จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 7 ตอนที่ 207 ท้าทาย

            “เอ่อ...”

            ทั้งไป๋หยุนเฟยและซือคงเสียนได้แต่เหม่อมองถ้ำซึ่งมีเปลวไฟพวยพุ่งออกมา

            แล้วเงาร่างของคนผู้หนึ่งก็ออกมาจากถ้ำหลังจากกระโดดจากถ้ำที่อยู่สูงหลายร้อยวาลงสู่พื้น คนผู้นั้นก็แสดงท่าทีขุ่นเคืองอับอายออกมาทันที

            “แค่ก! บัดซบล้มเหลวอีกแล้ว! ไฉนการสร้างวัตถุวิญญาณชั้นมนุษย์ระดับสูงจึงยากเย็นนัก?”ทั้งร่างมันดำมอมแมมไปด้วยเถ้าถ่านขณะเดียวกันก็ปัดฝุ่นออกจากร่างด้วยความขุ่นเคืองเสื้อผ้าบนร่างปรากฏร่องรอยถูกเผาไหม้ไปทุกส่วนสัดแม้แต่ผมเผ้าก็หงิกงอจากความร้อนใบหน้าของมันเปลี่ยนเป็นสีดำจากเขม่าไฟราวกับเพิ่งไปขุดเหมืองถ่านหินมา

            แต่เมื่อมองดูก็คล้ายกับว่าคนผู้นี้จะคุ้นเคยกับประสบการณ์เช่นนี้เป็นอย่างดีหลังจากนำถังน้ำขนาดใหญ่ออกมาจากแหวนช่องมิติมันก็ราดน้ำลงบนร่างปล่อยให้น้ำชะล้างผ่านศีรษะและใบหน้าจากนั้นจึงใช้พลังวิญญาณไล่น้ำบนร่างให้ระเหยออก

            “.....”

            ไป๋หยุนเฟยไม่อาจสรรหาคำพูดใดมากล่าวในสถานการณ์เช่นนี้จึงทำได้เพียงลอบฝืนยิ้มอย่างเงียบงัน

            “ศิษย์พี่เฉิน ท่านเป็นไรหรือไม่?”ซือคงเสียนรู้สึกตัวเป็นคนแรกจึงรีบเข้าไปหาด้วยความกังวล

            “ถุย!”เฉินหวงฮัวถ่มเสลดสีเทาสองก้อนออกจากปากก่อนจะหันมามองซือคงเสียนด้วยสายตาดุร้ายมันสาวเท้าเข้ามาพร้อมกับคว้าคอเสื้อซือคงเสียนกระชากเข้ามาประจันหน้ากับตนเอง

            “เจ้าบัดซบ!ข้าบอกให้เจ้านำ‘ผงทำความเย็น’มาโดยเร็วแต่เจ้าเพิ่งมาในยามนี้!! เป็นเพราะเจ้าข้าจึงล้มเหลว!” เฉินหวงฮัวร้องตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดต่อเรื่องที่ตนต้องพบกับความล้มเหลว

            “ศะ...ศิษย์พี่เฉินนี่ไม่ใช่ความผิดข้า! ข้า... ข้าไม่ได้ชักช้าแม้แต่น้อย! ท่านบอก... ท่านบอกเองว่าต้องการผงทำความเย็นเพื่อใช้กับวัตถุวิญญาณชิ้นต่อไป...”ซือคงเสียนกล่าวตะกุกตะกัก มันพยายามดิ้นรนออกจากมือของเฉินหวงฮัวแต่ด้วยพลังของวีรชนวิญญาณระดับปลายแล้วมีหรือจะต้านทานเฉินหวงฮัวที่เป็นภูตวิญญาณระดับปลายได้?

            ระหว่างที่ดิ้นรนอย่างไร้ผลมือของเฉินหวงฮัวที่ราวกับคีมเหล็กก็บีบกระชับคอเสื้อของซือคงเสียนจนมันเริ่มอึดอัดสุดท้ายใบหน้าของมันก็เริ่มกลายเป็นแดงฉาน

            “เหลวไหล!เจ้าคิดจะบอกว่าเป็นความผิดพลาดของข้าเองกระมัง?! เจ้าเศษสวะ! เจ้าเป็นศิษย์สายในแต่ด่านภูตวิญญาณก็ยังไม่อาจบรรลุเจ้าคงริษยาที่ข้ากำลังจะบรรลุด่านบรรพวิญญาณกระมังไม่เช่นนั้นไฉนเจ้าจึงก่อกวนข้าเช่นนี้?!”เฉินหวงฮัวสบถด้วยความโกรธแค้น ยืนกรานว่าซือคงเสียนเป็นต้นเหตุให้มันล้มเหลวมืออีกข้างของมันกำแน่นพร้อมกับง้างไปด้านหลัง จากนั้นจึงวาดใส่ใบหน้าของซือคงเสียน!

            ยามนี้มีศิษย์อื่นอยู่รอบข้างไม่น้อยแต่กลับไม่มีแม้แต่คนเดียวที่กล้าออกหน้าช่วยเหลือซือคงเสียนที่ถูกรังแก หลายคนที่ไม่คิดจะแยแสและแม้จะมีบางส่วนที่แสดงสีหน้าคับข้องใจออกมา แต่กระนั้นพวกมันก็คล้ายกับจะหวั่นเกรงต่อเฉินหวงฮัวจึงไม่กล้าจะแสดงตนออกไป

            ซือคงเสียนจึงได้แต่หลับตาแนบแน่นเกร็งตัวเตรียมรับการทุบตี

            แต่แล้วจู่ๆก็มีมือที่สวมถุงมือสีม่วงดำยื่นมาจากด้านข้างคว้าจับข้อมือของเฉินหวงฮัวเอาไว้!

            ที่แท้ก็เป็นไป๋หยุนเฟยที่หยุดเฉินหวงฮัวเอาไว้มันกำมือแนบแน่นพร้อมกับกล่าวว่า “พวกเราล้วนเป็นศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์ทำเช่นนี้ออกจะเกินไป...”

            การปรากฏตัวของอีกฝ่ายสร้างความตกตะลึงแก่เฉินหวงฮัวไปชั่วครู่แต่ก็เรียกสติกลับมาได้ทันที “เจ้าเป็นใคร? อย่าได้เข้ามาสอด ปล่อยข้า!”

            ด้วยความโกรธเคืองเฉินหวงฮัวจึงกระชากมือขวาของตนกลับแม้อีกฝ่ายจะปล่อยข้อมือมัน‘ตามที่บอก’แต่แล้วเฉินหวงฮัวก็พลันพบว่าว่ามือซ้ายกลับว่างเปล่าราวกับไม่ได้ยึดกุมสิ่งใด

            เมื่อมองไปจึงพบว่าไป๋หยุนเฟยฉวยโอกาสชิงซือคงเสียนไปจากมือของมันแล้ว

            ขณะถอยหลังพร้อมกับฉุดลากซือคงเสียนออกไปไป๋หยุนเฟยก็เอ่ยปากเสียงค่อย “ซือคงเสียนก็เป็นศิษย์สายในเช่นกัน ไม่สมควรถูกใช้ให้ไปนำวัตถุดิบมาให้เจ้าดังเช่นศิษย์สายนอกกระมัง?อีกอย่าง เรื่องที่เจ้าโทษว่ามันเรื่องความผิดพลาดของตนเอง เจ้าไม่คิดว่ามันน่าขบขันไปหน่อยหรือ?”

            เรื่องที่หลอมประดิษฐ์วัตถุวิญญาณล้มเหลวทำให้เฉินหวงฮัวอารมณ์ขุ่นมัวอย่างยิ่งมันจึงคิดจะทุบตีซือคงเสียนเพื่อระบายอารมณ์ดังเช่นที่เคยกระทำมาแล้วหลายครั้งการทะเลาะวิวาทเล็กน้อยเช่นนี้ย่อมไม่เคยล่วงรู้ถึงหูเหล่าผู้อาวุโสดังนั้นเฉินหวงฮัวจึงมั่นใจว่าจะรอดพ้นไม่ถูกลงโทษอันใด แต่คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะมีคนผู้หนึ่งกล้าสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องของมัน

            มันแค่นเสียงใส่หลังจากได้ยินคำพูดของไป๋หยุนเฟย“มันหรือ? ศิษย์สายใน? เพ้ย! มันเป็นเพียงเศษสวะที่แม้แต่ศิษย์สายนอกก็เอาชนะได้! คนเช่นมันสมควรถูกขับออกจากการเป็นศิษย์สายในมานานแล้ว! เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเจ้า? หากข้าบอกว่ามันผิดมันก็ต้องผิด! อย่าได้เข้ามาก้าวก่าย!”

            สายตาเฉินหวงฮัวพิจารณาไป๋หยุนเฟยอย่างละเอียดแววตามันทอประกายคล้ายจะจดจำออก สุดท้ายจึงกระพริบตาถี่ๆด้วยความประหลาดใจพร้อมกับหัวเราะออกมา“อ้อ ข้าก็นึกว่าใคร... ที่แท้ก็เป็นศิษย์พี่‘ชั่วคราว’นี่เอง... ไม่พบท่านมาหนึ่งเดือนจึงแทบจำไม่ได้ เสียคารวะแล้ว...”

            คำพูดมันระคายหูน่าขุ่นเคืองไม่ว่าผู้ใดก็ฟังออกว่ามันเหยียดหยามดูแคลนไป๋หยุนเฟยเพียงใด

            ไป๋หยุนเฟยเมื่อได้รับฟังก็ไม่ประหลาดใจที่เฉินหวงฮัวจะรู้จักตนเองครั้งแรกที่พวกมันเข้าสู่ยอดเขาประจิมซ่งหลินเคยแนะนำศิษย์ใหม่ทั้งหมดให้ทุกคนรู้จักแล้วแต่เพราะมีผู้คนมากมายเกินไปไป๋หยุนเฟยจึงไม่อาจจดจำทุกคนได้หมด คนที่อยู่เบื้องหน้านี้ก็ไม่มีความทรงจำอันใดต่อมันดังนั้นไป๋หยุนเฟยจึงประหลาดใจว่าไฉนอีกฝ่ายจึงแสดงท่าทีไม่มิตรถึงเพียงนี้

            ซือคงเสียนฉุดดึงแขนเสื้อไป๋หยุนเฟยจากด้านข้าง“ศิษย์พี่ไป๋” มันกระซิบบอก “เขาเป็นหนึ่งในศิษย์สายในที่โดดเด่นมีนามว่าเฉินหวงฮัวในการทดสอบพรสวรรค์สามารถเดินได้ถึงสองพันสามร้อยห้าสิบวา เพียงแต่ว่ายังไม่มีผู้ใดรับเป็นศิษย์พรสวรรค์ในการฝึกปรือวิญญาณก็สูงส่ง ข้ากับเขาเข้าสู่สำนักพร้อมกันเมื่อห้าปีก่อนยามนี้เขาก็ใกล้จะบรรลุถึงด่านบรรพวิญญาณแล้วในขณะที่ข้ากำลังพยายามที่จะบรรลุถึงด่านภูตวิญญาณ...”

            ไป๋หยุนเฟยค่อยเข้าใจว่าเป็นเพราะตนเองได้เป็นศิษย์สายตรงจากการยกเว้นอีกฝ่ายจึงได้แสดงความเป็นศัตรูเด่นชัดถึงเพียงนี้

            เรื่องนี้ไม่น่าประหลาดใจเท่าใดนักหากมีคนที่ผลการสอบอยู่อันดับต่ำกว่ามันแต่กลับได้รับโอกาสที่ทุกคนได้แต่ฝันถึงไป๋หยุนเฟยก็คงริษยาต่อวาสนาของอีกฝ่ายเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน ---เกรงว่าผู้คนอีกไม่น้อยก็คงมีความคิดเช่นเดียวกันนี้

            “ซือคงเสียนอย่าคิดว่าข้าไม่ได้ยินเจ้า! เจ้าคิดว่าเย้ยหยันข้าแล้วจะจากไปได้หรือ?! ระวังตัวเอาไว้เถอะ สักวันข้าจะจัดการเจ้าให้ได้!”เฉินหวงฮัวเขม้นมองซือคงเสียนด้วยสายตามุ่งร้ายก่อนจะหันกลับไปยิ้มอย่าง‘สุภาพ’แก่ไป๋หยุนเฟย “ว่าแต่... ท่านชื่ออะไรนะ?อ้อจริงสิ ศิษย์พี่ไป๋ ไฉนท่านจึงมาถึงนี่ได้ หรือท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาหลอมประดิษฐ์แล้ว?”

            แม้มันจะประชดเหยียดหยามโดยเปิดเผยไป๋หยุนเฟยก็ไม่คิดจะทำอะไรเพียงขมวดคิ้วแนบแน่น เนื่องเพราะเพียงมาที่นี่เพื่อเดินเล่นไป๋หยุนเฟยจึงโบกมือ“ข้าเพียงมาที่นี่เพื่อชมดูเท่านั้น ไม่ต้องสนใจ”

            จากนั้นไป๋หยุนเฟยจึงปรายตาแก่ซือคงเสียนแล้วทั้งคู่ก็เตรียมจะจากไป

            “อ๊ะ ศิษย์พี่ไป๋ได้ยินมาว่าท่านต่อสู้เสมอกับศิษย์พี่เฟยเหนียนของยอดเขาทักษิณหรือ? ข้าหวังจะลองเทียบฝีมือกับเหล่าศิษย์พี่ทั้งหลายดูไม่ทราบว่าท่านจะยินยอมชี้แนะข้าได้หรือไม่?” ยังไม่ทันที่ไป๋หยุนเฟยจะหันไปเสียงเหน็บแนมของเฉินหวงฮัวก็ดังขึ้นอีกครั้ง

            ไป๋หยุนเฟยชะงักเท้าหันมายักคิ้วใส่“ข้าไม่มีอารมณ์”

            เฉินหวงฮัวมั่นใจว่าคำตอบของอีกฝ่ายต้องเช่นนี้จึงตอบโต้ด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ“อ้อ ข้าเข้าใจแล้ว ศิษย์พี่ไป๋เป็นศิษย์สายตรง เป็นคนแรกที่ได้รับ‘การยกเว้น’ซึ่งในการทดสอบสามารถเดินได้เพียงหนึ่งพันแปดร้อยร้อยห้าสิบวา...คนเช่นนี้ก็ต้องเป็นคนพิเศษ แน่นอนว่าต้องไม่คิดจะลดตัวลงมาสอนสั่งศิษย์สายในอย่างพวกเราแน่...”

            “……”

            อานี่จึงเป็นสิ่งที่เรียกว่าได้คืบจะเอาศอก...

            ไป๋หยุนเฟยแม้ไม่คิดจะโต้เถียงกับอีกฝ่ายแต่ในที่สุดเฉินหวงฮัวที่จงใจท้าทายก็สามารถบรรลุเป้าหมายในการยั่วโทสะมันได้สำเร็จแล้ว

            ไป๋หยุนเฟยจึงกวาดตามองไปรอบด้าน

            รอบข้างมีผู้คนรวมตัวอยู่มากมายบางคนถึงกับออกมาจากในถ้ำของตนเพื่อชมดูว่าเกิดอะไรขึ้น

            ไป๋หยุนเฟยทราบดีว่าทุกคนคาดหวังให้เกิดการต่อสู้ขึ้นพวกมันบางคนถึงกับใช้สายตาเช่นเดียวกับเฉินหวงฮัวมองมาที่ตน

            “แม้จะไม่มีผู้ใดที่กล้ายอมรับโดยเปิดเผยแต่พวกมันล้วนโกรธแค้นที่ข้าสามารถเข้าเป็นศิษย์สายตรงจากการยกเว้น...”ไป๋หยุนเฟยทอดถอนใจ “ข้าต้องอยู่ที่นี่ต่อไปอีกนาน หากทุกคนปฏิบัติต่อข้าเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องดี...”

            ไป๋หยุนเฟยครุ่นคิดอยู่เนิ่นนานกระทั่งเฉินหวงฮัวคิดจะกล่าวยั่วยุอีกครั้ง ไป๋หยุนเฟยก็พลันมองมาที่มันด้วยสีหน้าสงบนิ่งแต่ทว่าดวงตาสาดประกายเจิดจ้า จากนั้นจึงเหยียดยิ้มขึ้น

            “ตกลง!ข้าจะลองวัดฝีมือกับเจ้าดู!”