บทที่ 4 ลืมใครก็ได้แต่อย่าลืมข้า
"เ้าเล่ห์นัก" หลังจากเงียบเชียบมาได้ครึ่งทาง เขายอมอ้าปากตำหนินางก็เพราะสังเกตเห็นแพขนตาหนาคู่นั้นสั่นคล้ายคนแสร้งหลับ จึงรู้ได้ทันทีว่านางกำลังใช้ร่างกายอ่อนแอเพื่อเบี่ยงเบน เช่นนั้นแล้วเฉวียนเฉิงไม่รอช้าที่จะออกแรงผลัก...จนร่างเล็กกระแทกสันไม้
"ก็ข้าบอกแล้วไงว่าจะจีบท่าน จีบสามีตัวเองผิดตรงไหน แกล้งโง่บ้างก็ดี" ยวนอวี่เว่อร์ชั่นนี้โผงผางตรงไปตรงมาไม่ไว้หน้า คำของนางแต่ละประโยคราวทุบสามีใต้ท้ายทอยด้วยของแข็งแล้วสาดซ้ำด้วยน้ำเกลือต้มเดือด
"สตรีปากเปราะ!! เ้าคงเที่ยวบอกบุรุษด้วยวาจาเช่นนี้จนเคยชินแล้วสินะ เป็โชคดีของใต้เท้าหลี่ที่แต่งหญิงอื่น ส่วนโชคร้ายมาตกอยู่ที่ข้าได้แต่งเ้าเข้าจวน" คำพูดฉะดะทำร้ายน้ำใจนางโดยไม่ได้ตั้งใจ ด้วยนิสัยชอบเอาชนะที่หยั่งรากลึกในกมลสันดานทำนางช้ำในจนพูดไม่ออก ไหนจะแรงมือใหญ่ที่ผลักนางจนตัวปลิวนั่น รอหน่อยเถอะรอให้ถึงวันที่เขาหลงรักยวนอวี่จนโงหัวไม่ขึ้น วันนั้นจะเป็วันที่ไม่ว่าอะไรนางก็ถูกเสมอ ส่วนเขาน่ะเหรอนอกจากจะผิดเสมอยังต้องเป็สามีที่เชื่อฟังเมียด้วยน่ะสิ
ยิ่งได้ยินนางพูดจาหว่านล้อม...เฉวียนเฉิงก็ตีความในแง่เลวร้าย คิดวิเคราะห์ต่างๆนาๆแต่ไม่เข้าท่าสักอัน เพราะนางไม่เคยมีใจให้ตนแต่ไหนแต่ไร จึงคิดเป็อื่นใดไม่ได้นอกจากนางเข้าหาจู่โจมเช่นนี้ด้วยแผนร้าย ซ้ำฮั่วยวนอวี่มีนิสัยรุนแรงดิบห่ามทว่าหลังจากฟื้นจากก้นสระนางกลับบ้าบอไร้สาระ แม้ปากคอเราะร้าย...ทีท่าเ่าั้ดูน่าชังมากกว่าเกลียดชัง
หลังจากส่งนางถึงเรือนนอนตัวเองกลับต้องมานั่งกลุ้มใจกับการกระทำและคำพูด ท่านแม่ทัพผู้มองขาดทุกเหตุการณ์คาดนิ้วสั่งเป็ชี้ตายท่ามกลางคมดาบ บัดนี้กลับต้องมาคิดไม่ตกเื่ของสตรีที่ขึ้นชื่อว่าเป็ภรรยา เขาเอาแต่นั่งคัดตำราใต้ศาลาแปดเหลี่ยมั้แ่กลับมา แม้แต่น้ำชาสักหยดยังไม่เตะต้องนั่นก็มากพอแล้วที่คนรอบข้างจะดูออกว่าสองสามีภรรยาไม่ลงรอย
ทว่าคนที่กล้าอาสาเข้าไปเป็แม่สื่อชักใยก็คือหานชิวหลิน นางเพียงเอ่ยประโยคสั้นๆแต่ทำพู่กันในมือของเขาสั่นได้ไม่ใช่เื่ธรรมดา
"ั้แ่จำความได้ชิวหลินรับรู้ว่าพี่ใหญ่มีนางในใจตลอด เหตุใดบัดนี้ได้พี่สะใภ้เป็ภรรยาแล้วถึงได้เคี่ยวกรำนัก"
"เพราะน้องสาวรู้ว่าพี่ใหญ่ปรารถนานางเพียงนี้ ถึงได้กล้าออกหน้าปกป้องแทนนางทุกเื่ราว"
"เด็กเมื่อวานซืนอย่างเ้าจะไปเข้าใจอะไร... ชิวหลินเอ๋ยยังไงก็ขอบใจเ้ามาก พี่สะใภ้ของเ้าใช่ว่าจะมีใจให้ข้า นางชมชอบคนสกุลหลี่ข้านั้นรู้แจ้งมาหลายปี ทว่าคำพูดที่นางพ่นออกมาจากปากว่า้ามีข้า ใช่ว่าจะจริง วันใดที่ข้าแน่ใจแล้วว่าภรรยาที่ร่วมนอนเคียงหมอนไม่ได้เข้าใกล้เพื่อหลอกลวง วันนั้นถึงจะเป็วันที่เราสองสามีภรรยารักใคร่อย่างแท้จริง"
เขาอธิบายความจริงจากก้นบึ้งของหัวใจเพื่อให้คนที่คอยเอาใจช่วยอยู่เื้ัรู้สึกสบายใจขึ้นมาไม่เล็กก็น้อย ดูเหมือนว่าทุกคนจะไม่โกรธเคืองถือโทษที่นางเอาแต่สร้างเื่ฉาวโฉ่เพื่อดันตัวเองให้โดดเด่น มีแต่หานเฉวียนเฉิงคนเดียวนี่แหละที่เอาแต่อยากจะทดสอบนางครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะผ่านความเป็ความตายมามากฝึกฝนกลยุทธ์มามากถึงได้ระวังตัวเป็พิเศษ ไม่ว่าเื่ใดหากเขาไม่ได้ััมันด้วยตัวเองย่อมไม่วางใจ
ณ เรือนไม้ฉงจิ่นฮวา เรือนนอนของฮั่วยวนอวี่ ยามซวี[1]
"พวกเ้าคิดว่าข้าต้องทำอย่างไรเฉวียนเฉิงถึงจะเชื่อว่าข้าเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ" ยวนอวี่นอนคว่ำราบบนเตียงยกหมอนเกยคางพลางพร่ำพูดกับสาวใช้คนสนิท โดยที่นางไม่รู้เลยสักนิดว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังคือเฉวียนเฉิงไม่ใช่ม่านกู่ มู่ลี่
"คะ คุณชายของเราชอบความเปิดเผย... จริงใจ" ม่านกู่ มู่ลี่ถอยหลังอย่างแยบยลคนละก้าวสองก้าวพลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเบาบาง
ด้านเฉวียนเฉิงได้ยินเช่นนี้ก็พลอยประหลาดใจ เหตุใดนาง้าเปลี่ยนแปลงตัวเอง... หรือว่าผีตนใดเข้าสิงข่มขู่จะเอาชีวิต หากแม่ทัพดื้อด้านหัวแข็งคนนี้รู้เข้าว่านางมาจากต่างโลกคงไม่ใช่เื่ดี ดังนั้นความลับเหล่านี้จำเป็ต้องปล่อยให้ตายไปพร้อมเ้าของร่างเก่า ส่วนเป้าหมายของฮั่วยวนอวี่คนใหม่คือทำอย่างไรก็ได้ให้สามีใจอ่อน ััเื่รักๆใครๆให้ได้สมหวังสักชาติ ในเมื่อไม่มียาจำพวกกินแล้วเลือกเกิดใหม่ได้อีกครั้งยวนอวี่คงไม่ยินดีอยู่กับคนเ็าแบบเขาไปตลอดชีวิตหรอกจริงไหม นางเชื่อเสมอว่าใจคนไม่ใช่หินต่อให้แข็งเสมือนหินอย่างไรก็ต้องมีวันอ่อนลง
และคนที่จะชิงทำให้มันอ่อนลงคงปล่อยให้เป็หน้าที่ของเหล่าอนุหรือเมียรองไม่ได้เด็ดขาด ในเมื่อประสบการณ์หาคู่ครองไม่ได้มีมากนัก แต่ประสบการณ์บนเตียงของหญิงสาววัยยี่สิบปลายจะย่างกรายเข้าสามสิบไม่ใช่เื่เล่น หากไม่ได้ด้วยเล่ห์... แล้วต้องได้ด้วยร่างกายเล่า ชายทั้งแท่งอย่างแม่ทัพผู้ขาดสะบั้นทางโลกในสนามรบเช่นเขาจะไม่โหยหาเื่อย่างว่าบ้างเลยหรือไร
ความคิดกล้าบ้าบิ่นนี้ไม่รู้ไปได้จากที่ใดมา แต่ช่างเถอะคนเรายืดได้หดได้ เอาชนะใจไม่ได้วันนี้ก็ต้องได้ในเร็ววัน หลังจากปลุกใจตนเองให้ฮึกเหิมอยู่พักใหญ่ยวนอวี่จึงได้หันกลับมาด้วยความชะล่าใจ แต่นางต้องถลึงตาแทบหลุดจากเบ้าอีกครั้งเมื่อคนที่ยืนกอดอกหนาฟังนางเพ้อพกจนจบคือเฉวียนเฉิงมิใช่ม่านกู่ มู่ลี่ ตามที่เข้าใจ แม่จิ้งจอกสาวได้แต่ส่งสายตาแพรวพราวยิ้มแห้งทักทาย
"เหตุใดมาไม่เคาะประตู"
"สกุลหานล้วนเป็ที่วิ่งเล่นของข้าั้แ่เยาว์ จำเป็หรือที่ต้องขออนุญาตผู้ใด" น้ำเสียงราบเรียบตอบกลับราวไม่ได้ยินสิ่งที่นางพรรณนาเมื่อครู่
"ว่าแต่ท่านเข้ามาั้แ่เมื่อไหร่" เป็ฝ่ายวางแผนมัดใจชายหนุ่มก่อนแท้ๆยังมีหน้าตั้งคำถามลองเชิงผู้ฟัง
"เข้ามาั้แ่ที่เ้าอยากเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ข้าตายใจ... คิดไว้อยู่แล้วว่าสตรีเช่นเ้าต้องมีแผนการ น่ารังเกียจสิ้นดี"
เฉวียนเฉิงหักนิ้วข่มความโกรธ... เปลวไฟแห่งโทสะในใจโชติ่ยิ่งกว่าคบเพลิงเ่าั้แผดเผาในใจจนไม่เห็นทางออก
หนนี้ราวผีซ้ำด้ำพลอยสามีผู้เก่งกาจเหตุใดพอได้เข้าใกล้ภรรยาถึงได้โง่เขลาเสมือนมีปิ๊บคลุมหัว เอาแต่เข้าใจผิดไปมาเช่นนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้รักกัน เขาวางขวดยาที่ควบม้าไปขอถึงวังหลวงมอบให้นางด้วยความไม่พอใจ กล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเ็าก่อนจะจากไปพร้อมแววตาขึงขัง
"ได้ยินว่าเ้าระบมเพราะข้าเหวี่ยงแรงมือเมื่อตอนกลางวัน ดูแลตัวเองซะ "
"รู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังเข้าใจผิด"
หญิงสาวลุกพรวดด้วยความร้อนใจคว้าอุ้งมือของพ่อทูนหัวเอาไว้แน่น นางคิดว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้คงไม่ดีแน่ ยังไงบทที่กำกับด้วยตัวเองก็จะปล่อยให้เป็ละครน้ำเน่าตามเส้นเื่ไม่ได้ ในเมื่อปลอบประโลมด้วยคำพูดไม่ได้มิสู้ลงมือทำเลยจะดีกว่า หญิงสาวที่ซื้อกินจนเป็นิสัยจู่โจมราวเสือคลั่งชิงจูบแรกไปจากเขา ลิ้นสากเล็กแยงเข้าไปในโพรงลิ้นขณะที่ชายหนุ่มขัดขืนด้วยการขบริมฝีปากนางเบาๆจนเืซึม
"โอ๊ย! เจ็บ"
"เพิ่งพูดก็ลงมือเลยสินะ ต่ำช้า! หน้าไม่อาย!" น้ำเสียงหนักตวาดรุนแรงจนนางแน่นิ่ง ส่วนชายหนุ่มได้แต่คลึงเส้นเืตรงขมับที่ปูดโปนฉับพลันพลางครุ่นคิดในใจว่า
[นางคงลืมข้าไปแล้วจริงๆ]
วอแวกันอยู่ยกใหญ่หญิงสาวเพิ่งจะสังเกตเห็นแผ่นกระดาษที่เขาถือติดมือมาด้วย หากเดาไม่คิดคงเป็จดหมายอะไรสักอย่าง แต่เหตุใดเล่าถึงได้ถือมันมาที่นี่ หรือว่าจดหมายพวกนั้นจะเกี่ยวข้องอะไรกับอดีตที่แทบไม่ถูกกล่าวถึงในบทละครของตัวประกอบนางนี้
ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยราวต่อมเผือกทำงานหนัก ยวนอวี่ตั้งมั่นกับตัวเองไว้อย่างนี้ว่า อะไรที่อยากได้ก็ต้องได้ อะไรอยากรู้ก็ต้องรู้ เอาล่ะในเมื่อสามีรู้แล้วว่านางปรารถนาในเนื้อหนังและอยากครองใจ จากนี้ไม่มีอะไรให้ต้องปิดบังอีก
จู่ๆหญิงสาวใจกล้าก็ชิงเดินออกทางประตูหลังโผล่รอในเรือนนอนอีกฝั่ง... ดักรอสามีที่เอาแต่ทำหน้านิ้วคิ้วขมวดทั้งวัน เพื่อจดหมายพวกนั้นนางยอมกระทั่งะโขึ้นเตียงถกปลายอาภรณ์ขึ้นสูงหลอกล่อบุรุษ
ในส่วนของเฉวียนเฉิงนั้นแปลกใจเหลือเกินว่านางมาได้อย่างไร รวดเร็วเพียงนี้เห็นทีจะเป็ได้แค่ผีสาง เขาสับสนมึนงงจนไม่อยากเล่นาประสาท เอาเถอะหากนางอยากเล่นสนุกก็ปล่อยให้นางเล่นไป ไม่สนใจซะอย่างสตรีหนึ่งคนจะทำอะไรได้...
ขณะที่เดินตั้งหน้าเมินเฉยเข้าหลังม่าน เฉวียนเฉิงคงยังไม่ทันสังเกตว่าสายตาคู่นี้ว่องไวปานใด ทั้งที่จับตามองเขาไม่ให้คลาดสายตานางก็ยังคงแสร้งกลับกลอกนอนนิ่งราวท่อนไม้ทั้งที่จริงแล้วเข้ามารอเพราะมีเป้าหมาย ชายหนุ่มเลือกที่จะล่วงเลยไปยังถังน้ำชำระเหงื่อใคร ครั้นนางหนีไปไกลนักยังไม่รู้ว่าจดหมายเ่าั้ถูกขโมย
พอได้อ่านจดหมายอย่างถี่ถ้วนจึงได้รู้ว่าวัยเด็กของยวนอวี่นั้นร่อนส่ายอยู่ไม่น้อย เพราะเป็เช่นนี้เฉวียนเฉิงจึงมีทีท่าหวาดระแวงและคลุมเครือไปพร้อมกัน
ยามซวี [1] หมายถึง ชื่อของหน่วยเวลานับเป็ชั่วยาม คือ 19.00 – 20.59 น.