ปราบทิ้งร่างลงนั่งที่พื้นพร้อมกับหอบหายใจอย่างแรง กว่าที่เขาจะมาถึงยังอีกฝั่งก็ใช้เวลาไปหลายวัน
ชายหนุ่มมองยังเส้นทางที่ปรากฏแล้วก็ให้ท้อใจ เขามิรู้ว่าที่ทำอยู่ในเวลานี้มันคือสิ่งใด เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรเลย ซ้ำอัลตรอนก็ไม่สามารถสแกนสิ่งใดพบเจอ
เขาสูดหายใจเข้าลึกแล้วหยัดกายลุกยืน
“ ด่านที่สาม “ ชายหนุ่มเอ่ย
สองเท้าของเขาก้าวออกไปอย่างเชื่องช้าพร้อมกับการระแวดระวังภัยที่มาถึง
ชายหนุ่มสืบเท้าไปเบื้องหน้าแลกำสองหมัดแน่นพร้อมกับกวาดตามองซ้ายขวา
เขาเดินมาจนถึงอีกฝั่งอย่างงุนงง ชายหนุ่มแสดงสีหน้าที่สุดแสนประหลาดใจว่าเหตุใดจึงมิมีสิ่งใดเกิดขึ้น
“ เจ้านายไม่ใช่ไม่มีแต่พลังวิญญาณเหล่านั้นทำอันใดเจ้านายไม่ได้ต่างหาก “ อัลตรอนเอ่ย
“ เป็นด่านวิญญาณ “ เขาพึมพำ
“ พลังวิญญาณเมื่อครู่อยู่ระดับใด “ ปราบเอ่ยถาม
“ เจ้านายอยู่ที่ระดับผันแปร “ อัลตรอนเอ่ย
“ วิญญาณระดับผันแปรก็ยังทำอะไรพลังวิญญาณข้าไม่ได้ นี่แสดงว่าพลังวิญญาณของข้าน่าจะเข้าสู่ระดับเบิกปฐพีแล้ว “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ การเคี้ยวแก่นวิญญาณอสูรนั้นไม่เสียเปล่าจริงๆ “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มมองยังทางเดินที่ทอดยาวแล้วพยักหน้า “ ด่านที่สี่ “ เขาเอ่ยแล้วก้าวเท้าออกไป
ภายนอกหอปริศนา
“ ตูมม “
“ อ้ากก “
เกิดการโจมตีของจอมยุทธจากต่างดินแดนนานหลายวันแล้ว เป็นเหตุให้ผู้คนมากมายล้มตายลงเป็นอย่างมาก บ้านเรือนมากมายหลายเขตพังพินาศหมดสิ้น ผู้คนไร้ที่อยู่อาศัยต่างอพยพหนีตายกันจ้าละหวั่น
จอมยุทธต่างดินแดนเข้าปล้นชิงทรัพยากรไปอย่างบ้าคลั่งทั้งยังย่ำยีสตรีมิเลือกหน้า บุรุษถูกสังหารสิ้น เด็กน้อยมากมายถูกกระทำทารุณก่อนตาย
พวกมันมีทั้งมนุษย์ อสูร กึ่งอสูร พวกมันเดินทางข้ามจักรวาลมาด้วยเรือเหาะลำยักษ์ พวกมันมากันมากมายเป็นหมื่นเป็นแสนล้วนแล้วแต่เป็นจอมยุทธขั้นสูง
หลอมรวมกายาขั้นห้าเป็นอย่างต่ำที่มา ขั้นสูงเป็นผันแปรขั้นสามแม้นเพียงน้อยนิดแต่ก็สร้างความเสียหายได้อย่างใหญ่หลวง
“ โลกนี้มันอะไรกัน พลังปราณต่ำเตี้ยเรี่ยดินแต่กลับมีสิ่งฝึกฝนชั้นยอด “ ชายชราคนหนึ่งเอ่ย
“ หากปล่อยให้พวกมันยึดครองต่อไปเห็นทีจะเสียทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์ “
“ บอกทุกคน สังหารอย่าให้เหลือ พวกมันมิคู่ควรเป็นคนของโลกนี้ “
“ ขอรับ “ เหล่าจอมยุทธทั้งหลายร้องตะโกนลั่นฟ้า
“ อ้ากก “
“ พวกกูทำอะไรให้พวกมึง พวกมึงถึงได้เข่นฆ่าพวกกูขนาดนี้ “
“ พวกมึงมันเป็นตัวเผาผลาญทรัพยากร พวกมึงมันไร้ค่า พวกมึงต้องตายกลายเป็นปุ๋ยบำรุงพื้นดิน “
“ ตายยย “
“ ไม่ “
“ ตูมม “
“ ฮือ ฮือ “ เหล่าเด็กๆส่งเสียงร้องไห้ระงมมันมองยังเด็กน้อยแล้ววาดมือจับที่กะโหลกของเด็กน้อย
“ อ่อนแอ “
มันบีบกะโหลกของเด็กน้อยอย่างแรง “ ตูมมม “
“ กรีดดด “ ผู้เป็นมารดากรีดร้องลั่น
“ การฆ่าพวกมึงในครั้งนี้ถือว่ายังปราณีมากเพราะพวกมึงตายในครั้งเดียวไม่ทรมานเลย “
“ พวกกูจิตใจสูงส่งยิ่งนัก “
“ ยกย่องกูสิ “
“ ขอบคุณกูที่กูฆ่าพวกมึงแบบไม่ให้ทรมานสิ “
ชายหนุ่มยิ้มออกอย่างน่าเกลียด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง
“ โลกใบนี้เต็มไปด้วยทรัพยากรที่ล้ำค่า แต่เหตุใดพวกมึงกลับได้ครอบครอง สวรรค์ช่างมิยุติธรรม “
“ ตายๆไปเสียให้หมด “
“ ไม่ “
“ หนีไป “
เหล่าจอมยุทธที่แอบซ่อนได้แต่ก้มหน้าไม่อยากรับรู้อะไร พวกเขาหวาดกลัวเกินที่จะกล่าว พวกเขาปล่อยให้ผู้คนที่ไม่ได้ฝึกตกตายเป็นผักปลา พวกเขาปล่อยให้ผู้คนต้องทนทุกข์เวทนา
พวกเขาได้แต่เฝ้ามองผู้คนที่ร่ำร้องปริ่มขาดใจที่สูญเสียญาติมิตรคนรัก มันเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่อาจรับได้เหมือนเช่นคนทั่วโลกได้ถูกสังหารไปกึ่งหนึ่งจากอสูร
ในยุคอสูรกลืนเมืองมนุษย์ราวสองพันล้านคนถูกอสูรสังหารสิ้น ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยซากศพแลสาธาราเลือดไหลนอง มาเวลานี้ก็ไม่ต่างอันใด ผู้คนมากมายราวหนึ่งพันล้านตกตายลงไปอย่างน่าเวทนา
พวกเขาเป็นเพียงมนุษย์ตาดำๆที่ไม่ได้มีพลังใดๆที่จะใช้ปกป้องตัวเอง พวกเขาทั้งเชื่องช้าทั้งอ่อนแอ แต่พวกเขากลับเป็นเหยื่อของพวกมัน
จอมยุทธมากมายต่างหลบหนีเข้าสู่หลุมแลปล่อยให้พวกเขาตกตายลง
ชายหนุ่มคนนั้นยิ้มออกอย่างสาแก่ใจเมื่อมองยังผลงานของตน เขาไม่มีทีท่าลังเล เขาไม่มีความเสียใจ เขาไม่มีจิตสำนึก เขามีเพียงฆ่า ฆ่าแลฆ่าเท่านั้น
เขายิ้มกริ่มกับผลงนของเขา สตรีถูกเขาแลพวกย่ำยีแล้วผ่าร่างออกเป็นสองส่วนทางยาว บุรุษถูกอสูรเลี้ยงห้าตัวแยกร่าง คนแก่ถูกกุดหัว เด็กน้อยถูกเจาะเส้นเลือดให้ตายอย่างช้าๆ
บางคนถูกนำมาเป็นอาหารอสูรเลี้ยง บางคนถูกนำมาหลอมทั้งเป็น
เสียงร่ำไห้ดังกึกกึกก้อง เสียงร้องวอนขอชีวิตดังระงม เสียงสวดอ้อนวอนดังสนั่น แต่ไม่สามารถทำให้พวกมันใจอ่อนลงแม้นแต่น้อย
พวกมันยังคงดาหน้าเข้าไล่ล่าสังหารผู้คนที่พบเห็นอยู่เนืองๆ
สมชายสูดหายใจเข้าลึกแล้วมองยังภรรยาและบุตรีทั้งสอง เขาสูดหายใจเข้าลึกแล้วกระชับกระบี่แน่น
“ ไอ้เหี้ยเข้ามา “ สมชายเอ่ย
“ มดปลวกหนอมดปลวก “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ เพียงมึงส่งลูกกับเมียมึงมาให้กูแล้วกูจะปล่อยมึงไป ง่ายๆแค่นี้ทำไมต้องคิดให้มันยาก “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ ลองเป็นแม่มึงแล้วก็พี่สาวน้องสาวของมึงมึงจะยังยินดีรึไม่ “ สมชายตะโกนลั่น
“ กูนั้นแสนยินดี แต่กูไม่ได้ให้พวกมันกูจัดการพวกนางด้วยกูเอง “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ มึงมันชั่วเข้าขั้น มึงมันต่ำกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก “ สมชายเอ่ย
“ กูจะบอกอะไรให้ โลกของกูนั้นมีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด กูต้องอยู่รอดกูต้องแข็งแกร่ง “ ชายหนุ่มเอ่ย น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง
แม้นว่าภายนอกของเขาจะดูแข็งแกร่งแต่ในใจลึกๆแล้วเขาก็ยังคงมีความเศร้าอยู่ไม่น้อย
“ ส่งมากูปราณีมึงมากแล้ว “ ชายหนุ่มตะโกนลั่น
“ ฝึด ฝึด “ สมชายกวัดแกร่งกระบี่ไปมา
“ อือ “ ชายหนุ่มพลันเหยียดร่างถอยอย่างรวดเร็ว
“ ไอ้แก่นี่ “ ชายหนุ่มเอ่ย
เขาให้แปลกยิ่งนักที่อีกฝ่ายสามารถกดดันเขาได้ด้วยพลังที่ต่ำกว่าเขาถึงหนึ่งขั้นใหญ่
“ มันเป็นเพียงสร้างกายาขั้นห้า แต่ทำไมถึงมีพลังมากขนาดนี้ “ ชายหนุ่มพูดในใจ
“ แต่อย่างไรมันก็ไม่มีทางสู้ข้าได้แน่ “ เขาเอ่ย
“ ไอ้แก่ กูให้โอกาสมึงแล้ว “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ เมื่อมิส่งให้กูแต่โดยดี มึงก็เตรียมตัวตายได้แล้ว “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ ตายยย “ เขาร้องตะโกนลั่น
“ ไอ้สัตว์นรกเข้ามา “ สมชายร้องตะโกนออกสุดเสียง
“ เปรี้ยงง “ ดาบใหญ่ของชายหนุ่มวาดเหวี่ยงออกสุดแรง
“ ย้ากก “ สมชายร้องตะโกนสุดเสียงแล้วระเบิดพลังออก
เขาสะบัดกระบี่ออกสุดแรง “ เปรี้ยงง “
สองแสงสังหารพุ่งทะยานเข้าหากัน “ ครึก ครัก “ ทั่วอาณาพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
“ ตูมมม “ สองแสงสังหารระเบิดออก
สมชายหันหลังกลับแล้วโอบลูกกับเมียไว้
“ อั้ก “ เขาถูกแรงระเบิดซัดเข้าเต็มหลังจนกระอักเลือดออก
“ พ่อ “ พีมกับแพมน้องตะโกนลั่น
“ ปราบเอ็งอยู่ไหน ทำไมยังไม่มา “ สองสาวร้องลั่น