นาฟพยักหน้า
“เจ้ารุ้งเปิดม่านปราการของนายท่านด้วยการเป่าลมหายใจ ออกมา”
“ลมหายใจอย่างนั้นรึ!” นาฟพึมพำและพอจะนึกภาพได้อย่างเลือนลาง
จาชาเอ่ยต่อ “สิ่งที่เจ้าสัตว์ตัวน้อยนี้พ่นออกมา เรียกว่า
“ลมหายใจมังกร!”
นาฟถึงกับออกอาการตกใจเหลียวหันไปทางนอกห้องอีกครั้ง
“ใช่แล้ว....!เจ้าสัตว์ตัวน้อยนี้อาจเป็นมังกรโบราณซึ่งหายสาบสูญไปเนิ่นนานแล้ว”จาชากล่าวพร้อมสายตายังตึงอยู่ที่งูน้อยบนต้นไม้
นาฟยังตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินอยู่ไม่คิดว่าเจ้าตัวน้อยที่ดูใสซื่อตัวนี้จะกลายเป็นสัตว์ในตำนานไปได้
“ลมหายใจของมังกร! มีคุณลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์มันประกอบด้วยความร้อนสุดขั้วและความเย็นสุดขั้วที่ผสานกันอยู่ในลมหายใจเดียวกัน
เมื่อมันพุ่งผ่านอากาศความร้อนนั้นสามารถเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้าเป็นเถ้าถ่านได้ภายในเสี้ยววินาทีในขณะเดียวกัน ความเย็นสุดขั้วสามารถทำให้น้ำแข็งก่อตัวขึ้นทันทีและหยุดการเคลื่อนไหวของทุกสิ่งรอบๆได้เช่นกัน
เมื่อทั้งสองสิ่งรวมกันไม่มีสสารใดที่สามารถต้านทานได้และเกิดเป็นสมดุลระหว่างความร้อนและความเย็นที่ทรงพลังอย่างถึงที่สุด”
จาชาอธิบายให้นาฟฟังอย่างที่เข้าใจง่ายที่สุดจากนั้นจิตวิญญาณสาวก็ลอยไปเปิดหีบโบราณเก่าแก่อีกกล่องหนึ่ง ซึ่งเผยให้เห็น โลหะพิเศษแท่งใหญ่ที่บรรจุอยู่ภายในจากนั้นจาชาก็ลอยไปหยิบของบางอย่างที่อยู่มุมห้องเป็น ท่อนไม้ใหญ่ขนาดเท่าลำตัวมนุษย์มาวางไว้คู่กับโลหะพิเศษ
“รากไม้แห่งชีวิตกับโลหะพิเศษนี้ เป็นของที่นายท่านได้มาด้วยความยากลำบาก ตอนนี้ของเหล่านี้เป็นของเจ้าแล้วถ้าเจ้ามีวิธีทำมันให้เกิดประโยชน์ ก็ลองนำไปใช้ดู”
นาฟมองของทั้งสองสิ่งที่วางอยู่ตรงหน้าสำนึกขอบคุณและซาบซึ่งเป็นอย่างมาก
ในค่ำคืนนั้นนาฟสื่อสารกับเจ้ารุ้งว่าอยากให้มันลองใช้ความสามารถของมันกับวัตถุทั้งสองสิ่งอีกครั้งตัวนาฟเองก็ใจจดจ่ออยู่กับเจ้ารุ้งอย่างมีสมาธิเพราะถ้าเจ้ารุ้งเป็นประเภทของสัตว์แปลงตัวเขาน่าจะรับรู้ถึงความสามารถของมันได้บ้าง
เจ้ารุ้งที่ลอยตัวไปมาอยู่กลางอากาศทำท่าบิดขี้เกียจหางที่สบัดไปมากลับชี้ไปทางกริชและโล่ที่วางอยู่อีกฝั่งหนึ่ง
นาฟมองเจ้าสัตว์ตัวน้อยที่กำลังจะสื่อสารว่าจะทดลองให้ดูกับอาวุธของนาฟ
นาฟพยักหน้าหยิบอาวุธประจำกายของตนมาวางอยู่เบื้องหน้าเจ้ารุ้งขยับร่างกายเข้ามาใกล้ ค่อยๆ สูดลมหายใจอย่างแผ่วเบาปล่อยลมอย่างเชื่องช้าใส่อาวุธทั้งสอง
“ฟุบ!”
จู่ๆเกิดสิ่งอัศจรรย์ที่ทำให้นาฟถึงกับแสดงอาการตกใจ ออกมา
กริชและโล่อยู่ๆกลายสภาพเป็นวัตถุก้อนกลมเล็กๆ ในพริบตาและภายในชั่วอึดใจอาวุธทั้งสองก็กลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว
นาฟที่ตั้งสมาธิจดจำรูปแบบในระยะใกล้กลับไม่สามารถพบร่องรอยของความสามารถดังกล่าวของเจ้าตัวเล็กได้เลย ช่างแปลกประหลาดนักหรือเจ้ารุ้งจะเป็นสัตว์แปลงในระดับชั้นสูงขนาดที่เราไม่สามารถลอกเลียนพลังได้เลย
นาฟใช้เวลาครุ่นคิดอยู่นานสีหน้าแสดงอาการชอบกล
เจ้ารุ้งยังล่องลอยไปมารอบๆตัวนาฟแสดงการพองตัวเชิดหน้าเป็นบางครั้งแสดงให้เห็น ว่ามันเก่งขนาดไหน
สุดท้ายก็ลอยมาพันรอบแขนของนาฟลำตัวถูไปมาแสดงความใกล้ชิดออกมา แววตาเปล่งประกายเหมือนกำลังจะสื่อสารบางสิ่งกับนาฟ
“มีอะไรอย่างนั้นรึเจ้ารุ้ง”
เจ้างูหลากสีตัวน้อยขยับหางชี้ไปที่ เหตุการณ์ที่มันทำเมื่อครู่สลับกับชี้มาที่ตัวของนาฟ
“เจ้าหมายความว่าจะให้ข้าทำในสิ่งที่เจ้าทำเมื่อสักครู่อย่างนั้นรึ?
เจ้ารุ้งพยักหน้าพร้อมสะบัดตัวไปมาแววตายังจ้องมองไปที่ชายหนุ่ม
“ข้าจะทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะข้าไม่สามารถใช้พลังของเจ้าได้นะ!”
เจ้ารุ้งขยับร่ายกายพองตัวช่วงบนและเชิดหน้าอีกครั้งปลายหางชี้กลับมาที่ใบหน้า สื่อความหมายว่า “เดี๋ยวมันจะจัดการเอง”
นาฟถึงกับอดยิ้มไม่ได้กับพฤติกรรมแสดงความอวดเก่งของเจ้าตัวน้อยนี้
อยู่ๆเจ้ารุ้งก็เคลื่อนตัวล่องลอยไปมาอยู่กลางอากาศ ประกายแสงหลากสีจากลำตัวเริ่มส่องประกายออกมา
“วิ๊ง!”
มวลพลังมหาศาลส่งคลื่นกระจายออกมาจากร่างกายตัวน้อยของมัน
นาฟสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตแสนยิ่งใหญ่ของเจ้างูหลากสีที่อยู่เบื้องหน้านี้ถึงกับขมวดคิ้วทันที
แสงหลากสีที่เปล่งประกายทั่วตัวเริ่มส่องสว่างมากขึ้น กระแสลมรอบกายเริ่มสั่นไหวไปมาสีหน้าของเจ้างูตัวน้อยขึงขังจริงจังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
เจ้ารุ้งค่อยๆอ้าปากน้อยๆ ของมันสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดจนร่างกายส่วนบนขยายตัวใหญ่ขึ้นราวกับลูกโป่งขนาดยักษ์
นาฟสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ทรงพลังกำลังควบแน่นอยู่บริเวณใจกลางของลูกโป่งยักษ์ลูกนี้
พื้นที่ภายในถ้ำเริ่มสั่นสะเทือนทีละน้อยจนจิตวิญญาณสาวจาชา ปรากฏกายออกมายับยั้งแรงสั่นไหวพร้อมกับสังเกตเจ้ารุ้งในระยะใกล้
“มันกำลังทำอะไร?”
นาฟส่ายหน้า“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันแต่สิ่งที่ควบแน่นอยู่ในร่ายกายของมันตอนที่ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก”
แสงหลากสีเปล่งประกายหมุนวนไปรอบๆตัวสลับกับกระแสลมที่พัดฉวัดเฉวียนไปมาราวกับพายุขนาดย่อม
“ฟู่!”
แสงและลมเริ่มหยุดนิ่งกลุ่มควันเบาบางกระจายออกมา
ในที่สุดเจ้ารุ้งก็ค่อยๆเผยอปากน้อยๆ ของมัน บางสิ่งรูปร่างคล้าย คริสตัลใสๆ สีขาวนวลค่อยๆ ล่องลอยออกมาส่งสัมผัสที่แปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง บรรยากาศโดยรอบ มีความร้อนและความเย็นส่งกระแสออกมาพร้อมเพรียงกัน
“นี่มัน......!”