2
“โล่งอกไปทีนึกว่าเ้าจะไม่ฟื้นเสียแล้ว” น้ำเสียงแหบพร่าถูกเปล่งออกมาจากลำคอของเ้าของใบหน้าเหี่ยวย่นเมื่อเห็นร่างบอบบางตรงหน้าลืมตาขึ้นมา
“นี่ข้า…ยังมีชีวิตอยู่?” ไอมี่อิงพึมพำกับตนเองก่อนจะลุกพรวดขึ้นมาจากผ้าสีตุ่นที่นอนทับอยู่
“ระวังหน่อย!”บุรุษผู้นั้นกล่าวก่อนจะตรงเข้ามาประคองร่างบอบบางของสตรีตรงหน้า
มีอย่างที่ไหนเพิ่งฟื้นขึ้นมาแล้วขยับตัวเร็วเช่นนี้!?
“เกิด...อะไรขึ้น? เหตุใดข้าจึงยังไม่ตาย?” ผู้ที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาเอ่ยถามพลางกลอกตามองไปรอบๆด้วยความสงสัย ก่อนสายตาจะมาหยุดอยู่ที่คนตรงหน้า
ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีขาวที่ดูกำยำแข็งแรง ดวงตาคมสีดำที่แฝงประกายลึกลับช่างขัดกับใบหน้าเหี่ยวย่นราวกับชายชราอายุหลายร้อยปีอย่างยิ่งที่เข้ากันเห็นจะมีแต่เรือนผมยาวสีขาวราวปุยเมฆที่ถูกปล่อยยาวสยายลงมาปกคลุมแผ่นหลัง
แล้วนางก็ต้องใยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นปีกขนาดใหญ่สีขาวปลายดำสองข้างที่ตอนนี้หุบอยู่บนหลังอีกฝ่ายโดยมีเส้นผมบางส่วนคลุมทับ
“ท่าน...เป็นกหรือ?”
“แล้วคิดว่าข้าเป็สิ่งใด?”เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงยียวน
“เช่นนั้นนกกระเรียนที่ข้าเห็นในตอนนั้น...คงเป็ท่าน”อีกฝ่ายไม่ตอบคำถามของนาง กลับกล่าวเพียงว่า
“เ้าโชคดีนะที่ข้าผ่านมาทางนี้พอดีจึงช่วยเข้ามารับร่างไว้แถมยังเฝ้าใส่ยารักษาพยาบาลจนเ้าฟื้น”
“ช่วยข้าไว้เพราะเหตุใด?” ไอมี่อิงยังคงถามด้วยความสงสัย เพราะดูแล้วนางกับเขาไม่มีทางเคยรู้จักกันมาก่อนแน่นอน
“เห็นคนกำลังจะตายต่อหน้าไม่มีเหตุผลใดที่ข้าจะไม่ช่วย” คู่สนทนาตอบเสียงเรียบ
“แต่ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วท่านก็น่าจะเห็นว่าข้าตั้งใจทิ้งตัวลงมาเอง หาได้มีผู้ใดบีบบังคับไม่” ไอมี่อิงเอ่ยอย่างหัวเสียจนเขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า
“นางมนุษย์!นี่เ้าไม่รักชีวิตของตนเองเลยหรืออย่างไร? เหตุใดจึงทิ้งชีวิตของตนเองได้อย่างง่ายดายเช่นนี้?”
“ข้าผิดหวังกับความรัก...”นางตอบเสียงเรียบ ด้วยไม่อยากขยายความให้ตัวเองต้องปวดใจ
“ผิดหวังในความรักเช่นนั้นหรือ?แต่สิ่งที่ข้าเห็นคือบุรุษที่อยู่ข้างบน และสตรีที่อยู่ข้างกายเขาพากันร่ำไห้ผู้อื่นก็พากันใขวัญหนีดีฝ่อ หรือพวกนั้นมิใช่คนรักของเ้า?”
“เหตุใดต้องมาเสียดายในภายหลังด้วยเล่า?หากก่อนหน้านั้นทุกคนทำตัวกับข้าเช่นในวันนี้ไม่แน่ว่าข้าอาจจะไม่ตัดสินใจดิ่งหน้าผาเช่นนี้ก็ได้” ไอมี่อิงพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางแค่นหัวเราะแล้วใช้มือลูบแขนของตนที่ยังรู้สึกระบม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมากล่าวกับคู่สนทนา
“อีกอย่างเพราะความรัก...ทำให้ข้าสูญเสียทุกอย่างในชีวิต...มิให้กล่าวว่าผิดหวังเช่นนั้นควรกล่าวว่าอย่างไร?”
“เอาเถอะข้าขอไม่ยุ่งเื่วุ่นวายของเ้าละกัน แต่ในเมื่อข้าช่วยเ้ามาแล้วเ้าก็ต้องมีชีวิตต่อไป” อีกฝ่ายตอบพลางถอนหายใจออกมา
เื่ราวของพวกมนุษย์นี่มัน...วุ่นวายจริงๆ
“เช่นนั้นให้ข้าได้ติดตามรับใช้ท่านไปชั่วชีวิตด้วยเถิด”ไอมี่อิงกล่าวขึ้นมา
“อะไรของเ้าเนี่ย? ข้าปล่อยให้กลับไปมีชีวิตดีๆไม่ชอบ มาขอติดตามเสียอย่างนั้น”
“ชีวิตนี้ข้าไม่เหลือผู้ใดแล้วทั้งครอบครัว...มิตรสหาย...คนรัก...” นางนิ่งไปสักพักก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“อยู่ไปก็ไม่มีความหมาย...ชีวิตที่เหลือยกให้ผู้มีพระคุณจะดีกว่า”
“เออพิลึกคนจริง” ร่างสูงพึมพำเบาๆ แล้วเอ่ยว่า
“เอาเถิด ในเมื่อให้มาก็จะรับไว้ละกันแต่เตรียมตัวเตรียมใจไว้ด้วย เพราะการติดตามข้ามิใช่เื่ง่าย”
“ทราบเ้าค่ะ”
“เอาเป็ว่าตอนนี้พาเ้าขึ้นจากหุบเหวก่อนละกัน”ปรี่เข้ามาช้อนตัวไอมี่อิงขึ้นแล้วพานางบินทวนกระแสลมขึ้นไปบนฟ้าเพราะดูสภาพสตรีตรงหน้าแล้ว...นอกจากจะปีนหน้าผาไม่รอด แขนขายังเคล็ดอีกขืนให้นางเดินตามมาเองก็เป็ตัวถ่วงเปล่าๆ
“ท่าน!” ไอมี่อิงที่ไม่ทันตั้งตัวเอ่ยด้วยความใก่อนจะรู้สึกถึงความร้อนผ่าวบนใบหน้า
เกิดอะไรขึ้นกับข้ากัน? เหตุใดถึงต้องเขินคนผู้นี้ด้วย!?
“ขืนปล่อยให้เ้าเดินตามมาเองชาตินี้คงไปไม่ถึงที่อยู่ของข้า” เขากล่าวเสียงเรียบส่วนนางก็ชำเลืองมองไปยังปีกของเขาที่บัดนี้ถูกสยายออกปีกใหญ่สีขาวที่มีขนสีดำอยู่ตรงปลายช่างดูสง่างามยิ่งนัก
“มองอะไรของเ้า?”
“มองปีกท่านเ้าค่ะ”
“….” เมื่อเห็นสีหน้าเอือมระอาของคู่สนทนานางเลยคิดว่าเงียบไว้จะดีกว่าและหันไปสนใจสิ่งรอบตัวแทน
ไอมี่อิงรู้สึกตื่นเต้นที่ได้มองเห็นทุกอย่างรอบตัวในมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งหมู่บ้าน แม่น้ำ บึง รวมถึงป่าไม้เขียวขจีพอได้ดูจากระยะไกลแล้วก็แปลกตาไปอีกแบบ
แต่สักพักเขาก็พานางบินสูงขึ้นจนทำให้ตอนนี้แทบมองไม่เห็นอะไรเบื้องล่างเลยนอกจากจุดเล็กๆสิ่งที่เห็นตรงหน้าก็มีเพียงผืนฟ้ากับก้อนเมฆ ไอมี่อิงรู้สึกเบื่อจึงชวนอีกฝ่ายคุย
“ข้าสงสัยว่าข้าหลับไปกี่วันหรือเ้าคะ?”
“เกือบสัปดาห์”
“แล้วท่านก็อยู่เฝ้าข้าตลอด?”
“มิผิด…”
“ไม่หิวไม่เหนื่อยหรือเ้าคะ?”
“ข้าก็จัดการตัวเองได้”
“ข้าทำให้เขาลำบาก…เช่นนั้นการที่ข้าจะชดใช้ให้โดยตามรับใช้เขาก็เป็เื่สมควรแล้ว”ไอมี่อิงพึมพำกับตนเอง ก่อนจะพูดต่อพร้อมกับเงยหน้ามองผู้ที่กำลังอุ้มนางอยู่ ซึ่งเขาก็ทำเพียงแค่เหลือบมองนาง
“จะว่าไป…ข้ายังไม่รู้จักชื่อของท่านเลย”
“ต้าหยุน” ร่างสูงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ต้าหยุน ช่างเป็ชื่อที่แปร่งหูแต่ก็ยินดีที่ได้รู้จักนะเ้าคะ”
“แปร่งหูอย่างไร?” ต้าหยุนถามพลางเหลือบมองคนในอ้อมแขนอย่างสงสัย
“ไม่เชิงแปร่งหูหรอกเ้าค่ะ เพียงแต่คิดว่า…ไม่ค่อยเข้ากับท่านเลย”
“หืม?”
“ข้าว่าท่านควรจะชื่อเสี่ยวหยุนมากกว่า คิก…เพราะตัวท่านเล็กกว่าก้อนเมฆตั้งหลายก้อนอย่างเช่นก้อนนั้น” ไอมี่อิงพูดพร้อมกับหัวเราะคิกคักแล้วชี้ไปยังก้อนเมฆสีขาวขนาดใหญ่ตรงหน้า
“เอ๊ะนางมนุษย์!ใช่ว่าข้าจะให้เ้ามาเอ่ยวาจาลามปามข้าได้นะ!”ต้าหยุนกล่าวพลางมองมาที่นางอย่างไม่พอใจอยู่มาตั้งหลายร้อยปียังไม่เห็นเคยมีผู้ใดกล้าเอ่ยเช่นนี้กับเขามาก่อน
“นี่ท่าน! ข้ามิได้ชื่อนางมนุษย์นะเ้าคะข้าชื่อไอมี่อิงต่างหาก!” นางตอบพร้อมกับยิ้มร่าไม่เคยรู้สึกสดใสร่าเริงเช่นนี้มานานแล้วนับั้แ่ก้าวเท้าเข้าไปอยู่ในตำหนักหลังนั้น
“เดี๋ยวก็ปล่อยลงจากฟ้าเสียหรอก!”
“ปล่อยเลยเ้าค่ะ ข้าจะได้ตายสมใจ”สิ้นคำพูดของนาง ต้าหยุนก็คลายแขนทั้งสองข้างออกทันที
“ว้าย!!!” ไอมี่อิงร้องเสียงหลงพลางหลับตาปี๋ด้วยความกลัวขณะที่ร่างของตนร่วงลงสู่พื้นดินข้างล่างผู้ใดจะคิดว่าเขาจะกล้าปล่อยนางลงไปจริงๆก่อนที่ต้าหยุนจะรีบตามมารับตัวนางอีกครั้ง
หมับ!
“เมื่อครู่คือสีหน้าของคนอยากตายหรือ?”เขาถามด้วยรอยยิ้ม ไอมี่อิงจึงค้อนใส่ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วบ่นอุบอิบ
“ก็เมื่อครู่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยนี่นา”
“แต่อย่างน้อยก็แสดงว่าเ้ายังอยากที่จะมีชีวิตอยู่ใช่หรือไม่?”
“เ้าค่ะ” ไอมี่อิงยอมรับ แล้วพูดต่อ
“บางทีการมีชีวิตอยู่ต่อไปอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ข้ากลัว…”ต้าหยุนพยักหน้ารับ ก่อนจะกล่าวว่า
“คิดเช่นนั้นได้ก็ดีแต่ข้าไม่ปล่อยให้เ้ากลับไปแล้วนะ”
“ทราบเ้าค่ะ เพราะท่านให้โอกาสข้าแล้วแต่เป็ข้าที่เลือกจะขอติดตามท่านมาเอง” ไอมี่อิงตอบพลางส่งยิ้มบางๆ ให้อีกฝ่าย
พลันก็มีสายลมพัดผ่านมาทำให้เส้นผมของต้าหยุนปลิวว่อนไปทั่วใบหน้าอย่างสะเปะสะปะนางจึงยื่นมือขึ้นไปหวังช่วยเกลี่ยพวกมันให้เข้าที่เข้าทางแต่ก็ถูกอีกฝ่ายมองมาเป็เชิงตำหนิเลยรีบลดมือลง
“รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียบ้าง”
“ขอโทษเ้าค่ะ ข้าก็แค่กลัวท่านมองทางไม่เห็น…” ไอมี่อิงพูดพลางหลุบตาลืมไปว่าเขาอายุมากกว่านางตั้งหลายรอบ จึงไม่แปลกที่เขาจะไม่พอใจ
“เื่แค่นี้มิเป็อุปสรรคสำหรับข้าหรอก”ต้าหยุนกล่าว ส่วนอีกฝ่ายก็เอ่ยถามอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้
“อ้อ! อีกอย่างหนึ่งที่ข้าสงสัย…ท่านอายุเท่าไรหรือเ้าคะ?”
“รู้เพียงว่าแก่กว่าต้นสกุลของเ้าละกัน”
ต้าหยุนกล่าว หลังจากเดินทางต่อสักพักก็ค่อยๆ พาร่างบอบบางลดระดับลงเมื่อใกล้ถึงที่หมายไอมี่อิงมองไปข้างหน้าก็เห็นเงาสีน้ำตาลเหลือบทองของขุนเขาที่แฝงตัวอยู่ท่ามกลางกลีบเมฆและต้องแสงอาทิตย์
“สวยจังเลย” ไอมี่อิงเอ่ยด้วยแววตาเป็ประกาย
“นี่คือเขาเหลียงซาน” ต้าหยุนเอ่ย
“เขาเหลียงซาน…” นางพึมพำเคยได้ยินจากตำนานที่ท่านพ่อเล่าให้ฟังแต่มิคาดคิดว่าจะได้มีโอกาสมาเห็นด้วยสองตาของตัวเองว่ากันตามตรงก็เคยนึกว่าเป็แค่เื่เล่าขานด้วยซ้ำ
“ท่านอาศัยอยู่ที่นี่แสดงว่าท่านต้องไม่ใช่นกกระเรียนธรรมดาแน่เลย”
“เดี๋ยวเ้าก็จะรู้เอง”
ยอดเขาขนาดใหญ่ที่มีกระท่อมไม้หลังเล็กๆตั้งโดดเดี่ยวอยู่บนนั้น
“ถึงแล้ว” ต้าหยุนเอ่ยก่อนจะวางร่างอีกฝ่ายลงแล้วเดินนำเข้าไปข้างใน…
ทันทีที่เห็นบรรยากาศภายในไอมี่อิงก็แทบอ้าปากค้างเพราะทั้งกว้างขวางและมีห้องหับหลายห้องผิดกับมองจากข้างนอกที่เห็นเป็กระท่อมที่ดูคับแคบเสียจนอดคิดมิได้ว่าคงมีแค่ห้องนอนห้องเดียว
แต่นี่มีทั้งห้องนั่งเล่น ห้องเก็บของ ห้องครัวและที่ขาดไม่ได้เลยก็คือแทบทุกห้องจะมีตำราและม้วนกระดาษหลายเล่มกองอยู่ทว่ามีอยู่ห้องหนึ่งที่อยู่สุดทางเดิน ซึ่งเขาไม่ได้แนะนำทั้งยังไม่ให้นางเข้าไปแต่ไอมี่อิงก็ไม่กล้าถามเกี่ยวกับห้องนั้น จึงชวนคุยเื่อื่น
“ท่านอยู่คนเดียวหรือเ้าคะ?” เมื่อเห็นต้าหยุนนิ่งไปไอมี่อิงก็รีบเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด
“ขอโทษนะเ้าคะที่ข้าถามอะไรที่ไม่ควรถาม”
ข้าเพียงสงสัยเพราะมิคิดว่าการอยู่คนเดียวจำเป็ต้องใช้พื้นที่มากมายขนาดนี้ซ้ำเตียงของเขาก็ดูกว้างขวางยิ่งนัก
“มิเป็ไรหรอกก็อยู่คนเดียวมาเกือบสามร้อยปีได้แล้วล่ะ”
“โห…” จากนั้นนางก็รีบเปลี่ยนเื่
“บ้านของท่านนี่มีหนังสือเยอะจริงๆ”
“ส่วนมากเป็ตำรายาน่ะหากสนใจจะหยิบยืมไปอ่านก็ได้ อย่างไรตอนข้าปรุงยาเ้าก็ต้องมาช่วยเป็ลูกมืออยู่แล้ว”
“ขอบคุณมากนะเ้าคะ” ไอมี่อิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มต้าหยุนทำเพียงพยักหน้ารับแล้วพานางตรงไปยังห้องที่อยู่อีกฝั่งพลางเปิดประตูออกมาเผยให้เห็นห้องเปล่าที่ไม่มีเครื่องเรือนใดๆ วางอยู่
“นี่คือห้องนอนของเ้า”
“หา?” ไอมี่อิงอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจก่อนหันไปเอ่ยกับต้าหยุนด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด
“ใจคอท่านจะให้ข้านอนบนพื้นไม้เปล่าๆ หรือเ้าคะ?”
“อ้าวนางมนุษย์…” ไม่ทันที่เขาจะพูดจบนางก็กล่าวแทรกขึ้นมา
“ไอมี่อิงเ้าค่ะ!”
“ข้าจะเรียกเ้าว่านางมนุษย์”
“เช่นนั้นข้าก็จะไม่พูดกับท่าน หากท่านไม่ยอมเรียกชื่อข้า”
“เ้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะผู้รับใช้ มีสิทธิ์มาออกคำสั่งแก่ผู้เป็นายด้วยหรือ?”
“เ้าค่ะเอาที่ท่านสบายใจเลย” ไอมี่อิงตอบแต่ก็คิดในใจด้วยความเซ็ง
ให้ตายเถิด!นี่คนเดียวกันกับคนที่นางเจอตอนแรกหรือไม่?
ข้าไม่เห็นจะจำได้เลยว่าเขาดูขึงขังและดุดันขนาดนี้
วันแรกก็เจอเื่หนักเสียแล้วคิดถูกหรือคิดผิดเนี่ยมอบชีวิตที่เหลืออยู่ให้…
“ดี แล้วเื่ห้องนอนเล่าว่าอย่างไร?”
“ข้านอนได้เ้าค่ะ” ไอมี่อิงตอบพร้อมกับมองหน้าอีกฝ่าย
ที่ยอมเนี่ยเพราะเป็คนพูดไว้เองหรอกนะ…
“วันนี้ก็ยังไม่มีอะไรให้ทำหรอก ไปอาบน้ำอาบท่าแล้วพักผ่อนเอาแรงเสีย”ต้าหยุนเอ่ยด้วยความพึงพอใจที่นางเชื่อฟัง
“ข้าขอทำอาหารกินก่อนได้หรือไม่เ้าคะ?”
“ตามสบาย วัตถุดิบในห้องครัวมีเหลือเฟืออย่าทำครัวะเิก็พอ” ไอมี่อิงได้แต่แอบค้อนใส่ ก่อนจะถามต่อ
“แล้วท่านจะกินด้วยไหมเ้าคะ? ถ้าท่านกินข้าจะได้ทำเผื่อ”
“ข้าไม่จำเป็ต้องกินข้าวเย็น”
“และอย่าคิดหนีล่ะ”ต้าหยุนกล่าวก่อนจะเดินกลับไปยังห้องของตน ทิ้งให้นางยืนบ่นในใจด้วยความเซ็ง
ดูพูดเข้าสิ!ข้าจะหนีลงไปจากเขาเหลียงซานง่ายๆ ได้อย่างไรนอกจากจะมีปีกไม่ก็ะโลงหน้าผามุ่งไปยมโลก!
…ตกดึกคืนนั้น ต้าหยุนก็ได้แอบเปิดประตูแล้วย่องเข้ามาในห้องที่ไอมี่อิงนอนอยู่แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างเผยให้เห็นร่างบอบบางที่นอนขดตัวหลับสนิทอยู่ตรงกลางห้อง
ขืนปล่อยให้นอนพื้นเปล่าๆนางมนุษย์นี่ก็จะไม่สบาย และนางก็จะทำประโยชน์อันใดให้มิได้ซ้ำกลายเป็ภาระให้ดูแลอีก ดังนั้นข้ามิควรให้นางป่วย…
“ช่างดูเป็คนที่เอาแต่ใจและยียวนมิใช่น้อยแต่เอาเข้าจริง ก็ว่าง่ายกว่าที่คิด” เขาพึมพำเบาๆ จากนั้นก็วางผ้าห่มกับหมอนในมือลงใกล้ๆอีกฝ่าย แล้วจัดท่าทางให้นางนอนสบายๆก่อนจะมองใบหน้าเนียนที่ยังคงหลับตาพริ้มไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
ช่างเป็สตรีที่หลับลึกจริงๆโดนยกหัวขึ้นมาวางไว้บนหมอนและใช้ผ้าห่มห่อตัวยังไม่รู้เื่เลย…
แต่จะว่าไป…มนุษย์ส่วนมากก็เป็เช่นนี้กันทุกคน…