ฮ่องเต้เซี่ยเส้าคัง: …
… พระองค์ครองราชย์มาหลายปี บ้านเมืองสงบสุขหลายคนก็นึกว่าพระองค์ไม่มีเขี้ยวเล็บใด ทว่า หากให้พระองค์ตัดสินความในคดีใหญ่ความเด็ดขาดเฉกเช่น ผู้เป็ใหญ่ในแผ่นดินก็ต้องมีนั่นคือจุดยืนของพระองค์ ที่ใช้ในการปกครองแผ่นดินอยู่เสมอมา..
แต่...
คดีที่อยู่ตรงหน้าช่างทำให้พระองค์ลำบากใจยิ่งนัก...
ต่อหน้าพระที่นั่งตอนนี้นอกจากนี้นางหนูที่แสนน่ารักสองคน ไก่ตัวหนึ่ง คุณชายลู่ ก็ยังมีองค์หญิงของพวกซยงหนูร้องห่มร้องไห้ จะเป็จะตาย ให้นางตามนางกำนัลไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนก็ไม่ยอม
“ข้ารู้พวกท่านชาวแคว้นเซี่ยล้วนแต่เข้าข้างกันดีนักการให้ข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าล้วนเป็อุบายที่ใช้ถ่วงเวลาทั้งสิ้นตอนนี้ข้า้าคำตอบ ว่าจะชดเชยให้กับค่ายอย่างไร และจะลงโทษนางเด็กร้ายกาจสองคนนั้นอย่างไร”
ฮ่องเต้เซี่ยเส้าคังรู้สึกปวดหัวอย่างมาก...
“นางหนูฮวาแล้วมาโดยละเอียดเดี๋ยวนี้เลยว่าเื่มันเป็มาอย่างไรแล้วเหตุใดในพระราชวังของเราถึงมีไก่ มาเดินเพ่นพ่านได้”
เสี่ยวฮวาฮวารู้แล้วว่าครั้งนี้เป็เื่ที่ทำให้ถึงตายได้ถึงว่าจะอาศัยความสัมพันธ์ที่นางมีต่อฮ่องเต้ ทั้งความโปรดปรานที่พระองค์มีให้แต่เื่นี้นางก็ไม่คาดหวังว่าพระองค์จะไม่ถึงกับไม่ลงทัณฑ์
...แต่ว่าเื่นี้เกี่ยวข้องกับความเป็ความตายของนางหนูซานซาน นางไม่อาจที่จะปล่อยให้นางหนูตัวเล็กเป็อันตรายได้ ในเมื่อนางพาน้องน้อยออกเดินทางมาจากหมู่บ้านสกุลมู่ก็ต้องพานางกลับบ้านอย่างปลอดภัย เช่นนั้น ถึงจะไม่ทำผิดต่อครอบครัวของนางหนูซานซาน...
“เช่นนั้น...เื่นี้หากแยกแยะให้เป็ข้อ ๆ ก็ต้องบอกว่า หนึ่ง องค์หญิงกูฮาน่าท่านเองก็ทำผิดตรงที่ถือแส้ไปจะทำร้าย คุณชายลู่”
“ข้ามิได้ทำร้ายสักหน่อยข้าแค่ตามสามีกลับเรือนเท่านั้น” นางพูดคำว่าสามีเต็มปากเต็มคำ เล่นเอาฮ่องเต้ตกตะลึงไปทีเดียว
ส่วนนางหนูฮวาฮวาหันขวับไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ลู่จางเหว่ย ขมวดคิ้วทำหน้าบึ้งตึงท่าทางว่าไม่พอใจอย่างยิ่งยวด น้อยนักที่เขาจะแสดงกิริยาท่าทางหรืออารมณ์อะไรออกมาต้องรู้ว่าลู่จางเหว่ย มีชื่อเสียงว่าเป็คนชายหน้าตาย ของมักจะไม่แสดงอารมณ์ใดออกมาให้เห็นแต่ยามนี้ ถึงกับแสดงออกว่าไม่พอใจอย่างยิ่งยวด
“สตรีหน้าไม่อาย”เขาพูดเช่นนั้นในขนาดมอง สบตาเสี่ยวฮวาฮวา ที่ยังจ้องหน้าเขายังตื่นตะลึง
“นางหนูเ้าคงไม่คิดว่าเื่นี้เป็จริงหรอกนะ”เขาถามท่าทางเอาเื่
เหมยฮวายิ้มแหะๆไม่กล้าสบตาเพราะเกรงว่า คุณชายคนโปรดจะรู้ทันไม่เพียงแต่นางจะเชื่อว่าเขากำลังจะเป็สามีขององค์หญิงจากแดนไกลเท่านั้นนางยังจินตนาการว่าเขากับองค์หญิงเป็พระเอกนางเอกในนวนิยายเื่เยี่ยมที่จะมีในอนาคตด้วย
ทว่าท่าทางของนางกลับทำให้อีกฝ่ายยิ่งโมโหลู่จางเหว่ยคว้าคอเสื้อนางให้มายืนอยู่ใกล้ๆ ส่งสายตาคาดโทษที่เขารู้ว่านางจะต้องอ่านออกว่าชายหนุ่มกำลังไม่พอใจกับความคิดเหลวไหลของนาง
“ข้าว่าเ้าสงวนท่าทีไว้ก่อนจะดีกว่ากระมังถึงประเพณีวัฒนธรรมของเราจะต่างกัน แต่เ้าก็เป็ถึงองค์หญิงข้าว่าการชี้บุรุษที่ตนเองพอใจ แล้วบอกว่า คนผู้นั้นจะต้องเป็ สามีของตนมันก็เกินไปหน่อยกระมังที่บ้านเมืองเ้าอาจจะยอมให้เ้าทำเช่นนี้ แต่นี่เป็แคว้นเซี่ย ถึงเราจะยินดีเชื่อมสัมพันธไมตรีกับพวกเ้าแต่ก็คงจะยอมให้พวกเ้ามารังแกประชาชนของเราไม่ได้”
กูฮาน่าตกตะลึงคาดไม่ถึงว่าจะได้รับการตำหนิติเตียนโดยตรงอย่างนี้ต้องรู้ว่าที่บ้านเมืองของนางไม่มีใครกล้าขัดขืน นางเป็องค์หญิง บุรุษสามัญธรรมดาทั่วไปย่อมรู้สึกเป็เกียรติหากนางสนใจที่จะรับมาเป็บุรุษของตน อันที่จริงนางรู้ว่าการเดินทางมาครั้งนี้เป็การมาต่างบ้านต่างเมืองย่อมต้องมีความแตกต่างจากบ้านเมืองของนางที่จากมาแต่หนังยังถือว่าตนเองเป็องค์หญิงที่เดินทางมาเจริญสัมพันธไมตรี จะดีจะร้ายอย่างไรคนของแคว้นเซี่ยก็น่าจะไว้หน้านางบ้าง
...สำหรับนางแล้วกะอีแค่ผู้ชายคนหนึ่ง ที่ไม่ได้มีค่าอะไร ไม่คุ้มแก่การบาดหมางกับแคว้นอื่นเลยเช่นนี้...
กูฮาน่าไม่ยินยอมแต่นางก็ถูกกลุ่มของชาวซยงหนูห้ามปรามเอาไว้ โดยเฉพาะพี่รองของนาง จึงทำให้ครั้งนี้ นางจำเป็ที่จะต้องกล้ำกลืนฝืนทนนางกำมือด้านรอยแค้นนี้ ได้สลักลึกลงในจิตใจของนางแล้วตอนนี้นางยอมถอยเก้าหนึ่งก็ได้ แต่ว่านางจะไม่ยอมรามือเด็ดขาด ทั้งชายที่หมายปองนางจะต้องคว้าให้เขามาอยู่ใต้อาณัตินางให้ได้ ให้เป็ชายบำเรอและยอมศิโรราบใต้ฝ่าเท้าของนางดวงตาคมของกูฮาน่าจับจองไปทางใบหน้าอันองอาจของลู่จางเหว่ย ยิ่งเห็นก็ยิ่งชมชอบยิ่งเห็นก็ยิ่งปรารถนา
เพราะว่าบุรุษผู้นี้นอกจากนี้ใบหน้าอันงดงามตามแบบฉบับของชายหนุ่มในแคว้นเซี่ยก็ยังมีความองอาจสง่าผ่าเผย และดูจากที่เขารับแส้ของนางได้อย่างง่ายดายก็บ่งบอกว่าวรยุทธของเขาไม่ได้ด้อยเลย เผลอๆ ก็เป็ผู้ยอดยุทธคนหนึ่งเลยด้วยซ้ำ ยิ่งเขาไม่ยินยอมนางก็ยิ่งอยากได้กูฮาน่าคิดว่า การที่นางจะปราบพยศบุรุษผู้หนึ่งไม่ใช่เื่ที่ยากเย็นอะไรถึงอย่างไร นางก็ทำมานักต่อนักแล้วตอนที่อยู่กลางทะเลทราย
“ก็ได้ก็ถือว่าวัฒนธรรมธรรมเนียมของเราต่างกันเถอะ ข้าเองก็ไม่คิดว่าพวกท่านจะยินยอมเป็ปฏิปักษ์กับเรา เพียงเพราะบุรุษเพียงคนเดียว” ใจบอกว่ายินยอมแต่ปากก็ยังอดไม่ได้ที่จะพูดใจเหยียดหยัน
คำพูดที่ไม่เคารพของกูฮานาสร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าข้าราชบริพารคนข้างกายของฮ่องเต้โดยเฉพาะคังกงกงที่นึกคันมืออยากจะฟาดปากใครบางคนเหลือเกิน แต่ก็ต้องอดกลั้นไว้เช่นเดียวกันฮ่องเต้ส่งสายตาปรามไปที่กงกงคนสนิท เื่ขี้ไก่บนหัวของกูฮาน่าอีกที่พระองค์จะต้องตัดสินพระองค์ไม่อยากจะ เสียอารมณ์ไปมากกว่านี้แล้ว ดูยังไงองค์หญิงจากซยงหนูก็วาจาสามหาว และไม่น่าจะพูดจาได้ดีกว่านี้แล้ว เด็กเมื่อวานซืนเช่นนี้พระองค์คร้านจะให้ความใส่ใจ
“สรุปเื่ไก่ที่ไปปล่อยเ้าสิ่งนั้นบนหัวนาง จะว่าอย่างไร” ฮ่องเต้สีหน้าไม่ค่อยดีนักชี้ไปทางศีรษะของกูฮาน่า ก่อนจะหันมาหาความกับเสี่ยวฮวาฮวา
ทันใดนั้นเองพระองค์ก็พบว่ามีร่างเล็กๆ จับไก่ตัวหนึ่งชูขึ้นเหนือหัว “เชิญเพคะ” ซานซานน้อยเอ่ยหน้าตาของนางหวาดหวั่นแต่ก็มุ่งมั่นมากในการจับไก่
“เ้า...”ฮ่องเต้เซี่ยเส้าคังอึ้งไป พระองค์ทรงมองเด็กหญิงตัวเล็ก ๆตรงหน้าแล้วหันไปทางเสี่ยวฮวาฮวา
“อ่อนางคือซานซานเพคะ เป็มือขวาของหม่อมฉันเอง ซานซานอายุห้าปีจากหมู่บ้านสกุลมู่”
“งั้นซานซานอายุห้าปีจากหมู่บ้านสกุลมู่ยกไก่ขึ้นมาให้เราดูทำไม”ฮ่องเต้รู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกจริง ๆ
“นี่คือคนร้าย”ซานซานน้อยเอ่ย เสี่ยวฮวาฮวาที่ตกตะลึงก็รีบพยักหน้าทันทีแล้วชี้ไปที่ไก่ตัวอวบอ้วน
กุ๊ก: ….
ลู่จางเหว่ยเห็นเช่นนั้นก็พยักหน้า แล้วชี้ไปที่ไก่ด้วยอีกคน...
“เชิญปะาเพคะ”ซานซานน้อยะโก้อง ...
ฮ่องเต้ : …