หลินชิงอี (林清仪)

    เมนูเผือก ง่าย ๆ แน่นะวิ (2)

    ผ่านไปไม่นาน ทุกคนก็มาพร้อมกันที่ห้องครัวเพื่อทำมื้อเช้าร่วมกัน

    ในตอนแรกชิงอีคิดจะทำเมนูข้าวอบเผือกแต่ก็จนใจที่วัตถุดิบหลายอย่างไม่มี ทั้ง กุนเชียง และ แครอท ซึ่งถ้าจะมีได้นางก็ต้องทำและปลูกขึ้นมาเอง งั้นรอไปก่อนละกัน 

    นางจึงเปลี่ยนเมนูใหม่ไปเลย อร่อยเหมือนกัน เพราะไม่ว่านางจะทำอะไรก็อร่อยอยู่แล้ว หุหุ (พบคนหลงตัวเองจร้า / ไรท์) 

    “เอาหละวันนี้เมนูที่พวกเราจะทำ คือ..ออ ‘หมูผัดเผือก’ ” ชิงอียืนตัวตรง และผายมือออกไปด้านหน้า เลียนแบบท่าทางและน้ำเสียงของพิธีกรรายการอาหาร ที่กำลังนำเสนอเมนูให้กับผู้ชมและคณะกรรมการฟัง (พูดง่าย ๆ คือ กำลังเล่นใหญ่ โอเว่อร์แอคติ้งอยู่นั่นเอง/ไรท์)

    แต่เมื่อหญิงสาวเห็นว่าเด็กน้อยมองมาอย่างอึ้ง ๆ นางจึงเลิกเล่นและอธิบายต่อ

    “วัตถุดิบก็จะมี เผือก หมูและกระเทียม ที่ข้าเพิ่งได้มาเมื่อวานเช่นกัน งั้นเดี๋ยวเราแยกกันไปเอาวัตถุดิบนะ เสี่ยวหลานไปเอาหมูสามชั้นมา ซิงเอ๋อเตรียมก่อไฟ 2 เตาเลย ส่วนข้าจะไปเอาเผือกกับกระเทียม แยกย้ายได้”

    เสบียงที่ได้มาเมื่อวานนางยังไม่ได้เอาไปไว้ห้องใต้ดิน  แต่เอาไว้ที่ห้องเสบียงที่อยู่ข้าง ๆ ห้องครัวก่อน

    “ขอรับ/เ๯้าค่ะ” 

    นางเดินมาที่ห้องเสบียง จากนั้นจึงหยิบเผือกไป 3 หัว หัวใหญ่เอาไปแค่นี้น่าจะพอ และกระเทียม 1 หัว ซึ่งหญิงสาวจะทำโจ๊กเผือกเพิ่มอีกอย่างด้วย และจะทำให้เยอะหน่อย เผื่อมื้อกลางวันไปเลยทีเดียว

    เมื่อได้ครบแล้ว นางก็ถือกลับมาที่ห้องครัว และมาเจอกับเสี่ยวหลานที่กลับมาพอดี

    “เสี่ยวหลานมาพอดีเลย เดี๋ยวเ๽้าไปหั่นหมูนะ เอาขนาดพอดี ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป”

    “ขอรับ” เขารับคำแล้วเดินถือเขียงออกมาหั่นที่หน้าห้องครัว เพราะข้างในห้องมีพื้นที่ไม่มาก ถ้าเข้าไปเบียดกันทั้งสามคนคงจะแออัดทำอะไรไม่สะดวก แต่ถึงเขาจะอยู่ข้างนอกก็คอยฟังและมองในสิ่งที่พี่สะใภ้สอนน้องสาว เพื่อที่เขาจะได้ทำเป็๞ด้วย

    “มาซิงเอ๋อ ถึงคราวที่เราจะจัดการวัตถุดิบหลักแล้ว เผือกนี้ ถ้าทำแบบไม่ระมัดระวังมันจะคันได้ 

    อันที่จริงวิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการคันมีด้วยกันหลายวิธี แต่วิธีที่ข้าจะเลือกให้เหมาะกับตอนนี้คือ การย่าง

    ดังนั้นก่อนที่เราจะปอกเปลือกเอามาทำอาหาร จะต้องเอาไปย่างไฟก่อน เพื่อกำจัดขนและยางของมัน ที่เป็๲ตัวทำให้เกิดอาการคัน แต่ย่างไม่ต้องสุกนะ เพราะจะเอาไปทำอาหารต่ออีก”

    ว่าแล้วชิงอีก็เอาเผือกขึ้นย่างบนเตาทันที จับพลิกกลับไปกลับมาชั่วครู่ก็เอาลง แต่นางเพิ่งนึกออกมาลืมตั้งหม้อต้มโจ๊ก จึงบอกให้ไป่ซิงไปจัดการ

    “ซิงเอ๋อ ข้าลืมตั้งหม้อต้มโจ๊ก เ๽้าตั้งอีกเตานึงได้เลย”

    “เ๯้าค่ะ”

    จากนั้นนางก็ปอกเปลือก โดยมีเด็กหญิงที่ตั้งหม้อเสร็จแล้วมานั่งดูใกล้ ๆ กับเด็กชายที่มองมาจากนอกห้องครัว 

    ปอกเสร็จแล้วก็หั่นออกเป็๞ชิ้น ๆ พอดีคำ และแบ่งออกเป็๞สองส่วน ส่วนหนึ่งไว้สำหรับใส่ในโจ๊ก ทำเป็๞โจ๊กเผือก ส่วนที่เหลือเอาไว้ผัด จากนั้นนางก็ปอกกระเทียมและทุบแค่พอหยาบ ๆ

    “เสี่ยวหลานหั่นหมูเสร็จรึยัง”

    “เสร็จแล้ว นี่ขอรับ” เขาเดินเอาหมูเข้ามาให้นาง

    “เอาหละ มาเริ่มกันเลย ก่อนอื่นต้องใส่น้ำมันลงไปเพื่อทอดเผือกก่อน ว่าแต่ น้ำมันอยู่ไหนนะ” นางตั้งกะทะและมองหาน้ำมัน

    “เห้ยยย  ลืมไปเลยว่าน้ำมันหมด ทำไมข้าขี้ลืมแบบนี้นะ” 

    ชิงอีอุทานออกมาและทำมะเหงกโขกที่หัวตัวเอง ทำเอาเด็ก ๆ สะดุ้งเพราะเสียงและท่าทางของนาง ไปตาม ๆ กัน

    “เห้ออ งั้นเอางี้ละกัน วันนี้กินมื้อเช้าช้าหน่อยละกันนะเด็ก ๆ เดี๋ยวเรามาเจียวน้ำมันกันก่อน ไหน ๆ ก็ทำแล้ว เอามาเจียวให้หมดเลย เสี่ยวหลานเ๯้าไปเอามันหมูทั้งหมดออกมาให้ข้าหน่อยนะ” 

    “ได้ขอรับ” ห่าวหลานถือตะกร้าและเดินไปที่ห้องใต้ดิน

    ผ่านไปชั่วครู่ เขาก็กลับมาและยื่นตะกร้าส่งให้ชิงอี

    “นี่ขอรับ” 

    “อืม งั้นพวกเรามาช่วยกันหั่นมันหมูเถอะ จะได้เสร็จเร็ว ๆ หั่นให้ได้ขนาดเท่านี้นะ” หญิงสาวแบ่งงานและหั่นเป็๞ตัวอย่างให้เด็ก ๆ ดู จากนั้นก็แยกย้ายกันทำ

     

        เมื่อหั่นเสร็จเรียบร้อย ชิงอีก็ตั้งกะทะใส่มันหมูลงไป จากนั้นก็เติมน้ำลงไปด้วย ใช้ไฟปานกลางไม่แรงมาก ค่อย ๆ เคี่ยวไป 

    ผ่านไปไม่นาน น้ำมันเริ่มออกมา กลิ่นหอมเริ่มโชย ทำให้นึกถึงตอนที่อยู่กับตายายที่ต่างจังหวัด เวลายายเจียวน้ำมันทีไร ท่านจะนำกากหมูมาโรยด้วยเกลือ หรือทำน้ำพริกน้ำปลาราดกากหมูกินกับข้าวสวยร้อน ๆ หอม ๆ มันเป็๲อะไรที่อร่อยสุด ๆ ไปเลย

    ยิ่งตอนก่อนที่นางจะจากมา มีการทำน้ำพริกกากหมูด้วย เอาไปกินกับอะไรก็อร่อย จะว่าไปก็อยากทำเหมือนกันนะ แต่ยังก่อน ตอนนี้เครื่องปรุงไม่ครบ รอไปก่อนละกัน อดยาวไป เห้อออ

    พอ ๆ คิดแล้วก็หิว เมื่อทำกินไม่ได้ช่างมันก่อนละกัน มาดูตรงหน้าดีกว่า กากหมูกำลังเหลืองกรอบได้ที่เลย หอมมาก ๆ หญิงสาวจึงจัดการตักออกมาใส่ชามพักไว้

    จากนั้นจึงไปตักน้ำมันใส่ไห ซึ่งได้มาหนึ่งไหกลาง ได้เยอะเหมือนกันนะนี่ ถ้าเป็๞ชาวบ้านทั่วไปใช้อย่างประหยัดคงได้ซักครึ่งปี แต่มาตรฐานคนทั่วไปใช้กับนางไม่ได้หรอก หนึ่งไหกลางสำหรับนางครึ่งเดือนจะอยู่ถึงไหมยังไม่รู้เลย

    ตักน้ำมันเสร็จนางหันมาคว้ากากหมูในชาม เอาเกลือมาโรยแล้วคลุกให้ทั่ว จากนั้นจึงแบ่งใส่ถ้วยเล็กยื่นให้เด็ก ๆ ได้ชิม

    “อะ พวกเ๯้าลองชิมซิ” 

    เด็ก ๆ หยิบไปแบ่งกันชิม เมื่อเข้าปากได้ก็ถึงกับตาโตกันเลย

    “มัน… กรอบ ๆ เค็ม ๆ อร่อยมากเลยขอรับ/เ๯้าค่ะ” เด็ก ๆ พูดแล้วก็หยิบชิ้นต่อไปเข้าปากเรื่อย ๆ จนหมด แล้วได้แต่มองในถ้วยอย่างเสียดาย ไม่น่าหมดเร็วเลย

    ชิงอีมองเด็กน้อยที่กำลังกิน เลยหยิบขึ้นมาใส่ปากบ้าง 

    ‘อืม..ม..ม ยังอร่อยเหมือนเดิมเลยนะ กัดลงไปบนกากหมู๱ั๣๵ั๱ได้ถึงความกรุบกรอบ สั่น๱ะเ๡ื๪๞ไปถึงกรามเลยทีเดียว รสชาติออกเค็มนิด ๆ ติดปลายลิ้น ถ้าได้ข้าวสวยร้อน ๆ นะ แจ่มไปเลย’ 

    เมื่อหมดปากแล้ว หญิงสาวก็หันมาชวนเด็ก ๆ ทำเมนูเผือกที่ค้างไว้ต่อทันที (เห้อออ กว่าจะได้ทำหมูผัดเผือก ไม่ง่ายเลยจริง ๆ นะ)

    “เรามาทำเมนูหลักกันต่อเถอะ เริ่มแรก ตั้งน้ำมันให้ร้อน ใส่น้ำมันเยอะหน่อยเพราะเราจะเอาเผือกลงไปทอด”

    นางลองเอามือไปวางไว้เหนือกะทะ พอรู้สึกถึงไอร้อนและมีควันขึ้นนิด ๆ ก็เทเผือกลงไปทอดเลย ค่อย ๆ ทอดจนได้กลิ่นหอมก็ตักขึ้นมาพ้ักให้สะเด็ดน้ำมัน

    ต่อไป นำหมูสามชั้นที่หั่นเตรียมไวลงไปทอดด้วยเช่นกัน ทอดให้เหลืองกรอบเลย แล้วก็ตักขึ้นมาพักไว้เหมือนกัน

    จากนั้นตักน้ำมันออกให้เหลือติดกะทะแค่เล็กน้อย ใส่กระเทียมที่เราทุบไว้ลงไป คนจนเป็๲สีเหลือง อืมมม กลิ่มหอมมาก ใส่หมูที่เราทอดแล้วลงไปผัด ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย เติมน้ำลงไป เพื่อช่วยให้หมูนุ่มกินง่าย สุดท้ายใส่เผือกลงไปผัด  เคี่ยวต่อไปจนสุก ถ้ามีต้นหอมสักหน่อยจะดีเลย แต่ไม่มีนางก็ไม่ใส่ เมื่อสุกได้ที่ก็ตักใส่จาน เตรียมตั้งโต๊ะกินข้าวได้

    ซึ่งระหว่างที่หญิงสาวกำลังทำหมูผัดเผือก ก็ได้บอกวิธีทำโจ๊กให้กับไป่ซิงไปด้วย ซึ่งทั้งสองอย่างก็เสร็จพร้อม ๆ กัน

    “เสร็จแล้ว พวกเราตั้งโต๊ะกินข้าวกันเถอะ นี่ก็สายมากแล้ว”

    เด็กทั้งคู่ตั้งโต๊ะทันที คนนึงถือหม้อโจ๊ก คนนึงถึงถือถ้วยชาม ส่วนนาง ถือหมูผัดเผือกและกากหมูโรยเกลือ 

    ชิงอีวางจานลงบนโต๊ะ ซึ่งพอดีกับที่ซิงเอ๋อกำลังตักโจ๊กแจกทุกคน 

    เมื่อพร้อมกันแล้ว เด็ก ๆ ก็มองมาที่นางอย่างรอคอยให้นางกินก่อน ซึ่งนางก็ไม่ขัดศรัทธาอยู่แล้ว เริ่มด้วยการตักหมูผัดเผือกก่อนเลย 

    ‘อืมมม หมูก็นุ่ม เผือกก็หนึบ หอม อร่อยเหมือนกันนะนี่ ฝีมือยังไม่ตก ไม่เสียชื่อแล้ว อิอิ’ นางหลับตาลงขณะที่เคี้ยวเพื่อ๼ั๬๶ั๼ถึงรสชาติของอาหาร

    เมื่อนางลืมตาขึ้นมาก็เห็นเด็กทั้งคู่ก้มหน้าก้มตากินไม่พูดไม่จากันเลยทีเดียว

    ผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป อาหารทุกอย่างบนโต๊ะ หมดเกลี้ยงไม่เหรอเลย ดีนะที่นางแบ่งของมื้อเที่ยงไว้ในครัวแล้ว ถ้าเอาออกมาทั้งหมดก็คงไม่เหลือเช่นกัน

    สรุปแล้วมื้อนี้ ซิงเอ๋อตักโจ๊กไปสองชาม เสี่ยหลานสามชาม ส่วนนางหนึ่งชามครึ่ง นี่มันรายการแข่งกินจุเหรอ กินกันเยอะมาก สงสัยจะอร่อยมากเลยกินกันเพลินไปหน่อย

    เด็ก ๆ เมื่อกินอิ่มแล้ว ถึงกับนั่งหลังตรงเอามือลูบท้องที่ป่องอย่างเห็นได้ชัดของตัวเองไปมา แล้วพูดว่า

    “อร่อยมากเลยเ๯้าค่ะ ข้าไม่เคยได้กินอิ่มขนาดนี้ อร่อยจนแทบจะกลืนลิ้นเลย” ว่าแล้วก็แลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก บ่งบอกว่าอร่อยแค่ไหนและอยากกินอีก แต่ก็อิ่มแล้ว  

    “จริงเหมือนที่น้องเล็กบอกเลยขอรับ อร่อยจนแทบกลืนลิ้นเลย ถ้ายังไม่อิ่มข้าสามารถกินต่อได้เรื่อย ๆ เลยนะขอรับ” เสี่ยวหลานพูดไปก็ยิ้มไปอย่างมีความสุขที่ได้กินของอร่อย 

    สงสัยจะลืมทำตัวเป็๞ผู้ใหญ่ แต่ก็อย่างว่าอะนะ เด็กอย่างไรก็ยังเป็๞เด็กอยู่วันยังค่ำ รู้สึกอย่างไรก็แสดงออกมาแบบนั้น ปกปิดไม่มิดหรอก 

    “พวกเ๽้าอิ่มและอร่อยกันก็ได้แล้ว” นางพูดแล้วยิ้มอย่างมีความสุข ที่มีคนชมและชอบอาหารที่นางทำ แม้ตอนนี้จะมีแค่เด็กน้อยสองคนก็ตาม แต่ในภายภาคหน้าอาจจะมีอีกคนเพิ่มมาก็ได้ใครจะไปรู้ ใช่มะ (เราไม่รู้/ไรท์)

    ‘เสน่ห์ปลายจวัก ผั.. สามีรัก สามีหลง หุหุหุ’

     

    Talk

    ไรท์ : ยังเป็๲แค่สามีในนาม อย่าเพิ่งออกตัวแรง

    ชิงอี : จะในนาม หรือไม่ในนามก็สามีเหมือนกันแหละ

    ไรท์ : แต่เธอยังนึกหน้าเขาไม่ออกเลยนะ เป็๲ภรรยาภาษาอะไร ลืมหน้าสามีตัวเอง

    ชิงอี : อย่าย้ำได้มะ คิดแล้วเจ็บจี๊ดดด