ค่ำคืนที่ดึกสงัดดวงดาวพร่างพรายดุจฝุ่นกระจายทั่วท้องนภา
เย่เฉินแบกหญิงสาวในชุดขาวผู้นั้นไว้ตลอดทางเมื่อมาถึงบริเวณลึกของผืนป่าอสูร เขาก็ได้พบกับถ้ำอันลึกลับแห่งหนึ่งเข้า
ตอนนี้ในถ้ำอันมืดมิด กองไฟที่กำลังเผาไหม้อยู่อย่างสลัวสะท้อนให้เห็นเงาของร่างร่างหนึ่งดั่งจินตนาการ
หญิงสาวในชุดขาวเอนกายพิงอยู่กับผนังถ้ำยังคงมีอาการาเ็สาหัส ใบหน้าซีดขาวดั่งกระดาษ ปรากฏร่องรอยความเ็ปชัดเจนว่านางเป็ผู้ฝึกตนได้ถึงขั้นสมานญาณแต่ในตอนนี้กลับกลายเป็หญิงสาวที่ดูอ่อนแอ น่ารักและน่าสงสาร
ทางด้านข้างนั้นเย่เฉินยังไม่ได้หยุดพัก เพราะกำลังถ่ายทอดพลังลมปราณแท้ให้กับนางพลางลอบแอบมองนางอยู่เป็ครั้งคราว
เขาแน่ใจว่านี่เป็หญิงสาวที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมางดงามมากเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นความงามของนางดั่งดอกบัวหิมะที่ออกมาจากโคลนตมแต่ไร้การเปรอะเปื้อน ใบหน้าไร้ที่ติหาผู้ใดเทียบไม่ได้งดงามจนความงดงามใดๆ บนโลกหล้าล้วนต้องจืดจางลงไปเป็ความงามที่ทำให้ผู้คนหลงใหลคลั่งไคล้จนเขาไม่ทันได้สังเกตใบหน้าของตนเองที่เริ่มปรากฏเป็สีแดงระเรื่อ
หากจะพูดตามตรงนอกจากจีหนิงซวง แล้ว ก็มีแต่หญิงสาวผู้นี้ที่เขาคอยจ้องมองเช่นนี้
“ร้อน ร้อนมากเลย”
เสียงพึมพำเบาๆซึ่งดังออกมาจากปากของหญิงสาวในชุดขาว ขัดจังหวะความคิดของเย่เฉิน
เมื่อมองไปยังหญิงสาวอีกครั้งในตอนนี้แม้ว่านางจะยังคงหลับอยู่ แต่กลับมีท่าทางกระวนกระวาย ปากอันงดงามดั่งหยกนั้นเปิดอ้าขึ้นริมฝีปากสีอ่อนและมีกลิ่นหอม ช่างมีเสน่ห์ชวนให้หลงใหลยิ่งนักผู้ใดได้ชื่นชมต้องคลั่งไคล้ และั้แ่ตอนนั้นมันยากที่จะไม่ให้เขานั้นคิดฟุ้งซ่าน
“ไม่ใช่สิ”
เมื่อพิจารณามองดูแล้วเย่เฉินก็หรี่ตาลงเล็กน้อย ค่อยๆ ขมวดคิ้ว แล้วจับไปที่ข้อมือของหญิงสาวเบาๆและทำการจับชีพจรของนางด้วยวิธีการลับ
จะบอกว่าอย่างไรดี! มีการาเ็บางอย่างที่เป็เื่เล็กน้อยแต่ยังมีการาเ็บางอย่างที่เป็เื่น่าอาย
“พิษร่วมความปรารถนา เหอ ฮวน ซาน”
เป็เวลาเนิ่นนานกว่าเย่เฉินจะเอ่ยออกมาแต่ละคำ
ชีพจรของหญิงสาวสามารถยืนยันการคาดการณ์ของเขาได้อย่างชัดเจนนางถูกยาปลุกเร้าความปรารถนาแห่งราคะเข้าแล้วจริงๆ เขารับรู้ได้ว่าเป็ตัวยาชื่อเหอฮวนซาน เป็เพราะมีพิษชนิดนี้อยู่นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็บุรุษหรือสตรีหากถูกพิษนี้เข้าแล้วจำเป็จะต้องผนึกรวมธาตุหยินและหยางเข้าด้วยกันเพื่อระบายความปรารถนา มิเช่นนั้นชีพจรจะต้องแตกสลายและถึงแก่ความตายในที่สุด
“วิธีการช่างต่ำช้ายิ่งนัก” เย่เฉินส่งเสียงอย่างเ็านึกถึงชายคนสามคนที่ไล่ตามฆ่าหญิงสาวชุดขาวผู้นี้แล้วไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่าพวกเขาเป็คนวางยาพิษนาง เ้าสามคนนั่นทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!
ทันใดนั้นเองขนตาของหญิงสาวชุดขาวก็เริ่มขยับขึ้น นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา จ้องมองไปยังดวงตาอันงดงามของเย่เฉินด้วยสายตาที่เลือนราง และมีประกายดุจน้ำ
“เ้าฟื้นแล้วหรือ...”
ยังไม่ทันได้พูดจบปากของเย่เฉินก็ได้ถูกประกบโดยริมฝีปากอันหอมหวานของนางอีกทั้งแขนอันเรียวงามทั้งสอง ได้โอบกอดคอของเขาเอาไว้
จากนั้นร่างกายที่อ่อนโยนบอบบางนั้นก็ได้กดกายลงไปบนร่างของเขากลิ่นนี้ช่างมีเสน่ห์หอมสดชื่นยิ่งนัก
......
ไม่เหมาะสำหรับเด็กละไว้เป็หมื่นคำ
ในส่วนต่อไปนี้โปรดเติมเต็มด้วยจินตนาการของตนเอง
……
ในขณะเดียวกันนี้ได้มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญกลุ่มหนึ่งเข้ามายังสวนแห่งิญญาของสำนักเหิงเยว่
คนผู้นั้นคือจางเทาภายใต้แสงจันทรายามค่ำคืน เผยให้เห็นใบหน้าอันโเี้ราวกับอสูรร้ายเขาได้นำเหล่าศิษย์กลุ่มหนึ่งมาแก้แค้น ทั้งที่ร่างกายของเขานั้นยังไม่ได้ฟื้นตัวดี
“ไอ้เฒ่า ส่งเด็กคนนั้นกับคาถาิญญา์มาให้ข้าเดี๋ยวนี้”
“เขาไปตั้งนานแล้ว แล้วข้าก็ไม่มีคาถาิญญา์อะไรนั่นด้วย”
จางเฟิงเหนียนตอบอย่างโรยแรงเขาถูกทำร้ายทุบตีไปทั่วร่าง เวลาพูดถึงกับไอออกมาเป็เื
“ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาสินะ แขวนมันขึ้นไป” เสียงขู่คำรามของจางเทาดังอึกทึกไปทั้งสวนแห่งนี้ “และยังมีพวกไอ้เด็กเวรระยำกับไอ้ขี้อวดนั่นด้วยเอาไปแขวนไว้ให้หมด”
......
“ข้าจะฆ่าเ้า”
ภายใต้แสงจันทร์ความมืดมิดและเงียบสงัดของป่าสัตว์อสูรได้ถูกทำลายลงด้วยเสียงอันแสบแก้วหูของหญิงสาวแม้ว่าเสียงนั้นจะฟังดูแล้วไพเราะ ทว่ากลับแฝงไปด้วยเจตนาฆ่า
และเ้าของเสียงนั้นคือหญิงสาวชุดขาว
เมื่อมองเข้าไปในถ้ำอีกครั้งภาพที่เห็นดูไม่ค่อยจะกลมเกลียวสักเท่าไร นางกำลังบีบคอของเย่เฉินอยู่แล้วยกเขาขึ้นไปกลางอากาศ
เมื่อมองไปยังท่าทีของนางพิษของเหอฮวนซานที่อยู่ในร่างกายของนางคงได้รับการถอนพิษแล้วแต่บนแก้มยังคงแดงระเรื่อ ทำตัวเงียบขรึม และคงจะยากที่จะยอมรับความจริงอันประหลาดนี้ได้คราบสีแดงอ่อนสองสามหยดติดอยู่บนชายกระโปรงทั่วทั้งร่างของนางอยู่ในสภาพที่ยุ่งเหยิง แม้แต่เสื้อผ้าก็อยู่อย่างไร้ระเบียบนางจึงไม่อาจจะห้ามใจที่จะฆ่าไว้ได้นาง้าที่จะส่งเย่เฉินผู้ที่พรากพรหมจรรย์ของนางไปลงปรโลก
“เ้ามีเหตุผลหน่อยได้ไหม เ้าเป็ผู้จู่โจมเข้ามาหาข้าเองเ้าถูกพิษเหอฮวนซาน และข้าก็เป็คนช่วยชีวิตเ้าไว้”
เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะต่อว่ากลับไปบัดนี้ใบหน้าของเขานั้นเริ่มแดงก่ำ มือและเท้าดิ้นรนกวัดแกว่งไปมา แต่ก็ยังไม่อาจจะหลีกหนีได้
“นี่คือเหตุผลที่เ้าพรากพรหมจรรย์ของข้านะหรือ”ดวงตาอันแสนงดงามของนางเต็มไปด้วยน้ำตาคลอ สะท้อนแสงแห่งความเยือกเย็น
“เ้าบ้าไปแล้ว...เ้านี่มันเป็หญิงเสียสติหากรู้แบบนี้ข้าคงไม่ช่วยเ้าหรอก”
“เ้ายังจะพูดอีก”
“ข้าก็ต้องพูดสิตอนที่ทำเ้าก็เป็คนอยู่้า ข้ายังไม่ทันจะพลิกตัวเลยก็ถูกเ้ายกตัวขึ้นมาแล้ว เป็เ้าที่ต้องคืนความบริสุทธิ์ให้กับข้า”
“เ้า...”
หญิงสาวชุดขาวโกรธเกรี้ยวด้วยความอับอายจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ในความคิดอันแสนจะเกเรภาพเหตุการณ์ที่แสนจะฉูดฉาดซึ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้งเป็จริงอย่างที่เย่เฉินพูดมา ดูเหมือนว่าั้แ่ต้นจนจบเป็นางเองที่เป็คนอยู่้า
เมื่อนึกถึงเื่นี้ใบหน้าของนางก็ยิ่งแดงก่ำด้วยความอับอาย นางใช้มือบีบคอของเย่เฉินแน่นขึ้นซึ่งหากว่านางออกแรงเพิ่มอีกเพียงนิดเดียว เย่เฉินก็อาจจะตายได้อย่างไม่ต้องสงสัย
ขณะนั้นเองที่ความว่างเปล่าภายนอกถ้ำ ได้มีกลุ่มพลังงานขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเองหญิงสาวชุดขาวก็หันกลับไปมองมองไปยังปากถ้ำที่มีกิ่งไม้ปิดบังเอาไว้อยู่นางมองเห็นเงาของร่างสามร่างผ่านความว่างนั้นเข้ามาอย่างดุดันและนี้น่าจะเป็ต้นเหตุของสายลมที่พัดกระทบนางก่อนหน้านี้
“ฮั่วตู”
ประกายอันเยือกเย็นปรากฏขึ้นในตาของหญิงสาวคำพูดที่ออกมานั้นฟังเ็านัก เพียงพริบตาเดียว ที่นางเคลื่อนท่วงท่าอย่างงดงามเสื้อผ้าก็ปิดคลุมร่างกายของนางเอาไว้คลื่นพลังรุนแรงได้เคลื่อนเข้ามาทำให้ดังะเืก้องไปทั่วทั้งถ้ำ
“ไว้ข้ากลับมา ค่อยจัดการกับเ้า”
ปรายตามองเย่เฉินอย่างเยือกเย็นจากนั้นหญิงสาวชุดขาวก็โยนเย่เฉินออกไปอย่างไม่ไยดีแล้วเหาะออกไปด้านนอกราวกับสายรุ้ง
หลังจากนั้นก็มีเชือกที่เปล่งแสงเรืองรองเส้นหนึ่งลอยเข้ามาในถ้ำจากนั้นก็มัดตัวของเย่เฉินที่เพิ่งลุกขึ้นมาเอาไว้ทุกส่วน
“เ้ามันหญิงบ้า”
เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะสบถด่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จากนั้นก็กลิ้งลงไปกับพื้น ออกแรงที่มีอย่างสุดกำลังเพื่อจะดิ้นให้หลุดจากพันธนาการของเชือกเส้นนี้
หากเขาคิดที่จะหนีออกไปแล้วหญิงสาวชุดขาวกลับมาพอดี เขาจะถูกนางฆ่าหรือไม่
แต่ถึงอย่างไรเชือกเซียนเส้นนี้ก็มีความแปลกอยู่มาก ไม่ว่าเขาจะดิ้นยังไง ก็ล้วนแต่ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย
ใน่เวลาคับขันเช่นนี้เขาก็เกิดความคิดอันแจ่มแจ้งขึ้นได้ว่า
“เร็วเข้า รีบมาช่วยข้า”
เย่เฉินส่งเสียงเพื่อเรียกเปลวอัคคีสีทองที่อยู่ในทะเลลมปราณ
เมื่อเขาเรียกมันออกมาเปลวอัคคีนั้นก็พุ่งทะยานออกมาจริงๆ กลายเป็เส้นเปลวไฟหลายสายไต่สว่างไปตามเส้นเชือก
มันได้ผลจริงๆ
เมื่อเย่เฉินหลุดพ้นจากเส้นเชือกนี้ออกมาได้เขาจึงได้รีบะโออกมา เพียงแค่สองสามก้าวก็มาถึงยังหน้าปากถ้ำเขามุ่งหน้าไปยังป่ารกร้าง
ตู้ม! บึ้ม!
ในตอนนี้เหนือท้องฟ้ายามราตรีอันมืดมิด เปลวเพลิงแห่งาทะยานไปสู่ห้วงนภาาะเืถึงยมโลก การเคลื่อนไหวมิได้หนักหน่วงกว้างใหญ่แต่หากเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง ก็จะเกิดรัศมีสาดส่องไปทั่วทุกหนแห่งต้นไม้โบราณที่สูงตระหง่านอยู่มากมาย ได้ถูกร่างกายล้มทับทั้งูเาสวยงามที่ตั้งตระหง่าน ก็ถูกกดทับจนพังทลายและยังได้พบเห็นกับสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ
ตู้ม!
เย่เฉินได้แต่มองและกลืนน้ำลายอยู่อย่างเงียบๆแม้ว่าจะมองอยู่ในระยะไกลแต่เขาก็สามารถมองเห็นยอดเขาลูกหนึ่งกำลังพังทลายลงได้อย่างชัดเจน
นี่คือการต่อสู้ของผู้มีฝีมือแข็งแกร่งซึ่งสามารถผลักูเาพลิกผืนทะเลได้อย่างง่ายดาย
ไม่ง่ายนักที่จะพบเห็นหญิงสาวชุดขาวผู้นั้นร่วงลงมา แม้ว่าพิษของเหอฮวนซานจะได้รับการถอนพิษแล้วแต่อาการาเ็อื่นๆ ยังคงอยู่ แม้ว่าจะอยู่ในระดับขั้นสมานญาณแต่หากต้องเจอกำลังแบบหนึ่งต่อสาม หากรบชนะคงจะเป็เื่ที่แปลก
“ฉู่หลิง เ้ายังจะคิดขัดขืนอีกหรือ”
บนอากาศนั้นกำลังอันมหึมาของขั้นสมานญาณที่ยิ่งใหญ่ทั้งสามได้รวมเข้าด้วยกันเป็ความลึกลับอันยวดยิ่งมันเข้าจู่โจมอย่างพร้อมเพรียงกันทั้งหน้าและหลังวิชาลับแต่ละชนิดถูกดึงออกมาใช้อย่างไม่หยุดหย่อน
นอกจากนี้ยังมีสีหน้าท่าทางที่ดูลามกหยาบคาย จนไม่อาจเก็บซ่อนเอาไว้ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้แม้แต่เหอฮวนซานก็ยังใช้มาแล้ว ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขาทั้งสามยังล้วนเป็ประมุขแห่งรักอันสวยงาม
“เ้าวางแผนเล่นงานข้า เ้าจะต้องชดใช้ในสิ่งที่เ้าทำกับข้า”
ฉู่หลิงเอ๋อร์เอ่ยด้วยเสียงอันไพเราะแต่กลับเยือกเย็นเข้ากระดูกยังไม่ทันเอ่ยจบ เขาก็เห็นนางยกมือทั้งสองขึ้นทำท่ามุทรา
โอม!
ท้องฟ้าสั่นสะท้านก่อนเมฆเทวะจะลอยเข้ามามากมาย บัวหิมะดอกใหญ่ปรากฏขึ้นโดยมีนางยืนอยู่เป็ศูนย์กลาง เบ่งบานอย่างภาคภูมิ แสงของเทพเ้าอันสดใสสาดส่องไปทั่วทั้งฟ้าดิน ส่องแสงสว่างสวยงาม ไปทั่วน่านฟ้ายามราตรี
“ไม่เจียมตัว”
ชายหนุ่มชุดขาวส่งยิ้มถือดาบโลหิตเจิงิไว้ในมือ พลังของดาบพุ่งออกไปทั้งแปดทิศดาบเล่มหนึ่งตกลงมาจากฟ้า ผ่าบัวหิมะดอกนั้นที่งอกเงยขึ้นมา
พัฟ!
ฉู่หลิงเอ๋อร์มีเืไหลถอยหลังกลับไปตั้งหลัก ผืนอากาศที่เหยียบอยู่ถูกทำลาย ใบหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วมาบัดนี้ยิ่งซีดเผือดไร้เืฝาด
พัฟ!
เืไหลนองออกมาเช่นเดียวกันจากชายหนุ่มในชุดขาว เขาดูแคลนบัวหิมะมากเกินไป บัวหิมะดอกนั้นนอกจากความงดงามแล้วมันยังแฝงไปด้วยพลังอันน่ากลัว หลบซ่อนอยู่ภายใน เมื่อเขาทำการผ่าบัวหิมะเขาจึงได้รับผลสะท้อนกลับจากพลังนั้นเช่นกัน หากพลาดไปเพียงนิดเดียวก็อาจเอาชีวิตไม่รอด
“ดี ดีมาก”
ชายหนุ่มชุดขาวถึงกับกัดฟันที่ต้องประสบความผิดพลาดครั้งใหญ่ เขาจะต้องหาโอกาสกลับมาใหม่ รอยยิ้มจางๆที่มีอยู่แต่เดิม ตอนนี้น่ากลัวขึ้นมาอย่างทันทีทันใดดาบเปื้อนเืที่อยู่ในมือของเขา มีพลังงานสีดำอบอวลอยู่รังสีของมันแฝงไปด้วยพลังอันน่ากลัว ล้วนแต่ถูกช่องว่างของเวลาทำให้แตกร้าว
“มียอดฝีมือมากมายกำลังใกล้เข้ามา”
ก่อนที่เขาจะจู่โจมอีกครั้งชายชราคนหนึ่งก็ขัดขึ้น พลังการต่อสู้อาจจะใช้ไม่ได้แต่เขาก็รับรู้ว่ามีบางสิ่งกำลังคืบคลานเข้ามา
“เป็คนของสำนักเหิงเยว่”
“ถอย”
ชายชราผมหงอกสั่งขึ้นทันที
ทั้งสามคนนั้นมาเร็วไปเร็ว เพียงพริบตาเดียว ก็หายลับไปในท้องฟ้ายามค่ำคืน ดั่งสายรุ้งสามสาย
เฮือก!
หญิงสาวชุดขาวที่ชื่อฉู่หลิงกระอักเืออกมา ร่างกายโอนเอนจนแทบจะตกลงมาจากกลางอากาศ
“หลิงเอ๋อร์”
เสียงนั้นล่องลอยลงมาจากฟ้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ในชั่วพริบตา ก็ช่วยประคองหญิงสาวชุดขาวที่มีนามว่า ฉู่หลิงไว้ทันที
บุคคลที่ปรากฏกายขึ้นนั้นก็สวมใส่ชุดสีขาวเช่นเดียวกัน ไม่เปื้อนฝุ่นของโลกมนุษย์แสงสว่างสาดส่องออกมาทั่วร่าง เหมือนนางฟ้าที่ลงมายังโลกมนุษย์และเหมือนดังบัวหิมะที่ผลิบาน ใบหน้างดงามจนความสวยนั้นทำให้คนถึงกับตะลึง
แต่เื่ที่น่าแปลกก็คือ หญิงสาวผู้นี้และฉู่หลิงเอ๋อร์พวกเขาช่างเหมือนกันทุกประการ ไม่มีใครเทียบกับใครได้มีความสำรวมตนเฉกเช่นเดียวกัน
หากเป็เช่นนั้นก็คงเหลือคำอธิบายได้เพียงอย่างเดียว นั้นก็คือ พวกนางเป็ฝาแฝดกัน พี่สาวมีนามว่าฉู่ซวน ส่วนน้องสาวนั้นมีนามว่า ฉู่หลิง
ถ้าอย่างนั้นหญิงสาวชุดขาวที่มีนามว่าฉู่หลิง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านางเป็คนของสำนักเหิงเยว่และก็ไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าเมื่อเย่เฉินที่หนีออกมาจากถ้ำได้รู้เช่นนั้นเข้าจะไม่กระอักเืเอาหรือ และก็ไม่รู้ว่า หากวันหลังพวกเขาได้พบกันที่สำนักเหิงเยว่จะมีเื่อะไรเกิดขึ้น
บางทีในวันที่เขานั้นอยู่ที่สำนักเหิงเยว่เย่เฉินอาจจะได้พบกับพี่สาวฉู่ซวนเอ๋อร์มาแล้วก็เป็ได้
สายรุ้งกลางอากาศยังคงอยู่ยอดฝีมือของสำนักเหิงเยว่ก็มาถึงกันอย่างรวดเร็วเมื่อพบว่าฉู่หลิงเอ๋อร์มีลมหายใจที่อิดโรย จึงทยอยกันออกมาถ่ายเทพลังปราณิญญาให้กับนาง
หลังจากนั้นไม่นานลมหายใจของฉู่หลิงเอ๋อร์ก็คงที่ แต่ใบหน้าของนางยังคงซีดเซียวและมุมปากยังคงมีเืไหลออกมาอยู่เป็บ้าง
“ศิษย์พี่น้องทุกท่านขอพวกท่านกลับสำนักไปก่อน ข้ายังมีเื่ต้องสะสางอีกนิดหน่อย” หญิงสาวรีบพูดออกไปอย่างรวดเร็วจากนั้นฉู่หลิงเอ๋อร์ก็รีบพุ่งตรงไปยังถ้ำ อย่างสายรุ้งเส้นยาว
“หลิงเอ๋อร์ อาการาเ็ของเ้า”
“ไม่เป็ไร พวกท่าน...ไม่ต้องตามมา”