ระบบหลอมรวมที่บ้าคลั่ง — 疯狂炼妖系统

    เล่มที่ 2 บทที่ 49 เจ้าลองอวดดีอีกทีสิ

            ค่ำคืนค่อยๆ จางหายไป

            เหนือเมืองลั่ว ดวงอาทิตย์อันร้อนแรงสาดแสงแผดเผา ปกคลุมทั่วทั้งเมืองด้วยความร้อนระอุ

            เงาร่างห้าสายก้าวเดินออกมาจากค่ายกลเคลื่อนย้ายของเทือกเขาหมิงซาน ตอนที่ได้เห็นทัศนียภาพเบื้องหน้า ชายหนุ่มผู้เป็นผู้นำขมวดคิ้วเล็กน้อย

            ชื่อเมืองลั่วนั้น จริงๆ แล้วเขาค่อนข้างจะคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะบนโลกมนุษย์ ในประเทศของเขาก็มีสถานที่ที่ชื่อว่าเมืองลั่วเช่นกัน เพียงแต่เมืองลั่วแห่งนั้นตั้งอยู่ทางทิศใต้ ไม่ได้ดูเหมือนโลกแห่งทะเลทรายประดุจเมืองลั่วแห่งนี้

            “นี่คือเมืองลั่วรึ?”

            ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความฉงน

            “ใช่แล้ว เมืองลั่วคือ ‘อาณาจักร’ ทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นชื่อสุ่ย และที่แห่งนี้ เจ้ายังจะได้เห็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่หลากหลายแปลกตาอีกด้วย”

            ชายหนุ่มร่างท้วมที่อยู่ด้านข้างเอ่ยอธิบาย

            อย่างไรเสียเขาก็เป็นถึงบุตรชายรองประธานสมาคมการค้าหงเฟิง เรื่องความรอบรู้กว้างขวางย่อมมิต้องพูดถึง สถานการณ์ในเมืองลั่วนี้เขาย่อมล่วงรู้เป็นอย่างดี

            “เช่นนั้น พวกเราจะรีบเดินทางไปสำนักศึกษาอ้าวติงทันทีเลย หรือว่าอย่างไร?”

            ชายหนุ่มผู้นำกลุ่มหันไปถามเงาร่างที่งดงามประดุจเทพธิดาด้านข้าง

            “มิต้องรีบร้อน เข้าสู่เมืองลั่วได้ก็จัดการง่ายขึ้นแล้ว เมืองลั่วมีค่ายกลเคลื่อนย้ายที่มุ่งตรงสู่สำนักศึกษาอ้าวติง ใช้เวลาเดินทางอย่างมากเพียงหนึ่งวัน ยามนี้สำนักศึกษาอ้าวติงยังไม่เริ่มเปิดรับสมัครศิษย์ใหม่ ไปถึงตอนนี้ก็หามีประโยชน์ไม่ พวกเราพักผ่อนอยู่ที่เมืองลั่วสักสองวันเถิด”

            เมื่อได้ยินคำพูดของสตรีผู้งดงาม คนในกลุ่มต่างลอบผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก

            ก่อนหน้านี้ในเทือกเขาหมิงซาน แม้จะไม่ถูกสัตว์อสูรที่ทรงพลังเหล่านั้นโจมตี ทว่าภูมิประเทศของเทือกเขาหมิงซานนั้นทุรกันดารนัก ตลอดการเดินทางที่ผ่านมา ทุกคนจึงมีสภาพที่ค่อนข้างมอมแมมและเหนื่อยล้าดูลำบากยิ่งนัก

            ครั้นเข้าสู่เมืองลั่ว กลุ่มคนจึงรีบหาที่พักก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงอาบน้ำชำระล้างร่างกายและผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่

            เดิมทีเซี่ยฝูคุนกำลังครุ่นคิดถึงความลับในระบบหลอมปีศาจอยู่ภายในห้องพักของตน ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตู จึงจำต้องลุกขึ้นมาจากเตียง

            “เจ้ามาทำอันใด?”

            เมื่อเปิดประตูออกแล้วเห็นหยางเหยายืนอยู่ข้างนอก เซี่ยฝูคุนก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

            “มิใช่บอกว่าเมื่อถึงเมืองลั่วแล้ว พวกเราจะแยกย้ายทางใครทางมันรึ?”

            เหอะๆ!

            หยางเหยาลอบแค่นยิ้มในใจ

            เขาเริ่มรู้สึกมากขึ้นทุกทีว่า ศิลาวิญญาณเก้าร้อยก้อนบวกกับหยกดำที่เสียไปนั้นช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย! ตลอดการเดินทางมานี้เขาไม่เห็นเซี่ยฝูคุนจะออกแรงอันใดเลยสักนิด! ดูเหมือนคราเดียวที่ออกแรงคือการวิ่งหายเข้าไปในพงหญ้าเพื่อจัดการธุระส่วนตัวเท่านั้น

            แต่ในเมื่อตกลงราคากันไว้แล้ว หยางเหยาก็ไม่อาจทำอันใดได้

            “แค่กๆ พี่คุน ดูท่านพูดเข้า ไฉนพี่น้องอย่างพวกเราต้องห่างเหินกันถึงเพียงนี้ด้วยเล่า?”

            “พี่น้อง?”

            เซี่ยฝูคุนงุนงงไปหมด เจ้าเป็นใครกัน!

            หยางเหยาไม่สนใจท่าทีของเซี่ยฝูคุน เขาคิดว่าตนเองกุมจุดอ่อนของเซี่ยฝูคุนไว้ได้แล้ว ในสายตาของเขา เซี่ยฝูคุนผู้นี้คือพวกหน้าเลือดเห็นแก่เงินอย่างไม่ต้องสงสัย! ดังนั้นเขาจึงมั่นใจว่าคำพูดที่จะพูดต่อไปนี้ เซี่ยฝูคุนจะต้องสนใจเป็นแน่

            “พี่คุน ท่านฟังข้าก่อน ครานี้ที่ข้ามา ก็เพื่อนำข่าวดีมาบอกท่าน”

            เซี่ยฝูคุนที่กำลังจะปิดประตู เมื่อได้ยินคำพูดของหยางเหยาก็ส่งเสียง “หือ?” ออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะส่งสัญญาณให้หยางเหยาพูดต่อไป

            “พี่คุน ท่านอาจจะยังไม่รู้ ในเมืองลั่วแห่งนี้จะมีตลาดจัดขึ้นเป็นระยะๆ พ่อค้าแม่ขายทั้งรายใหญ่รายย่อยในแคว้นชื่อสุ่ยจะพากันมาที่นี่ หากโชคดี ไม่แน่ว่าพวกเราอาจจะขุดพบของล้ำค่าในนั้นก็ได้นะ”

            “โอ้?”

            เซี่ยฝูคุนได้ยินคำพูดของหยางเหยาก็เกิดความสนใจขึ้นมาจริงๆ ตอนนี้ในมือเขามีเงินไม่น้อย ทว่าอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ยังขาดแคลนนัก และด้วยการมีบัคอย่างระบบหลอมปีศาจอยู่ เขาจึงไม่เกรงกลัวว่าจะไม่อาจจำแนกของดีออกมาได้ ตอนนี้เขาพบว่าระบบเช่าในระบบหลอมปีศาจนั้น ประดุจดั่งตลาดรับซื้อของมือสอง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด ขอเพียงเป็นของดี มีมูลค่า ระบบเช่าก็จะรับแลกเปลี่ยนเป็นแต้มหลอมรวมทั้งสิ้น

            ส่วนเรื่องแต้มหลอมรวมมีประโยชน์ต่อเซี่ยฝูคุนเพียงใดนั้น ย่อมไม่ต้องบรรยายให้มากความ

            “ตกลง เช่นนั้นข้าจะไปกับเจ้าสักรอบ”

            “เยี่ยมเลย!”

            ดวงตาของหยางเหยาเป็นประกาย

            เหตุผลหลักที่เขาตามหาเซี่ยฝูคุน ก็เพราะเซี่ยฝูคุนมีพละกำลังสูงส่ง ยอดฝีมือขอบเขตห้าวหาญนั้น ต่อให้ในเมืองลั่วจะไม่ถึงขั้นเดินกร่างไปทั่วได้ แต่ก็ไม่มีผู้ใดอยากจะมาหาเรื่องส่งเดช ต่างจากขอบเขตชั้นยอดที่ในหมู่ผู้ฝึกยุทธ์นั้น ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปไม่มีฐานะอันใด ส่วนผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดเป็นเพียงขั้นเริ่มต้นเท่านั้น หากมีเซี่ยฝูคุนร่วมเดินทางไปด้วย เขาก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกข่มเหงรังแกหรือถูกโกง

            “ทว่า ไปเป็นเพื่อนเจ้าก็ส่วนไปเป็นเพื่อน กฎของพวกเราจะฝ่าฝืนมิได้ เอาเช่นนี้ ข้าไปเป็นเพื่อนเจ้าที่ตลาดนัดหนึ่งวัน เจ้าจ่ายให้ข้าเพียงหนึ่งร้อยศิลาวิญญาณก็พอ เป็นอย่างไร คุ้มค่ามากใช่หรือไม่?”

            เมื่อได้ยินคำของเซี่ยฝูคุน หยางเหยาก็แทบจะแค่นยิ้มออกมาทันที

            “คุ้มค่า คุ้มค่าที่สุดเลย!”

            ในใจของหยางเหยาแทบจะหลั่งเลือด ศิลาวิญญาณที่นำติดตัวมาจากตระกูล เกรงว่าคงจะต้องตกไปอยู่ในกระเป๋าของเซี่ยฝูคุนจนหมดสิ้นเป็นแน่!

            แต่เขาทำอะไรไม่ได้ เขาปรารถนาจะไปเสี่ยงโชคหาของล้ำค่าที่ตลาดจริงๆ ทว่าหากไปเพียงลำพังก็ไม่ปลอดภัย สุดท้ายเขาจึงจำต้องส่งศิลาวิญญาณหนึ่งร้อยก้อนให้แก่เซี่ยฝูคุน ทั้งสองสวมหมวกฟางเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจึงมุ่งหน้าไปยังตลาดทันที

            ตอนที่มาถึงตลาด เซี่ยฝูคุนจึงได้พบว่าตลาดแห่งนี้ใหญ่โตกว่าที่เขาจินตนาการไว้ไม่น้อย

            มันคล้ายกับห้างสรรพสินค้าเถาเป่า (คือแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของจีน อารมณ์คล้ายๆ Shopee/Lazada) ขนาดย่อมบนโลกมนุษย์ เพียงแต่ที่นี่เป็นรูปแบบของร้านค้า เซี่ยฝูคุนประมาณการดูแล้ว หากเขาอยากจะเดินให้ทั่วที่นี่ เกรงว่าคงต้องใช้เวลาอย่างน้อยทั้งวัน

            “พี่คุน ท่านดูของสิ่งนี้เป็นอย่างไร? ราคาเพียงหนึ่งศิลาวิญญาณ ว่ากันว่าหากพกติดตัวไว้จะช่วยให้จิตใจปลอดโปร่งผ่องใส”

            เซี่ยฝูคุนมองของในมือหยางเหยาแล้วขมวดคิ้วมุ่น เนื่องจากระบบหลอมปีศาจไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆ

            “โยนทิ้งไปเถิด ของพรรค์นี้มันขยะชัดๆ!”

            “ของขยะ? หมายความว่าอย่างไรรึ?”

            หยางเหยาสงสัยอยู่บ้าง

            “ก็หมายความว่าเป็นของไร้ค่าน่ะสิ”

            ทันทีที่เซี่ยฝูคุนพูดจบ เถ้าแก่เจ้าของแผงลอยก็เกิดความไม่พอใจทันที

            “เจ้าว่าของของใครเป็นขยะกัน? ทำไมรึ ของของเจ้ามันดีนักหนาหรืออย่างไร? มีปัญญาก็เอาของของเจ้าออกมาให้ดูหน่อยสิ! หากไม่ปัญญาซื้อก็จงอย่าปากพล่อย!”

            เมื่อได้ยินคำพูดของเถ้าแก่แผงลอย เซี่ยฝูคุนก็หัวเราะออกมาเบาๆ

            ดูหมิ่นใครไม่ดูหมิ่น มาดูหมิ่นข้า? คนอารมณ์ร้อนอย่างข้าเนี่ยนะจะยอมทน?

            “เคร้ง!”

            เสียงกึกก้องดังสนั่น ศิลาวิญญาณหนึ่งหมื่นก้อนถูกทุ่มลงตรงหน้าเถ้าแก่แผงลอย

            พร้อมกันนั้น——

            กลิ่นอายพลังขอบเขตห้าวหาญพลันแผ่ซ่านออกมา

            “มา เจ้าลองอวดดีต่อหน้าข้าอีกทีสิ”

    คล้ายกับเรื่องระบบหลอมรวมที่บ้าคลั่ง — 疯狂炼妖系统 ที่คุณอ่าน