“ฉันคิดว่า ฉันน่าจะพอรู้อะไรบ้างแล้วล่ะ”ฉินลู่พูดเหมือนนึกอะไรออกแล้ว
“จริงเหรอนายรู้อะไรงั้นเหรอ” ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดอย่างเซอร์ไพรส์
“ไม่สะดวกบอกเธอทางโทรศัพท์ ถ้าจะให้ดี ตอนนี้เธอมารับฉันสิพาฉันไปดูศพของเศรษฐี 7 คนนั้น ฉันจึงจะวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำมากกว่านี้”ฉินลู่พูดผ่านโทรศัพท์
“ตกลง!ฉันจะไปรับนายเดี๋ยวนี้ แล้วตอนนี้นายอยู่ไหนล่ะ” ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดอย่างรีบร้อน
“ฉันอยู่ที่ปากทางเข้าชุมชนของฉันเธอออกมาตอนนี้เลยสิ” ฉินลู่พูดตอบ
“ได้ นายรอตรงนั้นนะ ฉันจะไปถึงในอีก 10นาที” พูดจบ ชุยฮุ่ยฮุ่ยก็กดวางสายทันที
ฉินลู่กลับเข้าไปในร้านลุงเมิ่ง บอกลุงเมิ่งว่าตัวเองมีธุระต้องไปจัดการขอตัวก่อน จากนั้นก็เดินไปที่หน้าประตูทางเข้าชุมชนฝานหวา และรออยู่ตรงนั้นเงียบๆ
ไม่เกิน 10 นาที เสียงเครื่องยนต์และไซเรนรถตำรวจก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆรถตำรวจคันหนึ่งขับมาจอดตรงหน้าฉินลู่ พอกระจกลดลงก็เห็นใบหน้าของชุยฮุ่ยฮุ่ย“ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว รีบขึ้นรถเร็ว!”
ฉินลู่สะดุ้ง แต่ก็ไม่ลืมที่จะพูดแขวะว่า“เธอพูดประโยคนี้ในเวลาแบบนี้ ฟังดูแปลกๆ นะ”
“รีบขึ้นรถมาเถอะน่า”ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดเร่งอย่างหัวเสีย
“ได้!”ฉินลู่พยักหน้า จากนั้นก็ขึ้นรถไปนั่งตรงตำแหน่งข้างคนขับ
“บรื๊น!”
ชุยฮุ่ยฮุ่ยเปิดเสียงไซเรนตามด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่เริ่มทำงาน และขับรถฝ่าไฟแดงไปจนถึงสถานีตำรวจ
“พี่สาวเธอไม่ได้ไล่ตามคนร้ายอยู่สักหน่อย จำเป็นต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้ด้วยเหรอ”ฉินลู่รีบคาดเข็มขัดนิรภัยทันที
ชุยฮุ่ยฮุ่ยไม่ได้พูดอะไรเพราะตั้งใจขับรถอยู่ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีก็ขับมาถึงสถานีตำรวจ
พอทั้งคู่ลงรถมาชุยฮุ่ยฮุ่ยก็กระชากเสื้อฉินลู่ลากตัวเขาเข้าไปในห้องใต้ดินที่อยู่ใต้อาคารสถานีตำรวจก่อนไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่ง
“ที่นี่ก็คือที่เก็บร่างผู้ตายชั่วคราวของแผนกนิติเวชตามฉันเข้ามา” ชุยฮุ่ยฮุ่ยเคาะประตูจากนั้นก็เปิดประตูเดินเข้าไปข้างในโดยไม่รอให้คนข้างในได้ทันพูดตอบอะไร
ในห้องมีแพทย์นิติเวชอยู่ 4 คน พวกเขากำลังตรวจสอบร่างของผู้ตายทั้ง7 คนที่อยู่บนเตียงตามลำดับ
“ศพพวกนี้ก็คือเศรษฐี 7 คนนั้น นายลองเข้าไปดูสิ”ชุยฮุ่ยฮุ่ยหันไปพูดกับฉินลู่
“เข้าใจแล้ว” ฉินลู่พยักหน้าจากนั้นก็เดินเข้าไปตรวจดูศพพวกนี้
“นายทำงานอะไร” เวลานี้เองแพทย์นิติเวชคนหนึ่งเดินเข้ามายืนบังหน้าฉินลู่เอาไว้เขามองฉินลู่ตั้งแต่หัวจรดเท้าและพูดว่า “ที่นี่ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้า”
ชุยฮุ่ยฮุ่ยเดินมาข้างหน้าหนึ่งก้าวพร้อมกับล้วงเอาบัตรเจ้าพนักงานของตัวเองออกมาแสดงให้พวกเขาดูและพูดว่า“ฉันเป็นตำรวจสืบสวนที่รับผิดชอบคดีนี้นี่คือผู้เชี่ยวชาญที่ฉันพามาเพื่อตรวจสอบศพทั้ง 7 ศพนี้”
“ผู้เชี่ยวชาญเหรอ” แพทย์นิติเวชอีก 3คนต่างพากันเดินเข้ามามองฉินลู่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วย พร้อมกันพูดซุบซิบเสียงเบา
“ผู้เชี่ยวชาญอะไรเด็กขนาดนี้”
“คุณตำรวจโดนเขาหลอกหรือเปล่า”
“งั้นก็ลองให้เขาตรวจดูหน่อยก็แล้วกัน จะได้รู้ว่าผู้เชี่ยวชาญคนนี้มีความสามารถแค่ไหน”
คนทำอาชีพเดียวกันกลับดูถูกกันเองแพทย์นิติเวชทั้ง 4 คนเหมือนจะไม่ค่อยต้อนรับการมาของฉินลู่เท่าไร
แต่ฉินลู่ไม่มีเวลาหรือว่างพอที่จะไปสนใจพวกเขาหรอกนะเขาหยิบถุงมือแพทย์ใช้แล้วทิ้งจากบนโต๊ะมาคู่หนึ่งมาสวม จากนั้นก็เดินไปที่หน้าศพศพหนึ่งแล้วเริ่มทำการตรวจสอบอย่างละเอียด
แพทย์นิติเวชทั้ง 4คนเห็นท่าทีของฉินลู่แล้วก็มองหน้ากันไปมา และพากันพยักหน้าตามๆ กัน
ผู้เชี่ยวชาญมาเองก็ต้องยอมให้เขาจริงๆ
วิธีที่ฉินลู่ใช้ตรวจสอบศพนั้นทั้งช่ำชองและดูเป็นมืออาชีพราวกับแพทย์นิติเวชที่มีประสบการณ์มานานนับ 10 กว่าปีเลยทีเดียว
หลังจากที่ตรวจสอบเบื้องต้นไปได้รอบนึงแล้วฉินลู่ก็ใช้มือซ้ายจับที่ข้อมือขวาของตัวเองไว้ จากนั้นก็ยื่นนิ้วชี้ข้างขวากดลงไปบริเวณหัวใจของร่างไร้วิญญาณนั้นหลับตาทั้งสองข้างลงและแอบใช้ประสาทสัมผัสของตัวเอง
สิ่งที่ฉินลู่กำลังทำอยู่ตอนนี้ทำให้แพทย์นิติเวชคนอื่นๆรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก ไม่มีใครเข้าใจว่าฉินลู่ทำท่านี้ไปเพื่ออะไร
พวกเขาต่างก็เป็นคนธรรมดาจึงไม่แปลกที่จะไม่รู้เหตุผลที่ฉินลู่ทำแบบนี้ก็เพื่อสัมผัสและตรวจดูว่าภายในร่างกายของศพยังมีร่องรอยของพลังวิญญาณหลงเหลืออยู่บ้างหรือเปล่า
และก็เป็นอย่างที่คาดไว้ ใช้เวลาไม่เกิน 1 นาทีฉินลู่ก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าตำแหน่งบริเวณหัวใจของศพนี้มีร่องรอยที่หลงเหลือไว้จากการเกิดระเบิดพลังวิญญาณมันชัดเจนแล้วว่า เขาก็คือคนที่ฆ่าคนคนนี้!
คนคนนี้ถูกฆ่าโดยผู้ฝึกตนที่เก่งเรื่องการใช้ลมปราณและเชี่ยวชาญการใช้พลังจากวิชาที่ฝึกอยู่!
และวิธีที่เขาใช้ก็เป็นวิธีเดียวกับที่ฉินลู่ใช้กับชายหน้าบาก
คือการส่งลมปราณเข้าสู่หัวใจผ่านตำแหน่งจุดลมปราณจากนั้นมันก็จะระเบิดพลังออกมาและคร่าชีวิตเหยื่อ!
มีสิ่งเดียวที่ไม่เหมือนฉินลู่ นั่นก็คือ ลมปราณที่ฉินลู่ทิ้งไว้ในร่างของเหยื่อสามารถยืดเวลาได้ต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะระเบิดพลังออกมา ส่วนลมปราณที่อยู่ในร่างของศพนี้ระเบิดออกมาทันทีที่ได้รับลมปราณ
นี่ก็หมายความว่าคนร้ายฆ่าเหยื่อในที่ก่อเหตุทันที!
ฉินลู่คลายมือออกจากนั้นก็เดินไปตรวจศพอีก 6 ศพด้วยวิธีเดียวกันตามลำดับสุดท้ายฉินลู่ก็ถอดถุงมือออก และใช้ความคิดเงียบๆ
ชุยฮุ่ยฮุ่ยเดินมาตบบ่าฉินลู่เบาๆและพูดว่า “เป็นอย่างไร ตรวจเจออะไรพิเศษบ้างไหมรู้หรือยังว่าสาเหตุการตายของศพพวกนี้คืออะไร”
ฉินลู่พยักหน้าและพูดว่า “น่าจะพอบอกได้บ้างแล้วล่ะ”
แพทย์นิติเวชทั้ง 4 คนที่อยู่ในห้องต่างมองหน้ากันไปมาจากนั้นก็เดินเข้ามายืนล้อมฉินลู่และถามว่า “คุณหมอท่านนี้คุณคิดว่าสาเหตุการตายของศพทั้ง 7 ศพนี้คืออะไรเหรอ”
ฉินลู่เงยหน้าขึ้น พร้อมทำสายตาดุดัน “ถูกฆ่า!”
“ถูกฆ่างั้นเหรอ!” แพทย์นิติเวชทั้ง 4 คนต่างอึ้งกันยกใหญ่
ชุยฮุ่ยฮุ่ยพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง “ถูกฆ่าอย่างที่คิดไว้เลยฉันก็รู้สึกอยู่ว่าบนโลกใบนี้จะมีเรื่องบังเอิญขนาดนี้ได้อย่างไร เศรษฐี 7คนตายในเวลาเดียวกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแปลก”
แพทย์นิติเวชทั้ง 4 คนรู้สึกว่าคำตอบของฉินลู่ไม่ค่อยน่ายอมรับเท่าไรแพทย์นิติเวชคนหนึ่งใน 4 คนนั้นจึงเดินออกมาและพูดว่า “แม้จะเป็นเรื่องที่บังเอิญมากแต่ว่าผลการชันสูตรจากพวกเราก็คือทั้ง 7 ศพเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน พวกเราคิดว่าพวกเขาไม่ได้ถูกใครฆ่าหรอก”
ฉินลู่มองแพทย์นิติเวชคนนั้นและพูดว่า “นายรู้จักลมปราณไหม”
“ลมปราณงั้นเหรอ”แพทย์นิติเวชงงเป็นไก่ตาแตก “ลมปราณคืออะไร นายกำลังพูดถึงนิยายอยู่เหรอ”
“ลมปราณ?!”พอชุยฮุ่ยฮุ่ยที่อยู่ข้างๆ ได้ยินคำนี้ปุ๊บ กล้ามเนื้อของเธอก็ตึงขึ้นมาทันที
ฉินลู่หันไปมองหน้าชุยฮุ่ยฮุ่ยและพูดว่า“เธอรู้จักลมปราณด้วยเหรอ”
ชุยฮุ่ยฮุ่ยพยักหน้าและพูดว่า “รู้จัก องครักษ์คนหนึ่งของพ่อฉันรู้จักการใช้ลมปราณนายกำลังบอกว่า เศรษฐีพวกนี้ถูกฆ่าด้วยลมปราณงั้นเหรอ”
“ถูกต้อง” ฉินลู่พูดพลางชี้ไปที่ศพศพหนึ่ง“คนร้ายส่งลมปราณเข้าไปที่บริเวณหัวใจของเหยื่อ จากนั้นลมปราณก็ระเบิดออกมาหัวใจของคนธรรมดาทนรับแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นไม่ไหว จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หัวใจวายฉับพลันและเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เหยื่อเสียชีวิตทันที”
“นายกำลังพล่ามอะไรของนายน่ะ”แพทย์นิติเวชคนหนึ่งเดินเข้ามา ใช้สายตาที่มองคนปัญญาอ่อนมองมาที่ฉินลู่พลางพูดว่า“ยังจะมาลมปราณอีก ทำไมไม่พูดเรื่องลมปราณแท้ด้วยเลยล่ะนายอ่านนิยายมากไปหรือเปล่า อย่ามาพูดจาเหลวไหลแถวนี้นะ”
ฉินลู่หันไปมองแพทย์นิติเวชคนนี้ และจู่ๆก็พ่นคำว่า “พั่ว!”ออกมาจากปาก
แพทย์นิติเวชคนนั้นเหมือนถูกพลังมหาศาลจู่โจมจนบินลอยออกไปไกลราว3-4 เมตร แล้วร่วงลงไปนอนกองที่พื้น
“อะ...อะไรกัน”ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตะลึงจนหน้าเสีย มองฉินลู่อย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
โดยเฉพาะแพทย์นิติเวชคนนั้นที่ตัวลอยกระเด็นไปไกลเขาอึ้งจนเหมือนคนเอ๋อไปแล้ว
“นี่ก็คือลมปราณ รู้สึกถึงมันแล้วใช่ไหม”