[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT)

    Episode 4 การเสแสร้งก็เป็นความดี (2.2) (รีไรต์)

            “ค็อก! ค็อก! ค็อก!”

            เลือดสาดกระเซ็นเศษเนื้อกระเด็นหลุดออกมาฟันกลิ้งตกอยู่บนพื้นข้อต่อที่ถูกหักทิ้งบิดเบี้ยวจนผิดรูปแต่ผมก็ยังไม่หยุดเตะต่อย

            “พะ...พอได้แล้ว! ได้โปรด! ปล่อยลูกพี่ไปเถอะ!”

            ชายกลุ่มนั้นที่เฝ้ามองอยู่ข้างๆ ตะโกนเสียงดังด้วยความตื่นตระหนก ผมหันไปมองหน้าพวกเขาทีละคนแล้วหันไปมองหญิงสาวที่นอนสลบอยู่บนพื้น

            มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอ

            ทั้งที่มนุษย์แสนจะอ่อนแอแบบนั้นแต่ทำไมถึงทำเรื่องโหดร้ายขนาดนี้ได้ลงคอ ใช้ข้ออ้างว่าโลกมันล่มสลายไปแล้วในการลงมือฆ่าคนข่มขืนผู้หญิงขโมยของปล้นชิงผู้อื่น

            เพราะสัญชาตญาณ?

            ในขณะที่มองนัยน์ตาของบังชอลซูผู้ซึ่งตกอยู่ในความหวาดกลัวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความรุนแรงที่อันตรายกว่าตัวเองจู่ ๆ ผมก็รู้สึกสงสัยขึ้นมา

            “ทำไมถึงทำแบบนี้”

            มันเป็นคำถามกะทันหันเพราะอย่างนั้นจึงไม่ใช่คำถามที่คาดหวังในคำตอบแล้วในจังหวะที่ผมตั้งใจจะเตะอีกสักครั้งนั่นเองบังชอลซูก็จ้องผมเขม็ง

            “แม่ง...ก็แค่ฆ่าฉันซะเลยสิ ไอ้เวร”

            วินาทีที่มองสบนัยน์ตาคู่นั้นผมก็ได้รับคำตอบของคำถามที่ถามออกไปด้วยตัวเอง...แววตาที่ไม่แยแสใดๆ กับชีวิต เพราะแบบนี้สินะ ไม่ใช่เพราะสัญชาตญาณ

            บังชอลซูคำรามเสียงแผ่ว

            “เฮงซวย ไอ้โลกเฮงซวย...”

            บังชอลซูเป็นมนุษย์ประเภทที่ไร้ความหวังในการมีชีวิตมาตั้งแต่ก่อนที่โลกใบนี้จะล่มสลายบางทีเขาอาจจะเป็นเหมือนกับผม

            [เหลือเวลาอีก 10 วินาทีก่อนซีนาริโอย่อยจะสิ้นสุดลง]

            ผมไม่คิดที่จะยืดเยื้อต่อไปจึงเตะก้านคอของเขาอย่างรุนแรง อึกบังชอลซูกระอักพรวดออกมาก่อนจะสลบไปในที่สุด

            [บรรลุเงื่อนไขการเคลียร์ซีนาริโอย่อย]

            [คุณได้รับเงินรางวัล 300 เหรียญ]

            แค่นี้เจ้านั่นก็คงจะพอใจแล้ว

            [กลุ่มดาว ‘ประมุขของเหล่าแมลงตัวจ้อย’ พึงพอใจ และมอบเงินสนับสนุนเพิ่ม100 เหรียญ]

            ชายกลุ่มนั้นคลานเข้ามาใกล้ทีละคนสองคน

            “หะ...โหดเหี้ยมอะไรขนาดนี้...”

            พวกเขามองบังชอลซูที่กลายเป็นผ้าขี้ริ้วอยู่บนพื้นก่อนจะเงยหน้ามองผมปากยิ้มไม่ออก ท่าทางเหมือนสุนัขที่รอโดนเชือดในโรงฆ่าสัตว์

            ผมแบกหญิงสาวที่นอนหมดสติขึ้นหลังหยิบเอาถุงร้านสะดวกซื้อขึ้นมาถือ

            อย่างไรโลกก็ล่มสลายไปแล้วและผมก็ต้องใช้ชีวิตใหม่ต่อไป

            “นำทางฉันไปที่ที่กลุ่มอยู่”

             

    เดิมทีสถานีกึมโฮจะต้องถูกยูจุงฮยอกจัดการจนเรียบและพัฒนากลายเป็นฐานที่มั่นของเขตพื้นที่นี้

            ในตอนย้อนกลับรอบที่1ยูจุงฮยอกข้ามผ่านซีนาริโอหลักที่ 2 ไปได้พร้อมกับกลุ่มสถานีกึมโฮเพราะอย่างนั้นกลุ่มนี้จึงค่อย ๆ ยึดครองยุคสมัยใหม่ได้สำเร็จทีละพื้นที่

            แต่นั่นเป็นเรื่องของรอบที่1ยูจุงฮยอกในรอบที่ 3 นี้แตกต่างออกไปเขาได้ถือกำเนิดขึ้นในฐานะสัตว์ประหลาดที่ยึดครองทุกสิ่งเอาไว้คนเดียว

            “...ยังไงก็เถอะหมอนั่นก็น่าจะจัดการเรื่องพื้นฐานพวกนี้สักหน่อยแล้วค่อยไปสิ”

            “ครับ?”

            ชายคนที่นำทางผมสะดุ้งถามด้วยความตกใจ

            “ผมแค่พูดคนเดียวน่ะครับ มันชิน”

            [กลุ่มดาว ‘จอมวางแผนลับ’ ชื่นชอบในการพูดคนเดียวของคุณ]

            “ครับ ๆ...ทางด้านนี้ครับ”

            กลุ่มชายจากแก๊งชอลดูช่วยพยุงกันและกันพวกเขาหยุดชะงักไปครู่ก่อนเดินลงไปข้างล่างทางรถไฟที่ไฟฟ้าดับสนิทจนกระทั่งพบกับบริเวณที่ยังมีไฟฟ้าใช้

            ทันทีที่ก้าวลงบันไดไปก็ได้ยินเสียงเซ็งแซ่ของผู้คน

            “แก๊งชอลดูนี่นา! มีคนบาดเจ็บ!”

            หลายคนวิ่งเข้ามาช่วยพยุงกลุ่มบังชอลซูดูเหมือนว่าระบบการจัดการของพวกเขาจะดีกว่าที่ผมคิดทุกคนเคลื่อนไหวกันอย่างเป็นระเบียบ

            ระหว่างนั้นเองผมก็มองเห็นใบหน้าคุ้นเคยที่กำลังวิ่งตรงมาทางนี้

            “พระเจ้า คุณดกจา! คุณคิมดกจา!”

            ค่อยยังชั่วที่ดูเหมือนจะปลอดภัยกันดี

            “คุณยูซังอา”

            “โล่งอกไปที โล่งอกมากจริง ๆ ค่ะ!”

            ยูซังอายืนอยู่ตรงหน้าผมด้วยสีหน้าแตกตื่นทำอะไรไม่ถูก ผมยื่นมือไปจับมือเธอที่กำลังตกใจอย่างกระอักกระอ่วน

            สี่วันที่ผ่านมาคงเจอเรื่องลำบากมามากหลังมือของยูซังอามีรอยแผลถลอกเล็ก ๆ หลายรอย

            ตอนนั้นเองก็ได้ยินเสียงดังหมับพร้อมกับอะไรบางอย่างพุ่งเข้ามาเกาะขาของผมที่แท้ก็อีกิลยอง ผมลูบหัวเด็กชาย

            “สบายดีนะ”

            อีกิลยองพยักหน้าแก้มของเด็กน้อยซูบตอบเขาคงจะอดข้าวมาหลายวันผมหยิบช็อกโกแลตแท่งในถุงออกมายัดใส่มืออีกิลยอง

            “ยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ ด้วย คุณดกจา ฮู่...”

            คนสุดท้ายที่มาหาผมคืออีฮยอนซองดูเหมือนว่าเขาจะพัฒนาตัวเองขึ้นมาเล็กน้อย กล้ามเนื้อร่างท่อนบนตึงแน่นกว่าเดิมบางทีอีฮยอนซองคงจะคอยช่วยปกป้องสองคนนี้

            “ขอโทษจริง ๆ นะครับที่ตอนนั้นทิ้งคุณดกจาไว้...”

            “มันเป็นสถานการณ์ที่ทำอะไรไม่ได้นี่ครับ”

            “เฮ้อ ค่อยยังชั่วที่คุณยูจุงฮยอกพูดถูก”

            ...ยูจุงฮยอก? ชื่อนั้นโผล่มาได้ยังไง

            อีฮยอนซองมองผมอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดเสริม

            “เรื่องนั้น คุณยูจุงฮยอกบอกว่าคุณคิมดกจาอาจจะยังมีชีวิตอยู่...”

            “...ตอนนี้ยูจุงฮยอกอยู่ที่ไหนครับ”

            “คือว่า เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ครับ”

            ไม่อยู่?

            “คุณยูจุงฮยอกออกไปจากสถานีเมื่อวานครับ เพราะฉะนั้น...”

            ผมเข้าใจอะไรหลายๆ เรื่องก่อนที่อีฮยอนซองจะพูดจบประโยค

            ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เองว่าแล้วเชียว หมอนั่นเป็นพวกเลือดร้อนอยู่แล้ว

            “จะว่าไป เหมือนจะหายไปคนนะครับ”

            “อา...หัวหน้าแผนก”

            ยูซังอาไม่ทันได้พูดต่อเพราะจู่ ๆ ก็มีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นแต่ก็เป็นข้อสรุปที่ชัดเจนในตัว

            “ทุกคนหลีก!”

            ไม่จำเป็นต้องฟังคำอธิบายใดๆ ผมก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น กลุ่มชายสามสี่คนถือค้อนท่อเหล็กติดมือไว้เป็นอาวุธเดินเข้ามาล้อมผมไว้และที่ยืนอยู่กลางกลุ่มคือเจ้าของใบหน้าอันคุ้นเคย

            “นะ...นาย...!”

            ฮันมยองโอซึ่งทิ้งผมไว้บนสะพานเลขคู่แล้วหนีไปมีสีหน้าเหมือนเห็นผีนึกแล้วเชียวดูท่าว่าฮันมยองโอจะเกาะติดอยู่กับคนกลุ่มนั้น

            “ไล่มันไป! คนคนนั้นเป็นพวกชั่วช้า! มันไม่ควรอยู่ที่นี่!”

            กินปูนร้อนท้องชะมัดฮันมยองโอกระโดดหนี คงคิดว่าผมจะพุ่งเข้าไปแก้แค้นเขาแต่ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นกลับเอาแต่มองหน้ากัน ไม่ได้เคลื่อนไหวง่าย ๆ

            รู้สึกแปลกชอบกลทั้ง ๆ ที่ปล่อยให้ฮันมยองโอเป็นศูนย์กลางของกลุ่มแต่กลับไม่ฟังคำสั่งของฮันมยองโอ?

            “ฮ่า ๆ พี่ฮัน ทุกคนต้องเป็นมิตรต่อกันสิครับ ทำไมทำแบบนั้นล่ะครับ”

            “อา คะ...คือว่า...”

            “ทางด้านนั้นคงจะมาใหม่สินะครับ”

            ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นแยกออกเป็นสองฝั่งทำให้เกิดทางเดินตรงกลางชายรูปร่างผอมสูงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น แค่แววตาก็ให้ความรู้สึกบางอย่าง

            นึกแล้วเชียวคนคนนี้มีกลุ่มดาวสนับสนุน

            “ยินดีที่ได้รู้จักครับ ขอทราบชื่อได้มั้ยครับ”

            “คิมดกจาครับ”

            “คุณคิมดกจา อย่างนี้นี่เอง ผมชอนอินโฮครับ”

            ชอนอินโฮ? ชื่อฟังดูคุ้นมาก...

            ผมออกแรงกระชับมือที่กำหนามไว้แน่นเท่าที่สังเกตพวกแก๊งชอลดูคงจะอยู่ภายใต้การปกครองของชายคนนี้ผมทำร้ายคนพวกนั้นจนเละเทะ เขาควรหาเรื่องผมถึงจะถูก

            “ได้ยินจากคนอื่น ๆ ที่กลับมาด้วยกันแล้วละเห็นว่าต่อสู้กับพวกสัตว์ประหลาด แล้วยังช่วยชีวิตสมาชิกกลุ่มของพวกเราเอาไว้ด้วย”

            ...ว่าไงนะ

            “ทุกคน มารวมกันตรงนี้! สมาชิกผู้กล้าหาญคนใหม่ของกลุ่มเรามาแล้ว!”

            หลายคนเริ่มมองมาทางด้านนี้เมื่อได้ยินเสียงประกาศของชอนอินโฮ

            แบบนี้นี่เองคนอย่างฮันมยองโอไม่มีทางรวบรวมผู้คนได้มากขนาดนี้แน่หัวหน้าที่แท้จริงของกลุ่มคือชายคนนี้ต่างหาก

            “ว้าว! ของกินไม่ใช่เหรอเนี่ย!”

            สายตาของผู้คนที่หิวโหยจับจ้องอยู่ที่ถุงร้านสะดวกซื้อทันใดนั้นเองชอนอินโฮก็เปิดปากพูดขึ้นราวกับรอจังหวะนี้อยู่แล้ว

            “คงจะหามาเพื่อพวกเราสินะครับ เป็นคนดีที่หาได้ยากมากเลยนะเนี่ย”

            เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมกับสายตาของผู้คนมองจ้องมาที่ผมทั้งแม่ที่กำลังกอดเด็กเอาไว้ ทั้งคนแก่ที่ขาบาดเจ็บพวกเขาทุกคนต่างก็มองผมด้วยแววตาอ้อนวอน

            ชอนอินโฮ...นึกออกแล้ว

            ใช่แล้วในกลุ่มสถานีกึมโฮมีชายคนนี้อยู่

            [กลุ่มดาว ‘จอมวางแผนลับ’ รู้สึกตื่นเต้น]

            ในโลกที่ล่มสลายคนที่เป็นตัวอันตรายของจริงไม่ใช่คนอย่างบังชอลซูพวกมนุษย์ที่โดนความสิ้นหวังกลืนกินจนบ้าคลั่งพวกนั้นน่ะไม่อันตรายเลยสักนิด

            คนที่เป็นตัวอันตรายอย่างแท้จริงคือพวกที่ใช้ความสิ้นหวังของคนอื่นเป็นเครื่องมือสร้างอำนาจให้ตัวเองต่างหากล่ะเหมือนอย่างชายคนนี้

            “ยินดีต้อนรับสู่สถานีกึมโฮครับ คุณคิมดกจา”

            ลึกลงไปในนัยน์ตาของชอนอินโฮที่มองสบกับผมอยู่กำลังหัวเราะผมเองก็ยิ้มอยู่เงียบ ๆ ในขณะยื่นมือไปจับมือที่เขายื่นมา

            ชอนอินโฮไม่มีวันได้รู้หรอก

            ความจริงที่ว่าวินาทีนั้นอนาคตของเขาก็ได้ถูกตัดสินเรียบร้อยแล้ว

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT) ที่คุณอ่าน