บทที่ 9 ความอดทนไม่ใช่คุณธรรม
หวังฟางได้ยินคำพูดของลูกสาวแล้วชะงักไปเล็กน้อย แจ้งความ? การแจ้งความเป็เื่ใหญ่โตที่เธอไม่เคยคิดมาก่อน สำหรับเหตุการณ์ที่ลูกสาวเพิ่งเจอมานั้น เธอไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแจ้งความด้วย? แค่โดนผู้ชายลวนลามนิดหน่อยเท่านั้นเอง จะต้องแจ้งความให้เป็ที่เดือดร้อนด้วยเหรอ?
หวังฟางมองหลี่ซิงเหอด้วยความประหลาดใจ ทำไมลูกสาวถึงคิดแบบนี้?
"ซิงเหอ เื่นี้บอกแม่ก็พอแล้ว ไม่ต้องไปบอกคนอื่นหรอก ถ้าคนอื่นรู้เข้า เขาจะมาว่าลูกได้นะ"
หลี่ซิงเหอจ้องมองดวงตาดำขลับของแม่ แววตาของเธอหม่นลงในทันที
"แม่คะ ความอดทนไม่ใช่คุณธรรม หนูไม่อยากปล่อยผู้ชายคนนั้นไป"
"แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรลูกจริง ๆ สักหน่อย ถ้าไปแจ้งความแล้วเื่มันบานปลาย ครอบครัวเราก็จะอับอายขายหน้านะ"
หลี่ซิงเหอเงียบสนิทไป เธอบีบแขนตัวเองแน่น บริเวณที่าเ็ยังคงเจ็บอยู่ เื่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความฝัน
น้ำตาบนใบหน้าแห้งไปเองแล้ว ขณะที่หัวใจกลับเ็าไร้ความรู้สึก
"กระดุมหลุดแล้ว จะทำยังไงดีล่ะ?" หวังฟางมองดูเสื้อผ้าของลูกสาวที่เหลือกระดุมแค่ไม่กี่เม็ด ก่อนจะพึมพำอย่างลำบากใจ
หลี่ซิงเหอหันหลังให้ ไม่ตอบคำถามความกังวลของแม่ เธอล้มตัวลงนอนอย่างหงุดหงิด ก่อนจะใช้ผ้าห่มหนาคลุมใบหน้าราวกับซ่อนความเ็ปไว้ข้างในนี้ เธอคิดว่าจะนอนพักสักครู่แล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ
แต่ว่า… ความเงียบไม่ได้คงอยู่นาน จู่ ๆ ก็มีเสียงเอะอะเสียงดังมาจากนอกลานบ้าน
"หลี่ฝู่! อยู่บ้านไหม? ออกมาเดี๋ยวนี้!" เสียงฝีเท้าของคนหลายคนทำให้ลานบ้านเล็ก ๆ วุ่นวายขึ้นมาทันที
หวังฟางกดตัวหลี่ชิงเหอไว้โดยสัญชาตญาณ "อย่าออกไปนะลูก"
"โวยวายอะไรกัน นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" หลี่ฝู่สวมรองเท้าแตะแล้วเดินออกไปที่ลานบ้านพร้อมกับหลี่เฉิงเฉวียน
"ลูกสาวนายถีบของสำคัญพี่ชายฉัน จนลุกแทบไม่ขึ้น ตอนนี้เขานอนซมอยู่ที่บ้าน เื่นี้นายจะจัดการยังไง? พี่ชายฉันยังไม่ได้แต่งงาน ถ้าเกิดเื่นี้ทำให้ไม่มีทายาทสืบสกุล ตระกูลหลี่ของพวกนายจะชดใช้ไหวเหรอ?"
หลี่ฝู่มองดูคนที่พูดอย่างละเอียด ใครคือพี่ชายของเขา? อ้อ นึกออกแล้ว คนนี้คือชายแก่ที่เคยทำให้เมียหนีไป และยังไม่ได้แต่งงานใหม่นั่นเอง
"ลูกสาวบ้านฉัน? มันตัวเล็กแค่นั้นจะไปสู้พี่ชายนายได้ยังไง? คงเห็นผิดคนแล้วล่ะ"
ชายคนนั้นโยนตะกร้าในมือลงพื้น "นี่ไม่ใช่ตะกร้าที่ลูกสาวบ้านนายแบกไปทุกวันหรอกเหรอ? อย่าพูดอะไรให้มากความ ไปเรียกเธอออกมาสิ แล้วถามเธอเองถึงจะรู้"
หลี่ฝู่ชายตามองตะกร้านั้น แล้วเม้มปาก พร้อมก้าวขายาว ๆ ไปที่หน้าประตูห้องเก็บของ แล้วเปิดประตูอย่างแรง
"นี่แกอยู่บ้านจริง ๆ ด้วย? โน้น มีคนมาตามหาอยู่ข้างนอก! ออกมากับฉันหน่อย" เมื่อพูดจบหลี่ฝู่ก็จับแขนหลี่ซิงเหอ ลากออกมาที่ลานบ้าน หวังฟางถึงแม้จะกลัวมาก แต่ก็ลากร่างที่อ่อนแรงเดินตามออกมาด้วย
"ยัยหนู เธอเป็คนถีบจุดสำคัญพี่ชายฉันใช่ไหม?"
ในลานบ้านมีผู้ชายยืนอยู่สามคน ชายคนเมื่อกี้เป็คนถาม ถามต่อ
หลี่ซิงเหอเอ่ยเสียงแข็ง "พี่ชายของพวกคุณลวนลามฉันก่อน ฉันจำเป็ต้องป้องกันตัว"
ชายคนนั้นหัวเราะเยาะ "เขาลวนลามเธอ? ชิ! ฉันเห็นว่าเธอก็ไม่ได้เป็อะไร แถมยังออกมาเถียงพวกฉันได้ แต่พี่ชายของฉันกลับเจ็บจนทนไม่ไหวเนี่ยนะ?!"
หลี่ซิงเหอสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเล่าเื่ที่ไอ้ผู้ชายต่ำช้าคนนั้นกอดและลูบคลำเธอ และเธอจำเป็ต้องใช้วิธีรุนแรงในการโต้ตอบกลับ
"ศีรษะฉันก็าเ็ไม่ต่างกัน ไม่ใช่แค่พี่ชายของพวกคุณที่เจ็บคนเดียวนะ เมื่อรู้แล้วก็รีบออกไปซะ! ถ้าพวกคุณยังจะมาวุ่นวายอีก ฉันจะแจ้งตำรวจให้จับพี่ชายคุณเข้าคุก" หลี่ซิงเหอพูดพลางเปิดผมหน้าม้า เผยให้เห็นรอยช้ำที่ขอบผมเล็กน้อย
ชายที่อยู่ตรงหน้าไม่สนใจดูาแบนหัวของหลี่ซิงเหอแม้แต่น้อย พลางหันหน้ากลับไปพูดกับหลี่ฝู่เสียงทุ้มว่า "ได้ยินไหม? ลูกของนายถีบพี่ชายของฉันจริง ๆ ! แค่เด็กผู้หญิงคนเดียว ลูบคลำแค่นี้จะเป็ไรไป? ถึงพี่ชายฉันจะทำอะไรเธอจริง ๆ แต่เธอก็แค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่น่าจะลงมือโหดร้ายขนาดนั้น! แต่การไม่มีทายาทสืบตระกูลถือเป็เื่ใหญ่ แล้วเื่ครอบครัวหลี่ของนายจะจัดการยังไง?"
ตอนนี้หลี่ฝู่โกรธจนเส้นเืบนใบหน้าปูดโปน กำมือแน่นเหงื่อตกไปทั่วทั้งร่าง
"ทำไมแกต้องไปแถวนั้นด้วย? ไอ้ของไร้ค่า! เก่งแต่เื่สร้างปัญหาจริง ๆ !" พอพูดจบหลี่ฝู่ก็คว้าไม้ไผ่เล็กที่เตรียมไว้สำหรับทำคานผัก
ปั้ก!
เสียงดังขึ้นมาในขณะที่หลี่ซิงเหอยังไม่ทันตั้งตัวไม้ไผ่อันนั้นก็ฟาดลงบนตัวเธอเสียแล้ว…
หลี่ซิงเหอก้มหัววิ่งไปที่มุมห้อง แต่หลี่เฉิงเฉวียนไล่ตามทันจึงลากตัวเธอกลับมาตรงหน้าหลี่ฝู่ ด้านหวังฟางพยายามเข้ามาดึงตัวกลับ แต่โดนหลี่ฝู่ออกแรงผลักนิดเดียวก็ทำให้เธอล้มลงกับพื้นลุกไม่ขึ้น
ไม้ไผ่เล็ก ๆ ฟาดลงทุกส่วนบนร่างกายหลี่ซิงเหอ เธอกัดริมฝีปากแน่น ไม่ยอมร้องออกมาแม้แต่เสียงอึกเดียว
ชายทั้งสามคนที่อยู่ตรงหน้ายืนกอดอกมองด้วยสายตาเ็า
ขณะที่การลงโทษจากผู้เป็พ่อยังคงดำเนินต่อไปไม่ยั้ง "ไอ้ของไร้ค่า! ออกไปทำงานยังก่อเื่ได้ ตีให้ตายซะเลยดีกว่า" หลี่ฝู่ยิ่งด่าก็ยิ่งโกรธจนดวงตาแดงก่ำ ยกมือที่ถือไม้ไผ่ขึ้น แล้วฟาดลงไปอย่างหนัก ส่วนหวังฟางเห็นความเ็ปของลูกสาวก็ทนไม่ไหว จนร้องไห้ออกมา
"พ่อ! พ่อ! เขาเป็คนลวนลามหนูก่อนนะ!" หลี่ซิงเหอกัดฟันแน่น พยายามอดทนความเ็ปนี้ไว้อยู่ภายในใจ เต้นเสียงที่มีทั้งหมดก่อนจะเอ่ยออกมาให้พ่อฟัง
"ไอ้ตัวไร้ค่า! โดนผู้ชายลวนลามก็น่าอับอายพอแล้ว ยังจะมาโวยวายให้ฉันเห็นอีก!"
ยิ่งเธอร้องโอดครวญด้วยความเ็ปเท่าไหร่ หลี่ฝู่ก็ยิ่งลงมือรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น… ทำให้เสื้อคลุมบาง ๆ ตัวเก่าของเธอถูกฟาดจนขาด นุ่นเก่า ๆ นั้นปลิวว่อนตามการทุบตีของไม้ไผ่
"ไป! ไปหยิบมีดที่ครัวมา วันนี้ฉันจะฟันมันให้ตาย ต่อไปจะได้ไม่ต้องมาทำให้ฉันขายหน้าอีก!" หลี่ฝู่สั่งหลี่เฉิงเฉวียนด้วยเสียงเข้ม แต่ว่าเขากลับลังเลใจเล็กน้อย ถ้าน้องสาวถูกฆ่าตาย ใครจะทำงานบ้านล่ะ? แล้วเงินที่จะใช้แต่งงานของเขาใครจะหามาให้?
เมื่อเห็นหลี่เฉิงเฉวียนไม่ยอมขยับตัวเสียที หลี่ฝู่ก็โยนไม้ไผ่ทิ้ง แล้วเดินเข้าไปหยิบมีดจากในครัวด้วยตัวเอง
ส่วนหลี่ซิงเหอเ็ปจนไม่มีแรงหลบหนีแล้ว
ชายทั้งสามคนที่อยู่ยืนมองอยู่ถึงกับเบิกตากว้าง ก่อนหน้านี้เคยได้ยินว่าหลี่ฝู่ชอบตีเมียและตีลูกสาวบ่อย ๆ ก็นึกว่าแค่ตีสั่งสอนไม่เอาถึงตาย แต่วันนี้… ผู้ชายตรงหน้ากลับจะใช้มีดฟันลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเองลงจริงเหรอ?
หลี่ซิงเหอรู้สึกได้ว่า ไหล่ของเธอเริ่มเย็นวาบแล้วกลับมาร้อนวูบ ความเ็ปค่อย ๆ แล่นขึ้นมาอย่างหนักที่ไหล่ทั้งสองข้าง
สายตาจากคนอื่น ๆ ที่เหลือบมองเืที่ไหลซึมของเธอ ผ่านนุ่นสีขาวบนไหล่ด้วยความตะลึง หลี่ซิงเหอรู้สึกสิ้นหวังที่สุดก็วันนี้… ความเ็ปในใจก่อนตัวขึ้นรุนแรงยิ่งกว่าาแบนไหล่เสียอีก
เมื่อความเงียบปกคลุม กลับมีเสียงะโของหวังฟางดังขึ้นมา ขณะเดียวกันหลี่ฝู่เหมือนสัตว์ป่าที่กินคน ได้ยินแล้วจึงยกมีดขึ้นมาหมายจะฟันเธออีกครั้ง
"ลุงหลี่!" เมื่อได้ยินเสียงนั้น หลี่ฝู่ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นเงาร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว คว้ามือหนาของหลี่ฝู่เอาไว้
"ลุงหลี่! สิ่งที่ลุงกำลังทำนี่มันผิดกฎหมายนะ! ลุงจะต้องติดคุก!" ที่แท้เสียงนั้นก็เป็หยางเฉิน เมื่อครู่ที่เกิดความวุ่นวายขึ้นทำให้ข่าวลือต่าง ๆ นานา ได้แพร่ไปทั่วหมู่บ้านแล้ว เมื่อหยางเฉินได้ยินเื่จึงรีบมาที่นี่ทันที โชคดีที่มาทันเวลาห้ามการฟันครั้งที่สองของหลี่ฝู่ไว้ได้
ชายทั้งสามคนพอได้สติกลับมา จึงรีบพูดว่า "เอาเถอะ ๆ ! ยังไงก็ถือว่าเื่วันนี้พี่ชายฉันโชคร้ายแล้วกัน ยังไงก็หยางเฉินมาด้วย พวกเราก็ต้องให้เกียรติหยางเฉินหน่อย" พอพูดจบชายทั้งสามก็รีบเดินออกจากลานบ้านไปทันที
เมื่อเดินออกมาที่ประตูรั้ว ชายที่เป็คนพูดก็เอ่ยด้วยความร่าเริง "ขอบคุณพวกพี่น้องที่มาเป็กำลังให้ผมนะ ความจริงแล้วพี่ชายผมก็ไม่ได้เป็อะไรมากหรอก ผมแค่อยากมาขู่ให้พวกเขากลัวเท่านั้นเอง ส่วนไอ้หนุ่มหยางเฉินคนเมื่อกี้ พวกคุณก็รู้ใช่ไหม? เขากำลังจะได้เป็ตำรวจในเมืองหลวงของมณฑล วันนี้แค่นี้แหละ พวกเราไม่ต้องทำอะไรต่อแล้ว ขอบคุณพวกพี่น้องมากนะ ไป! ไปกินข้าวที่บ้านผมกัน"