โฉมงามผู้อับจนปัญญา
ยามเช้าในวันเดียวกันหยางอี้คังทั้งเพลียและหงุดหงิดใจ ชายหนุ่มเรียกหาสุราจากอาเปี่ยว ซึ่งเป็ทั้งคนสนิทและลูกพี่ลูกน้องของเขา
หยางอี้คังสอบถามอีกฝ่ายเสียงเครียดว่าเกิดเหตุผิดพลาดได้อย่างไรอันที่จริงสตรีที่เขาควรพบหน้าคือม่านลั่วลั่วหญิงสาวที่เขากับนางมีสัญญาใจไว้ต่อกัน
หยางอี้คังขบกรามแน่น เขานัดม่านลั่วลั่วไว้ณ สถานที่ดังกล่าวในเวลายามเหม่า (คือ 05.00 - 06.59 น.)หลังจากที่ฝ่ายหญิงตั้งใจออกมาเที่ยวเทศกาลสำคัญของเมือง นางกับเขามีข้อตกลงกันไว้เมื่อครั้งเยาว์วัย
แต่ที่ผ่านมาหยางอี้คังกรำศึกหนักอีกทั้งได้รับรางวัลมากมายทั้งเงินทองชื่อเสียง รวมถึงสาวงามจากหัวเมืองต่างๆที่เขาออกไปช่วยศึกากระทั่งเขาช่วยให้หญิงงามเ่าั้มีที่ทางของตนและได้พบชีวิตใหม่เพราะไม่้าให้มีเื่เศร้าใดๆเกิดขึ้นอีกบนสังเวียนรักของเขาอีก
กระนั้นยังสตรีหลายนางที่้าหลับนอนกลับเขาแต่หยางอี้คังประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า เขา้าเลือกสตรีเพียงหนึ่งเดียวมาเป็
หยางฮูหยินด้วยตนเองและนั่นย่อมหมายถึง เขาอยากทำตามความปรารถนาที่เคยให้ไว้กับม่านลั่วลั่ว
หยางอี้คังใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วนึกถึงถ้อยคำที่เคยกล่าวกับหญิงในดวงใจเมื่อหนึ่งปีก่อน
“ข้ากับเ้าควรเกี่ยวดองกันเสีย หลังจากที่เราทั้งคู่ต่างครองโสดมาหลายปี”
ในขณะนั้นหยางอี้คังอายุได้ยี่สิบแปดปีส่วนม่านลั่วลั่วอายุย่างยี่สิบแล้ว นับว่าสมควรแก่การครองคู่ พวกเขารู้จักกันั้แ่เด็กจากการที่เขาได้รับการช่วยเหลือจากบิดาของนาง เมื่อครั้งถูกจับคุมในข้อหาขโมยเมล็ดถั่วแปะก๊วย และกุนเชียง เพื่อนำมาให้มารดาทำบ๊ะจ่างสำหรับบิดากินเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะสิ้นใจ
“ยามนี้ท่านเป็ถึงแม่ทัพใหญ่ แต่ข้ามิอาจนิยมเป็ฮูหยินที่ต้องทนอยู่อย่างเดียวดายหากสามีออกศึกในแดนไกล และถึงแม้ท่าน้ามีเพียงฮูหยินเพียงคนเดียวแต่ภายภาคหน้าใครจะล่วงรู้ ในเมื่อตำแหน่งแม่ทัพอันทรงเกียรติจำเป็ต้องมีหลังบ้านคอยสนับหนุนเพื่อให้รากฐานมั่นคง และกฎ ‘สามภรรยาสี่อนุ’ยังเป็เื่ที่ผู้ชายตระกูลหยางพึงปฏิบัติเรื่อยมาและไหนจะยังเมียบ่าวอีก เพียงแค่ได้ยินข้าก็หวั่นใจ”
ม่านลั่วลั่วมองชายหนุ่มรูปงาม นางรู้ดี เขามีชื่อเสียงถูกโจษขานว่า ดาบใหญ่และมักทำขาเตียงหักแม้สองสามปีให้หลังเขาจะเลิกข้องเกี่ยวกับสตรีนางใด แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เื่ที่ผู้คนกล่าวถึงเล่นๆหากมันคือความจริงที่หญิงสาวทั่วหล้าเกือบร้อยชีวิตประจักษ์มาแล้ว
“แต่ข้ามิได้พึงใจต่อสตรีใด ถึงเชยชมอยู่บ้าง กระนั้นก็ไม่อาจตบแต่งเข้าสกุลหยางซึ่งมันต่างจากเ้าลั่วลั่ว”
“ยามนี้ท่านก็พูดได้ ผู้ชายมักปากหวานยามเกี้ยวสตรีเมื่อได้อุ่นเตียงแล้วย่อมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือ!”
“ลั่วลั่ว เ้าเห็นข้าเป็คนเช่นใด” หยางอี้คังตัดพ้อน้ำเสียงเขายังคงนิ่ง หากสีหน้าดูเศร้าลง เกือบสองปีแล้วที่เขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับสตรีอื่นคือหลังเกิดเหตุร้ายมีหญิงสาวเสียชีวิตหลังเสร็จสมกับเขาและนั่นทำให้เขาเปลี่ยนตัวเองใหม่ รวมถึงอยากสานสัมพันธ์กับม่านลั่วลั่วเสียที
หญิงสาวยิ้มจางๆ และตอบตามความรู้สึกจากใจ
“แม่ทัพหยาง ท่านกับข้ายังมีเวลาตัดสินใจอีกนาน อย่าเพิ่งเร่งรัดเลยอีกอย่างศึกทางเหนือ ท่านยังต้องไปช่วยท่านชายเกาสะสางอยู่มิใช่หรือ เช่นนั้น อย่าเสียเวลาเอาเื่ของข้ามาคิดให้หนักหัวจะดีกว่าสตรีผู้นี้หากพึงใจสิ่งใด ย่อมไม่ต้องพูดจาให้เสียเวลา” ม่านลั่วลั่วบอกใบ้ชายหนุ่มและหวังให้เขาเข้าใจว่านางเอาใจออกห่างจากเขาเนิ่นนาน ไม่ใช่เพราะสิ้นรักแต่สำหรับนาง ยุทธ์ภพกว้างใหญ่ยังมีหลายสถานที่ ซึ่งอยากออกไปผจญภัย
หยางอี้คังถอนหายใจเสียงดัง ภาระดังกล่าวเขาไม่อาจเลี่ยง
“มันคือหน้าที่ชายชาติทหาร”
“ท่านพูดถูก สำหรับข้าก็เช่นกัน ถึงเป็สตรีแต่ไม่ถนัด่เย็บปักถักร้อย แม้แต่เื่อาหารยังไร้ฝีมือเช่นนี้ยากจะเป็หลังบ้านให้ท่าน รู้แล้วก็รองตรองดูเถิดท่านพี่”
ม่านลั่วลั่วไม่ใช่หญิงสาวอ่อนหวานนางเรียนรู้วรยุทธ์จากบิดา และท่านปู่ยังเป็ถึงเ้าสำนักกระบี่มือหนึ่งในยุทธ์ภพ
“ถึงกระนั้น คำสัญญาของเราข้ายังยึดมั่น”
“ท่านแม่ทัพ จิตใจข้านับถือท่านมิน้อย กระนั้นเราต่างรู้ดีว่าสายน้ำมิไหลกลับหลายสิ่งไม่อาจย้อนคืน เมื่อครั้งยังเด็กข้านิยมชมชอบท่านมิต่างจากเด็กหญิงตัวน้อยที่โหยหาพี่ชายซึ่งเป็ตัวแทนของความกล้าหาญ และยังหล่อเหลาหาผู้ใดเทียบติดแต่เมื่อเติบใหญ่ข้ากลับชอบท่องเที่ยวไปทั่วหล้าสตรีเช่นนี้สมควรเป็หยางฮูหยินของท่านหรือ”
หยางอี้คังนิ่วหน้ากระนั้นเขายังคิดว่าม่านลั่วลั่วเหมาะสมกับตน ดังนั้นจึงได้ทำสัญญากับนางไว้ว่าในเทศกาลไว้บ๊ะจ่างของปีหน้า เขากับนางนัดพบกันที่เนินเขานิรนามเพื่อตกลงกันเื่คำมั่นในการแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ทว่าเมื่อถึงวันจริง เขาไม่ทันได้พบหน้าหญิงคนรักหยางอี้คังต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือสตรีผู้หนึ่ง ซึ่งเขาทราบภายหลังว่าเป็การยุ่งเื่ที่ไม่สมควรโดยแท้ เพราะนางคือ ซูกุ้ยฟางสตรีที่ครั้งหนึ่งสร้างาแไว้บนร่างกายและจิตใจเขา!