[จบ] ระบบเปลี่ยนแปลงพรสวรรค์

    ตอนที่ 35 Nebula Restaurant สาขาเชียงใหม่

    วันศุกร์ 16.00 น. ฟาร์มภัทรภพ

    “ฟาร์มที่นี่ดูดีมากเลยนะครับคุณดนัย”

    “ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะพวกคนงานดูแลที่นี่ดีน่ะครับ”

    ในเวลานี้คนทั้งสี่กำลังนั่งจิบชาสีทองและมองดูไร่สวนต่างๆบนเก้าอี้ไม้ที่ดนัยตั้งใจเอามันมาไว้เพื่อพักผ่อนหย่อนใจในฟาร์ม

    “ชานี่ก็ดีนะครับ ผมอธิบายไม่ถูกเหมือนกันแต่มันสดชื่นสุดๆไปเลยครับแถมรสชาติยังกลมกล่อมอีกด้วย”มานพกล่าวก่อนจะจิบชาไปอีกครั้งหนึ่ง

    “แล้วเรื่องราคาการซื้อ-ขาย ล็อตแรกนี้จะเอายังไงดีครับ”

    “ผมเหมาหมดเลยครับ ส่วนเนื้อผมให้ราคาแพงกว่าเนื้อ A5 เล็กน้อยด้วยครับ ส่วนพืชผักอื่นๆก็ขอซื้อสูงกว่าราคาตลาดเล็กน้อยด้วยเช่นกัน”

    “ตกลงครับ…ยินดีที่ได้ร่วมธุรกิจ”

    “ผมก็เช่นกัน”

    ทั้งสองตกลงกันได้อย่างรวดเร็วและจับมือกันเพื่อเป็นพิธีหลังการเจรจาเสร็จสิ้นและนั่งจิบชาต่อไปจนเวลา 17.00 น. มานพก็กลับไปยังโรงแรมที่ตนจองเอาไว้

    ……………

    วันเสาร์ 09.50 น. ฟาร์มภัทรภพ

    “มีทำเลดีๆสำหรับร้านอาหารใหม่ของเรารึยังซินหราน”

    “ตอนนี้มีอยู่ 3 ที่ที่ท่านน่าจะถูกใจน่ะค่ะ”เธอยื่นเอกสารแผ่นหนึ่งไปให้ดนัยโดยในนั้นมีรูปของที่ดินติดอยู่เต็มไปหมด

    “เราไปดูกันทั้งสามที่จริงๆเลยดีกว่าจะมานั่งวิเคราะห์ภาพไปทำไมกัน”

    “ฉันก็ว่างั้นค่ะ”

    เมื่อตกลงกันได้ทั้งสองก็เดินไปยังโรงจอดรถของบ้านกลางจากนั้นก็ขึ้นรถตู้ไปโดยมีซินหรานเป็นคนขับเหมือนเดิมเพื่อเดินทางไปยังที่ดินที่น่าสนใจ

    ที่แรก เป็นบริเวณเขตภูเขา มีป่าไม้ล้อมรอบและอยู่ชายขอบเมือง ถือว่าเป็นจุดที่ดีใช้ได้แต่อาจจะลำบากผู้บริโภคสักเล็กน้อยในการเดินทาง

    ที่สอง อยู่ในเขตเมืองแต่เป็นบริเวณเชิงเขา หากสร้างและออกแบบดีๆมันน่าจะดูดีใช้ได้

    ที่สุดท้ายอยู่บริเวณใกล้น้ำตกอยู่ห่างจากเมืองไม่มากแต่ทิวทัศน์โดยรอบถือว่าสวยงามมากเลยทีเดียว

    หลังจากสำรวจที่สุดท้ายจนทั่วดนัยก็ขบคิดเกี่ยวกับแต่ละที่ก่อนจะขึ้นรถและให้ซินหรานออกรถก่อนจะเอ่ย

    “ไปดูที่สองอีกครั้งหน่อยสิ”

    “ท่านเลือกได้แล้วหรอคะ”

    “ที่สองน่าจะดีที่สุดแล้ว เพราะหากร้านอาหารอยู่ไกลจากตัวเมืองมาเกินไป แม้จะอร่อยหรือดูดีแค่ไหนก็ตามกำไรที่ได้ก็จะได้ไม่เยอะเท่าที่ควร และเรามีทุนจำนวนมากสามารถซื้อที่ดินได้สบายๆ”

    “เข้าใจแล้วค่ะ”

    หลังจากขับไปได้สักพักทั้งสองก็เดินทางกลับมาถึงยังพื้นที่ลำดับสองโดยตอนนี้เป็นเวลา 17.00 น. แล้วและท้องฟ้าก็กลายเป็นสีส้มดูสวยงามทีเดียว

    “ใครเป็นเจ้าของที่ดินแห่งนี้งั้นเหรอ??”

    “เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของที่นี่ค่ะ เห็นว่าเป็นคนมีอิทธิพลในภาคเหนือมากเลยทีเดียว”

    “งั้นนัดเจอกับเขาให้ฉันที เอาเป็นที่นี่แหละและนัดคุยกับลุงมาโนชให้ด้วย”

    “ค่ะ”

    สถานที่แห่งนี้เหมือนจะมีโครงสิ่งก่อสร้างอยู่ก่อนแล้วถ้าออกแบบตามสภาพแวดล้อมการจะทำให้เสร็จภายใน 1-2 เดือนคงไม่ใช่เรื่องยากนัก

    …………..

    1 วันต่อมา

    วันอาทิตย์ 10.30 น. ตึกสีขาวขนาด 20 ชั้น

    ดนัยได้เดินทางมายังสำนักงานหลักอสังหาริมทรัพย์ที่เขาต้องการจะซื้อที่ดิน โดยมีซินหรานตรียมเอกสารและของต่างๆมาด้วย

    หน้าตึกมีตัวหนังสือขนาดใหญ่ที่เขียนไว้ว่า VCM Development อยู่ที่พื้นโดยมีสวนขนาดเล็กรายล้อมมันไว้

    “สวัสดีค่ะ…ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรงั้นเหรอคะ”พนักงานต้อนรับสาวเอ่ยทักทายเขาทันทีที่มาถึง

    “พวกเรานัดกับคุณกมลไว้แล้วค่ะ โดยใช้ชื่อดนัย ภัทรภพ”ซินหรานเอ่ยออกมาแทน

    พนักงานสาวที่ได้ยินชื่อเจ้านายของเธอออกจากปากคนตรงหน้าก็รีบไปที่เคาน์เตอร์แล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่ออะไรบางอย่างทันที

    “ค่ะ…ได้ค่ะ….เข้าใจแล้วค่ะ ดิฉันจะพาพวกเขาขึ้นไปหาเดี๋ยวนี้”พนักงานสาวกล่าวอะไรผ่านโทรศัพท์สักครู่ก่อนจะเดินมาเชิญพวกเขาด้วยความสุภาพ

    “คุณกมลเชิญให้ขึ้นไปได้เลยค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะพาพวกคุณไปเอง”พนักงานสาวพาทั้งสองไปที่ลิฟต์สีทองแล้วกดขึ้นไปยังชั้นบนสุด

    ติ๊ง!!

    ประตูลิฟต์เปิดออกก่อนที่ดนัยและซินหรานจะเดินตามพนักงานสาวไปยังประตูห้องแห่งหนึ่งที่มีหญิงสาวสวมชุดดำใส่แว่นยืนรออยู่

    “สวัสดีค่ะคุณดนัย ท่านกมลได้รออยู่ในห้องแล้วขอเชิญเข้าไปได้เลยค่ะ”หญิงสาวชุดดำกล่าวด้วยความสุภาพก่อนจะส่งสายตาไปยังพนักงานสาวเชิงให้ออกไป

    “ขอบคุณครับ”

    ทั้งสองเปิดประตูและเดินเข้าไปข้างในโดยมีสาสชุดดำตามไปด้วย

    ภาพที่เห็นข้างในคือเก้าอี้ผู้บริหารตัวใหญ่กำลังนั่งหันหลังให้เขาอยู่โดยมีกลิ่นชาหอมกรุ่นโชยออกมา สักพักก็ค่อยๆหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับดนัย

    ผู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้คือหญิงสาวที่ดูอายุไม่มากนักน่าจะประมาณ 29-30 ปีได้ ความสวยของเธอก็มีไม่น้อยแต่ออร่าของหญิงสูงศักดิ์มันแผ่ออกมาแยงตาดนัยมากเลยทีเดียว

    “สวัสดีคุณดนัย ฉันกมล วิมานแก้ว เจ้าของที่แห่งนี้และอีกหลายๆที่ในภาคเหนือ”

    “ผมดนัย ภัทรภพ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

    “ฉันรู้จักคุณอยู่แล้วล่ะนะพ่อหนุ่มนักธุรกิจ….ชาที่ฉันกำลังจิบอยู่นี่ก็ควจะเป็นของเธอสินะ”ดนัยเหลือบตาไปมองแก้วบนโต๊ะก่อนจะพบน้ำสีทองที่คุ้นเคย

    “ดูเหมือนคุณจะรู้จักกับคุณมานพเขานะครับ”

    “ใช่แล้วล่ะ ชานี้ฉันเพิ่งจะได้มาเมื่อเช้านี้เอง มันรสชาติดีสมคำที่เขากล่าวมาเลยล่ะ และยังได้ผลผลิตจากฟาร์มของคุณอีกเล็กน้อยด้วย”

    “ถ้าชอบก็ดีครับ…แต่ที่ผมมาวันนี้เพราะอยากจะซื้อที่ดินสักหน่อยน่ะครับ”

    “ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ ถ้าไม่อยากเจอเธอคงให้คนอื่นจัดการเรื่องนี้ให้จบไปเร็วๆแล้ว…..หากฉันคิดถูกเธอคงคิดจะสร้างภัตตาคาร Nebula Restaurant อันเลื่องชื่อที่นี่สินะ”กมลนำนิ้วเรียวงามของตัวเองเตะที่ปลายปากของตนเองเล็กน้อย

    “ใช่แล้วครับ…ว่าแต่ถามทำไมเหรอครับ ฉันกำลังคิดว่าควรจะพัฒนาที่ดินแถวนั้นดีไหมแล้วค่อยขายในราคาสูงๆน่ะ”

    “คุณอาจจะคาดหวังมากเกินไปแล้วก็ได้นะครับ เพียงแค่ร้านอาหารแห่งเดียวคงไม่ทำให้ที่ดินบริเวณรอบๆราคาสูงขึ้นหรอก”

    “ฉันรู้….แต่หากทำให้พื้นที่แถวนั้นเป็นเขตของร้านอาหารต่างๆโดยใช้ชื่อร้านของเธอเป็นตัวดึงดูดก็น่าจะได้ผลไม่น้อยเลยทีเดียว”

    ร้านของดนัยแม้จะขายอาหารราคาถูกแล้วแต่มันก็ยังแพงสำหรับบางคนอยู่ดี ดังนั้นความคิดของกมลที่จะทำพื้นที่ให้มีร้านอาหารมาเปิดเพิ่มก็คงใช้ได้ถ้าราคาต่ำกว่าและมีความอร่อยที่ดึงดูดลูกค้าได้

    “ที่คุณพูดออกมาแบบนี้ไม่ใช่ว่าอยากได้อะไรจากผมหรอกนะ”

    “ฉันอยากให้น้าร้านของเธอช่วยโปรโมทบริษัทของฉันหน่อยน่ะ โดยเฉพาะที่ดินแถวนั้นเลย….ฉันลดให้ 5% เลยเป็นไง”

    “ผมไม่ได้ขัดสนเงินอยู่แล้วแต่ลดให้ฟรีๆแบบนี้ผมคงต้องรับไว้แล้วล่ะครับ”

    “งั้นก็ตกลงตามนี้นะ”

    จากนั้นทั้งสองก็เซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินกันสักครู่ก่อนจะกลับโดยกมลได้ให้นามบัตรของเธอมาด้วย

    ดนัยที่ออกมาจากตัวตึกก็พบกับคนของลุงมาโนชมารอพอดีทำให้พวกเขาขึ้นไปบนรถตู้ของดนัยและคุยกันไประหว่างทางเกี่ยวกับเรื่องรูปแบบของร้านอาหาร

    ดนัยได้มอบแบบเปลนที่ตนได้เตรียมพร้อมเอาไว้ให้ก่อนที่จะส่งอีกฝ่ายลงจากรถและกลับฟาร์มของตนเองด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข

    …………..

    วันต่อมา

    ซินหรานได้มาแจ้งข่าวดีแก่ดนัยที่ห้อง

    “ตึกหลักของ Nebula Technology เสร็จแล้วค่ะ”เธอกล่าวด้วยรอยยิ้มเพราะเมื่อนึกถึงสวัสดิการของตนก็อดใจเต้นไม่ได้

    “จริงเหรอ!!”

    “แน่นอนค่ะ ทุกอย่างสมบูรณ์ 100%”

    “งั้นโพสต์หาพนักงานลงเพจหลัก Faceblok เลยรับทั่วโลกเลยนะ แล้วก็อัพขึ้นไปบนเว็บไซต์หลักชองเราด้วย”

    “ได้ค่ะ”

    “หลังจากเสร็จเรื่องนี้เราจะรีบไปกรุงเทพทันที”

    “เข้าใจแล้วค่ะ”

    “งั้นวันนี้เรามารีบเคลียร์งานที่เหลือทั้งหมดกันเถอะ ฉันอยากจะเห็นตึกที่ทุ่มเงินสร้างไปหลายหมื่นล้านของเราแล้ว”