……
หลังจากนั้นไม่กี่นาที เสียงกริ่งจากระบบก็ดังก้องบนท้องฟ้าเป็นเวลานาน——
“ติ๊งงง!”
ประกาศจากระบบ (ข้อความจากผู้เล่นเว่ยหนี่เปี้ยนไกว) :จินซีเหอซี นายจะพอได้หรือยัง? นายใช้ข้อได้เปรียบด้านเลเวลมารังแกคนอื่น นายสนุกมากไหม? ถึงนายจะฆ่าฉันก็ไม่เป็นไร แต่แม้แต่ผู้หญิงนายก็ยังฆ่าได้ลงงั้นเหรอ? หยุดแค่นี้เถอะ มันจบแล้ว ความแค้นระหว่างพวกเราหวังเฉาป้าเยว่กับพวกนายเทียนเสวี่ยนขอให้จบลงเพียงเท่านี้เถอะ ต่อไป น้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง ต่างคนต่างอยู่กันไป ไม่อย่างนั้นถ้าหากฉันตอบโต้ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่มี นายเองก็อาจจะรับมันไม่ไหวเหมือนกัน นายว่าอย่างไร?
ผมไม่ได้ตอบกลับข้อความ นั่นเพราะมันต้องจ่ายเงินถึง 5000 หยวน แต่การไม่ตอบกลับ นั่นแสดงว่าผมยอมรับเรื่องนี้โดยปริยาย
“ดูเหมือนว่าจะจบแล้วสินะ”
ไม่ไกลจากตรงนั้นเงาร่างของซานโหย่วฝูซูจึงปรากฏตัวขึ้นมา เขายิ้มและพูดขึ้น “ยังอยากจะฆ่าพวกมันต่อไหม?”
“ไม่ล่ะ”
ผมส่ายหน้าปฏิเสธ “หวังเฉาป้าเยว่ยอมแพ้แล้ว สู้ต่อไปก็คงจะน่าเบื่อ ขอบใจนายมากฝูซู และนี่คือค่าเสียเวลาของนาย!”
ขณะที่พูดผมจึงเปิดหน้าต่างแลกเปลี่ยนขึ้นมา จากนั้นจึงนำเงิน 200 เหรียญทองให้กับฝูซู เขารับไปด้วยความยินดีจึงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่เกรงใจแล้ว ต่อไปถ้าต้องการความช่วยเหลือหรือความร่วมมือใดๆ ติดต่อฉันได้ทันที”
“อื้ม ไม่รบกวนการเก็บเลเวลของนายแล้ว”
เขาจึงหมุนตัวกลับ กลายเป็นเงาเดินลึกเข้าไปในป่าผีเสื้อและหายตัวไปในพริบตา
ผมที่หันกลับมามองชื่อสีแดงของตัวเอง ก็รู้สึกหมดหนทางเล็กน้อย เรื่องสำคัญต่อจากนี้คือการล้างค่าบาปออกไป ผมว่าผมควรจะหาแผนที่ใหญ่ๆ หมกตัวอยู่ที่นั่นคนเดียวสักพักแล้ว
……
“ติ๊งง!”
ข้อความหนึ่งส่งตรงมาจากซูซีหรานว่า “บอสติง นายดูเว็บบอร์ดของเมืองจิ่นโจวหน่อย ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็เตรียมออฟไลน์ไปหาอะไรรองท้องก่อน ฉันจะไปสั่งกุ้งแดงก่อน”
“อื้ม ไปสั่งเถอะ”
ผมขณะที่มุ่งหน้าไปยังแผนที่ที่อยู่ลึกลงไปทางทิศเหนือของเมืองจิ่นโจว และได้เปิดเว็บบอร์ดทางการดูไปด้วยนั้นก็พบเพียงว่าบนหน้าเว็บบอร์ดของเมืองจิ่นโจวนั้นมีประเด็นฮอตฮิตต่างๆมากมาย ทว่าไม่กี่โพสต์ในบรรดานั้นกลับถูกตรึงอยู่ด้านบนสุดของหน้าเว็บบอร์ด ซึ่งหนึ่งในโพสต์นั้นก็คือ “จินซีเหอซีคนคลั่ง สังหารคนนับร้อยในครึ่งวัน หัวหน้าหวังเฉาป้าเยว่ถูกฆ่าตายจากเลเวล 31 เหลือ 24!!!”
โพสต์นี้มีคนมาคอมเมนต์ตอบเยอะมาก อีกทั้งคอมเมนต์จำนวนมากก็เป็นไปในทาง “สะใจโว้ยย!!” , “ฆ่าได้ดี” เป็นส่วนใหญ่ นี่เห็นได้เลยว่ามีคนจำนวนมากที่ทนมองความกร่างของหวังเฉาป้าเยว่ต่อไปไม่ไหวแล้วเหมือนกัน
อันที่จริงแล้ว ตั้งแต่หมู่บ้านเริ่มต้นจนถึงเมืองจิ่นโจว หวังเฉาป้าเยว่อาศัยกำลังคนและเงินทุนที่มีมากกว่ามารังแกคนอื่น ในแผนที่สระสิบลี้และป่าผึ้งพิษพวกเราเองก็โดนพวกเขารังแกมาไม่น้อย ชื่อเสียงหวังเฉาป้าเยว่ในเมืองจิ่นโจวอันที่จริงก็นับว่าป่นปี้มาตั้งนานแล้ว
และใต้โพสต์นี้ ก็เป็นอีกโพสต์ที่กำลังจะได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วต่อไป——
【ประกาศสงบศึก】ขอสงบศึกระหว่างทีมหวังเฉาป้าเยว่และทีมเทียนเสวี่ยน ขอให้ทุกคนพักผ่อนและฟื้นฟูพลังต่อไป แล้วพบกันใหม่วันหน้าในยุทธภพ!(ผู้ประกาศ:เว่ยหนี่เปี้ยนไกว)
เนื้อหา : จินซีเหอซีนับว่านายโหดเหี้ยมมาก ความแค้นนี้ฉันจะจดจำเอาไว้ สงบศึกเถอะ ไม่อย่างนั้นฉันจะเปลี่ยนจากการไล่ล่านายไปไล่ล่าสาวกบอสติงฯ สาวสวยของทีมเทียนเสวี่ยนพวกนายแทน ฉันหลิวเฉียงไม่เคยฆ่าผู้หญิงมาก่อนและฉันไม่ต้องการทำลายกฎของตัวเองเพราะนาย
ผมขมวดคิ้วยุ่ง พูดเหมือนกับว่าในป่าโบราณเขาไม่ได้ฆ่าซูซีหรานตายไปอย่างนั้นล่ะ หน้าของเขาหนาเหมือนกำแพงเมืองจริงๆ น่ากลัวชะมัด!
ทว่าคนที่มาคอมเมนต์โพสต์ก็มีท่าทีที่รุนแรงเลยทีเดียว ทั้งยังตอบกลับไปทุกคอมเมนต์อีกต่างหาก
คอมเมนต์ที่ 1 (ผู้เล่นหั่วเยี่ยนฉู่): พี่เฉียงสู้ต่อสิ พวกเรายังดูอะไรสนุกๆไม่พอเลย
คอมเมนต์ที่ 2 (ผู้เล่นเก๋อเฟย): น่าขายหน้าจริงๆ ถึงแม้จะเป็นกิลด์เล็กๆ แต่ถูกจินซีเหอซีคนเดียวฆ่าล้างกิลด์ อีกทั้งถูกฆ่าตายขนาดนี้แล้วยังปากแข็งพูดจาสวยหรูอยู่ได้ หลิวเฉียง ทรราชในตำนานหวังเฉียงเก่งจริงด้านเสแสร้งแกล้งทำ! เอาโล่รางวัลตุ๊กตาทองไปเลย!
คอมเมนต์ที่ 3 (ผู้เล่นฝานหัว): ว่าแต่……จินซีเหอซีเป็นใครกันแน่ ทำไมจู่ๆ ถึงมีอัศวินผู้ยิ่งใหญ่ปรากฏตัวขึ้นมาได้ วีดีโอที่เขาฆ่าหวังเฉาป้าเยว่ทั้งทีมในป่าผีเสื้อฉันก็ดูแล้ว ทั้งท่วงท่าและการรับรู้ล้วนเป็นหนึ่งเดียวกันหมด นี่มันระดับราชา ในประเทศนี้นอกเสียจากเทพยุทธ์ดาวเหนืออย่างติงมู่เฉินและกุ๋ยกู่จึเทพแห่งกู่เจี้ยนแล้ว ยังมีผู้เล่นอัศวินระดับราชาอีกเหรอ?
คอมเมนต์ที่ 4 (ผู้เล่นเป่ยหมิงเสวี่ย): เหอๆ เหอๆ @เม้นบน พี่กุ๋ยเราในฤดูกาลแข่งขันที่แล้ว เขาได้ตกจากกลุ่มมาสเตอร์ไปแล้ว~~~
คอมเมนต์ที่ 5 (ผู้เล่นหลินหลินจ๋งจ่ง): มันต้องอย่างนี้! หวังเฉาป้าเยว่มันผยองขนาดนี้ ถูกฆ่าตายแบบนี้ก็สมควรแล้ว!
คอมเมนต์ที่ 6 (ผู้เล่นเจี้ยนหยวี่): หวังเฉาป้าเยว่ขอสงบศึก ทว่าจินซีเหอซีกลับไม่ออกมาพูดอะไร นั่นก็เพราะว่าจินซีเหอซีไม่แยแสเขาหรือเปล่า? ฮิฮิ รอดูมหากาพย์เกมนี้เลยล่ะ!
……
เจี้ยนหยวี่เองก็มาร่วมแจมกับเขาด้วย ทว่าที่จริงแล้วเธอเดาผิดไปแล้วล่ะ ผมไม่ได้ไม่แยแสเขาหรอก เพียงแต่ผมแค่ไม่มีเงิน 5000 จ่ายสำหรับการฝากข้อความในระบบต่างหาก!
นอกจากนี้ในคอมเมนต์ก็ยังมีชื่อของ “เป่ยหมิงเสวี่ย” อีกด้วย ผมขมวดคิ้วยุ่ง ที่ตรงประโยคสุดท้ายเธอใส่รอยยิ้มอันชั่วร้ายมาด้วย อันนี้มันหมายถึงอะไรกัน หรือว่าเธอจะเดาออกแล้วว่าจินซีเหอซีคือใคร?
ช่างเถอะ ออฟไลน์ไปดื่มเบียร์เคล้ากุ้งแดงดีกว่า!