The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่86 เผชิญหน้ากับนักรบเงา2

                “นะ..นี่หนุ่มน้อยผมขาว..เธอไม่เป็นอะไรใช่มั้ย??” คุณป้าผู้หญิงคนหนึ่งในตลาดกล่าวถามเรเวลแบบนั้น

                “อะ..เอ๋!?..หมายถึงอะไรหรอครับ”  ผมสงสัยแล้วก้มมองลงไปที่ร่างกายตัวเอง

                หน้าอกด้านซ้าย ,หัวไหล่,และต้นขาซ้าย ถูกแทงทะลุจนเป็นรูสีแดง..แถมมีเลือดไหลซึมออกมา..แม้ตัวผมจะใช้วิธีห้ามเลือดโดยใช้ไฟลน(ไฟเยอร์โบลต์)ไปแล้ว..แต่ถึงอย่างนั้นไม่ว่ามองมุมไหน..ตัวผมก็คล้ายคนที่บาดเจ็บปางตายเลยนิหว่า..

                แต่คงเพราะสเตตัสระดับเลเวล30 ที่มีความทนทานเหนือกว่าคนปกติทั่วไปแบบลิบลับ…เลยทำให้ผมไม่เป็นอะไรมาก…ผมรีบเปิดหน้าต่างสเตตัสตัวเองขึ้นมาเช็คดูทันที

                ………………………………..

                    :หอกศักดิ์สิทธิ์โฮลี่เจวาลิน:

                ผู้ครอบครอง: เรเวล(เผ่ามนุษย์) LV30

                ค่าเอกสิทธิ์(ระดับความหายาก): เทวทัณฑ์

                พลังชีวิต 80,200/115,000

                พลังเวทย์ 45,200/74,300

                ……………………………….

                โอ้..พลังชีวิตลงไปเยอะอยู่เหมือนกันนะ..ต่อให้ดาเมจของหอกมันจะคงที่..แต่ถ้าถูกโจมตีคนละตำแหน่ง..พลังชีวิตก็ลดลงไม่เท่ากันสินะ…ดีนะเนี่ยที่ไม่ถูกแทงตรงจุดสำคัญมาก…แต่ก็เอาเถอะเราหนีไอเงานั่นพ้นแล้วล่ะ

                “ขอบคุณที่ห่วงนะครับคุณป้า..พอดีผมเกิดอุบัติเหตุมานิดหน่อยน่ะครับ” 

                ผมกล่าวจบแล้วเก็บอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองเข้าไป

                ‘ฟรึบ’ หอกศักดิ์สิทธิ์ถูกดูดกลืนเข้าไปในฝ่ามือข้างขวา

                “งะ..งั้นหรอ..แต่ว่าเธอไม่ไปหาหมอจะดีหรอ?…เพราะศูนย์พยาบาลก็อยู่ตรงนั้นเอง” คุณป้ากล่าวแล้วชี้ไปยังทิศใต้ของเมือง

                “ไม่เป็นไรครับ..พอดีผมรีบไปธุระครับ”  ผมโค้งหัวคำนับเขาเล็กน้อย

                เนื่องจากผมอยู่ตรงนี้นานไม่ได้..ฉะนั้นรีบไปจะดีกว่า

                ผมคิดแบบนั้นแล้วรีบเดินไปทันที..ท่ามกลางสายตาผู้คนที่มองมาจำนวนมาก

                ก็แหงแหละ..อยู่ดีๆมีคนถูกแทงจนเลือดไหลชุ่มตัวแบบนี้..แล้วมาเดินเล่นในตลาดชิวๆ..จะมีใครไม่มองบ้างฟะ

                เห้ออ..รีบไปที่ปราสาท..เปลี่ยนเสื้อผ้า..แล้วให้คุณเซบาสเตียนร่ายเวทย์รักษาให้จะดีกว่า

                แต่ว่านะตกเป็นเป้าสายตาระหว่างทางแบบนี้คงไม่ดีแน่..เพราะตัวเรามันเด่นมากเกินไป..หากไอเงานั่นตามมาทันคงหาเราเจอได้ไม่ยาก..และหากมาสู้กันกลางตลาดแบบนี้หลายคนคงเดือดร้อนแน่..ฉะนั้นรีบพลางตัวดีกว่า

                ผมหยิบเงินในกระเป๋าเวทย์มนต์แล้วซื้อชุดคลุมสีน้ำตาลลายตุ๊กตาหมีตัวหนึ่งแถวนั้นแล้วอำพรางตัวเอง

                หลังขยับฮู้ดขึ้นมาคลุมหัวเพื่อปิดบังสีผมแล้ว..ผมจึงรีบเดินต่อไป

                “หืม!?...อยู่ดีๆก็มีพลังเวทย์มหาศาลปรากฎขึ้นหลายจุดเลยแหะ!” ผมพึมพัมแล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที

                ตอนนี้โรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์คงจะเลิกเรียนกันแล้ว..ฉะนั้นจึงมีนักเรียนออกมาเดินเที่ยวจำนวนมากแน่ๆ  

                “ชิ..ถ้าพลังเวทย์มันกระจายแบบนี้แล้วไอเงานั่นตามเรามาก็ไม่มีทางรู้ได้เลยน่ะสิ”

                ผมเก็บซ่อนพลังเวทย์ตัวเองจนเหลือ0ทันที..เพื่ออำพรางให้แนบเนียนยิ่งขึ้น

                ทั้งชุดใบหน้าและสีผมก็มองไม่เห็น..แถมยังสัมผัสพลังเวทย์ก็ไม่ได้..ถ้าไอเงาส้นตีนนั่นมันยังเจอเราอีกก็ไม่รู้จะพูดยังไงละ..

                “เห้อ..รีบไปดีกว่า”

                ผมคิดแบบนั้นพร้อมกับรีบเดินมุ่งตรงไปยังปราสาทสีฟ้าที่ลอยเด่นอยู่ไกลลิบเบื้องหน้า

               …………………………………..

                “นี่เซซิเลีย..อยากลองกินมั้ย?”  เซเลน่ายื่นขนมมาเมะไดฟุกุ 1 ชิ้นให้เซซิเลีย

                “ขอบคุณนะคะ” เซซิเลียรับขนมชิ้นนั้นแล้วค่อยๆกิน

                เด็กสาวทั้ง2คนคลุมเสื้อฮู้ดสีดำเพื่อปกปิดตัวตน

                “นิสัยติดพูดจาไพเราะ..นี่ไม่ต้องใช้กับฉันก็ได้มั้งเคยบอกไปตั้งแต่เด็กแล้วนี่นา..แก้ไม่หายจริงๆนะเธอเนี่ย”

                “ขอโทษนะ..พอดีบ้านฉันฝึกมาแบบนี้น่ะ...ถึงแม้จะพยายามพูดจาเป็นกันเองกับเธอมากขึ้นแต่บางทีมันก็หลุดคำว่า ค่ะ กับ คะ บ้างแหละ ”

                “เห้ออ..ช่างเถอะ..ว่าแต่ไอหมอนั่นมันหายไปไหนกันนะ..เดินหามันตั้งนานแล้วยังไม่เจอเลย..สงสัยตกท่อตายไปแล้วมั้ง” 

                “ฮึก..อึก..” เซซิเลียเริ่มกลั้นร้องไห้ขึ้นมาเมื่อได้ยินเซเลน่าพูดแบบนั้น

                “ดะ…ดะ..เดี๋ยวเซซิเลีย..เธออย่าร้องสิ…ฉันแค่พูดเล่นเฉยๆ” เซเลน่าทำท่าลุกลี้ลุกลนแล้วเข้าไปปลอบเธอทันที

                “แงงงงงงงงง…อุ้บบบ”

                เซซิเลียโดนเอาเซเลน่าเอามืออุดปาก

               “ชู่ววววว…เธอจะบ้ารึไง..จะมาร้องไห้ตรงนี้เนี่ยนะ…ไม่ใช่เด็กแล้วนะเฟ้ยยยย…”

                “ฮึก..” เซซิเลียพยายามกลั้นร้องไห้แล้วดึงมือเซเลน่าออก

                “เฮ้ออ…ในที่สุดก็หยุดร้องซะที....ไม่ต้องห่วงหรอกน่า..เดี๋ยวก็เจอไอหมอนั่นเองแหละนะ” 

                เซเลน่าหลับตาแล้วพยายามตั้งสมาธิสัมผัสพลังเวทย์โดยรอบดู

                เซซิเลียเองก็พยายามทำแบบนั้นเหมือนกัน

                “ชิ...แถวนี้มีพลังเวทย์มหาศาลอยู่หลายจุดเลยคงเพราะมีนักเรียนโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์อยู่เยอะนั่นแหละ..ดูท่าจะหาตัวหมอนั่นไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ” เซเลน่าบ่นพร้อมกับกระทืบพื้นอิฐด้านล่างจนแหลกละเอียด

                “อึ้ยย..”

                “วะ..เหวออ”

                คนในตลาดแถวนั้นตกใจจนสะดุ้ง

                ตอนนั้นเองเซซิเลียเดินเข้าไปถามคนแถวนั้น

                “คือว่าพอจะเห็นผู้ชายคนหนึ่งมีผมสีขาวตาสีแดง..ตัวสูงพอๆกับฉัน..หน้าตาดูซื่อๆหน่อยมั้ยคะ?” 

                ผู้ชายคนที่ถูกถาม..ตลึงกับความงามของใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ฮู้ดเป็นอย่างมาก..จึงคิดว่าเธอคนนี้คือลูกหลานของขุนนางชั้นสูงแน่ๆ..จึงรีบตอบไป

                “กะ...กะ...กระผมไม่เห็นนะครับคุณหนู” 

                “ระ..หรอคะ..ขอบคุณค่ะ..” เซซิเลียกล่าวขอบคุณแล้วเดินต่อไปด้วยท่าทางหดหู่

                เซเลน่าเดินเข้ามาหาเซซิเลียทันที 

                “นี่เซซิเลีย..ทำไมไม่รอถึงตอนเย็นล่ะ..เดี๋ยวหมอนั่นก็กลับไปที่ปราสาทแล้วไม่ใช่หรอ..ฉันเองก็ได้ข่าวว่าหมอนั่นนอนในปราสาทของเธอเพราะต้องทำงานบางอย่างนิ”

                เรื่องที่เรเวลมีส่วนในภารกิจล้างคำสาประดับสูง..ดูเหมือนว่าในหมู่ราชวงศ์ทุกตระกูลจะรู้กันหมดแล้ว..แน่นอนว่ารวมถึงเจ้าหน้าที่ในสภาเวทย์มนต์เช่นกัน..ไม่มีใครที่ไม่รู้จักตัวตนของเด็กหนุ่มผมขาวคนนั้น

                “แล้วถ้าเรเวลไม่กลับไปล่ะคะ..” เซซิเลียเอ่ยขึ้นมาแบบนั้น

                “เฮ้ออ..เอางั้นก็ได้..งั้นก็เดินตามหาไอหมอนั่นต่อไปก็แล้วกัน”

                ……………………………….

               ณ บริเวณหนึ่งในตลาดขนาดใหญ่ทิศตะวันออกใจกลางเมืองหลวง

                “อ้าาาา…อะไรกันเนี่ยยยย”

                “กรี้ดดดดดด…”

               เสียงกรีดร้องของผู้คนจำนวนมากเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

                “บอกมา..ไอคนที่มีผมสีขาว..ใส่เครื่องแบบคล้ายๆแก..มันอยู่ที่ไหน”

                ปรากฎนักรบแห่งเงาสีดำทมิฬ..กำลังคุยกับนักเรียน รร.อัศวินเวทย์มนต์คนหนึ่งอยู่..โดยที่คนๆนั้นถูกหอกสีดำเสียบที่ปลายแขนและขาทั้งสี่..ตรึงร่างเอาไว้กับพื้นอย่างโหดร้าย

                “อึก..อะไรกัน…แกเป็นใครกันแน่..ทำไมอยู่ดีๆเข้ามาโจมตีฉัน..โอ้ยย..มันเจ็บนะ”

                “ปล่อยเคโระเดี๋ยวนี้นะ”

                “แกทำบ้าอะไรวะ..นั่นเพื่อนเรานะเว้ยย”

                “อย่ามาได้ใจให้มากนะ..ฉันไม่ยอมหรอก”

                นักเรียน รร.อัศวินเวทย์มนต์คนอื่นๆที่อยู่แถวนั้นนับสิบคนเรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมาแล้วโจมตีใส่นักรบเงาทันที ...แน่นอนว่าทุกคนในที่นี้ล้วนมีเลเวล30 ไม่ต่างจากเรเวล

                “ย้ากกกกกก…”

                "ตายซะเถอะแก..."

                "ฉันจะช่วยเคโระให้ได้"

                "ปล่อยเพื่อนเราเดี๋ยวนี้นะ...ไอคนชุดดำ" 

                'เวทย์-ดะ...'

                ‘ฉึก..ฉึก…ฉึก….ฉึกกกๆๆๆๆๆ’

                “อรั๊กกกก”

                "เอื้ออก..."

                "แอร็ค..."

                ทั้งหมดถูกหอกสีดำเสียบทะลุหน้าอก..ลำตัว..และหน้าท้อง..จนกระเด็นไปติดกำแพงแล้วถูกตรึงเอาไว้

                แถมบางคนกระเด็นไปถูกร้านค้า..จนร้านค้าหลายร้านถล่มลงมา

               นักเรียน รร.อัศวินเวทย์มนต์นับ10คนถูกจัดการในพริบตา..จนสร้างความแตกตื่นและหวาดกลัวให้ผู้คนยิ่งกว่าเดิม

                “อร้าาาา..กรี๊ดดดด…พวกเราหนีเร็ว”

                “วะ..ไอหมอนี่เป็นใครกันเนี่ยยยยยย”

                ผู้คนแถวนั้นที่เป็นชาวบ้านธรรมดาต่างแตกตื่นด้วยความตกใจและหวาดกลัว..จนวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น

                ตลาดย่านใจกลางเมืองหลวงทิศตะวันออกเกิดความวุ่นวายขึ้นมาทันที

                "เอาล่ะ..ฉันจงใจเลี่ยงจุดตายของพวกแกแล้ว...ฉะนั้นบอกข้อมูลที่ฉันต้องการมาซะว่า..ผู้ชายผมสีขาวตาสีแดงที่ใส่ชุดคล้ายๆพวกแกตอนนี้อยู่ที่ไหน??" นักรบเงาอัญเชิญหอก1เล่มจอที่คอของคนที่ชื่อเคโระ

                "กึกๆๆ...งักๆๆๆ...บะ..บะ...บะ" 

                เคโระปากสั่นมองนักรบเงาด้วยความหวาดกลัว

                "ฉันจะนับ1ถึง5นะ...ถ้าแกยังไม่บอกอีกละก็..."

                “เห้ยย…แกเป็นใครกัน…”

                “หยุดเดี๋ยวนี้นะ…”

                ตอนนั้นเองมีเจ้าหน้าที่สภาเวทย์มนต์กับทหารวิ่งมาจำนวนมาก

                “คนที่ไม่เกี่ยว..ตายซะ..”

                นักงบเงาเอ่ยสั้นๆแล้วอัญเชิญหอกสีดำ..พุ่งไปแทงที่จุดตายทันที

                เจ้าหน้าที่สภาเวทย์มนต์หลบหอกสีดำได้แบบสบายๆ..ส่วนทหารอาณาจักรถูกหอกเสียบแทงตัดขั้วหัวใจจนสิ้นชีวิตในพริบตา

                “หือ?..แถวนี้เองก็มียอดฝีมือเหมือนกันสินะ”

                นักรบเงาหันไปทางเจ้าหน้าที่สภาเวทย์มนต์..แล้วเตรียมตัวอัญเชิญหอกอีกครั้ง

                “แกเป็นผู้ก่อการร้ายสินะ…”

                เจ้าหน้าที่สภาเวทย์มนต์แต่ละคนเรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมา

                ‘อาร์ติเฟกซ์-ค้อนเหล็ก’

                ‘อาร์ติเฟกซ์-ดาบวารี’

                ‘อาร์ติเฟกซ์-เคียวอัศนี’

                “พวกฉันเจ้าหน้าที่สภาเวทย์มนต์จะจับกุมแกเอง”

                “จับกุมฉันงั้นหรอ?”

                นักรบเงาอัญเชิญหอกสีดำทมิฬนับพันเล่มรอบตัวของเจ้าหน้าที่สภาเวทย์มนต์

                “ยะ...แย่แล้วว!...หลบไม่ได้แน่..”

                “รีบร่ายสกิลป้องกันเร็ว”

                ทั้งสามคนร่ายสกิลป้องกันคลุมรอบตัว

                นักรบเงาหันกลับไปทางนักเรียน รร.อัศวินเวทย์มนต์เหมือนเดิม..โดยไม่ได้สนใจเจ้าหน้าที่สภาเวทย์มนต์แล้ว

                ‘เปรี๊ยย..เพล้งง’

                สกิลป้องกันถูกหอกสีดำทำลายแหลกในพริบตา

                ‘ฉึกๆๆ…ฉึกๆๆๆๆๆ….แผละ..’

                หอกสีดำทมิฬนับพันเล่มแทงทะลุร่างกายเจ้าหน้าที่ทั้ง3คนจนร่างพรุนเป็นรูและแหลกเละ

                เลือดท่วมเจิงนองที่พื้นท่ามกลางดงหอกแห่งความตาย

                อาร์ติเฟกซ์ทั้ง3ชิ้นสลายหายไป...เป็นตัวบอกว่าผู้ถือครองได้สิ้นชีวิตลงแล้ว

                นักเรียน รร.อัศวินเวทย์มนต์แถวนั้นที่ถูกนักรบเงาจงใจไว้ชีวิตชั่วคราว..ต่างมองภาพนั้นด้วยสีหน้าหวาดกลัวจนฉี่ราดออกมา

                “เอาล่ะ..ทีนี้พวกแกจงบอกฉันมาซะ..ว่าผู้ชายผมสีขาวที่ใส่เครื่องแบบคล้ายๆแกอยู่ที่ไหน?”

                “ผะ..ผม..สีขาวงะ…งะ..งะ..งั้นหรอ”

                “ยะ..ยะ..อย่าฆ่าฉันเลยนะ…ปล่อยพวกเราไปเถอะ”

                “ระ..รู้จัก…ฉันรู้จักค่ะ….ฉันจะบอกทุกอย่างเลย..อย่าฆ่าพวกเราเลยนะ”

                นักเรียนทั้งชายและหญิงหลายคนตัวสั่นและหน้าซีด..วิงวอนร้องขอชีวิตต่อยมฑูตแห่งความตายเบื้องหน้า

                “งั้นหรอ..ฮึๆๆๆ..ฮ่ะะๆๆๆๆๆ..”

                นักรบเงาหัวเยาะด้วยน้ำเสียงสยดสยองดังกังวาลลั่น…

                “อึก..ไม่นะ…เอาฉันออกไปจากตรงนี้ที"

                หลายคนหวาดกลัวถึงขีดสุดพยายามขยับตัวหนี..แต่ไม่สามารถหนีได้เพราะถูกหอกเสียบตรึงไว้

                “เอาล่ะ..บอกฉันมาซะ..คนๆนั้นอยู่ที่ไหน”

                ………………………………..

                “หืม!?” 

                เรเวลที่อำพรางตัวตนอยู่..ได้ยินเสียงวุ่นวายดังมาจากทางทิศตะวันออก  

                ตอนนั้นเองมีชาวบ้านจำนวนมากแตกตื่นวิ่งออกมาจากทางทิศนั้นมุ่งมายังทิศใต้ตำแหน่งที่เรเวลอยู่ 

                “หนีเร็ววว..ทุกคนหนีเร็ววว”

                “อะไรกัน…เกิดอะไรขึ้น..?”

                “แล้วทำไมฉันต้องหนีล่ะ?”

                “ตอนนี้มีมนุษย์ตัวสีดำคล้ายๆเงาโผล่มาแล้วไล่ฆ่าคนไปทั่วในตลาดทิศตะวันออก…ฉันเห็นมากับตาเลยนะ..แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่สภาเวทย์มนต์กับทหารก็ถูกฆ่า...”

                “อะไรนะ!!…ไม่จริงใช่มั้ย” ผู้หญิงคนหนึ่งตกใจอุทานขึ้นมา

                ผู้คนที่อยู่แถวนั้นล้วนแตกตื่นขึ้นมาทันที

                “ฉะนั้นถ้าพวกคุณไม่อยากตายก็รีบหนีจากตรงนี้ตอนที่ยังมีโอกาสเถอะ…”

                ตอนนั้นเองผู้คนที่อยู่บริเวณรอบตัวเรเวลรีบวิ่งหนีและทิ้งข้าวของรวมทั้งร้านค้าไว้ทันที

                แน่นอนว่าไม่ใช่ทั้งหมด..เพราะก็มีคนส่วนหนึ่งที่ไม่เชื่อเหมือนกันเนื่องจากกลัวถูกคนแต่งเรื่องเพื่อมาหลอกขโมยของตอนตัวเองหนี

                “ทุกคนน!…รีบหนีเถอะครับ…รีบหนีเร็วเข้าาาาาาาาาาาาาา!?” 

                เรเวลในเสื้อคลุมตุ๊กตาหมีประกาศกร้าวด้วยเสียงอันดัง

                “อะไรกัน…ไอคนแต่งคอสเพลย์ตุ๊กตาหมี…จะมาหลอกขโมยของร้านฉันงั้นหรอ!?”

                “ถ้าคุณไม่เชื่อผมแล้วอยากจะรอความตายอยู่นี่ก็เชิญเลยครับ..ผมต้องรีบไปแล้ว” 

                เด็กหนุ่มพูดจบแล้วถีบพื้นรีบวิ่งไปยังทิศตะวันออกทันที

                เหงื่อหลายสายไหลหยดออกมาจากหน้าผากเป็นจำนวนมาก…ตัวเขารู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถเอาชนะนักรบเงานั่นได้..แต่ถึงอย่างงั้นก็ยังไป…แม้ตัวเองอาจจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งก็ตาม

                "ยะ…อย่าบอกนะว่าเพราะมันตามหาเราไม่เจอมันเลยฆ่าคนไปทั่วเพื่อบีบให้เราออกมางั้นหรอ..”

                โถ่เอ้ยยย..บ้าจริงๆ..เพราะความอ่อนแอในตัวเราแท้ๆทำให้ชาวเมืองและผู้บริสุทธิ์จำนวนมากต้องมาเดือดร้อน

                “ไอเงาเส็งเคร็งนี่…คราวนี้ต่อให้ต้องสละชีวิตฉันจะต้องกำจัดแกให้ได้เลยยยยย”

                ‘มานาโซน-ไฟเยอร์แอเรียลลลล’

                เด็กหนุ่มถีบพื้นจนแหลกละเอียดแล้วบินไปด้วยความเร็วสูงอย่างร้อนรน

                “ท่านเทพธิดา..ขอให้ผมไปทันทีเถอะนะ..อย่าให้มีคนต้องตายเพราะผมเยอะกว่านี้เลย”

                ‘อาร์ติเฟกซ์-หอกศักดิ์สิทธิ์โฮลี่เจวาลิน’

                ผมเรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมาพร้อมกับชาร์จสกิล <หอกแห่งปาฎิหาริย์> ไปด้วยแล้วภาวนาในใจ

                การโจมตีของเราก็ใช้กับมันไม่ได้ผล..แถมกว่าจะหนีออกจากมันมาได้ก็หืดขึ้นคอแทบแย่…คราวนี้ตัวเราจะต้องกลับไปหามันด้วยตัวเองอีกแล้วหรอ…โถ่เอ้ยยย…อย่างน้อยก่อนจะตายก็อยากจะเจอหน้าเซซิเลียสักครั้งจัง…