ตอนที่ 7
ชิงเทียนโทรไปบอกชิงอันว่าวันนี้เขาจะนอนค้างที่บ้านเพื่อน ขืนบอกว่าเขามีวิลล่าส่วนตัวมีแต่จะทำให้แม่เขาคิดว่าเขาเพี้ยนไปแล้ว เมื่อเดินขึ้นมาที่ชั้นสองเขาเข้าไปในห้องที่มีประตูบานใหญ่ที่สุด เมื่อมองไปรอบๆ เขาอยู่ในห้องนอนขนาดใหญ่ดูหรูหราโอ่อ่า ซึ่งในความทรงจำของชิงเทียนคนเก่า ย่อมไม่เคยเห็นภายเช่นนี้มาก่อน
ในคืนนี้ชิงเทียนตั้งใจจะดูดซับตัวยาที่เขาปรุงขึ้นมา และเมื่อนำเม็ดยายัดลงปาก ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เขาก็สามารถทะลวงขอบเขตจนสำเร็จ ตอนนี้ขอบเขตของเขาอยู่ที่ ก่อตั้งลมปราณขั้นต้น ในขอบเขตนี้เขาสามารถควบคุมลมปราณทั่วร่างได้พร้อมกัน ในขอบเขตรวบรวมลมปราณผู้บ่มเพาะจะสามารถใช้ลมปราณผสานกับร่างกายได้แค่บางส่วนเท่านั้น นี่เท่ากับว่าเขาสามารถขับขานเพลิงอัสนีฟ้าออกมาได้ทั่วร่างกาย
ในตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขานั้นมีมากกว่าผู้บ่มเพาะพลังขอบเขตก่อตั้งลมปราณขั้นต้นทั่วไปอยู่หลายเท่านัก ทั้งเพลิงอัสนีฟ้าที่เสริมพลังทำลาย เนตรสะกดเทพที่สามารถควบคุมร่างกายศัตรู และอัตราการฟื้นฟูลมปรานอย่างรวดเร็ว จากเม็ดยาัครามที่เอาดูดซับเข้าไป มันจะเป็ความสามารถติดตัวเขาไปจนตาย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมในแดนเซียนผลไม้ชนิดนี้ถึงมีค่ามหาศาล
ในรุ่งเช้าของวันถัดมา
‘ก๊อกๆ' เสียงเคาะประตูดังขึ้น เมื่อชิงเทียนเดินไปเปิดประตู เขาก็พบกับผู้หญิงวัยกลางคน ที่ใส่ชุดแม่บ้านทำความสะอาด “อรุณสวัสดิ์ค่ะนายน้อย ดิฉันคือแม่บ้านชื่อ ลู่หลี่หลิน ถูกว่าจ้างโดยคุณโอวหยางเจิ้งหยูค่ะ"
ชิงเทียนเห็นเสื้อผ้าที่เธอจนมาด้วยทุกชิ้นมีแต่ของแบรนด์เนมที่เขาเห็นบนป้ายโฆษะนา ‘ไม่ถูกกับเื่นี้เลยแหะ' เซนส์ด้านแฟชั่นหรือการแต่งตัวของเขาแทบจะติดลบ
เมื่อตอนที่ชิงเทียนไปเขตซื้อขายสมุนไพร เขาคิดว่าควรแต่งตัวให้ดูน่าเชื่อถือน่าจะดีกว่า และผลที่ตามมาคือหลังจากเ้าของร้านมองดูเขาเลือกชุดสูทอย่างเงอะงะ เธอก็อดไม่ได้ที่จะเข้ามาแนะนำ
ในแดนเซียนเครื่องแต่งกายส่วนใหญ่มักทำมาจากผ้าระดับสูงและหนังสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง มันนุ่มและใส่สบายแต่ก็ยังรู้สึกอึดอัด จนกระทั่งเขามาเจอ เสื้อกล้ามและกางเกงบ๊อกเซอร์ นี่มันคือ์บนดินอย่างแท้จริง ความโล่งสบายนี้ทำให้เขาอยากจะใส่ไปโรงเรียนทุกวันแต่ชิงอันก็ห้ามเขาเอาไว้
“เอ่อ...ช่วยเลือกให้หน่อยได้มั้ยครับ" ชิงเทียนทำหน้าจนปัญญา
ลู่หลี่หลินแปลกใจเล็กน้อยเธอคิดว่าชิงเทียนจะเป็นายน้อยเพลย์บอย ควงสาวไม่ซ้ำหน้าเสียอีก “รับทราบแล้วค่ะ อาการเช้าจะรับอะไรค่ะนายน้อย"
“เรียกผมว่าชิงเทียนเฉยๆก็ได้ครับ" เขาถูกเรียกว่าองค์จักรพรรดิ์มาตลอดแต่กลับรู้สึกคันหูพิลึกเมื่อถูกเรียกว่านายน้อย
“เอ่อ...นั่นดูจะไม่เหมาะ...." เธอทำหน้าลำบากใจ “งั้นเรียกผมว่าบอสแล้วกัน" ในเวลาว่างเขาชอบดูภาพยนตร์มาก มีคำๆหนึ่งที่เขาชอบมากที่สุดคือคำว่าบอส มันใช้สำหรับเรียกเ้านาย เป็คำที่สั้นกระชับและได้ใจความ ‘สะดวกกว่าองค์จักรพรรดิ์หรือฝ่าาตั้งเยอะ' ชิงเทียนคิดในใจ
'นี่เขาเป็ประธานบริษัทใหญ่หรือหัวหน้าแก็งค์มาเฟียรึเปล่า' ลู่หลี่หลิงไม่คิดว่าเขาจะอยากให้เรียกแบบนั้น เธอไม่รู้ว่าชิงเทียนทำงานอะไร หรือเป็ลูกชายผู้มีอำนาจคนไหน เธอเพียงถูกว่าจ้างให้มาดูแลวิลล่าหลังนี้ “ทราบแล้วค่ะ...บอส"
ชิงเทียนพยักหน้าอย่างพอใจ "งั้นผมเรียกคุณว่าป้าลู่แล้วกันส่วนเื่อาหารเช้าเดียวผมจะไปกินข้างนอกแล้วกันพอดีว่าผมมีธุระ" เขาเดินจากไปโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของลู่หลี่หลิง ‘เป็เด็กหนุ่มที่แปลกจริงๆ' เธอกลับไปทำงานต่อ
**************************
หลงหยวนยืนรออยู่บริเวณด้านหน้าคาซิโน โดยมีจางเสี่ยวเปาและชายวันกลางคนผมสีดอกเลา ยืนอยู่ข้างๆเขา คล้ายว่าพวกเขากำลังรอใครบางคนอยู่
“หยวนเอ๋อ...นี่มันจวนจะได้เวลาแล้วนะ เดียวก็ไปไม่ทันเรือออกหรอก" ชายวัยกลางคนพูดอย่างกระวนกระวาย “ผมโทรหาเขาแล้ว เขาบอกว่าจะมาถึงในเร็วๆนี้" หยวนหลงยกนาฬิกาขึ้นมาดู
‘เอี๊ยดดด!!!' เสียงเบลกดังมาจากตรงหน้าพวกเขา ชายหนุ่มแต่งตัวดีก้าวลงจากรถแท็กซี่ ‘มีวิลว่าแต่ไม่มีรถสักคัน แถมใบขับขี่ก็ไม่มี' เขาคิดพลางถอนหายใจ
หลงหยวนก้าวเข้ามา “คุณชิงเทียน ผมคิดว่าคุณจะมาไม่ทันซะแล้ว" เขาผายมือไปทางจางเสี่ยวเปา และชายวัยกลางคน “นี่คือ จางเสี่ยวเปาคุณคงจะได้ทำความรู้จักกับเขามาบ้างแล้ว"
“ส่วนนี่คือพ่อของผม หลงหยิน ท่านคือผู้นำตระกูลหลงคนปัจจุบัน"
“ยินดีที่ได้รู้จักหลานชาย ฉันได้ยินเื่ของเธอมาจากหลงเอ๋อแล้วต่อไปนี้ขอฝากด้วยนะ" หลงหยินยื่นมือมาจับกับชิงเทียน พร้อมกับเผยรอยยิ้มอย่างจริงใจ นี่คือคนที่อาจทำให้ตระกูลผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ เขาจึงไม่กล้าทำตัวเสียมารยาท
“เรากำลังจะสายแล้วเชิญทั้ง 3 คนขึ้นรถครับ” จางเสี่ยวเปาเอ่ยเตือน จากนั้นพวกเขาก็ขึ้นไปนั่งบนรถยนต์ยี่ห้อ โรลส์ - รอยซ์ สีดำรุ่น 4 ประตู พวกเขานั่งรถจากจี่หนานใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งกว่าจะมาถึงท่าเรือชิงเต่า โดยหลงหยวนได้เผื่อเวลาเดินทางเอาไว้แล้ว
ที่ท่าเรือมีเรือสำราญขนาดมหึมาลอยอยู่เหนือมหาสมุทร ที่บริเวณท้ายเรือมีตัวหนังสือเขียนเป็ภาษาอังกฤษว่า นอร์เวย์เจี้ยน บลิส มันมีขนาดเท่ากับตึกระฟ้าที่วางอยู่ในแนวนอนเลยทีเดียว
พวกเขายื่นตั๋วให้พนักงาน จากนั้นก็ขึ้นมาบนเรือ “ไปหาอะไรกินก่อนมั้ย เรายังพอมีเวลา" หลงหยวนถาม “ไม่จำเป็ เส็จงานแล้วค่อยฉลองก็ยังไม่สาย” ชิงเทียนเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ “มันต้องอย่างงี้หลานชาย ฉันชอบนิสัยเธอจริงๆ” หลงหยินชักจะถูกใจเด็กคนนี้ขึ้นมาบ้างแล้ว
“อ้าวๆ นั่นตาแก่หลงไม่ใช่เหรอ" ชาย 3 คนที่จำลังจะเดินสวนพวกเขาเอ่ยทัก “แหม๋ๆ ไหนหล่ะคนที่จะลงแข่งเดิมพัน คงจะไม่ใช่เ้าเด็กนี่หรอกนะ ตระกูลหลงนี่ตกต่ำลงจริงๆ" ชายกลางคนที่ยืนอยู่ตรงกลางพูดเหน็บแนม
“ถังฮ่าว อย่าพ่นน้ำลายให้มันมากนัก" หลงหยินเมื่อได้ยินก็แค่นเสียงเ็า เขาเกลียดตระกูลถังมาก เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน เหอซิงเหยียน ภรรยาของเขา เกือบที่จะถูกลอบสังหารจากคนของตระกูลถัง และตำรวจก็ตามสืบไม่ได้เพราะหลักฐานรวมถึงพยานน่าจะจมอยู่ที่ไหนสักแห่งในทะเลจีน ถือเป็โชคดีที่ภรรยาของเขาไม่ได้รับาเ็
“อุ๊ย!!...น่ากลัวจังเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ถังฮ่าวทำหน้าล้อเลียน จากนั้นเขาก็ชักสีหน้าจริงจังกระทันหัน "อีก 1 ชั่วโมง อย่าสายหล่ะ" แล้วเขาก็กลับมาทำหน้าตายียวนอีกครั้งพร้อมกับหัวเราะร่าและเดินสวนไป
ชิงเทียนเหลือบมองไปที่อีก 2 คนที่มาพร้อมถังฮ่าว คนหนึ่งเป็ชายหนุ่มอายุพอๆกับหลงหยวน เขาขาดว่าคงจะเป็ลูกชายของถังฮ่าวจากโครงหน้าที่คล้ายกัน ส่วนอีกคนใส่หมวกและสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่คล้ายเ้าพ่อยุคแปดศูนย์
เรือสำราญเริ่มเคลื่อนตัวออกจากท่า พวกชิงเทียนเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์จนเกือบจะถึงเวลานัดหมาย ณ ห้องรับรอบห้องหนึ่งประตูบานโตถูกเปิดออก พวกชิงเทียนเดินเข้าไปภายในห้องก็พบกับโต๊ะโปกเกอร์ขนาดใหญ่กลางห้อง
ทั้งสองฝ่ายนั่งประจำตำแหน่งคนละด้าน “คุณชิงเทียน กติกาคือแต่ละฝ่ายจะเตรียมเงินมา 500 ล้านหยวน ฝ่ายไหนเงินหมดก่อนฝ่ายนั้นเป็ฝ่ายแพ้ เกมจะดำเนินไปเรื่อยๆจนมีผู้ชนะ หากถึงฝั่งแล้วยังไม่มีผู้ชนะ ฝ่ายที่เหลือเงินน้อยกว่าจะถือว่าแพ้ไปโดยปริยาย" หลงหยวนอธิบายรายละเอียดของกติกา
“เข้าใจล่ะ..." ชิงเทียนมองไปยังชายที่นั่งอยู่ตรงข้าม “สวัสดีผม เฉินเต๋อิ" ชายที่นั่งตรงข้ามแนะนำตัว “ชิงเทียน" เขากล่าวตอบสั้นๆ สองพ่อลูกตระกูลถังมองเขาด้วยสายตาดูแคลน
“แน่ใจนะพ่อว่าแผนนี้จะได้ผล" ลูกชายของถังฮ่าว ส่งเสียงกระซิบกระซาบ “เออน่า...ถังหยุน เชื่อพ่อสิ อย่างน้อยก็กันไว้ดีกว่าแก้" ถังฮ่าวและลูกชายเดินไปนั่งที่ด้านหลังของ เฉินเต๋อิ
ชิงเทียนเห็น เฉินเต๋อิหยิบแว่นขึ้นมาสวม เขาจึงลองใช้เนตรสะกดเทพกับเฉินเต๋อิ
“เหอะนึกว่าจะมาไม้ไหน ที่แท้เซียนพนันอันดับหนึ่งก็มีดีแค่นี้เอง"
ด้านหลังไพ่ทุกใบถูกทำตำหนิไว้ มีเพียงเลนส์พิเศษเท่านั้นที่จะมองเห็น ชิงเทียนแสยะยิ้ม ‘เป็แผนที่ดีแต่มันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อฉันสามารถเห็นสิ่งที่แกเห็น!' ชิงเทียนยิ้มเยาะในใจ
ดีลเลอร์เริ่มแจกไพ่ ชิงเทียนเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่ยากจะมองทันคว้าไพ่ใบแรกมาแล้วคว่ำไพ่ไว้บนโต๊ะ โดยใช้มือปิดหลังไพ่เอาไว้
“!!!!!!!!!!!!!" เฉินเต๋อิและสองพ่อลูกตระกูลถังแทบไม่อยากจะเขื่อสายตา ความเร็วของชิงเทียนนั้นเป็เหมือนภาพติดตาที่พวกเขามองตามไม่ทัน
ไพ่ใบที่สองถูกแจกครั้งนี้ชิงเทียนทำทีท่าสบายๆเขาดูไพ่ใบที่ 2 ของเขาที่หงายอยู่ เป็เอซโพแดง ส่วนไพ่ของเฉินเต๋อิที่หงายอยู่เป็ควีนโพดำ
“หน้าเอซเชิญว่า" ดีลเลอร์ผายมือมาทางชิงเทียน
ชิงเทียนใช้ไพ่เอซโพแดงเลื่อนมาปิดด้านหลังไพ่ใบที่คว่ำอยู่ “เริ่มต้นเบาๆเป็ไง ผมเปิดที่ 50 ล้าน!!..."
-----------------------------