ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 114 มิติพิเศษ

            “ฮ่าๆๆฮ่าๆๆ เจ้าเป็นคนที่สองแล้วที่กล่าวกับข้าเช่นนี้ เจ้าหนุ่ม กล้าดีนี่”

            คนชุดดำหัวเราะออกมาทันทีที่ได้ยินคำของเสิ่นเสวียนทว่าชุดดำที่ปกคลุมอยู่ยังคงทำให้เขามองไม่เห็นว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไร

            “คนที่สอง? ดูเหมือนจะมีคนตั้งเป้าหมายไว้เหมือนกับข้า!ว่าแต่คนแรกเป็นใคร”

            “คนแรกคือข้าเอง”

            เสียงภายในโลงศพดังขึ้นอีกครั้ง

            “นี่คือเหตุผลว่าทำไมข้าถึงเลือกเจ้า”

            “ดูเหมือนข้าต้องขอบคุณท่านด้วย”เสิ่นเสวียนปรายตามองไปทางโลงศพสีดำตอนนี้เขาชักอยากเห็นแล้วว่าคนในโลงศพหน้าตาเป็นอย่างไร

            “เฮอะ!วันนี้พวกเจ้าทั้งสองต้อง!-กลาย!-เป็น!-จุณ!”

            ตอนที่คนชุดดำกล่าวออกมาสี่คำสุดท้ายเหมือนว่าเขากัดฟันไปด้วย

            และแน่นอนว่าเขามีสิทธิ์ที่จะกล่าวเช่นนี้พลังยุทธ์ขั้นจักรพรรดิ ไร้ศัตรูในที่นี้แม้แต่คนที่ยังเข้ามาไม่ถึงเหล่านั้นก็ยังไม่มีพลังถึงขนาดนี้

            “ให้เจ้าจัดการเลยแล้วกันข้าเชื่อมั่นว่าเจ้าทำได้”

            เสียงจากในโลงศพดังขึ้นในหูของเสิ่นเสวียนขณะเดียวกันก็มีเสียงเล็กๆ ดังออกมาด้วยเสียงเหล่านี้บอกถึงวิธีการใช้งานเกราะเกล็ดทอง

            แต่ตอนที่เขายังไม่ทันได้หลอมรวมสิ่งของเหล่านี้เลยมิติเบื้องหน้าพลันแปรเปลี่ยนไปเมื่อมองเห็นได้อีกครั้งเขาก็เข้าไปอยู่ในโลกสีเขียวแห่งหนึ่งแล้ว

            ต้นไม้สูงเสียดฟ้ามากมายเรียงรายกันอยู่เบื้องหน้าที่พื้นปกคลุมไปด้วยหญ้าเขียวขจี กระทั่งมีสัตว์ตัวน้อยวิ่งเล่นอยู่ด้วยเป็นภาพบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา

            “ออกมาเถอะแค่นี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”

            เสิ่นเสวียนยืนอยู่ตรงกลางหลังจากครุ่นคิดอย่างละเอียด เขาจึงกล่าวออกมาอย่างเกียจคร้าน

            หลังจากสิ้นเสียงของเสิ่นเสวียนรอบๆ ไม่มีใครปรากฏตัวออกมาเลย ได้ยินเพียงเสียงดังกรอบแกรบจากในป่า

            สวบ!

            งูสีเขียวตัวใหญ่กระโจนออกมาจากป่าพลันอ้าปากกว้างจู่โจมใส่เขา

            งูยักษ์พุ่งเข้าหาเขาจึงเตะฝ่าเท้าไปด้านหลังเล็กน้อยแล้วเคลื่อนที่ไปทางซ้ายหลบหลีกการโจมตีของงูไปได้งูยักษ์จ้องเสิ่นเสวียนที่เคลื่อนที่หลบไปด้านข้างด้วยแววตาสงบนิ่งระคนเสียดายทว่าในขณะนั้นเอง เสิ่นเสวียนยกมือขึ้นทั้งสองข้างแล้วคว้าเข้าที่คอของงูยักษ์

            งูยักษ์ตัวนี้ออกแรงอย่างสุดกำลังดวงตาโตที่เหมือนกับกระพรวนทองแดงของมันเริ่มมีเส้นเลือดปูดโปนออกมาร่างกายใหญ่โตสะบัดกลับมาจากด้านหลัง พันร่างของเสิ่นเสวียนเอาไว้แน่น

            เสิ่นเสวียนในตอนนี้สวมเกราะเกล็ดทองอยู่พลังป้องกันตัวแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมไม่น้อยแต่พลังของงูยักษ์กลับแข็งแกร่งมากอย่างน่าประหลาดทำให้เกราะบนร่างของเขาเริ่มมีรอยแตกร้าวเกิดขึ้นไม่หยุด

            พลังโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของงูยักษ์นอกจากการฉกกัดแล้วคือการรัดของมันนั่นเองและพลังเช่นนี้เทียบได้กับผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งกว่าเสิ่นเสวียนมากยากจะเอาชีวิตรอดไปได้

            แต่นั่นคือการโจมตีใส่คนอื่นไม่ใช่เสิ่นเสวียน

            เซียนพเนจรเก้าด่านเคราะห์ที่เคยเทียบได้กับจักรพรรดิเซียนผ่านประสบการณ์การต่อสู้มาอย่างโชกโชน ก่อนที่จะโดนงูรัดเขาได้เตรียมพร้อมเอาไว้แล้วแม้จะโดนงูรัดแล้ว แตมือของเขาจับอยู่ที่ตำแหน่งเจ็ดชุ่นของงูยักษ์

            เสิ่นเสวียนที่เดิมทีไม่ได้ถืออะไรเอาไว้พลันเกิดคลื่นพลังมิติสั่นไหว แล้วกระบี่มังกรคำรามก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา

            ทันทีที่ศาสตราวิเศษขั้นปฐพีปรากฏขึ้นเสียงมังกรคำรามพลันดังกึกก้องไปทั่วทั้งป่าสำนึกกระบี่ที่น่ากลัวไหลเวียนอยู่รอบๆ ร่างงูยักษ์แววตาฉายความหวาดกลัวออกมาทันทีที่สัมผัสได้ถึงสำนึกกระบี่มันรับรู้ได้ว่าอันตรายกำลังเข้าประชิดตัว อยากที่จะหนีออกไป

            ทว่าเสิ่นเสวียนไม่ปล่อยให้มันมีโอกาสได้หนี

            ขวับ!!!

            เสียงแหวกอากาศดังขึ้นกระบี่มังกรคำรามในมือของเสิ่นเสวียนฟันเข้าไปยังตำแหน่งเจ็ดชุ่นของงูยักษ์

            หากเพียงแค่ฟันลงไปเฉยๆคงไม่เป็นอะไร ทว่าอัญมณีบนกระบี่มังกรคำรามกลับแสดงพลังดูดกลืนออกมาและกลืนกินพลังชีวิตของงูยักษ์เข้าไปอย่างบ้าคลั่ง

            นี่คือพลังดูดกลืนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของอัญมณีเผ่าอนธการก่อนหน้านี้งูหน้าผีก็โดนวิธีเดียวกันนี้เห็นได้ชัดว่างูยักษ์ตัวนี้น่าสังเวชยิ่งกว่า มันโดนโจมตีเข้าที่จิตวิญญาณโดยตรงทำให้ร่างกายใหญ่โตคลายออกและหมดเรี่ยวแรงลงไปเรื่อยๆ กระทั่งเริ่มแห้งเหี่ยว

            งูยักษ์ตัวนี้มีธาตุไม้แต่กลับแข็งแกร่งมากพลังชีวิตที่แข็งแกร่งถูกดูดเข้าไปในกระบี่มังกรคำรามอย่างบ้าคลั่ง

            จุดที่เด่นที่สุดของธาตุไม้ก็คือเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตแต่เพราะพลังโดนกลืนกินเข้าไปอย่างรุนแรงทำให้จุดเด่นนี้ไม่ปรากฏขึ้นเลย

            หากเป็นเช่นนี้ต่อไปงูยักษ์ตัวนี้จะโดนดูดพลังเข้าไปจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกหรือเปล่าขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

            “ข้ากำลังขาดพลังธาตุไม้อยู่พอดีเยี่ยมจริงๆ”

            เสิ่นเสวียนยิ้มออกมากระบี่มังกรคำรามในมือยังคงกลืนกินงูยักษ์อย่างบ้าคลั่งไม่ว่างูยักษ์จะดิ้นรนอย่างไรก็หนีจากการควบคุมของเขาไม่ได้เลย

            งูยักษ์เห็นว่าหนีไม่ได้และอาจโดนกลืนกินเข้าไปจริงๆพลังรุนแรงพลันปะทุออกมาจากคอของงูยักษ์ ทำให้หัวของมันหลุดกระเด็นไปในพริบตา ทันใดนั้นหัวที่หลุดกระเด็นก็กลับกลายเป็นร่างมนุษย์ร่างหนึ่ง

            คนชุดดำ!

            เมื่อครู่นี้คนชุดดำแปลงกายเป็นงูยักษ์เดิมทีเขาคิดจะสังหารเสิ่นเสวียน คิดไม่ถึงว่าจะตกหลุมพรางของอีกฝ่าย

            “เป็นท่านเองหรือข้าก็คิดอยู่ว่าใครกัน”

            เสิ่นเสวียนมองคนชุดดำที่ตัดหัวหนีออกไปพร้อมกับยิ้มน้อยๆราวกับเห็นเด็กหนุ่มข้างบ้านคนหนึ่ง

            ร่างไร้วิญญาณของงูยักษ์ในมือขาดหัวไปแล้วมันจึงสลายไปอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นรากไม้ท่อนใหญ่ท่อนหนึ่ง

            “ไม่เลวเลยทีเดียวเจ้าอยู่ในโลกของข้า ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้อีก ไม่เลว”

            คนชุดดำสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วกล่าวกับเสิ่นเสวียน คล้ายว่ากำลังกล่าวชื่นชมเสิ่นเสวียนแต่ในน้ำเสียงเคล้าความหวาดกลัวอยู่เล็กน้อย

            เด็กคนนี้จำเป็นต้องถูกกำจัดทิ้ง

            หากเก็บไว้อาจเป็นภัยในภายหน้า

            “ความสามารถของท่านยอดเยี่ยมยิ่งนักพลังแท้จริงของท่านน่าจะเหนือกว่าตอนนี้อีกใช่ไหม”

            เสิ่นเสวียนกล่าวถาม

            “ไม่ผิดนี่เป็นเพียงร่างเปลือกนอกของข้าเท่านั้น เป็นอย่างไร คิดจะภักดีต่อข้าบ้างหรือยังล่ะ”

            “ข้าสามารถมอบสิ่งที่ผู้เฒ่าจี๋เล่อให้เจ้าไม่ได้ทั้งอำนาจ สตรี ล้วนเป็นของเจ้า”

            คนชุดดำเริ่มชักจูงเสิ่นเสวียนด้วยฐานะของเขาแล้ว เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยากเลย

            “อยากให้ข้าทำอย่างไร” เสิ่นเสวียนถาม

            “ขอเพียงเจ้ารับคำสั่งจากข้าเพียงคนเดียวข้าจะให้เจ้าเป็นรองเพียงแค่คนเดียว แต่เหนือกว่าทุกคน”

            ไม่ง่ายเลยที่คนชุดดำจะกล่าวเช่นนี้กับใครแสดงให้เห็นว่าเขาให้ความสำคัญต่อเสิ่นเสวียนมากแค่ไหน

            “ได้ฟังแล้วก็รู้สึกยอดเยี่ยมมากเลยทีเดียวทว่าข้าไม่ชอบเป็นรองใคร”

            เสิ่นเสวียนโยกรากไม้ทิ้งไปเขายืนอย่างสง่างามอยู่ตรงนั้น ประจันหน้ากับคนชุดดำ

            “เช่นนั้นเจ้าคิดเป็นศัตรูกับข้า?”

            “เมื่อครู่ข้าไม่ได้บอกไปแล้วหรือข้าคิดเพียงสังหารท่านเท่านั้น”

            เสิ่นเสวียนถือกระบี่มังกรคำรามกล่าวกับคนชุดดำเสียงเรียบ

            ขั้นจักรพรรดิอาจแข็งแกร่งมากแต่นั่นสำหรับคนอื่น ทว่ากับเขาที่เคยเห็นผู้บำเพ็ญเพียรขั้นอมตะเป็นเพียงมดตัวหนึ่งไม่ได้มีอะไรให้เขาสนใจขึ้นมาได้เลยสิ่งที่เขาต้องการคือความเคารพจากจิตใจ อีกฝ่ายแสดงเจตจำนงสังหารต่อเขาแล้วเขาก็แสดงเช่นกัน

            “น่าเสียดาย”

            คนชุดดำส่ายหัวพลางก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว

            ในพริบตาที่ก้าวเท้าออกไปหญ้าเขียวขจีที่พื้นพลันงอกงามขึ้นอย่างรวดเร็ว และพันเกี่ยวเข้ากับขาของเสิ่นเสวียนจนลามขึ้นไปบนร่างกาย

            เพียงพริบตาเดียวก็สามารถทำให้เขาถูกตรึงอยู่กับที่ขยับร่างกายไม่ได้เลย ทั้งยังโดนหนามเล็กๆ แทงเข้าไปอีกด้วยทำให้พิษเริ่มเข้าสู่ร่างของเสิ่นเสวียน

             

            ภายในถ้ำนอกจากสองฝ่ายที่กำลังต่อสู้กันแล้วบนโลงศพสีดำตอนนี้มีชายชราร่างผอมคนหนึ่งนั่งอยู่ ผมและเคราของเขาเป็นสีขาวร่างกายเลือนรางเป็นเพียงร่างวิญญาณ

            ใจกลางถ้ำตรงตำแหน่งที่เสิ่นเสวียนยืนอยู่ก่อนหน้านี้มีภาพวาดหนึ่งลอยอยู่แสดงให้เห็นว่าเป็นโลกสีเขียวที่เสิ่นเสวียนเข้าไปอยู่ในตอนนี้

            “นานแล้วที่ไม่ได้เห็นเด็กมีพรสวรรค์เช่นนี้”

            ชายชราลูบเคราเลือนรางพลางยิ้มแล้วกล่าว