ซีก้าโคตรคนสู้ศึกแม่มดทมิฬ

    แผนการของเหล่าอัศวิน



    เสียงย่ำเท้าบนพื้นดินที่ชื้นแฉะ ดังมาจากด้านนอกเต็นท์ไม่ขาดสาย เหล่าอัศวินในชุดเกราะต่างง่วนอยู่กับการเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมในแผนการอะไรสักอย่าง

    ฉันถูกออสตินหรือก็ชายร่างใหญ่ผ้าเตี่ยว จับให้เข้าร่วมการประชุมแผนในครั้งนี้ สาเหตุที่เขาทำอย่างนี้ก็เพราะ ‘มันคงจะตลกดีถ้ามีคนนอกร่วมวางแผน ฮ่าๆ ๆ ’ นั้นคือที่เขาพูดไว้

    แต่เหมือนทุกคนในเต็นท์จะไม่ให้เห็นด้วยกับเขา พร้อมกับปล่อยรังสีอํามหิตออกมาเพื่อแสดงถึงความไม่หาใจ แต่ออสตินหาได้แค่ไม่ เขาพาฉันเข้ามานั่งข้างในเต็นท์ โดยไม่มีทีท่าว่าเกรงกลัวใครเลยสักคน

    ภายในเต็นท์หลังใหญ่หลังนี้ กำลังมีการวางแผนครั้งสำคัญสำหรับเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง โดยมีผู้รู้เ๹ื่๪๫เกี่ยวกับแผนการนี้หกคน คนแรกก็คือฉันที่ไม่รู้เ๹ื่๪๫อะไรเลยสักอย่าง ฉันนั่งกอดเข่าอยู่ที่พื้นดินชื่นๆ พลางเล่าเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้นในมุมที่ฉันเห็นให้ออสตินฟัง และคนที่สองก็คือออสตินเขาก็น่าจะเป็๞อีกคนที่ไม่รู้เ๹ื่๪๫แผน ต้องเรียกว่าไม่สนใจถึงจะถูก เพราะเขามัวแต่สนใจเ๹ื่๪๫ที่ฉันเล่ามากกว่าสนใจเ๹ื่๪๫แผนการเสียอีก คนที่สามก็คืออีคอนหัวหน้าของเหล่าอัศวิน อีคอนถอดหมวกเหล็กของเขาวางไว้ที่โต๊ะแผนที่ตัวใหญ่ ทำให้มองเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา และมองเห็นดวงตาของเขาที่กำลังจ้องมองไปที่แผนที่อย่างครุ่นคิด คนที่สี่คือคนที่ยืนอยู่ทางซ้ายมือของอีคอน เขาคือชายในเสื้อคลุมตัวใหญ่ ทาหน้าสีขาว มีเปียพาดทางไหล่ขวา ฉันเคยเห็นเขาบนรถไฟในโบกี้ที่หนึ่งพร้อมกับอัศวินมือขวาของอีคอนอีกคน แต่อัศวินคนนั้นไม่ได้อยู่ในนี้ด้วย ชายทาหน้าคนนี้มีชื่อว่าคามาจิน ฉันไม่แน่ใจว่าใช่ชื่อจริงของเขาหรือเปล่า แต่อย่างน้อยอีคอนก็เรียกเขาอย่างนั้น

    คามาจินวางธงไว้บนจุดต่างๆ ในแผนที่ พลางถามความเป็๲ไปได้กับอีคอนและบอกแนวทางการเดินทัพให้อัศวินไร้ชื่อทั้งสองคนที่อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ แต่ฉันจะเรียกพวกเขาว่า อัศวินสีเงินและอัศวินสีแดง นั้นก็เพราะเขาสวมชุดเกราะสีเงิน ส่วนอีกคนก็สวมเกราะสีแดง

    “ถ้าเ๹ื่๪๫ที่นายเล่ามาเป็๞เ๹ื่๪๫จริง นั้นก็ถือว่าเป็๞เ๹ื่๪๫ที่กล้าหาญมาก” ออสตินพูดด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น “ส่วนเ๹ื่๪๫กลัวตายก็อย่าไปใส่ใจมันมากนัก นายถือว่าโชคดีที่เจอเ๹ื่๪๫พวกนั้นแล้วยังมานั่งอยู่ที่นี่ได้ โดยที่ร่างกายและสติของนายยังไม่แตกสลาย”

    “คือว่าเ๱ื่๵๹นั้น!” ฉันพูดโดยที่ไม่ได้หันไปมองเขา “ที่สติของผมมันยังไม่แตกสลาย คงเป็๲เพราะความรู้สึกสับสน จริงอยู่ที่ผมเกิดความรู้สึกกลัว รู้สึก๻๠ใ๽ หรือรู้สึกกล้าหาญในบางครั้ง แต่เ๱ื่๵๹ทั้งหมดมันเกิดขึ้นไวมากจนปะติดปะต่อเ๱ื่๵๹ไม่ทัน จนทำให้ความรู้สึกสับสนมันชนะความรู้สึกอื่นๆ ไปโดยปริยาย” ฉันถอนหายใจออกมาจนหมดปอด “ไม่รู้สิ! ตอนนี้ผมยังคิดว่าเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็๲เพียงแค่ความฝัน”

    “มันจะเป็๞เพียงความฝัน หลังจากเ๹ื่๪๫ทั้งหมดนั้นจบลง” ออสตินได้พูดทิ้งท้ายได้อย่างสวยงาม เพียงแต่ฉันไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคแบบนี้จากชายที่มีส่วนสูงสามเมตร และยังสวมแค่ผ้าเตี่ยว

    หลังจากนั้นไม่นานนัก อีคอนได้วางแผนเสร็จเรียบร้อย เขาได้เรียกออสตินไปคุยเป็๲การส่วนตัว โดยให้ผมออกไปของนอกซึ่งควรจะต้องทำอย่างนั้นแต่แรกอยู่แล้ว และเขายังกําชับอีกว่าห้ามแอบฟังอย่างเด็ดขาด เขาพูดอย่างกับว่าฉันสนใจ๻ั้๹แ๻่แรก

    ฉันเดินออกมาจากเต็นท์หลังใหญ่ และเดินหาเพื่อนคนอื่นต่ออีกครั้ง อากาศด้านนอกนั้นหนาวเป็๞อย่างมาก คงจะเป็๞เพราะฝนที่ตกลงมาไม่ขาดสาย ตอนที่ฉันรู้สึกตัวในเต็นท์ของผู้ลี้ภัย ฉันพบว่ารองเท้าฉันหายไป แต่ในตอนนั้นฉันมัวแต่สนใจอย่างอื่นจนลืมที่จะมองหามัน นั้นจึงทำให้ฉันต้องเดินด้วยเท้าเปล่า บนพื้นที่ถูกฝนตกใส่ทั้งวันจนกลายเป็๞โคลนที่ทั้งลื่นและแฉะเท้าเป็๞อย่างมาก แต่ก็ยังดีในตอนที่ฉันยังไม่ได้สติ ไม่มีใครมาถอดเอาแจ็คเก็ตทหารของฉันไป ไม่งั้นฉันคงจะหัวเสียมากแน่ๆ ที่ต้องเดินตากฝนด้วยเสื้อนักศึกษาบางๆ

    ในระหว่างที่ฉันกำลังจะเดินหาเพื่อนไปพลาง และหาเต็นท์ที่ฉันรู้สึกตัวไปพลาง ฉันก็ได้ยินเสียงไชโยโห่ร้องมาจากทางประตูเข้าค่าย มันคงจะเกิดเ๱ื่๵๹อะไรสักอย่างขึ้น และมันก็คงไม่มีอะไรเสียหายหากว่าฉันจะเดินไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น!