บทที่9 บันไดขั้นแรกเริ่มทำการค้า
ห้าวันต่อมาการซ่อมแซมบ้านเย่วชิงก็เสร็จสมบูรณ์ วันนี้พี่สะใภ้ใหญ่หวิ๋นหวิ๋นก็มาดูบ้านใหม่ของเย่วชิงกับสามีของนางเหว่ยหวังด้วย ส่วนเหว่ยกั๋วและทีมช่างก็กำลังตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้งเย่วชิงรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงพอสมควร ที่ทำให้บ้านดูมีความอบอุ่นและน่าอยู่เธอเดินตรวจดูความเรียบร้อยโดยละเอียด
ตอนนี้บ้านของเธอดูดีขึ้นมากพอสมควร เธอ้าให้บ้านมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องน้ำขยายใหญ่ขึ้นและแยกระหว่างห้องส้วมกับห้องอาบน้ำ เพื่อให้ใช้งานได้สะดวก และห้องครัวที่ถูกสุขลักษณะยิ่งขึ้น พื้นบ้านที่เรียบแข็งแรง หลังคาก็ถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด
หลินเย่วชิงรู้สึกขอบคุณในความช่วยเหลือและความตั้งใจของพี่หวังและพี่กั๋ว เธอยิ้มให้พวกเขาก่อนกล่าว “ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ช่วยทำให้มันเป็บ้านที่น่าอยู่ยิ่งขึ้นค่ะ"จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปในบ้านและออกมาพร้อมกับถุงสิ่งของในนั้นมีทั้งน้ำปลา น้ำตาล ซาลาเปาแบ่งมาให้พวกเขาทั้งสี่คน โดยถุงใหญ่ๆ สองถุงเธอมอบให้พี่ใหญ่และเหว่ยกั๋วพร้อมกับเงินที่ใส่ซอง ซองละ40หยวนแต่ทั้งสองบอกว่าไม่เป็ไรบอกให้เย่วชิงน้องสะใภ้ให้ค่าแรงเฉพาะทีมช่างก็พอพวกเราคนกันเองไม่ต้องให้ก็ได้
"พี่ใหญ่คะ รับไปเถอะค่ะส่วนนี่ของพี่รอง เื่นี้ไม่ได้แค่ช่วยเย่วชิงเท่านั้น แต่ยังช่วยให้พี่สะใภ้รองและหลานในท้องของเธอด้วย พี่เองก็มีภาระหลายอย่าง เย่วชิง้าให้ทุกคนได้ประโยชน์ไปด้วยกันค่ะ" พี่ใหญ่เหว่ยหวังยิ้มบาง ๆ และถอนหายใจเบา ๆ
"เย่วชิง น้องสะใภ้เป็คนคิดละเอียดอ่อนเกินไปแล้ว เราเป็ครอบครัวเดียวกัน พี่กับเ้ารองก็แค่ช่วยกันทำงานตามที่ควรทำอยู่แล้ว เราไม่คิดจะรับค่าตอบแทนจากน้องหรอก"เหว่ยกั๋วเห็นเช่นนั้นก็พูดเสริมด้วยรอยยิ้ม "ใช่แล้ว น้องเย่วชิง อย่าคิดมากเลย พวกเรายินดีทำอยู่แล้ว"
แต่หลินเย่วชิงก็ยังคงไม่ยอมแพ้ เธอยื่นซองเงินไปให้พี่สะใภ้ใหญ่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แทน "พี่สะใภ้ใหญ่คะ หากพี่ใหญ่และพี่รองไม่รับ ก็ให้พี่สะใภ้รองรับแทนเถอะค่ะ คิดเสียว่าเป็ของขวัญจากพวกเราก็แล้วกัน"เธอยิ้มและหันไปพูดกับพี่น้องคู่นั้น
“นั่นสิพี่เหว่ยหวังในเมื่อสะใภ้สามตั้งใจแล้วก็อย่าให้เสียน้ำใจของเธอเลย เย่วชิงนี่ซาลาเปาวันก่อนที่สะใภ้สามเอามาฉันนะ รสชาติมันอร่อยมากจริง ๆ เธอซื้อมาจากที่ไหนหรือเย่วชิง” สะใภ้ใหญ่ถาม “ของทุกอย่างส่งมาจากเซี่ยงไฮ้ค่ะคุณพี่พอดีฉันยังพอมีเหลืออยู่ ก็เลยฝากเอาไปให้พวกเด็กๆ ไว้กินกันด้วย สีหน้าของพี่ใหญ่ไม่ค่อยดีนักที่ต้องรับของพวกนี้
"พี่ใหญ่ถ้าพี่ลำบากใจ เย่วชิงคงจะรู้สึกไม่ดีที่เป็ฝ่ายได้รับความช่วยเหลือฝ่ายเดียว ถ้าพี่ไม่รับไว้ ฉันคงต้องคิดหาวิธีตอบแทนอื่น ๆ แล้วนะคะ"
พี่ใหญ่เหว่ยหวังหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยอมรับเงินอย่างเสียไม่ได้ "เอาล่ะ ๆ ถ้าไม่รับน้องคงไม่สบายใจ งั้นพี่จะถือว่าเป็การช่วยเหลือตอบแทนเย่วชิงในอีกทางหนึ่งแล้วกัน"พี่เหว่ยกั๋วยิ้มกว้างและตบไหล่หลินเย่วชิงเบา ๆ
"เห็นไหม เ้ารู้จักวิธีทำให้ทุกคนในบ้านสบายใจได้ดีจริง ๆ "หลินเย่วชิงรู้สึกอุ่นใจและดีใจที่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวสามีที่เอื้อเฟื้อ เธอยิ้มให้ทุกคนอย่างอ่อนโยน ขณะมองไปรอบบ้านใหม่ของเธอ
“พี่สะใภ้ใหญ่คะ พรุ่งเช้านี้ฉันจะพาเด็ก ๆ ไปฝากไว้ที่บ้านพี่สักหน่อย พอดีฉันจะแวะไปที่บ้านผู้ใหญ่ ฉันอยากจะทำการค้าได้ยินมาว่าลูกชายของผู้ใหญ่เขาทำงานเป็ข้าราชการอยู่คนหนึ่ง เลยอยากจะไปปรึกษาเขาสักหน่อยเผื่อจะทำให้ทุกอย่างให้ถูกต้องและง่ายขึ้น”
“ไม่มีปัญหาเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้เย่วชิงเอาเด็กไปฝากไว้ที่บ้านฉัน และก็ไปทำธุระของเธอได้เลยไม่ต้องเกรงใจ” สะใภ้ใหญ่ตอบรับทันทีเธอรู้ดีว่า ตอนนี้ทุกครั้งที่เย่วชิงของความช่วยเหลือนั่นย่อมมีสิ่งของที่เธอนั่นติดไม้ติดมือมาตอบแทนเสมอ
หลินเย่วชิงเดินไปที่ทำการหมู่บ้านหลีฮัวในเช้าวันถัดมา มองเห็นกลุ่มคนที่กำลังเดินไปยังห้องประชุมของหมู่บ้าน หลายคนมีสีหน้าจริงจังทุกคนในมือถือหนังสือหรือเอกสารบางอย่าง หลังจากที่เธอเดินมาถึงทำการหมู่บ้าน ก็พบว่าในห้องประชุมมีเสียงพูดคุยกันดังขึ้น บางคนดูเหมือนจะถามเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปี 1976 ซึ่งมีการส่งสัญญาณจากทางราชการถึงชาวบ้านให้เตรียมตัว
หลินเย่วชิงยืนรออยู่ข้างนอกจนการประชุมเสร็จสิ้น และเมื่อผู้ใหญ่หมู่บ้านออกมา เขาก็เดินมาหาเธอด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเอกสารในมือ"สวัสดีเย่วชิงเธอคงมาไม่ทันตอนประชุมใช่มั้ย เอานี่คือหัวข้อทางราชการ เกี่ยวกับแผนการพัฒนาประเทศในปีหน้า" “ขอบคุณมากค่ะผู้ใหญ่” เธอมองเอกสารในมือและก็ถามต่อ “แต่ฉันมีอีกเื่ที่อยากปรึกษาผู้ใหญ่ฉันได้ข่าวมาว่าลูกชายคนโตของผู้ใหญ่ทำงานราชการฉันเลยอยากมาปรึกษาเื่ทำการค้าน่ะจ้ะผู้ใหญ่”
“ปรึกษาการค้านะหรือ?”
“ใช่จ้ะผู้ใหญ่”
“แล้วเย่วชิงจะขายอะไรถึงต้องปรึกษากับข้าราชการอย่างลูกชายฉัน”
“ฉันก็อยากจะขายสินค้าที่จำเป็ทั่ว ๆ ไปพวกสบู่ ยาสีฟันอะไรพวกนี้แหละจ้ะ” ผู้ใหญ่หยุดนิ่งคิดนิดหนึ่งก่อนจะเรียกใครบางคน
"หมี่หลัว! หมี่หลัว! นางลูกคนนี้ไปไหนกัน? " ผู้ใหญ่หมู่บ้านะโเรียกเสียงดัง
เสียงฝีเท้าของหญิงสาวดังขึ้นจากหลังบ้านตามด้วยเสียงตอบกลับที่ชัดเจน "พ่อเรียกฉันทำไมคะ? "ไม่นานหมี่หลัวก็เดินออกมาจากหลังบ้าน หญิงสาววัยประมาณ 20 ปีเศษ เดินเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจในตัวเอง ผมสั้นทรงเก๋ หน้าตาสะสวยตามแบบฉบับสาวทันสมัยที่ทำงานอยู่ในเมือง
"มีอะไรคะ พ่อถึงเรียก? " หมี่หลัวถามในเสียงห้าวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ราวกับคนที่คุ้นเคยกับการเจรจาในวงการค้าขาย ผู้ใหญ่บ้านมองไปที่ลูกสาวของตัวเองก่อนจะหันมาพูดกับหลินเย่วชิง "มานี่ มานี่... ถ้าจะปรึกษาทางการค้าของพวกนั้นละก็ เ้าคงมาถูกที่แล้ว ไปคุยกับเ้าแม่ตลาดสดเองเลยจะดีกว่า"
หลินเย่วชิงฟังแล้วก็รู้สึกตื่นเต้นในใจ เมื่อเห็นว่า หมี่หลัวไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็คนที่มีเส้นสายและมีความสัมพันธ์ในวงการค้าที่สำคัญ
หมี่หลัวยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะพูดขึ้นอย่างช้า ๆ "พี่หลิน เย่วชิงใช่มั้ยคะ?ถ้าพี่้าเริ่มทำการค้ากับสินค้าจำเป็ที่ทุกบ้านต้องใช้ ก็ต้องไปคุยกับฉันนี่แหละค่ะ เพราะฉันทำงานอยู่ในแผงค้าส่งในเมือง และรู้จักกับพวกแก๊งหงส์ขาวทุกคนไม่ว่าใครจะขายอะไรทุกอย่างในตลาดต้องอยู่สายตาพวกเขาทุกอย่างเลยค่ะ"
หลินเย่วชิงตาโตขึ้นมา "แก๊งหงส์ขาว?ฉันเคยได้ยินชื่อมาบ้างค่ะ พวกเขาคุมตลาดการค้าทั้งหมดจริงๆ หรอคะ? "
หมี่หลัวหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพยักหน้า "ใช่ค่ะสินค้าจำเป็ทุกอย่างต้องผ่านพวกเขาไม่อย่างงั้นก็ยากที่จะเข้าไปในตลาดได้ ถ้าไม่อยากเจอปัญหา แต่พี่ก็ต้องเล่นตามเกมของพวกเขานะคะ และทำให้ทุกอย่างดูเรียบร้อย ถ้าพี่อยากขายสินค้าของตัวเองให้สำเร็จ"
หลินเย่วชิงจึงถามต่อด้วยความสนใจ "แล้วถ้าฉันมีสินค้าตัวอย่างละคะ ฉัน้าผู้แทนจำหน่ายเพื่อเปิดตลาดในเมืองนี้ คิดว่ามีโอกาสมั้ยที่พวกเขาจะสนใจ? "
หมี่หลัวยิ้มอย่างมั่นใจ "แน่นอนค่ะ ถ้าคุณพี่มีสินค้าดีๆ ที่น่าสนใจ ฉันยินดีช่วยจัดการเื่พวกนั้นให้เลยค่ะ ฉันจะพาผู้คนที่รู้จักมาช่วยดูและตรวจสอบให้ พวกเขาจะเป็ตัวแทนจำหน่ายให้คุณเอง แต่ต้องให้สินค้าของพี่ต้องดูดีพอที่จะเข้าตาพวกเขานะคะ"
หลินเย่วชิงยิ้มอย่างดีใจ "ดีมากค่ะ ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะหมี่หลัว วันนี้พี่เตรียมสินค้าบางส่วนที่คิดว่าจะได้รับความนิยม มาสองอย่างนี่ค่ะ สบู่สมุนและยาสีฟัน หมี่หลัวหยิบสบู่ขึ้นมาดูทั้งสองอย่าง สินค้านี้ดีมากเลยค่ะตอนนี้ที่มีขายอยู่ก็แทบไม่พอและมันค่อนข้างหายากนานจะมีมา ฉันคิดว่ามันจะต้องขายดีอย่างแน่นอน"หมี่หลัวตื่นเต้นเป็อย่างมากที่เห็นสบู่และยาสีฟันหลินเย่วชิงเธอให้โรงงานผลิตแบบไม่มียี่ห้อและให้ห่อพลาสติกใสแล้วแพ็กใส่กล่องมาส่งดังนั้นเธอจึงซื้อมาในราคาที่ถูกมาก ๆ “ฉันถามพี่หน่อยพี่มีสินค้ามากขนาดไหนแล้วเอามาจากใคร”
“สินค้าของพี่ผลิตในเซี่ยงไฮ้และโรงงานก็เป็ของญาติดังนั้นเรามีสินค้ามากพอที่จะส่งให้อย่างแน่นอนจ้ะ”
หมี่หลัวพยักหน้าอย่างพอใจ "สบู่และยาสีฟัน! เหมาะเลยค่ะพี่ ตอนนี้พวกสินค้าแบบนี้หายากในตลาดถ้าพี่มีของฉันรับรองว่ามันจะไปได้สวยอย่างแน่นอน พี่พอจะมีตัวอย่างติดตัวมาสัก 10 อันมั้ย บ่ายนี้ฉันจะเข้าในเมืองและจะให้พวกเขาดูสินค้าเลย พวกเราก็จะคุยกันได้ง่ายขึ้น"
หลินเย่วชิงรีบหยิบกระเป๋าผ้าที่มีสินค้าตัวอย่างออกมา แสดงให้หมี่หลัวดู "นี่ค่ะ สบู่ของฉันมีทั้งหมด 5 กลิ่นนะหมี่หลัว เป็สูตรที่ทำจากสมุนไพรท้องถิ่น มีกลิ่นหอมสดชื่นด้วย ส่วนยาสีฟันก็ใช้สูตรธรรมชาติค่ะ"
หมี่หลัวรับสินค้าตัวอย่างมาเปิดดูอย่างสนใจ "นี่สินค้าน่าสนใจมากค่ะพี่หลิน สีสันและกลิ่นก็ดีเลยค่ะ ถ้าทำตลาดให้ดี ๆ แน่นอนว่าไม่ต้องห่วงเื่ยอดขายค่ะ ฉันว่าพี่จะต้องรวยเพราะมันอย่างแน่นอน วันนี้ฉันจะนำมันไปให้พี่ฟ่านเฉินดูเขาต้องชอบแน่ๆ " หมี่หลัวยิ้มให้หลินเย่วชิง "เดี๋ยวฉันจะช่วยพี่เองค่ะ หลินเย่วชิงยิ้มกว้างขึ้น "ขอบคุณมากค่ะ หมี่หลัว เธอยิ้มอย่างมั่นใจ"อย่าลืมนะคะ ถ้าทุกอย่างสำเร็จแล้ว พวกเราจะมีโอกาสขยายธุรกิจใหญ่ขึ้นไปอีก พี่ต้องให้ฉันมีส่วนร่วมด้วยนะ" แน่นอนหมี่หลัวขอบใจมากนะ...!

หมี่หลัวสาวสวยผมสั้น หนึ่งในแก๊งหงส์ขาว
" />
ตลาดค้าส่งควบคุมโดยแก๊งัขาว
..... “5555เย่วชิงเตรียมตัวรับทรัพย์ได้เลยจ้า” .....