วันถัดมา นางมารลู่เฟยได้ยินข่าวว่าใต้เท้าเหวินได้ทำการปล่อยตัวซานชุยออกไปแล้ว นางจึงรีบไปพบใต้เท้าเพื่อสอบถามให้รู้เรื่อง
“มันหมายความว่ายังไงเจ้าคะ เหตุใดใต้เท้าถึงลำเอียงเช่นนี้ ท่านกล้าปล่อยตัวคนร้ายอย่างซานชุยได้อย่างไร” นางมารลู่เฟยต่อว่า
“ฟังข้าก่อนนะ แม่นางลู่เฟย ซานชุยนั้นมีพยานบุคคลยืนยันได้ว่าเขากำลังเดินทางกลับสำนักของตัวเอง พยานก็คือลูกศิษย์ของเขานับสิบคนเลยนะ” ใต้เท้าเหวินชี้แจง
“ลูกศิษย์ย่อมเข้าข้างอาจารย์เสมอ ท่านเชื่อถือพวกเขาได้อย่างไรเจ้าคะ” นางมารลู่เฟยไม่เชื่อ
“นอกจากนี้ชาวบ้านบริเวณนั้นต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวว่าพวกเขามองเห็นซานชุยกำลังเดินทางพร้อมกับลูกศิษย์ แม้ว่าเจ้าจะเห็นคนร้ายใช้วิทยายุทธ์พรรคเหมินฟาง แต่เจ้าก็ไม่ได้เห็นหน้าคนร้ายจริงๆ เสียหน่อย” ใต้เท้าอธิบาย
“แต่มีซานชุยเท่านั้นที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาฝ่ามือมังกรมาจากพ่อเฒ่าฝางเฉียน อีกทั้งคนร้ายก็เป็นคนหนุ่ม ถ้าไม่ใช่เขา แล้วจะเป็นใครได้อีกล่ะเจ้าคะ” นางมารลู่เฟยมั่นใจว่าคนร้ายคือซานชุย
“ยังมีอีกคนที่มีวิชาฝ่ามือมังกร” ใต้เท้ากล่าว
“ใครกันเจ้าคะ” ลู่เฟยอยากรู้
“เจ้าคอยดูต่อไปเถิด ใจเย็นๆ ก่อน ข้ายังไม่ได้ปิดคดี รับรองว่าข้าต้องคืนความเป็นธรรมให้สามีเจ้าได้อย่างแน่นอน” ใต้เท้ารับปาก
“ก็ได้เจ้าค่ะ ข้าจะคอยดู” ลู่เฟยยอมจากไปแต่โดยดี
พอนางมารลู่เฟยเดินออกไปแล้ว มือปราบข้างกายใต้เท้าเหวินก็เดินเข้ามารายงานใต้เท้า
“หลังจากที่เจ้าคอยตามติดชีวิตแม่นางลู่เฟย นางเป็นอย่างไรบ้าง นางมีแนวโน้มที่จะเป็นคนร้ายฆ่าสามีตัวเองได้หรือไม่” ใต้เท้าเหวินสงสัย
“นางเอาแต่โศกเศร้าเสียใจ ในระหว่างนี้นางก็เอาแต่ไว้ทุกข์เผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้สามีทุกวัน และพฤติกรรมของนางก็ไม่มีอะไรผิดปกติเลยขอรับใต้เท้า” มือปราบรายงาน
“น่าแปลก! สามีของนางเจ้าชู้ซะขนาดนั้น นางไม่เจ็บแค้นสามีบ้างเลยงั้นหรือ” ใต้เท้าแปลกใจ
“นางรักสามีมาก จนถึงขั้นอภัยได้ทุกอย่างขอรับ” มือปราบกล่าว
“ใต้เท้าขอรับ ผลชันสูตรศพยืนยันว่าท่านเจ้าวังตายด้วยฝ่ามือมังกรจริงๆ ดังนั้นนางก็ไม่น่าจะใช่คนร้ายนะขอรับ” ท่านกุนซือกล่าว
“เป็นไปได้มั้ยว่านางอาจจ้างสุ่ยอี้เฉินฆ่าสามีตัวเอง แล้วโยนความผิดให้ซานชุยเป็นแพะรับบาป” ใต้เท้าสงสัย
“ข้าน้อยจะเฝ้าจับตามองแม่นางลู่เฟย เพื่อดูว่านางได้ลักลอบติดต่อกับสุ่ยอี้เฉินหรือไม่นะขอรับ” ท่านมือปราบอาสา
“ฝากด้วยนะท่านมือปราบ” ใต้เท้าเหวินมีความหวังว่าลู่เฟยอาจเผยตัวเข้าสักวัน
********************************************
สามวันต่อมา นางมารลู่เผยก็บุกมาที่ห้องทำงานของใต้เท้าเหวินอีก
“มีอะไรอีกล่ะแม่นางลู่เฟย” ใต้เท้าเหวินสงสัย
“ใต้เท้าซ่อนตัวซานชุยไปไว้ที่ไหนกันแน่เจ้าคะ” ลู่เฟยเค้นถาม
“นี่เจ้ากำลังตามตัวเขาอยู่อย่างนั้นหรือ” ใต้เท้าสงสัย
“ในเมื่อทางการมอบความยุติธรรมให้ข้าไม่ได้ ข้าก็ต้องจัดการเองสิเจ้าคะ” ลู่เฟยหมดความอดทน
“เจ้าจะมาใช้ศาลเตี้ยแบบนี้ไม่ได้นะ หากเจ้าฆ่าซานชุยได้จริง เจ้าเองก็ต้องได้รับโทษประหารจนตายตกตามกัน” ใต้เท้าเตือน
“ข้ายอมตายเพื่อให้สามีได้รับความยุติธรรมเจ้าค่ะ” ลู่เฟยคิดว่าเป็นไงเป็นกัน
“ข้าส่งมือปราบคอยตามติดชีวิตซานชุยอยู่ เห็นว่าคืนนี้เขาจะบุกไปที่พรรคฟานหลง เพื่อกำจัดจางฟง เจ้าลองแอบไปซุ่มดูสิ” ใต้เท้าแนะนำ
“ข่าวนี้เชื่อถือได้แน่งั้นหรือเจ้าคะ ซานชุยจะสังหารจางฟงไปทำไมกัน พวกเขาต่างอยู่ฝ่ายธรรมะเหมือนกัน พวกเขาก็น่าจะเป็นมิตรกันไม่ใช่หรือ” ลู่เฟยสงสัย
“ข้าได้ข่าวมาน่ะ ไม่เชื่อก็ตามใจ” ใต้เท้าไม่อยากอธิบายมาก
“เจ้าค่ะ! หากข้าพลั้งมือฆ่าซานชุยตาย อย่ามาว่าข้าก็แล้วกัน” ลู่เฟยจะฉวยโอกาสฆ่าซานชุยช่วงที่ซานชุยบุกพรรคฟานหลง
นางมารลู่เฟยเดินออกไปจากห้องทำงานของใต้เท้าทันทีหลังจากได้เบาะแสของซานชุยแล้ว
“สุ่ยอี้เฉินจะลงมือคืนนี้แน่หรือ ท่านกุนซือ” ใต้เท้าเหวินสงสัย
“ท่านมือปราบฉายเจิ้ง ได้ยินเต็มสองรูหูว่า สุ่ยอี้เฉินจะใช้โอกาสที่ซานชุยถูกปล่อยตัวแล้ว รีบลงมือสังหารท่านจางฟงเพื่อโยนความผิดไปให้ซานชุยอีกขอรับ” ท่านกุนซือยืนยันเพราะเขาได้ส่งมือปราบติดตามสุ่ยอี้เฉินทุกฝีก้าว
“แล้วท่านแอบนำความไปบอกท่านจางฟงแล้วหรือยัง” ใต้เท้าเหวินเป็นห่วงความปลอดภัยของท่านประมุขจางฟง
“บอกแล้วขอรับ ท่านจางฟงตั้งใจว่าจะจับกุมตัวชายที่ใช้ฝ่ามือมังกรไปทำร้ายผู้อื่นแบบนี้” ท่านกุนซือกล่าว
“แล้วหากชายคนนั้นคือซานชุยจริงๆ ล่ะขอรับ” ท่านมือปราบสงสัย
“เรื่องนั้น เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง เขาไม่มีทางออกไปจากจวนแห่งนี้ได้อย่างแน่นอน” ใต้เท้ากล่าวอย่างมั่นใจ
********************************************
ณ ห้องลับใต้ดิน
“จับข้ามัดไปกับเก้าอี้แบบนี้ทำไมกัน ไหนว่าใต้เท้าเหวินปล่อยตัวข้าให้เป็นอิสระแล้วไงล่ะ” ซานชุยบ่น
“อยู่นิ่งๆ สิ ข้ากำลังทายาให้เจ้าอยู่นะ” เหมยซูกล่าวกับชายที่เปลือยท่อนบนเพราะต้องทายาที่แผ่นหลัง
“โอ๊ย! เบาๆ หน่อยสิเหมยซู เจ้าจะฆ่าข้าอย่างนั้นหรือ แล้วนี่เมื่อไหร่จะแก้มัดให้ข้าเสียที ข้าเมื่อยแล้วนะ” ซานชุยบ่นอีก
“อดทนหน่อยนะเจ้าคะท่านพี่ ใต้เท้าเหวินต้องการจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง” หวนเจินจับไหล่สามี
“ข้าอยากอุ้มลูกจังเลย” ซานชุยมองไปที่เด็กทารกที่กำลังนอนอยู่ในเปล โดยมีแม่นมที่จ้างมาคอยช่วยเลี้ยง
“พ้นคืนนี้ไปแล้ว เจ้าจะเป็นอิสระ แถมได้อุ้มลูกสมใจ” เหมยซูกล่าว
“ข้าป้อนอาหารนะเจ้าคะ มื้อต่อไปท่านอยากกินอะไร บอกข้าได้เลย” หวนเจินบริการป้อนอาหารให้สามีทาน
“ข้าอยากกินเจ้า” ซานชุยมองตาฮูหยินเพื่อสื่อว่าเขาคิดถึงฮูหยินมาก
“อะแฮ่ม! จะพูดอะไร กรุณาเกรงใจข้าด้วย” เหมยซูเตือน
“เอาอย่างที่เจ้าทำให้ข้าทานเป็นประจำก็แล้วกัน” ซานชุยกล่าวกลบเกลื่อน
“ได้เจ้าค่ะ ข้าจะทำสุดฝีมือเลย ตอนนี้ทานน้ำชาไปก่อนนะเจ้าคะ ข้าจะต้องไปให้นมลูกแล้ว” หวนเจินยกถ้วยน้ำชาให้สามีดื่ม
“ข้าว่า เจ้าไปบอกท่านมือปราบมาเปลี่ยนท่าให้ข้าบ้างเถิด ข้าเมื่อยแล้ว” ซานชุยกล่าว
“ได้เจ้าค่ะ” เหมยซูรับคำ
เหล่ามือปราบจึงช่วยกันจัดท่าให้ซานชุยให้มานอนบนเตียงดีๆ และจับมัดเช่นเดิม คืนนี้เขาจะต้องถูกกักตัวอีกหนึ่งคืน เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีถัดไป
********************************************
ณ พรรคฟานหลง
ท่านจางฟงกำลังฝึกลมปราณอยู่ในห้องฝึกวิชา
แต่สักพักอยู่ดีๆ ก็มีชายชุดดำบุกเข้ามาจู่โจมเขาถึงในห้องฝึกวิชานั้น
“เจ้าไปใครกัน! กล้าดียังไงถึงมาลอบทำร้ายข้า” จางฟงไหวตัวทัน
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่าข้าเป็นใคร รู้เพียงแต่ว่าวันนี้คือวันตายของเจ้าก็พอ” ชายชุดดำกล่าว
จางฟงได้ปะมือกับคนร้ายด้วยฝีมือสูสีโดยไร้ซึ่งอาวุธใดๆ แต่ทว่าคนร้ายได้รวบรวมสมาธิก่อนที่จะซัดฝ่ามือมังกรใส่ท่านจางฟง
ท่านจางฟงถูกท่านพ่อเฒ่าผลักออกไปเพื่อหลบฝ่ามือมังกรนั้น แล้วท่านพ่อเฒ่าก็ใช่ฝ่ามือมังกรจู่โจมชายชุดดำ ทำให้สองฝ่ามือของชายคนละรุ่นที่อยู่ในสำนักเดียวกันประกบกัน หลังจากนั้นทั้งสองก็ถูกผลักออกจากกันไปไกลด้วยแรงปะทะมหาศาล
สองหนุ่มมือปราบกับอีกหนึ่งหญิงสาวกำลังแอบซุ่มดูเหตุการณ์อยู่หลังพุ่มไม้ภายในสำนักฟานหลง
“เป็นอย่างไรบ้างแม่นางลู่เฟย ชายชุดดำคนนั้นมีลักษณะและรูปร่างเหมือนกับคนร้ายหรือไม่” ท่านมือปราบลองถาม
“เหมือนมาก เหมือนทั้งกระบวนท่าและน้ำเสียง ชายคนนี้แหละคือคนร้ายที่สังหารสามีของข้า ไม่ผิดแน่นอน” นางมารลู่เฟยกล่าวอย่างมั่นใจ
“งั้นรอท่านผู้เฒ่าจับกุมเขาให้ได้เสียก่อนเถิด” ท่านมือปราบรู้ตัวว่าตนคงสู้คนร้ายวรยุทธ์สูงไม่ได้
ท่านผู้เฒ่าตะโกนว่า “เสียแรงที่ข้าถ่ายทอดวิชาฝ่ามือมังกรให้เจ้า แต่เจ้ากลับใช้วิทยายุทธ์ในทางที่ผิดนะสุ่ยอี้เฉิน”
“ข้าคือซานชุยต่างหาก” คนร้ายไม่ยอมรับ
“งั้นมาดูกันว่าเจ้าคือใคร” ท่านพ่อเฒ่ากล่าว
ท่านผู้เฒ่าซัดฝ่ามือมังกรเก้าหัวใส่ชายชุดดำจนเขาคุกเข่ากระอักเลือด จากนั้นท่านผู้เฒ่าก็เดินไปดึงผ้าคลุมหน้าออก
“ข้าคาดการณ์ไม่ผิดจริงๆ คนร้ายต้องเป็นเจ้าแน่ๆ สุ่ยอี้เฉิน” ท่านผู้เฒ่าคาดการณ์ไว้แล้ว
“ทำไมท่านไม่ถ่ายทอดฝ่ามือมังกรเก้าหัวให้ข้า” สุ่ยอี้เฉินนึกไม่ถึงว่าตนไม่ได้เรียนวิชาขั้นสุดยอดจากอาจารย์
“ก็เพื่อที่ว่าข้าจะได้ใช้ปราบลูกศิษย์ที่คิดชั่วทำร้ายผู้อื่นแบบนี้ไงล่ะ” ท่านผู้เฒ่าต้องรอบคอบไว้ก่อน
“นั่นท่านจะทำอะไรน่ะ” สุ่ยอี้เฉินตกใจที่เห็นอาจารย์กำลังจะซัดฝ่ามือใส่เขาอีก
“ข้าถ่ายทอดวิชาให้ลูกศิษย์ได้ ข้าก็สามารถทำลายวิทยายุทธ์ของเจ้าได้เหมือนกัน” ท่านผู้เฒ่าจำเป็นต้องยับยั้งลูกศิษย์เพื่อไม่ให้เขาใช้กำลังข่มเหงผู้ด้อยกว่าอีก
“อย่านะอาจารย์ อย่าทำข้า อ๊ากกกกกก!” สุ่ยอี้เฉินกระอักเลือดเมื่อวิทยายุทธ์ได้สลายหายไปหมด หลังจากถูกซัดฝ่ามือ
ท่านพ่อเฒ่าได้ทำลายวรยุทธ์สุ่ยอี้เฉินจนหมดสิ้น
“เอ่อ ท่านพ่อเฒ่าไม่ทำเกินไปหรือขอรับ” จางฟงกล่าว
“นี่ยังน้อยไป เขาได้กลายเป็นฆาตกรเข่นฆ่าคนไปทั่วแล้ว” ท่านพ่อเฒ่ารู้สึกเอือมระอาลูกศิษย์
“ข้าไม่ได้เป็นคนฆ่าท่านเจ้าวัง” สุ่ยอี้เฉินเผลอหลุดปาก
“เห็นมั้ยล่ะ ข้ายังไม่ทันบอกว่าเจ้าฆ่าท่านเจ้าวัง เจ้าก็พูดออกมาเสียเอง” ท่าพ่อเฒ่ากล่าว
“ข้าจะไม่ยอมให้ใครยัดเยียดข้อกล่าวหาให้ข้าเป็นอันขาด” สุ่ยอี้เฉินไม่ยอมรับ
“เจ้าคิดฆ่าข้าทำไมกัน ข้าไปทำอะไรให้เจ้า” จางฟงสงสัย
“ถ้าท่านไม่นำความเรื่องที่ข้าสมคบคิดกับฝ่ายพรรคมารไปบอกให้อาจารย์รู้ ป่านนี้ข้าคงจะได้เป็นประมุขพรรคเหมินฟางไปแล้ว” สุ่ยอี้เฉินรู้สึกเจ็บแค้น
“เรื่องแค่นี้เองอย่างนั้นหรือ” จางฟงกล่าว แต่สิ่งที่เขานำความไปบอกท่านพ่อเฒ่าล้วนเป็นเรื่องจริง ไม่ได้กล่าวหาสุ่ยอี้เฉินแต่อย่างใด
“นี่มันเรื่องใหญ่สำหรับข้า เพราะมันคือความฝันสูงสุดของข้า” สุ่ยอี้เฉินนึกแค้นใจ
“เจ้าก็ไปตั้งพรรคใหม่เองสิ” ท่านพ่อเฒ่ากล่าว
“การที่ท่านพ่อเฒ่าไม่รับรองในตัวข้า มันทำให้ไม่มีใครกล้ามาขอให้ข้าเป็นอาจารย์ไงล่ะ” สุ่ยอี้เฉินกลายเป็นคนไม่น่าเชื่อถือ
“ท่านมือปราบ! จงรีบมาคุมตัวเขาไปไต่สวนเถิด” ท่านพ่อเฒ่ากล่าว
“ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย” สุ่ยอี้เฉินขัดขืนการจับกุม
“แค่เจตนาจะฆ่าคน เจ้าก็ต้องติดคุกแล้ว” มือปราบกล่าว
“ไม่ใช่แค่ติดคุก แต่ต้องถูกประหารด้วย เจ้าเป็นคนฆ่าสามีของข้า” นางมารลู่เฟยปรากฏตัว
“ข้าไม่ได้ฆ่าสามีของเจ้า” สุ่ยอี้เฉินปฏิเสธ
“ยังไงพวกเราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่า คนร้ายคือใครกันแน่ ซานชุยหรือสุ่ยอี้เฉิน” จางฟงทราบข่าวมาบ้าง
“เจ้าจดจำกระบวนท่าของคนร้ายได้แน่นะ แม่นางลู่เฟย” ท่านมือปราบถามย้ำ
“ข้าจำได้ไม่มีวันลืม คนร้ายใช้วิทยายุทธ์เหมือนสุ่ยอี้เฉินไม่มีผิดเพี้ยน” นางมารลู่เฟยยืนยัน
“ซานชุยเองก็ใช้กระบวนท่าเหมือนข้า” สุ่ยอี้เฉินกล่าวอ้าง
“ไม่เหมือนหรอก เพราะเจ้าได้เรียนกระบวนท่าปกติ แต่สำหรับซานชุย ข้านั้นได้สอนกระบวนท่าแบบย้อนหลังไปหน้าให้เขาต่างหาก” ท่านพ่อเฒ่ากล่าวเพราะเป็นอาจารย์สอนคนทั้งคู่
“ท่านทำแบบนั้นทำไมกัน” สุ่ยอี้เฉินไม่เข้าใจ
“ข้าคิดว่าถ้าฝึกแบบนั้น วิทยายุทธ์พรรคเหมินฟางจะมีอานุภาพมากกว่าน่ะสิ” ท่านพ่อเฒ่าพยายามพัฒนาวิทยายุทธ์ให้แข็งแกร่งมากที่สุด
“ไปกับข้าเดี๋ยวนี้” ท่านมือปราบช่วยกันจับกุมตัวสุ่ยอี้เฉิน ตอนนี้เขาไร้วรยุทธ์ เลยไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวอีกแล้ว
“ยินดีด้วยนะที่สามีของเจ้าจะได้รับความเป็นธรรมเสียที” ท่านพ่อเฒ่ากล่าว
“ขอบคุณผู้อาวุโสเจ้าค่ะ” ลู่เฟยรู้สึกโล่งอกที่สามารถจับกุมคนร้ายตัวจริงได้เสียที
“ท่านจะเข้าไปดื่มน้ำชาหน่อยมั้ยล่ะท่านพ่อเฒ่า” จางฟงชวน
“ไม่ล่ะ! ข้าต้องรีบกลับถ้ำในป่าลึกแล้ว ฮูหยินของข้ากำลังรอข้าอยู่” ท่านพ่อเฒ่าเป็นห่วงฮูหยิน
“โอกาสหน้าพวกเราคงได้พบกันอีก” จางฟงกล่าวกับสหาย
“ถึงตอนนั้นข้าจะมาดื่มน้ำชา และลองปะมือกับท่านดูนะ” ท่านพ่อเฒ่ากล่าวยิ้มๆ
“ข้าไม่ส่งนะ” จางฟงคารวะผู้อาวุโสกว่า
********************************************
ณ ศาลเมืองหลีโจว
ใต้เท้าเหวินเป็นผู้ไต่สวนคดีนี้โดยตรง
“แม่นางลู่เฟยยืนยันว่าเจ้าคือคนร้ายที่ฆ่าสามีของนาง เจ้าสารภาพมาซะดีๆ” ใต้เท้าเหวินกล่าว
“ข้าสารภาพก็ได้ว่าข้าเป็นคนฆ่าท่านเจ้าวังจริงๆ” สุ่ยอี้เฉินยอมรับ
“แล้วเจ้าฆ่าเขาทำไมกัน” ใต้เท้าเหวินถามหาแรงจูงใจ
“ข้าถูกนางมารลู่เฟยจ้างวานให้ฆ่าสามีตัวเองต่างหาก” สุ่ยอี้เฉินกล่าวอ้าง
“เป็นไปไม่ได้! ข้าไม่มีวันคิดฆ่าสามีตัวเอง” ลู่เฟยกล่าว
“เจ้าโกรธแค้นที่สามีนอกใจ เจ้าก็เลยแค้นสะสมไงล่ะ” สุ่ยอี้เฉินกล่าว
“ไม่เป็นความจริงนะเจ้าคะใต้เท้า ข้าไม่รู้จักสุ่ยอี้เฉินเลยด้วยซ้ำ” ลู่เฟยยืนยัน
“แล้วเจ้าไม่คิดแค้นใจสามีบ้างเลยงั้นหรือ” ใต้เท้าสงสัย
“ถึงข้าจะโกรธเรื่องสามีนอกใจไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงขั้นคิดฆ่าเขาให้ตาย หากข้าทำจริง ข้าคงไม่เที่ยวเสาะหาหนทางรักษาโรคหายากของเขาหรอกเจ้าค่ะ” ลู่เฟยกล่าว
“ท่านเจ้าวังป่วยอย่างนั้นหรือ” ใต้เท้าแปลกใจ
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ! เขาก็เลยเที่ยวออกตามหนทางอายุยืน และเขาก็ไปได้คัมภีร์อายุวัฒนะที่มีความเชื่อแผลงๆ มา ในนั้นบอกว่าต้องพรากพรหมจรรย์หญิงสาวให้ครบ 100 คน หลังจากนั้นก็ฝึกวิชาในคัมภีร์ เขาก็จะได้เป็นอมตะเจ้าค่ะ” ลู่เฟยเล่า
“สามีเจ้าก็เชื่องั้นหรือ แล้วทำพฤติกรรมอันเลวร้ายแบบนั้นจริงๆ งั้นหรือ” ใต้เท้าสงสัย
“เขาทำจริงๆ เจ้าค่ะ” ลู่เฟยก้มหน้าตอบ
“ใต้เท้าขอรับ สุ่ยอี้หลาน ท่านแม่ของสุ่ยอี้เฉิน มีเรื่องที่จะเรียนใต้เท้าขอรับ” มือปราบรายงาน
“ให้นางเข้ามาได้” ใต้เท้ากล่าว
“ท่านแม่! ท่านมาทำไมขอรับ” สุ่ยอี้เฉินไม่เข้าใจ
“ใต้เท้า! ได้โปรดลดโทษให้ลูกชายของข้าด้วยเถิด หรือไม่ก็ให้ข้ารับผิดแทนก็ได้ ที่เขาฆ่าท่านเจ้าวัง ก็เพราะท่านเจ้าวังข่มเหงสุ่ยอี้ชิงซึ่งเป็นน้องสาวของเขา สุ่ยอี้ชิงรู้สึกเสียใจที่ถูกพรากความบริสุทธิ์ไป นางถึงขั้นผูกคอฆ่าตัวตาย แล้วแบบนี้จะไม่ให้สุ่ยอี้เฉินแค้นแทนน้องสาวได้อย่างไรเจ้าคะ” สุ่ยอี้หลานเล่าความเป็นมา
“เป็นความจริงงั้นหรือสุ่ยอี้เฉิน” ใต้เท้าสงสัย
“ข้าสารภาพก็ได้ว่าข้าฆ่าท่านเจ้าวังเพื่อแก้แค้นแทนน้องสาวที่ต้องรู้สึกอดสูกับการกระทำของชายบ้ากามคนนั้น” สุ่ยอี้เฉินกล่าวอย่างเจ็บแค้น
“ไม่เป็นความจริง! สามีของข้าไม่มีวันทำร้ายน้องสาวของเจ้า” ลู่เฟยยืนยัน
“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ ก็ในเมื่อสามีของเจ้ายอมทำตามคัมภีร์พิเรนทร์นั่นไม่ใช่หรือ” ใต้เท้าสงสัย
“นั่นมันก็จริงเจ้าค่ะ แต่เขาไม่ได้ขืนใจหญิงสาวไปทั่ว เขานั้นนำทรัพย์สินที่สะสมได้ไปเที่ยวหอคณิกา โดยติดต่อกับแม่เล้าว่าเขาจะเลือกหญิงสาวพรหมจรรย์เท่านั้น กว่าจะครบ 99 คน เขาต้องเที่ยวหอคณิกาในเมืองต่างๆ จนทั่วทั้งแคว้นฉิน ครอบครัวของข้าหมดอัฐไปกับหญิงสาวเหล่านั้น ดังนั้นข้ามั่นใจว่าสามีข้าไม่มีวันขืนใจน้องสาวของคนร้ายคนนี้เป็นอันขาด” ลู่เฟยมั่นใจ
“บางทีสามีของเจ้าอาจเผลอไผลไปบ้างก็เป็นได้นะ” ใต้เท้ากล่าวความเห็น
“หญิงคนที่เขาเผลอไผลไปก็มีแต่เหรินซวง ไม่ใช่สิ พระชายาในองค์รัชทายาทเท่านั้น ดังนั้นข้าจะไม่มีวันให้ใครมาปรักปรำสามีของข้าเป็นอันขาด” ลู่เฟยกล่าว
“ขอข้าสืบสวนเรื่องนี้ให้แน่ชัดเสียก่อน ทหาร! นำตัวนักโทษสุ่ยอี้เฉินไปคุมขังไว้ก่อน” ใต้เท้าเลิกศาล
“ขอรับ” ทหารรับคำ
********************************************
ใต้เท้าเหวินเดินทางไปเยี่ยมซานชุยถึงที่สำนักเหมินฟาง
“ต้องขออภัยจริงๆ ที่ทำให้เจ้าต้องอดทนกักตัวอยู่ในห้องใต้ดินเสียนาน” ใต้เท้าเหวินมาเยี่ยมด้วยตัวเอง
“หากมันจะช่วยล้างมลทินให้ข้า ข้าก็ยินดีขอรับ” ซานชุยยอมแลกไม่ว่าตนจะลำบากมากแค่ไหนก็ตาม
“ลูกชายเจ้าช่างน่ารักน่าชังจริงๆ” ใต้เท้าทัก
“ดีที่ใบหน้าของซานจิ้งเหมือนหวนเจิน ลูกชายที่มีใบหน้าเหมือนแม่จะได้ไม่อาภัพขอรับ” ซานชุยเชื่อเช่นนั้น
“ข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าช่วย” ใต้เท้าเกริ่น
“ข้ายินดีช่วยเสมอ บอกมาได้เลยขอรับ” ซานชุยยอมช่วย
“จงไปคุ้มกันคนคนนึง” ใต้เท้ากล่าวสั้นๆ
“เขาเป็นใครงั้นหรือขอรับ” ซานชุยอยากรู้
“เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง” ใต้เท้ายังไม่บอก แต่จะพาเขาไปพบบุคคลคนนั้น
********************************************
ในป่าลึก หญิงวัยกลางคนกำลังวิ่งหนีคนร้ายสองคนด้วยความกลัวสุดขีด
“เจ้าหนีไม่รอดหรอก ยอมจำนนเสียเถิด” คนร้ายคนหนึ่งตะโกนตามหลัง
หญิงวัยกลางคนยังคงวิ่งต่อไปจนกระทั่งนางสะดุดเถาวัลย์ล้มหน้าคะมำ
“ข้าก็บอกแล้วไง ว่าหนีไม่รอด ทำไมจะต้องทำให้พวกข้าเสียเวลาด้วย งั้นตอนนี้อย่าอยู่เลย” คนร้ายชักดาบกำลังจะปลิดชีพหญิงตรงหน้า
“เฮ้ย! ข้าว่าท่านป้าท่านนี้มีรูปร่างกำยำเหมือนผู้ชายนะ” คนร้ายอีกคนทัก
“ก็ข้าคือผู้ชายน่ะสิ” ชายที่ปลอมเป็นท่านป้าเผยตัว
“ซะ ซะ ซานชุย” คนร้ายจำได้
ซานชุยที่ปลอมตัวเป็นท่านป้าได้ปะมือกับคนร้ายทั้งสอง จนกระทั่งสามารถดึงผ้าคลุมหน้าคนร้ายออก กลายเป็นมือปราบข้างกายใต้เท้าตู้เหว่ย
“พวกเจ้าทำแบบนี้ทำไมกัน” ซานชุยเค้นถาม
“ขะ ขะ ข้าทำตามคำสั่งใต้เท้าตู้เหว่ยเท่านั้น” มือปราบคนหนึ่งกล่าว
“เจ้าจับตัวเขาไปไต่สวนเถิด” ซานชุยตะโกนบอกมือปราบข้างกายใต้เท้าเหวิน
“ขอบคุณมาก ท่านเจ้าสำนักซานชุย” ท่านมือปราบข้างกายใต้เท้าเหวินกล่าว
สองมือปราบช่วยกันคุมตัวคนร้ายทั้งสองไปที่ศาลเมืองหลีโจวทันที
********************************************
ณ ศาลเมืองหลีโจว
“บอกมา! ใต้เท้าตู้เหว่ย เหตุใดเจ้าต้องคิดฆ่าท่านป้าผางยี่ด้วย นางไปทำอะไรให้เจ้า” ใต้เท้าเหวินไต่ถาม
“ขะ ข้า ถูกใส่ความขอรับ” ใต้เท้าตู้เหว่ยไม่ยอมรับผิด
“ลูกน้องข้างกายเจ้าบอกว่าเจ้าเป็นผู้สั่งการ จะหาว่าถูกใส่ความได้อย่างไร” ใต้เท้าเหวินกล่าว
“ขะ ขะ ข้า…” ใต้เท้าตู้เหว่ยไม่มีอะไรจะแก้ตัว
“ผางยี่! เจ้าจงเล่าความเป็นมาให้ข้าฟังซิว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมใต้เท้าตู้เหว่ยต้องคิดฆ่าเจ้าด้วย” ใต้เท้าเหวินหันมาถามท่านป้าผางยี่ที่เกือบถูกฆ่าปิดปาก
“เรียนใต้เท้า ชายชั่วคนนี้ได้ให้ลูกน้องไปฉุดคุณหนูสุ่ยอี้ชิงเพื่อกระทำการย่ำยีจนเสร็จสมอารมณ์หมาย และแทนที่คุณชายสุ่ยอี้เฉินจะตามไปเอาเรื่องกับใต้เท้าตู้เหว่ยชายบ้ากามคนนี้ แต่คุณชายกลับเรียกอัฐเป็นค่าปิดปาก ไม่เพียงเท่านั้นยังบังคับไม่ให้น้องสาวบอกใครเรื่องนี้อีก พอกลับถึงบ้าน คุณหนูก็ไม่ยอม นางจะไปฟ้องศาลตุลาการในเมืองหลวงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม แต่คุณชายโมโหนางมากก็เลยพลั้งมือบีบคอคุณหนูตาย คุณชายกลัวความผิด เขาก็เลยจัดฉากอำพรางศพ โดยให้ศพผูกคอไว้กับต้นไม้เพื่อให้ดูเหมือนว่าน้องสาวแขวนคอฆ่าตัวตาย และเพื่อความสมจริง คุณชายได้ปลอมลายมือคุณหนูโดยเขียนลาตาย โดยบอกว่าคุณหนูถูกท่านเจ้าวังย่ำยีจนคิดสั้นฆ่าตัวตายเจ้าค่ะ” ท่านป้าแอบดูเหตุการณ์แต่ไม่กล้าเผยตัว แต่สุดท้ายคุณชายก็จับได้ จนนางจะต้องหลบหนีจนหัวซุกหัวซุน
“เจ้ามันเนรคุณ! ข้าอุตส่าห์จ้างเจ้าเป็นสาวใช้ประจำตระกูลมาเนิ่นนาน” สุ่ยอี้เฉินกล่าว
“ทำไมเจ้าถึงได้ชั่วขนาดนี้นะสุ่ยอี้เฉิน แทนที่จะไปเอาเรื่องใต้เท้าตู้เหว่ย กลับเรียกร้องอัฐจากเขาและบังคับน้องสาวตัวเองไม่ให้เอาผิดเขา จิตใจของเจ้ามันทำด้วยอะไร เจ้าไม่รักน้องสาวตัวเองบ้างเลยงั้นหรือ” ใต้เท้าโมโหเพราะนึกไม่ถึงว่าพี่ชายจะทำร้ายน้องสาวได้ลงคอ
“เป็นเพราะคุณชายเป็นเพียงลูกบุญธรรม หากกำจัดคุณหนูไปได้ เขาก็จะได้ทรัพย์สินทั้งหมดเจ้าค่ะ” ท่านป้าผางอี้กล่าว
“ข้าไม่ใช่คนเห็นแก่อัฐนะ” สุ่ยอี้เฉินไม่ยอมรับ
“เพราะท่านน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาที่ไม่ได้เป็นเจ้าสำนักพรรคเหมินฟางสมใจ ท่านก็เลยประชดชีวิตด้วยการเล่นการพนัน จนก่อหนี้หัวโต ที่ท่านพยายามหาอัฐก็เพื่อนำไปชดใช้หนี้ ท่านได้กลายเป็นผีพนันไปแล้ว” ท่านป้าผางอี้กล่าว
“อย่าอยู่เลย! นังคนใช้เนรคุณ” สุ่ยอี้เฉินกำลังจะกระโจนเข้าไปบีบคอสาวใช้ประจำตระกูล
“ทหาร! จับกุมสุ่ยอี้เฉินไปขังคุกไว้ก่อน ตอนนี้เขาฆ่าคนไปสองคนแล้ว พรุ่งนี้เที่ยงรอรับโทษประหารได้เลย” ใต้เท้าสั่งทหาร
“ขอรับ” ทหารรับคำ
“ส่วนเจ้า เจ้ามีตำแหน่งใหญ่โตและเป็นที่พึ่งให้กับปวงชนเมืองหลีโจว แต่เจ้ากลับไม่ยอมควบคุมกิเลสตัณหา เจ้าสั่งลูกน้องให้ไปฉุดหญิงชาวบ้านที่หมายปอง และกระทำย่ำยีนาง เจ้าช่างไม่ละลายต่อบาปต่อกรรมบ้างเลย ไม่เพียงเท่านั้นเจ้ายังร่วมมือกับสุ่ยอี้เฉิน ทั้งๆ ที่รู้ว่าสุ่ยอี้เฉินเป็นคนฆ่าท่านเจ้าวัง โดยเจ้าได้ล่วงรู้แผนการที่สุ่ยอี้เฉินตั้งใจฆ่าท่านเจ้าวังแล้วโยนความผิดไปให้ซานชุยเพื่อทำลายชื่อเสียงของท่านเจ้าสำนักเหมินฟาง เรียกได้ว่าหากตนไม่ได้เป็นเจ้าสำนัก ใครก็อย่าหวังจะได้เป็นอะไรทำนองนี้ เจ้าก็เลยรีบจับกุมซานชุยและเอาผิดเขาโดยไม่ได้เก็บรวบรวมหลักฐานและพยานให้ดีเสียก่อน ไม่เพียงเท่านั้นยังเร่งให้มีการประหารซานชุย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องขุดคุ้ยเรื่องนี้ต่อ ดังนั้นข้าขอตัดสินให้ปลดตำแหน่งของเจ้า และจำคุกเจ้าเป็นเวลา 20 ปีโดยไม่ต้องรอลงอาญาใดๆ” ใต้เท้าเหวินตัดสินโทษตู้เหว่ย
“ท่านอย่าจำคุกข้าเลยนะ ข้ายินดีจ่ายอัฐให้ท่านก็ได้” ตู้เหว่ยขอร้อง เขาไม่อยากเข้าคุก
“เจ้าคิดว่าอัฐซื้อได้ทุกอย่างอย่างนั้นหรือ เจ้าคิดผิดแล้ว จงตั้งหน้าตั้งตารับกรรมตามที่เจ้าก่อเอาไว้เถิด” ใต้เท้าเหวินส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
ทหารได้จับกุมอดีตใต้เท้าตู้เหว่ยและมือปราบข้างกายของเขาทั้งสองคนไปขังคุกไว้ก่อน เพื่อรอพาตัวไปขังในคุกที่เมืองหลวงต่อไป
********************************************
นางมารลู่เฟย ได้คุกเข่าต่อหน้าป้ายศพของสามี พร้อมกับเครื่องเซ่นไหว้ดวงวิญญาณ
“ท่านพี่! ท่านไปสู่สุคติได้แล้วนะเจ้าคะ ไม่ว่าจะมีใครว่าร้ายท่านยังไง ข้าก็ยังรักท่านเสมอ อย่าห่วงไปเลย ข้าจะเลี้ยงลูกของพวกเราเป็นอย่างดี” นางมารลู่เฟยคลำไปที่ท้อง ตอนนี้นางท้องได้สามเดือนแล้ว
“รถม้าพร้อมแล้วขอรับนายหญิง” เด็กรับใช้กล่าว
“รีบไปกันเถอะ หนทางวังป่าดิบยังอีกยาวไกล” นางมารลู่เฟยกล่าว
ซานชุยที่แอบตามมาพร้อมกับท่านมือปราบก็เลยว่า “อย่างน้อยใต้เท้าเหวินก็สามารถล้างมลทินให้ข้าและท่านเจ้าวังสำเร็จ”
“ฆาตกรไม่ใช่ท่าน ส่วนฉายาชายบ้ากามย่ำยีหญิงชาวบ้านที่ทุกคนต่างประณามท่านเจ้าวังก็ได้ลบเลือนหายไป เพราะท่านเจ้าวังนั้นมีความสัมพันธ์กับหญิงที่สมัครใจขายตัวเข้ามาเป็นนางโลมครั้งแรกก็เท่านั้นเอง” ท่านมือปราบกล่าว
“พวกเรารีบตามนางมารลู่เฟยกันเถอะ พอคุ้มกันนางจนถึงวังป่าดิบแล้ว ข้าจะได้รีบกลับไปหาลูก” ซานชุยกำลังเห่อลูกชาย
“ข้าว่าท่านไปเปิดกิจการสำนักคุ้มภัยอย่างเป็นทางการจะดีกว่านะ ท่านจะได้หารายได้เป็นหลักเป็นฐานด้วย” มือปราบแนะนำ
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน” ซานชุยคิดว่านี่เป็นความคิดที่ดี
********************************************
เหมยซูนั่งอยู่บนรถม้า โดยมีเหลียงกังช่วยบังคับม้าให้
“ข้ากลับวังหลวงเองได้ ท่านไม่ต้องไปส่งข้าหรอก” เหมยซูกล่าว
“จะให้ไม่ไปส่งได้อย่างไร คนรักทั้งคน” เหลียงกังพูดยิ้มๆ
“ใครเป็นคนรักของท่าน” เหมยซูไม่ยอมรับ
“เลิกงอนข้าสักทีจะได้มั้ย” เหลียงกังพยายามง้อ
“ข้าไม่ได้งอนเสียหน่อย นั่นท่านจะไปไหนน่ะ ทำไมไม่เดินทางต่อล่ะ” เหมยซูตกใจที่รถม้ากำลังจะจอดอยู่หน้าโรงเตี๊ยม
“ข้าเมื่อยแล้ว พักโรงเตี๊ยมกันเถอะ” เหลียงกังลงจากรถม้าเสียดื้อๆ
“แต่ข้าต้องรีบกลับไปดูแลพระชายานะ” เหมยซูกล่าวอ้าง
“ข้าง่วงนอน หลับในจะว่ายังไง” เหลียงกังกล่าวอ้างเช่นกัน
เหมยซูจำต้องเดินตามเหลียงกังเข้าไปในโรงเตี๊ยมด้วยกัน
“เอ่อ ท่านมาเป็นคู่ใช่หรือไม่” เสี่ยวเอ้อรีบถาม
“พวกเราเป็นเพียงคนรู้จักกันเท่านั้น” เหมยซูรีบแย้ง
“เอ่อ ห้องพักเหลือเพียงห้องเดียว ต้องขออภัยจริงๆ ขอรับ” เสี่ยวเอ้อกล่าว
“พวกเรามาพักด้วยกันเถิด” เหลียงกังถือโอกาส
“ไม่!....