ตำนานจอมกระบี่สะท้านหมื่นภพ

    บทที่ 79: ด่านที่สอง: เวทีราชันย์

    บทที่ 79: ด่านที่สอง: เวทีราชันย์


    เสียงประกาศคะแนนอันน่าสะพรึงกลัวของหลิงเซียวยังคงดังก้องอยู่ในหูของทุกคนในจัตุรัส สร้างความเงียบงันที่กดดันไปทั่วบริเวณ


    เว่ยหลง ผู้บัญชาการองครักษ์ ปล่อยให้ฝูงชนได้ซึมซับความตกตะลึงนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเท้าออกมาข้างหน้าอีกครั้ง เสียงของเขาดังขึ้น ทำลายความเงียบให้แตกสลาย

    "ขอแสดงความยินดีกับผู้ผ่านเข้ารอบทั้งห้าสิบคน!" เขากล่าว 


    "พวกเจ้าได้พิสูจน์ความสามารถในการเอาตัวรอดและความแข็งแกร่งในการล่าแล้ว...แต่การทดสอบที่แท้จริง...เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น!"


    เขากวาดสายตามองไปยังเหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่ยืนอยู่เบื้องล่าง "การทดสอบด่านที่สอง จะจัดขึ้นบน 'เวทีราชันย์' แห่งนี้!"


    สิ้นเสียงของเขา เวทีศิลาขนาดมหึมาที่อยู่ใจกลางจัตุรัสก็พลันส่องสว่างขึ้น! อักขระค่ายกลนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นที่ขอบเวที 


    ก่อนจะสร้างม่านพลังงานสีฟ้าโปร่งแสงขึ้นมาครอบคลุมพื้นที่ประลองทั้งหมด!


    "กฎกติกานั้นง่ายมาก!" เว่ยหลงประกาศต่อ "พวกเจ้าทั้งห้าสิบคนจะขึ้นไปบนเวทีพร้อมกัน! การต่อสู้แบบตะลุมบอน  ผู้ที่ยืนหยัดอยู่บนเวทีเป็น สิบคนสุดท้าย...จะถือเป็นผู้ผ่านเข้ารอบ!"


    เสียงฮือฮาดังขึ้นจากฝูงชนอีกครั้ง! นี่คือการต่อสู้ที่ดุเดือดและโหดร้ายที่สุด! ไม่มีการหลบซ่อน! ไม่มีการวางแผนที่ซับซ้อน! มีเพียงการปะทะกันซึ่งๆ หน้าเท่านั้น!


    "และเช่นเดิม!" เว่ยหลงเน้นย้ำ "กฎ 'ห้ามสังหาร' ยังคงมีผลบังคับใช้! 


    ผู้ใดที่หมดสติหรือตกจากเวทีจะถูกตัดสินให้ตกรอบทันที! ผู้ใดที่กล้าฝ่าฝืนกฎ...จวนเจ้าเมืองจะลงทัณฑ์สถานหนัก!"


    คำประกาศนี้ทำให้สายตาของหวังเล่ยและหลี่ซิงเยว่พลันสว่างวาบขึ้น!


    หวังเล่ยที่ยืนอยู่มุมหนึ่งกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน 


    ความอัปยศจากการถูกปล้นคะแนนในหุบเขาอสูรคลั่งยังคงเผาไหม้ในใจเขา "ดี! ดีมาก! ห้ามสังหารงั้นรึ? 


    ข้าจะไม่ฆ่ามัน...แต่ข้าจะหักแขนหักขากระดูกของมันให้หมดสิ้น! ข้าจะทำให้มันต้องนอนเป็นผักปลาไปตลอดชีวิต!"หลี่ซิงเยว่เองก็มีแววตาที่เย็นเยียบเช่นกัน "อสูรผมเงิน...ในเมื่อเจ้าถูกพันธนาการไว้ด้วยกฎเกณฑ์...ก็ถึงเวลาที่ข้าจะได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพลังที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร"


    "เชิญผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด...ขึ้นสู่เวทีราชันย์!"


    ผู้เข้าแข่งขันทั้งห้าสิบคนทะยานร่างขึ้นไปบนเวทีทีละคน หลิงเซียวเดินขึ้นไปเป็นคนสุดท้ายด้วยท่าทีที่สงบนิ่งและไม่แยแสเช่นเคย


    ทันทีที่เท้าของเขาสัมผัสเวที เขาก็กลายเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจในทันที


    หวังเล่ย, หลี่ซิงเยว่, และกลุ่มพันธมิตรจากตระกูลของพวกเขารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นกลุ่มก้อนที่แข็งแกร่งที่สุดบนเวที และเป้าหมายของพวกเขาก็ชัดเจน...พวกเขากำลังเคลื่อนตัวเข้ามาเพื่อปิดล้อมหลิงเซียว!


    "ดูนั่นสิ! พวกเขารวมหัวกัน!"


    "ก็สมควรแล้ว! ถ้าไม่กำจัดตัวประหลาดนั่นออกไปก่อน พวกเขาก็ไม่มีทางชนะได้!"


    "อสูรผมเงิน...จบสิ้นแล้ว! ต่อให้เขาแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่อาจสู้กับอัจฉริยะระดับสูงสุดเกือบสิบคนพร้อมกันได้หรอก!"


    หวังเล่ยยืนอยู่เบื้องหน้ากลุ่มพันธมิตร แสยะยิ้มออกมาอย่างเหี้ยมโหด "อสูรผมเงิน...เวลาแห่งการล่าของเจ้าจบลงแล้ว! ในสถานที่แห่งนี้...เจ้าไม่มีที่ให้หนีอีกต่อไป! ยอมแพ้และคุกเข่าขอขมาข้าซะ...


    บางทีข้าอาจจะแค่หักแขนเจ้าเพียงข้างเดียว!"


    หลิงเซียวมองภาพตรงหน้า...กลุ่มคนที่กำลังปิดล้อมเขา...ด้วยแววตาที่เรียบเฉยเขายกกระบี่วิญญาณที่แตกร้าวในมือขึ้นมาอย่างช้าๆ...


    "พวกเจ้า...คิดจะมาพร้อมกันทั้งหมดเลยรึ?" น้ำเสียงอันเย็นชาของเขาดังขึ้น "ก็ดี...จะได้ไม่เสียเวลา"