ณ ที่ด้านนอกปราสาทแสนสุข นอกเหนือไปจากผู้เล่นกลุ่มใหญ่ ที่มีผู้นำชื่อว่าอาทิตยาแล้ว ก็ยังมีกลุ่มกิลด์ของโรซ่าตามมาติดๆด้วยเช่นกัน และกลุ่มกิลด์ของโรซ่านั้น ก็มีชื่อว่า กิลด์อันเดอร์ครอส (Guild Undercross)
“พวกกิลด์อะซูไรท์นี่ (Guild Azurite)” ชายนักกล้ามร่างใหญ่ในชุดเกราะอัศวินัสีดำสนิทกล่าวเสียงกร้าว ก่อนจะชี้หน้าไปที่อาทิตยา “ฝีมือพวกแกสินะ ที่สังหารคนของเราจนหมด รวมถึงยัยโรซ่าด้วย”
อาทิตยามีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย ที่ได้ยินว่าสมาชิกของกิลด์อันเดอร์ครอสเสียชีวิต เธอเดาได้ทันที ว่าเป็ฝีมือของผู้เล่นใหม่ที่มอนสเตอร์เ้าหญิงแห่งดวงจันทร์
“ก็ไม่รู้สินะคะ คุณสาโท” อาทิตยากล่าวเรียกชื่ออีกฝ่าย ดูเหมือนว่าทั้งสองจะรู้จักกันดี แม้จะไม่ใช่ในฐานะมิตรก็ตาม “ขยะน่ะ จะใครทิ้งมันก็ค่าเท่ากันนั่นแหละ ถูกมั้ยคะ”
“ดูถูกกันมากเกินไปแล้วนะ นังอาทิตยา” สาโทกล่าวเสียงสั่น ก่อนที่เขาจะควักคฑาหมาสามหัวสีดำขึ้นมาจากระบบหน้าต่างผู้เล่น แล้วเรียกใช้งานมันทันที “สุนัขผู้เฝ้าประตูนรกจงออกมา เซอเบรัส!! (Cerberus The Guardian of Hell Gate)”
สิ้นเสียงของสาโท มอนสเตอร์หมาพันธ์พิทบูลสีเทาซึ่งมีสามหัวก็ถูกเรียกออกมาจากวงเวทใต้ดิน ตัวของมันสูงใหญ่ราวห้าเมตร มันใส่ปลอกคอหนามดูน่าเกรงขาม และมันขู่กรรโชกคำรามทันที เมื่อถูกเ้านายเรียกออกมา
“หืม...มอนสเตอร์ระดับSS ตัวใหม่ ไม่เลวนี่คะ...แล้วตัวเก่าล่ะ” อาทิตยากล่าวอย่างเป็กันเอง ก่อนที่เธอจะเรียกดาบเรเปียสีทอง ซึ่งเรืองแสงสีขาวสว่างจ้าออกมาไว้ในมือ ดูเธอไม่กลัวเกรงอีกฝ่ายเลยสักนิด
“ยังมีหน้ามาเอ่ยถึงไอ้แม่โขงของฉันอีกนะ” สาโทกล่าวเสียงสั่น “ลูกน้องของเธอ ยัยพลอยใส!! มันเป็คนฆ่าหมาของฉันเองกับมือเลยไม่ใช่หรือไง ลืมแล้วเหรอ นังอาทิตยา!!”
สิ้นเสียงของสาโท เหล่าลูกกิลด์อะซูไรท์ และกิลด์อันเดอร์ครอสก็เข้าตะลุมบอนกันทันที ในขณะที่เซอเบรัสของสาโทอ้าปากทั้งสาม ก่อนจะใช้ท่าประจำตัวพ่นเพลิงนรกใส่อาทิตยาทันที
“[ประกาศจากระบบ: มอนสเตอร์เซอเบรัส ผู้พิทักษ์ประตูนรกใช้สกิลประจำตัว อินเฟอร์โน่ เบลซ!! (Inferno Blaze)]”
เปลวเพลิงสามสายสีแดงเข้มพุ่งตรงมาหาอาทิตยา แต่ทว่าก่อนที่เปลวเพลิงจะถึงตัวของเธอ บาเรียวงเวทสีดำก็มาขวางเพลิงนั้นเอาไว้ก่อน มันดูดซับเพลิงนั้นไว้ก่อนที่จะสลายหายไปพร้อมๆกัน
“ท่านหญิง...ขออภัยในความล่าช้าของผม”
เ้าของเสียงเป็ชายหนุ่มมาดสุขุมเยือกเย็น เขาอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท มือทั้งสองของเขาถือดาบคู่สีดำเอาไว้ เขาคงจะดูเหมือนมนุษย์ทุกอย่าง ถ้าหากไม่มีเขาโค้งงอไปด้านหลังของัอยู่บนหัวของเขา
“ไม่เป็ไรเร็กซ์” อาทิตยากล่าวกับมอนสเตอร์ของเธอที่ชื่อเร็กซ์ “มาสนุกกับเ้าหมาสามหัวด้านหน้าแทนฉันทีแล้วกันนะ”
“ราชันย์ัมืด เร็กซ์ (Rex The Black Dragon)” สาโทกล่าวเสียงสั่นทันที เมื่อเจอมอนสเตอร์ระดับSSSตรงหน้า ซึ่งทรงพลังกว่าเซอเบรัสของเขามากนัก “นังอาทิตยา แกมีมอนสเตอร์ระดับSSS ตัวที่สองั้แ่เมื่อไหร่”
“จะรู้ไปทำไมคะ...ในเมื่อเดี๋ยวอีกสักครู่ พวกคุณทั้งหมดก็ต้องตายกลับไปฟ้องหัวกิลด์ของพวกคุณแล้วนี่”
อาทิตยากล่าวส่งท้าย ก่อนที่ราชันย์ัมืดของเธอจะพุ่งเข้าจู่โจมเซอเบรัสทันที
“วุ่นวายจังเลยน้า วันนี้”
ชายแก่ผู้ทำหน้าที่ขายของในร้านของปราสาทแสนสุข กล่าวพลางถอนใจ กล้องวงจรปิดที่หน้าคอมของเขากำลังฉายภาพกิลด์อะซูไรท์ และกิลด์อันเดอร์ครอสประลองกันจนเละ ในขณะที่ต้นตอของเื่กำลังหลบอยู่ในร้านของเขา
“ผมเป็ต้นเหตุสินะ” สมิทกล่าวขณะกำลังยืนดูภาพจากกล้องวงจรปิดภายในเกม เขาสะดุดกับหญิงสาวแสนสวยในภาพที่มีชื่อว่าอาทิตยา เหมือนว่าเธอจะเป็หัวหน้าคอยสั่งการคนอื่นๆอยู่ ความงดงามของเธอนั้นทำเอาสมิทเผลอมองด้วยความเสน่ห์หา
“ไอ้หนู แกน่ะปลอดภัยแล้ว” พ่อค้ากล่าวก่อนจะชี้ไปที่ภาพจากกล้องวงจรปิด “เธอคนนั้นคืออาทิตยา หัวกิลด์อะซูไรท์ กิลด์อันดับที่สามของประเทศไทย กิลด์นี้ชอบทำตัวเป็ตำรวจของเกมน่ะ และเธอคงมาจัดการพวกกิลด์อันเดอร์ครอสที่พยายามหาเื่เธออยู่”
“เธอมาช่วยผมสินะครับ” สมิทกล่าวถามเพื่อความแน่ใจ ก่อนที่พ่อค้าจะพยักหน้า
“ั้แ่เปิดเกมมา ฉันก็เห็นกิลด์นี้แหละ ที่คอยสอดส่องดูแลผู้เล่นใหม่ที่เมืองเริ่มต้น เป็คู่กัดตัวฉกาจกับกิลด์อันเดอร์ครอส ซึ่งบางครั้งหากสองกิลด์นี้มาเจอกัน เมืองเริ่มต้นของผู้เล่นก็กลายเป็สนามรบได้เลยล่ะนะ”
ทั้งท่าทางการพูด และการแสดงความคิดของเ้าของร้านนั้น ทำเอาสมิทสงสัย เขาดูฉลาดเกินกว่าที่จะเป็NPC สมิทจึงลองเอ่ยถามอะไรบางอย่างดู
“ขอถามเพื่อความแน่ใจ...ลุงน่ะ ไม่ใช่NPC สินะครับ เพราะNPCคงไม่มาสังเกตุอะไรแบบนี้แน่ๆ”
“ถูกต้อง ฉันเป็พนักงานประจำของบริษัทไดเมนชั่นเวิลด์ สาขาประเทศไทย” พ่อค้าขายของกล่าวก่อนจะเปิดหน้าจอผู้เล่นของเขาขึ้นมา แล้วหยิบนามบัตรให้กับสมิท “บัตรส่วนลด15% สำหรับการซื้อสินค้าครั้งต่อไป ฉันให้เธอแล้วกัน ไหนๆก็มาหลบในร้านฉัน แถมชวนคุยยาวอีกต่างหาก”
“ขอครั้งนี้เลยได้ไหมครับ ผมมีแปลนจะซื้อบ้านพกพาน่ะ” สมิทกล่าวพลางยิ้มแห้งๆให้กับพ่อค้า ทำเอาพอค้าหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะโยนหน้าต่างผู้เล่นหัวข้อบ้านพกพาให้กับสมิท ซึ่งสินค้าในระดับเกรด D-C นั้นลดราคา15% ตามที่สมิท้า
สินค้าในระดับเกรดD-C ประเภทบ้านพกพานั้น จะเป็เต๊นสนามเสียเกือบหมด มีบ้านไม้ขนาดเล็กที่นอนได้ประมาณสองคนโผล่มาบ้าง แต่รูปร่างมันก็ดาษดื่น และไม่ค่อยสวยเท่าไหร่นัก
“สวยจังเลย” ลิลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงหลงไหล เมื่อเธอมองเต๊นสนามสีขาวรูปทรงกรวยเจ็ดเหลี่ยม ขนาดของมันมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณสามเมตร หลังคาเต๊นนั้นเป็ยอดปลายแหลมสูงมีพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว้า
“สวยจริงนั่นแหละ” สมิทกล่าวพลางเลือกดูรายละเอียดเต๊นอันนี้ทันที มันเป็บ้านพกพาระดับC ที่มีราคาอยู่ที่สามหมื่นพ้อย เหมือนจะแถมชุดนอนสำหรับคนสี่คนให้ด้วย และชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับทานข้าวด้านนอกเต๊นสี่คน
เสียงกระดิ่งที่หน้าประตูร้านขายของดังขึ้น ก่อนจะพบว่าผู้เล่นใหม่สองคนเดินเข้ามา พวกเขามองลิลี่ด้วยความสนใจอย่างมาก ก่อนที่พวกเขาจะรีบเดินดูสินค้าในร้านต่อ เมื่อสมิทจ้องพวกเขากลับ
“บ้านพกพาตัวนั้นโอเคเลยนะ สามารถอัพเกรดได้ด้วยในอนาคต” พ่อค้ากล่าวสนับสนุนทันที เมื่อสมิททำท่าจะเลือก เขาสังเกตุว่าราคามันค่อนข้างสูงไปนิด หากเทียบกับเต๊นนอนระดับCเหมือนกัน ซึ่งมีราคาอยู่ที่หมื่นปลายๆ
“อัพเกรดที่ว่าคือยังไงหรือครับ” สมิทเอ่ยถามพลางอ่านคุณสมับิตของมันไปด้วย
“[รายการสินค้า: บ้านพกพาเกรดC เต๊นพระจันทร์สีขาว (อัพเกรดได้2ครั้ง) สามารถใช้เป็ที่พักสำหรับผู้เล่น มอนสเตอร์คู่หู และเพื่อนๆในปาร์ตี้สูงสุดได้6คน ระหว่างที่อยู่ในบ้านพักจะไม่ได้รับความเสียหายจากผู้เล่นหรือมอนสเตอร์ทุกชนิด ทุกๆอย่างภายในบ้านพักจะได้รับความคุ้มครองจากระบบ สามารถตั้งทับพื้นที่ได้ทุกพี้นที่ ยกเว้นเขตพื้นที่ของบอส พื้นที่อันตรายหวงห้าม เขตบ้านกิลด์ หรือซ้อนทับกับสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ]”
“สามารถอัพเกรดจากเต๊น กลายเป็กระโจมหรือกระท่อมได้ยังไงล่ะ” พ่อค้ากล่าวก่อนจะยิ้มน้อยๆ “และจากกระโจมหรือกระท่อม กลายเป็บ้านหรือห้องคอนโด ซึ่งการจะอัพเกรดบ้านนั้น ต้องหาวัตถุดิบให้ได้ตามที่กำหนด ในรายละเอียดตรงนี้เธอสามารถตรวจสอบได้ หลังจากซื้อบ้านไปแล้ว หรือในคู่มือเกมล่ะนะ”
“ชอบอันนี้หรือเปล่าลิลี่” สมิทเอ่ยถามมอนสเตอร์ของเขาทันที “ฉันตั้งใจซื้อให้มันเป็บ้านของเธอ ตอนฉันออกนอกเกมไปแล้วน่ะ”
“ฉัน...ลิลี่เลือกได้หรือคะ นายท่าน” กระต่ายสาวเอ่ยถามด้วยความลังเล “เพราะสิ่งนี้นายท่านใช้เงินของนายท่านซื้อมานะคะ”
“ได้สิ” สมิทกล่าวพลางเอามือไปลูบหัวเธอเบาๆ หูกระต่ายสีขาวของเธอลู่ลงเล็กน้อยทันที “ฉันกลัวจะเป็เหมือนคราวที่แล้วน่ะ ออกจากเกมไปแล้วปล่อยเธอเคว้งคว้าง ไร้ที่สำหรับอยู่อาศัยน่ะสิ”
“ขอบคุณค่ะนายท่าน...งั้นลิลี่เอาบ้านหลังนี้ค่ะ” กระต่ายสาวกล่าวพลางชี้ไปที่เต้นพระจันทร์สีขาว ซึ่งมีราคาถึงสามหมื่นแต้ม สมิทใช้เงินที่ได้มาจากการสังหารโรซ่าที่นอกเขตปลอดภัย จ่ายค่าเต๊นนี้ทันที และเขาซื้อฐานไม้ตั้งเต๊นในราคาหนึ่งพันแต้มเผื่อเอาไว้ด้วย เพื่อให้เต๊นสนามสามารถตั้งได้ในทุกพื้นที่ เผื่อกรณีเจอพื้นโคลน พื้นป่ารกชัฏ หรือพื้นลาดชั้นที่ทำให้ไม่สะดวกในการวางบ้านพกพา
“น่ารักจริงๆเลยนะ มอนสเตอร์กึงมนุษย์” เ้าของร้านกล่าวชมเชยทันที หลังจากเห็นลิลี่ดีใจจนะโกอดสมิท “ชักอยากมีสัตว์เลี้ยงแบบนี้สักตัวแล้วสิ”
“หนูไม่ใช่สัตว์เลี้ยงนะคะ คุณลุง” ลิลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงงอน ก่อนจะทำหน้ามุ่ยใส่ จนพ่อค้าหัวเราะออกมา
สมิทไม่ตอบรับอะไร ถึงแม้เขาจะรู้ว่าลิลี่เป็มอนสเตอร์ แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาของเธอ จึงทำให้เขาเกิดนึกว่าเธอเป็คนโดยไม่รู้ตัว และมองเธอในฐานะที่เท่าเทียมกัน
“ขอบคุณมากนะครับ” สมิทกล่าวขณะโอนเงินในหน้าต่างผู้เล่นของเขาให้กับพ่อค้า ก่อนจะรับกล่องสีขาวขนาดใหญ่มา มันคือเต๊นพกพาใหม่ชนิดที่ยังอยู่ในกล่อง พร้อมกับฐานไม้ตั้งเต๊น แน่นอนว่าอุปกรณ์ทั้งสองถูกย่อเข้าหน้าระบบผู้เล่นของเขาได้ทันที แถมเวลาเรียกใช้มันก็จะออกมาเป็เต๊นให้เสร็จสรรพ ไม่ต้องเสียเวลาตั้งและประกอบแบบในโลกจริง
“ไว้มาใหม่ล่ะ ร้านนี้ถึงจะอยู่เมืองเริ่มต้น แต่ก็มีทุกอย่างขายเลยนะ”
พ่อค้ากล่าวพลางโบกมือลาสมิทที่กำลังเดินออกจากร้าน และประโยคนี้เอง ที่ทำสมิทสะดุด ก่อนจะหยุดแล้วหันมามองเขา
“งั้นคุณลุงมีอาวุธให้มอนสเตอร์ผมไหมล่ะครับ ขอแบบที่ดีที่สุด งบไม่เกินสองหมื่นเหรียญ”
“ฮ่าๆๆๆ มีสิมี...เ้าหญิงแห่งดวงจันทร์ ว่าที่ราชินีของเผ่าจันทราที่เธออยู่น่ะ ใช้อาวุธที่ค่อนข้างหายากมากๆเสียด้วย และร้านฉันก็มีมันอยู่ด้วยล่ะนะ”
สมิทเดินตามพ่อค้าไปที่ชั้นสอง ซึ่งมีผู้เล่นสองคนที่เข้ามาก่อนหน้านี้อยู่ พวกเขากำลังเลือกปืนกระบอกใหม่กันอยู่ และเป็อีกครั้งที่ผู้เล่นสองคนนั้นชำเลืองมองลิลี่ด้วยความสนใจ
คุณลุงร้านขายของพาสมิทไปยังห้องเล็กๆอีกห้องหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนว่าจะรวบรวมอาวุธสายเวทเอาไว้ และดูมีราคาแพงกว่าอาวุธข้างนอก เนื่องจากมันอยู่ในตู้กระจกอย่างดี ไม่ได้เปิดให้จับแบบอาวุธข้างนอก
“แต่ละอันราคาเกินหมื่นทั้งนั้น” สมิทกล่าวพลางมองคฑาเวท ไม้เท้าเวทหลากหลาย มีมีดและดาบเวทอยู่บ้างประปราย แต่อาวุธจำพวกดาบนี้มีแต่ราคาหลักแสนขึ้นทั้งนั้น จนกระทั่งเขาเดินมาถึงมุมขายพัด ซึ่งอยู่ในตู้ท้ายๆห้อง
“พัดเวทมนตร์ นี่ล่ะของดี” พ่อค้ากล่าวด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้ม พลางผายมือไปที่พัดหลากหลายชนิด มีั้แ่พัดลงลายทั่วไป จนถึงพัดที่น่าจะทำมาจากแร่มีค่า “ราคาค่อนข้างแพงอยู่นะ เพราะมอนสเตอร์สายเวทที่ใช้พัดได้ มักเป็พวกเผ่าพันธ์ชั้นสูงเท่านั้น และเผอิญเผ่าจันทรามีคุณสมบัตินั้นอยู่”
“ลิลี่ เลือกเอาที่ชอบเลยนะ” สมิทกล่าวพลางเดินดูอยู่ห่างๆ ก่อนที่ลิลี่จะหยิบพัดลายดอกซากุระอันหนึ่ง ซึ่งมีราคาอยู่ที่สองหมื่นห้าขึ้นมา แน่นอนว่าราคามันเกินงบที่ตั้งเอาไว้ สมิทจึงอ่านคุณสมบัติของมัน เพื่อพิจารณาทันที
“[รายชื่ออาวุธ: พัดเวทมนตร์ลายดอกซากุระ (ระดับC) เสริมพลังโจมตีทางด้านเวทและป้องกันเวท 200% เพิ่มพลังโจมตีทางเวทมนตร์10พ้อย เพิ่มพลังป้องกันเวท10พ้อย]”
“ผมขอใช้ส่วนลด15%เลยแล้วกันครับ” สมิทกล่าวก่อนจะยื่นคูปองให้พ่อค้า “เพราะถ้าใช้ส่วนลดแล้ว ราคาจะอยู่ที่21,250เหรียญ ผมจ่ายไหวอยู่”
และแล้ว สมิทก็เดินออกมาพร้อมกับลิลี่ ที่กำลังตบพัดอันใหม่ใส่มือของเธอเป็จังหวะ ลิลี่นั้นดูอารมณ์ดีเป็อย่างมาก เธอยิ้มให้เขาตลอดเมื่อสบตากัน
“ขอบคุณนายท่านมากนะคะ...ลิลี่รักนายท่านที่สุดเลย”
“จ้า” สมิทตอบรับก่อนจะเดินนำเธอออกไปข้างนอก ตอนนี้ทั้งสองคนยังมีระดับเลเวลที่9 ทั้งสองจำเป็ต้องเก็บเลเวลอีก1 ก่อนที่จะพร้อมเดินทางไปสู่เมืองถัดไป