ทันที่ที่ลำแสงสีทองขนาดเล็กพุ่งออกไปผู้คุมทั้ง 30 คน ที่กำลังคุยกันจอแจ แน่นอนว่าไม่ทันได้สังเกตว่าเกิดอะไรขึ้น พากันสลบและล้มลงกันถ้วนหน้าวิคทอเรียที่เห็นดังนั้นก็อ้าปากกว้าง ก่อนหน้าที่เทียนคงแสดงทักษะวิชานี้ตอนอยู่ปากถ้ำนางก็ทึ่งมากพอแล้วที่สามารถทำให้คนสองคนสลบได้พร้อมกันในทันที แต่นี่เขาทำให้ 30คน สลบพร้อมกัน เจ้าเป็นปีศาจหรืออย่างไร
“เอาล่ะทีนี้ถึงคราวท่านระวังหลัง แล้วตามข้ามา เร็วเข้าเถอะ เวลาเราเหลือไม่มากแล้ว” เทียนคงไม่รอให้วิคทอเรียตอบก็พุ่งออกไปยังทางแยกหนึ่ง
วิคทอเรียไม่มีเวลาให้ตกใจมากนักและตอนนี้ความหวังของนางขึ้นอยู่กับชายตรงหน้านี้ จึงพุ่งตามออกไปในทันที
ทั้งสองคนเร่งความเร็วขึ้นไปตามเส้นทางทอดยาวในอุโมงค์ถ้ำ จนใกล้ถึงตำแหน่งที่เป็นห้องคุมขังของเอ็ดมัวร์ที่หน้าห้องมีผู้คุมอีกสองคนยืนเฝ้าอยู่ แน่นอนก็ไม่พ้นต้องนอนสลบไปจากวิชาดรรชนีทองคำของเทียนคง
กรงขังที่นี่ไม่ได้แข็งแรงมากนักเป็นเพียงโลหะเกรด 2 จึงไม่คณามือเทียนคง ที่จะทำลายลูกกรงนี้วิคทอเรียพยายามเรียกเอ็ดมัวร์ที่ไม่ได้สติ แต่เทียนคงก็ห้ามไว้ เมื่อมาถึงที่หมายเขาก็ได้ส่งพลังเข้าตรวจสอบเอ็ดมัวร์ทันที และทราบได้ว่าเขายังไม่ตายแต่ก็ใกล้เต็มทีแล้ว ดังนั้นเขาจึงส่งพลังในการรักษาเข้าพยุงชีพของเอ็ดมัวร์ไว้แล้วแต่จะให้รักษาบาดแผลทั้งหมดในตอนนี้ยังทำไม่ได้ สิ่งแรกที่ต้องทำตอนนี้คือรีบพาเขาออกไปจากที่นี่ต่างหาก
ด้วยสภาพที่ร่อแร่เต็มทนหากเป็นคนอื่น ๆคงส่ายหน้า เพราะการจะโยกย้ายคนบาดเจ็บหนักขนาดนี้จำเป็นต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือในการยังชีพเยอะหรือถ้าไม่มีเครื่องมือยังชีพ ก็ต้องใช้ ไพลิน เกรด 3 ขึ้นไป ซึ่งจะไปหาจากไหนในตอนนี้
แต่เทียนคงแน่นอนว่าเขามีวิธีเขาส่งคำสั่งไปที่ฐานลับของเขาให้กับเอวัน จากนั้นจึงหันไปหาวิคทอเรียแล้วออกคำสั่ง“วิคทอเรีย หากท่านต้องการช่วยชีวิตพี่ชายท่านก็ต้องตั้งสติ แล้วทำตามที่ข้าสั่งท่านทำได้หรือไม่”
วิคทอเรียเช็ดน้ำตาก่อนจะพยักหน้าอย่างแรก “ได้ เจ้าสั่งข้ามาได้เลย”
“ท่านช่วยข้าไปหาพืชชนิดใดก็ได้มาให้ข้าที แต่ต้องยังไม่ตายนะ เร็วเข้า”
เมื่อวิคทอเรียได้ยินคำสั่ง ก็งงงวย ว่าเขาจะเอาพืชไปทำอะไร แต่นางก็ไม่ลังเลเพราะนางเชื่อว่าเทียนคงจะต้องมีวิธีแน่นอนถึงได้สั่งมาแบบนั้น
ไม่ช้าวิคทอเรียก็กลับมาพร้อมกับต้นไม้เล็กๆต้นหนึ่ง นางวางต้นไม้ไว้ตรงหน้าเทียนคงที่กำลังรักษาเอ็ดมัวร์อย่างช้า ๆ
เทียนคงที่ได้รับต้นไม้นี้มาแล้วก็ไม่รอช้าเขาปลดปล่อยพลังงานที่กักเก็บไว้ออกมา 10 ลูก และดูดกลืนไว้ทั้งหมดทันทีจากนั้นก็ส่งพลังทั้งหมดนี้ออกไปด้วยทักษะด้านการรักษาวิชาหนึ่ง
คลื่นพลังสีเขียวโอบล้อมต้นไม้เล็ก ๆนี้ จากนั้นก็ซึบซับเข้าไปยังทุกอณูของมันจากนั้นสิ่งที่วิคทอเรียไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเทียนคงจะทำได้ ก็ปรากฏตรงหน้า
ต้นไม้เล็กๆเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้เติบโตในรูปทรงปรกติของมัน กิ่งก้านของมันตอนนี้เลื้อยไปตามร่างกายของเอ็ดมัวร์ จนปกคลุมร่างของเขาไว้เป็นชั้นๆจนสุดท้ายชั้นนอกสุดก็กลายรูปร่างเป็นทรงกระบอก
สิ่งที่เทียนคงทำนี้ก็คือเครื่องมือยังชีพชีวภาพจากพืช นั่นเอง เพราะเขาไม่ได้เตรียมตัวมาเพื่อการนี้จึงไม่มีอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ หากเอวันอยู่ที่นี่ละก็ ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องทำแบบนี้เลย
ทั้งสองคนรีบเร่งเดินทางออกจากคุกพิเศษนี้ผ่านช่องทางเดิม โดยมีวิคทอเรียนำหน้า และเทียนคงแบกเอ็ดมัวร์ตามหลังไป
“ตอนนี้ท่านมีที่ไปที่อื่นหรือไม่”เทียนคงเอ่ยถามระหว่างเดินทางออกจากคุก
“.... ข้า ข้า ...” วิคทอเรียอ้ำอึ้งเพราะในหุบเขาเผ่ามนุษย์สายเลือดอสูรนี้นางมีญาติพี่น้องเพียงพี่ชายทั้งสองคนของนาง ส่วนคนอื่น ๆล้วนล้มหายตายจากไปหมดแล้วตอนนี้นางจะไม่มีที่ที่จะไปแล้ว และดูเหมือนเทียนคงจะรู้ว่าเป็นอย่างนั้นจึงเอ่ยขัดว่า
“ไม่ต้องพูดแล้วข้าเข้าใจ กลับไปฐานลับข้าก่อนเถอะ รักษาพี่ท่านให้หาย แล้วค่อยคิดว่าจะทำอย่างไรต่อ”เทียนคงพอเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ของวิคทอเรียอยู่ เพราะตั้งแต่เริ่มจนตอนนี้คนที่ติดต่อนางมีเพียงคนเดียว คือเอ็ดมัวร์ ซึ่งถ้าหากนางมีญาติพี่น้องคนอื่นๆก็ต้องติดต่อหากันแล้วสิ แต่นี่ไม่มีเลยสักคน
ทั้งสองคนใกล้ถึงปากถ้ำเข้าทุกทีแต่ทันใดนั้นเอง วิคทอเรียก็สัมผัสได้ถึงบุคคลที่อยู่ห่างออกไปนอกถ้ำ
“แย่แล้วมีคนมา” วิคทอเรียส่งสัญญานให้เทียนคง วิคทอเรียที่ประสาทสัมผัสรับกลิ่นอันยอดเยี่ยมสามารถแยกออกได้ทันที ว่าบุคคลที่กำลังใกล้เข้านี้มีกลิ่นเหมือนกับ ชาย 5 คนก่อนหน้านี้ที่คิดจะจับตัวนาง แต่นางไม่รู้ว่าเป็นใคร
“กี่คนแล้วเจ้าพอทราบระดับพลังของมันหรือไม่” เทียนคงถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเช่นเดียวกัน เพราะหากถูกจับได้ตอนนี้ก็จบกันสิ่งที่พยายามทำอยู่ไม่เพียงสูญเปล่า แต่พวกเขาทั้งสองก็คงแย่ไม่แพ้กัน
“มี 2คน แต่ระดับพลังข้าไม่มั่นใจ การที่ข้าแยกไม่ออกว่าพวกเขาอยู่ที่ระดับเท่าไหร่นั่นก็หมายความว่าอย่างน้อยระดับพลังต้องไม่น้อยไปกว่าข้า” การรับกลิ่นของวิคทอเรียนั้นพิเศษมากปรกติทั่วไปของความสามารถนี้ คือการแยกแยะสิ่งของหรือสิ่งมีชีวิตต่าง ๆออกจากกันเท่านั้นซึ่งก็เป็นความสามารถที่หายากอยู่แล้วในเผ่ามนุษย์สายเลือดอสูรแต่สิ่งที่วิคทอเรียทำได้นั้น เหนือขั้นไปกว่า นางสามารถรับกลิ่นของพลังที่ผู้ใช้พลังปลดปล่อยออกมาแล้วแยกแยะระดับพลังได้ เช่นเดียวกับการสัมผัสได้ในการเผชิญหน้ากันของผู้ใช้พลังที่แม้แต่เทียนคงเองก็ยังทำแบบนี้ไม่ได้
“อย่างงั้นรึ.... เช่นนั้นก็ไม่มีทางเลือก ท่านต้องล่วงหน้าไปก่อนข้าจะดึงดูดความสนใจของพวกเขาเอง” เทียนคงรู้ดีว่าหากต้องปะทะกันซึ่ง ๆหน้าก็ใช่ว่าจะรับมือไม่ได้ แต่หากเป็นอย่างนั้นแน่นอนว่าการจะพาเอ็ดมัวร์หนีย่อมยากขึ้นไปอีกดังนั้นทางเดียวที่จะไม่ทำให้สิ่งที่ทำมาสูญเปล่า คือต้องมีคนหนึ่งพาเอ็ดมัวร์ออกไปและคนหนึ่งดึงความสนใจไว้ก่อน ซึ่งหน้าที่ในการดึงความสนใจ เขาตั้งใจจะทำเอง
“เจ้า... ไม่ได้ เจ้าไปซะ แล้วช่วยพี่ชายข้าให้ ....” วิคเทเรียพูดไม่จบก็ถูกเทียนคงยื่นนิ้วชี้ไปปิดที่ริมฝีปาก
“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวข้าตามไป” เทียนคงเปิดการใช้งานม่านลวงตาให้กับ ชุดของวิคทอเรียและปลดการทำงานของตัวเองจากนั้นจึงพุ่งออกไปจากจุดที่อยู่เมื่อครู่จนออกไปจากถ้ำ
วิคทอเรียยืนอึ้งอยู่พักหนึ่งก่อนได้สติ จากนั้นจึงทะยานตัวตามไปโดยแบกเอ็ดมัวร์ไว้ที่ด้านหลัง
เทียนคงที่ออกมาจากถ้ำ เปิดระบบทุกอย่างของชุดเกราะให้ทำงานทันที จากนั้นจึง ยิงดรรชนีทองคำไปที่หนึ่งในสองคนที่กำลังใกล้เข้ามา
“หืออนั่นใครน่ะ .... เจ้า เจ้า เป็นใคร เข้ามาที่นี่ได้ยังไง” เมื่อหันไปมองยังทิศทางที่ลำแสงพุ่งเขามาหนึ่งในสองคนก็กล่าวอย่างตกใจ เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนมันดูเหมือนหุ่นเชิด แต่ก็มีรายละเอียดมากเกินไปจึงไม่อาจมากได้ว่ามันเป็นหุ่นหรือเป็นอะไร
“ ... “เทียนคงไม่ตอบอะไรให้เป็นการเพิ่มเบาะแสให้กับพวกเขาในการตรวจสอบอะไรแต่แล้วเมื่อเห็นแล้วว่าการเบี่ยงเบนความสนใจนั้นประสบความสำเร็จ เขาส่งสัญญานให้วิคทอเรียทันทีและวิคทอเรียก็พุ่งออกไปทันที ก่อนจะเหลียวหลังกลับมามองแผ่นหลังของเทียนคงด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ...