“ค็อก! ค็อก! ค็อก!”
เลือดสาดกระเซ็นเศษเนื้อกระเด็นหลุดออกมาฟันกลิ้งตกอยู่บนพื้นข้อต่อที่ถูกหักทิ้งบิดเบี้ยวจนผิดรูปแต่ผมก็ยังไม่หยุดเตะต่อย
“พะ...พอได้แล้ว! ได้โปรด! ปล่อยลูกพี่ไปเถอะ!”
ชายกลุ่มนั้นที่เฝ้ามองอยู่ข้างๆ ตะโกนเสียงดังด้วยความตื่นตระหนก ผมหันไปมองหน้าพวกเขาทีละคนแล้วหันไปมองหญิงสาวที่นอนสลบอยู่บนพื้น
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอ
ทั้งที่มนุษย์แสนจะอ่อนแอแบบนั้นแต่ทำไมถึงทำเรื่องโหดร้ายขนาดนี้ได้ลงคอ ใช้ข้ออ้างว่าโลกมันล่มสลายไปแล้วในการลงมือฆ่าคนข่มขืนผู้หญิงขโมยของปล้นชิงผู้อื่น
เพราะสัญชาตญาณ?
ในขณะที่มองนัยน์ตาของบังชอลซูผู้ซึ่งตกอยู่ในความหวาดกลัวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความรุนแรงที่อันตรายกว่าตัวเองจู่ ๆ ผมก็รู้สึกสงสัยขึ้นมา
“ทำไมถึงทำแบบนี้”
มันเป็นคำถามกะทันหันเพราะอย่างนั้นจึงไม่ใช่คำถามที่คาดหวังในคำตอบแล้วในจังหวะที่ผมตั้งใจจะเตะอีกสักครั้งนั่นเองบังชอลซูก็จ้องผมเขม็ง
“แม่ง...ก็แค่ฆ่าฉันซะเลยสิ ไอ้เวร”
วินาทีที่มองสบนัยน์ตาคู่นั้นผมก็ได้รับคำตอบของคำถามที่ถามออกไปด้วยตัวเอง...แววตาที่ไม่แยแสใดๆ กับชีวิต เพราะแบบนี้สินะ ไม่ใช่เพราะสัญชาตญาณ
บังชอลซูคำรามเสียงแผ่ว
“เฮงซวย ไอ้โลกเฮงซวย...”
บังชอลซูเป็นมนุษย์ประเภทที่ไร้ความหวังในการมีชีวิตมาตั้งแต่ก่อนที่โลกใบนี้จะล่มสลายบางทีเขาอาจจะเป็นเหมือนกับผม
[เหลือเวลาอีก 10 วินาทีก่อนซีนาริโอย่อยจะสิ้นสุดลง]
ผมไม่คิดที่จะยืดเยื้อต่อไปจึงเตะก้านคอของเขาอย่างรุนแรง อึกบังชอลซูกระอักพรวดออกมาก่อนจะสลบไปในที่สุด
[บรรลุเงื่อนไขการเคลียร์ซีนาริโอย่อย]
[คุณได้รับเงินรางวัล 300 เหรียญ]
แค่นี้เจ้านั่นก็คงจะพอใจแล้ว
[กลุ่มดาว ‘ประมุขของเหล่าแมลงตัวจ้อย’ พึงพอใจ และมอบเงินสนับสนุนเพิ่ม100 เหรียญ]
ชายกลุ่มนั้นคลานเข้ามาใกล้ทีละคนสองคน
“หะ...โหดเหี้ยมอะไรขนาดนี้...”
พวกเขามองบังชอลซูที่กลายเป็นผ้าขี้ริ้วอยู่บนพื้นก่อนจะเงยหน้ามองผมปากยิ้มไม่ออก ท่าทางเหมือนสุนัขที่รอโดนเชือดในโรงฆ่าสัตว์
ผมแบกหญิงสาวที่นอนหมดสติขึ้นหลังหยิบเอาถุงร้านสะดวกซื้อขึ้นมาถือ
อย่างไรโลกก็ล่มสลายไปแล้วและผมก็ต้องใช้ชีวิตใหม่ต่อไป
“นำทางฉันไปที่ที่กลุ่มอยู่”
เดิมทีสถานีกึมโฮจะต้องถูกยูจุงฮยอกจัดการจนเรียบและพัฒนากลายเป็นฐานที่มั่นของเขตพื้นที่นี้
ในตอนย้อนกลับรอบที่1ยูจุงฮยอกข้ามผ่านซีนาริโอหลักที่ 2 ไปได้พร้อมกับกลุ่มสถานีกึมโฮเพราะอย่างนั้นกลุ่มนี้จึงค่อย ๆ ยึดครองยุคสมัยใหม่ได้สำเร็จทีละพื้นที่
แต่นั่นเป็นเรื่องของรอบที่1ยูจุงฮยอกในรอบที่ 3 นี้แตกต่างออกไปเขาได้ถือกำเนิดขึ้นในฐานะสัตว์ประหลาดที่ยึดครองทุกสิ่งเอาไว้คนเดียว
“...ยังไงก็เถอะหมอนั่นก็น่าจะจัดการเรื่องพื้นฐานพวกนี้สักหน่อยแล้วค่อยไปสิ”
“ครับ?”
ชายคนที่นำทางผมสะดุ้งถามด้วยความตกใจ
“ผมแค่พูดคนเดียวน่ะครับ มันชิน”
[กลุ่มดาว ‘จอมวางแผนลับ’ ชื่นชอบในการพูดคนเดียวของคุณ]
“ครับ ๆ...ทางด้านนี้ครับ”
กลุ่มชายจากแก๊งชอลดูช่วยพยุงกันและกันพวกเขาหยุดชะงักไปครู่ก่อนเดินลงไปข้างล่างทางรถไฟที่ไฟฟ้าดับสนิทจนกระทั่งพบกับบริเวณที่ยังมีไฟฟ้าใช้
ทันทีที่ก้าวลงบันไดไปก็ได้ยินเสียงเซ็งแซ่ของผู้คน
“แก๊งชอลดูนี่นา! มีคนบาดเจ็บ!”
หลายคนวิ่งเข้ามาช่วยพยุงกลุ่มบังชอลซูดูเหมือนว่าระบบการจัดการของพวกเขาจะดีกว่าที่ผมคิดทุกคนเคลื่อนไหวกันอย่างเป็นระเบียบ
ระหว่างนั้นเองผมก็มองเห็นใบหน้าคุ้นเคยที่กำลังวิ่งตรงมาทางนี้
“พระเจ้า คุณดกจา! คุณคิมดกจา!”
ค่อยยังชั่วที่ดูเหมือนจะปลอดภัยกันดี
“คุณยูซังอา”
“โล่งอกไปที โล่งอกมากจริง ๆ ค่ะ!”
ยูซังอายืนอยู่ตรงหน้าผมด้วยสีหน้าแตกตื่นทำอะไรไม่ถูก ผมยื่นมือไปจับมือเธอที่กำลังตกใจอย่างกระอักกระอ่วน
สี่วันที่ผ่านมาคงเจอเรื่องลำบากมามากหลังมือของยูซังอามีรอยแผลถลอกเล็ก ๆ หลายรอย
ตอนนั้นเองก็ได้ยินเสียงดังหมับพร้อมกับอะไรบางอย่างพุ่งเข้ามาเกาะขาของผมที่แท้ก็อีกิลยอง ผมลูบหัวเด็กชาย
“สบายดีนะ”
อีกิลยองพยักหน้าแก้มของเด็กน้อยซูบตอบเขาคงจะอดข้าวมาหลายวันผมหยิบช็อกโกแลตแท่งในถุงออกมายัดใส่มืออีกิลยอง
“ยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ ด้วย คุณดกจา ฮู่...”
คนสุดท้ายที่มาหาผมคืออีฮยอนซองดูเหมือนว่าเขาจะพัฒนาตัวเองขึ้นมาเล็กน้อย กล้ามเนื้อร่างท่อนบนตึงแน่นกว่าเดิมบางทีอีฮยอนซองคงจะคอยช่วยปกป้องสองคนนี้
“ขอโทษจริง ๆ นะครับที่ตอนนั้นทิ้งคุณดกจาไว้...”
“มันเป็นสถานการณ์ที่ทำอะไรไม่ได้นี่ครับ”
“เฮ้อ ค่อยยังชั่วที่คุณยูจุงฮยอกพูดถูก”
...ยูจุงฮยอก? ชื่อนั้นโผล่มาได้ยังไง
อีฮยอนซองมองผมอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดเสริม
“เรื่องนั้น คุณยูจุงฮยอกบอกว่าคุณคิมดกจาอาจจะยังมีชีวิตอยู่...”
“...ตอนนี้ยูจุงฮยอกอยู่ที่ไหนครับ”
“คือว่า เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ครับ”
ไม่อยู่?
“คุณยูจุงฮยอกออกไปจากสถานีเมื่อวานครับ เพราะฉะนั้น...”
ผมเข้าใจอะไรหลายๆ เรื่องก่อนที่อีฮยอนซองจะพูดจบประโยค
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เองว่าแล้วเชียว หมอนั่นเป็นพวกเลือดร้อนอยู่แล้ว
“จะว่าไป เหมือนจะหายไปคนนะครับ”
“อา...หัวหน้าแผนก”
ยูซังอาไม่ทันได้พูดต่อเพราะจู่ ๆ ก็มีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นแต่ก็เป็นข้อสรุปที่ชัดเจนในตัว
“ทุกคนหลีก!”
ไม่จำเป็นต้องฟังคำอธิบายใดๆ ผมก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น กลุ่มชายสามสี่คนถือค้อนท่อเหล็กติดมือไว้เป็นอาวุธเดินเข้ามาล้อมผมไว้และที่ยืนอยู่กลางกลุ่มคือเจ้าของใบหน้าอันคุ้นเคย
“นะ...นาย...!”
ฮันมยองโอซึ่งทิ้งผมไว้บนสะพานเลขคู่แล้วหนีไปมีสีหน้าเหมือนเห็นผีนึกแล้วเชียวดูท่าว่าฮันมยองโอจะเกาะติดอยู่กับคนกลุ่มนั้น
“ไล่มันไป! คนคนนั้นเป็นพวกชั่วช้า! มันไม่ควรอยู่ที่นี่!”
กินปูนร้อนท้องชะมัดฮันมยองโอกระโดดหนี คงคิดว่าผมจะพุ่งเข้าไปแก้แค้นเขาแต่ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นกลับเอาแต่มองหน้ากัน ไม่ได้เคลื่อนไหวง่าย ๆ
รู้สึกแปลกชอบกลทั้ง ๆ ที่ปล่อยให้ฮันมยองโอเป็นศูนย์กลางของกลุ่มแต่กลับไม่ฟังคำสั่งของฮันมยองโอ?
“ฮ่า ๆ พี่ฮัน ทุกคนต้องเป็นมิตรต่อกันสิครับ ทำไมทำแบบนั้นล่ะครับ”
“อา คะ...คือว่า...”
“ทางด้านนั้นคงจะมาใหม่สินะครับ”
ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นแยกออกเป็นสองฝั่งทำให้เกิดทางเดินตรงกลางชายรูปร่างผอมสูงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น แค่แววตาก็ให้ความรู้สึกบางอย่าง
นึกแล้วเชียวคนคนนี้มีกลุ่มดาวสนับสนุน
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ขอทราบชื่อได้มั้ยครับ”
“คิมดกจาครับ”
“คุณคิมดกจา อย่างนี้นี่เอง ผมชอนอินโฮครับ”
ชอนอินโฮ? ชื่อฟังดูคุ้นมาก...
ผมออกแรงกระชับมือที่กำหนามไว้แน่นเท่าที่สังเกตพวกแก๊งชอลดูคงจะอยู่ภายใต้การปกครองของชายคนนี้ผมทำร้ายคนพวกนั้นจนเละเทะ เขาควรหาเรื่องผมถึงจะถูก
“ได้ยินจากคนอื่น ๆ ที่กลับมาด้วยกันแล้วละเห็นว่าต่อสู้กับพวกสัตว์ประหลาด แล้วยังช่วยชีวิตสมาชิกกลุ่มของพวกเราเอาไว้ด้วย”
...ว่าไงนะ
“ทุกคน มารวมกันตรงนี้! สมาชิกผู้กล้าหาญคนใหม่ของกลุ่มเรามาแล้ว!”
หลายคนเริ่มมองมาทางด้านนี้เมื่อได้ยินเสียงประกาศของชอนอินโฮ
แบบนี้นี่เองคนอย่างฮันมยองโอไม่มีทางรวบรวมผู้คนได้มากขนาดนี้แน่หัวหน้าที่แท้จริงของกลุ่มคือชายคนนี้ต่างหาก
“ว้าว! ของกินไม่ใช่เหรอเนี่ย!”
สายตาของผู้คนที่หิวโหยจับจ้องอยู่ที่ถุงร้านสะดวกซื้อทันใดนั้นเองชอนอินโฮก็เปิดปากพูดขึ้นราวกับรอจังหวะนี้อยู่แล้ว
“คงจะหามาเพื่อพวกเราสินะครับ เป็นคนดีที่หาได้ยากมากเลยนะเนี่ย”
เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมกับสายตาของผู้คนมองจ้องมาที่ผมทั้งแม่ที่กำลังกอดเด็กเอาไว้ ทั้งคนแก่ที่ขาบาดเจ็บพวกเขาทุกคนต่างก็มองผมด้วยแววตาอ้อนวอน
ชอนอินโฮ...นึกออกแล้ว
ใช่แล้วในกลุ่มสถานีกึมโฮมีชายคนนี้อยู่
[กลุ่มดาว ‘จอมวางแผนลับ’ รู้สึกตื่นเต้น]
ในโลกที่ล่มสลายคนที่เป็นตัวอันตรายของจริงไม่ใช่คนอย่างบังชอลซูพวกมนุษย์ที่โดนความสิ้นหวังกลืนกินจนบ้าคลั่งพวกนั้นน่ะไม่อันตรายเลยสักนิด
คนที่เป็นตัวอันตรายอย่างแท้จริงคือพวกที่ใช้ความสิ้นหวังของคนอื่นเป็นเครื่องมือสร้างอำนาจให้ตัวเองต่างหากล่ะเหมือนอย่างชายคนนี้
“ยินดีต้อนรับสู่สถานีกึมโฮครับ คุณคิมดกจา”
ลึกลงไปในนัยน์ตาของชอนอินโฮที่มองสบกับผมอยู่กำลังหัวเราะผมเองก็ยิ้มอยู่เงียบ ๆ ในขณะยื่นมือไปจับมือที่เขายื่นมา
ชอนอินโฮไม่มีวันได้รู้หรอก
ความจริงที่ว่าวินาทีนั้นอนาคตของเขาก็ได้ถูกตัดสินเรียบร้อยแล้ว