ตอนที่สิบห้า Mind control
ประสาทสัมผัสของมนุษย์นั้นแปลกๆ เรามักจะตัดเสียงที่เราไม่เข้าใจออกจากการรับรู้ของเรา
ดังนั้นยิ่งเราพอรู้คำศัพท์เราจะเข้าใจสิ่งนั้นได้ดียิ่งขึ้น
ผมค่อนข้างเล่นสนุกกับกับประสาทสัมผัสพิเศษต่างๆเหล่านี้ก่อนที่จะก้าวข้ามไปทำในสิ่งที่ซับซ้อนกว่าอย่างตัดแต่งดีเอ็นเอ การจะตัดแต่งอะไร เราต้องใช้ความสามารถที่มีอยู่ให้ถึงที่สุดเสียก่อนคือคติของผม
ภาษาหนังจีนคือสิ่งที่เรียกว่า “ปรับพื้นฐานอย่างหนักแน่น”นั่นล่ะ
การฟังเสียงสะท้อนจับตำแหน่งของวัตถุ echolocation การบังคับกล้ามทเนื้อหัวใจต่างๆ มีไว้เพื่อให้ผมค่อยๆฝึกควบคุมความสามารถต่างๆของร่างกาย เพื่อให้สามารถใช้ความสามารถที่ซับซ้อนกว่าได้ในอนาคต
นั่นทำให้ความสามารถอ่านใจได้นั้นอันตรายต่อจิตใจของคนที่มีความสามารถนี้เพราะเราจะรับข้อความทุกอยบ่างที่คนอื่นคิดออกมาทั้งหมด ทำให้อาจเสียสติได้ ตามที่นางเอกมีอาการนี้ตอนที่พลังของเอลเดอร์ก็อดในร่างกายพลุ่งพล่านขึ้นมา
ผมจึงค่อนข้างระวังในการทดลองและฝึกใช้พลังที่เกี่ยวกับจิตใจ โดยเริ่มจากแนวคิดฝึกการสกัดใจก่อนที่จะไปฝึกความสามารถในการอ่านใจคนอื่น
และก้าวแรกของการสกัดใจคือการแบ่งแยกความคิด compartmentalization ความสามารถ เทคนิคที่คนทั่วไปก็สามารถกระทำได้ ผมเลยโกงโดยการใช้พลังของแหวนฝึกความสามารถนี้ได้อย่างรวดเร็ว
และค่อยๆแบ่งแยกทักษะย่อยๆที่สร้างความเชี่ยวชาญกว่าเดิมในการควบคุมสมาธิในการทำกิจกรรมต่างๆทีส่งผลกระทบต่อการใช้คาถา
Mind Domination การควบคุมสมอง คือหนังสือที่เล่มปกสีดำที่ผมได้มา สอนการเพิ่มพลังทางสมอง การควบคุมจิตใจต่างๆ
ที่เห็นในเรื่อง..เหมือนเดิมครับ ให้ทายว่าคนที่มีเล่มนี้เอาไปใช้ทำอะไร?
เอาไปใช้กับเชียร์ลีดเดอร์ที่ตนเองชอบให้มาเดทด้วย แทนที่จะเอามาใช้ยึดครองโลก
หนังสือมีมากกว่านั้นหลังจากที่ผมอ่าน มันมีเรื่องของการฝึกพลังทางสมอง การต่อต้านพลังควบคุมต่างๆ
ไม่ใช่มีเพียงแค่การควบคุมจิตใจเท่านั้น
ซึ่งคนที่ฝึกเพียงแค่ควบคุมจิตใจเชียร์ลีดเดอร์ ก็จะโดนนางเอกกระทืบเพราะร่างกายอ่อนแอและสเลเยอร์หรือคนที่มีพลังหรือความสามารถพิเศษควบคุมจิตใจนั้น
ทักษะวิชาที่ผมสนใจคือออกแนวไปในทางป้องกันมากกว่าที่จะควบคุมจิตใจคนอื่น
สนใจการสร้างเกราะป้องกันทางจิตใจที่เหมือนกับการสร้างป้อมปราการในจิตใจ
ที่น่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการเจรจากับเทพเจ้าหรือปีศาจ
ผมมองทั้งระบบ ไม่รีบร้อนในการที่จะอัญเชิญปีศาจมาบนโลกมนุษย์อย่างหลายๆคนในเรื่องแต่ต้องการให้แน่ใจว่า ผมเชี่ยวชาญเทคนิคพื้นฐานที่มีทั้งหมดอย่างแน่นอนแล้ว
ผมไม่ต้องการสร้างศัตรูและเทเลอร์คือหนึ่งในคนจำนวนที่ผมไม่อยากเป็นศัตรูด้วยมากที่สุดคนหนึ่ง ความสามารถบังคับแมลงไม่ใช่เรื่องตลก
แค่บังคับให้ผึ้งมารุมต่อยจนตายก็น่ากลัวอยู่ ยังไม่ต้องพูดถึงโลกนี้ที่มีแมลงปีศาจตัวใหญ่กว่าตึกอยู่ด้วย
ผมไม่แน่ใจเรื่องนิสัยเธอมากนักแต่หากเดาจากความสามารถในการ”ควบคุม” เธอน่าจะเป็นคนที่ช่างเข้มงวด ชอบควบคุมคนอื่นในรายละเอียดต่างๆ
ผมแปลกใจที่เธอเอตรงไหนมาชอบผมนี่ล่ะ พล้อตนี้รู้สึกว่าไม่มีในเรื่องนะ?
ผมคิดในใจว่าจะรีบฝึกทักษะดูดพลังชีวิตให้มากขึ้น เผื่อกรณีที่มีแมลงมาไต่ตามตัวของผมหรือชอนไชไปในร่างกาย ผมจะได้ฆ่าแมลงได้ทุกตัวแม้จะไม่ต้องสัมผัสแมลงเลยก็ตาม
แต่หากเข้าไปหาตอนนี้ก็อาจจะเกิดสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงข้นมาอีก
พวกสาวที่จ้องรังแกเธอก็อาจเอาผมเป็นสาเหตุที่รังแกเธออีกก็ได้
ถามว่าทำไมผมถึงไม่เข้าไปช่วยเหลือเธอหรือครับ?
ผมที่โดนเจ้าบิฟไล่กระทืบทุกวันไปหาเรื่องกับกลุ่มผู้หญิงที่ป็อปปูล่าในห้องนี่นะ?
ไม่ต้องคิดมากก็รู้ว่าใครจะชนะในการพูดเถียงกันหรือคนในห้องจะเข้าข้างใคร
ผมไม่กลัวการที่สถานการณ์แย่ลงสำหรับผมหรอก
เพราะผมกะจะชิ่งหนีโรงเรียนนี้โดยไวอยู่แล้ว แต่กับเทเลอร์นี่สิ เหมือนกับลุกระเบิดดีดีนี่เอง
ที่ผมมองว่าเธอน่ากลัวเพราะความสามารถควบคุมแมลงไม่ต่างกับ one man army
ที่หากให้เวลาเธอสักหน่อย
แมลงที่เธอควบคุมได้จะเรียกว่า”มหาศาล”
ที่ทางที่จะชนะในการต่อสู้คือนางเอกฝ่าฝูงแมลงเข้าไปซัดเธอจนสลบเท่านั้น
“ว่าอย่างไรเทเลอร์โทษทีนะที่เสียงดังไปหน่อย? มีปัญหาตรงไหนไม่เข้าใจไหมมาช่วยกันทำหน่อย”
“มะ ไม่มีอะไรแต่ก็ตะติวด้วยกันก็ได้นะ”
และเธอก็หน้ามุดในหนังสือ
เมื่อกี้เธอพยายามทำเสียงเหมือนจะพยายามฆ่าผมเลยนะ
กลายมาเป็นสาวขี้อายเสียอย่างนั้น
ผมหวังว่านี้จะเป็นการแก้ปัญหาได้..แต่มันอาจจะกลายเป็นการแก้ปัญหาในระยะสั้น
ไม่ใช่ในระยะยาว
ตราบใดที่ยังมีกลุ่มผู้หญิงที่ยังคอยแกล้งเธออยู่ เธออาจจะโดนขังในห้องน้ำ ตู้ล็อกเกอร์หรืออื่นๆที่เป็นสถานการณ์เลวร้ายที่มีผลต่อสภาพจิตใจในการทำให้พลังควบคุมแมลงจะตื่นขึ้นมาเมื่อไรก็ได้
ผมอยากจะชกพวกเธอที่คอยแกล้งเทเลอร์...แต่นี่คือดินแดนที่ผู้ชายเป็นฝ่ายผิดเสมอ
มันไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยวิธีแบบนั้น ไม่อย่างนั้นผมก็คงชกบิฟมันไปแล้ว
คนที่โดนรังแกที่คอยต่อสู้กลับจะกลายเป็นฝ่ายผิด
ดินแดนที่อ้างว่าผู้ชายมีอำนาจแต่ขอเพียงแค่ไม่ต้องถึงขั้นจะชกพวกเธอ แค่พวกเธอพูดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับผม
ผมก็จะโดนพักการเรียนได้ด้วยความรวดเร็วยิ่งกว่านับหนึ่งสองสาม
ผมล่ะงงจริงๆ
ที่บอกว่าผู้ชายเป็นใหญ่นี่มันเป็นใหญ่ตรงไหน?
อีกวิธีที่ผมคิดได้คือล้างสมองพวกเธอ ?
Mind control เพราะพวกเธอคงไม่สามารถเปลี่ยนใจไดด้วยวาทศิลป์การพูดเกลี้ยกล่อม
แต่ก็นั่นล่ะ หากทำอย่างนั้น นางเอกก็มากระทืบผมแน่ๆ
นี่คือปัญหาล่ะ
เมื่อเราคำนึงถึงศีลธรรม มีหลายวิธีที่เราไม่สามารถใช้ได้เพื่อการบรรลุเป้าหมาย
..