“นะ..นี่หนุ่มน้อยผมขาว..เธอไม่เป็นอะไรใช่มั้ย??” คุณป้าผู้หญิงคนหนึ่งในตลาดกล่าวถามเรเวลแบบนั้น
“อะ..เอ๋!?..หมายถึงอะไรหรอครับ” ผมสงสัยแล้วก้มมองลงไปที่ร่างกายตัวเอง
หน้าอกด้านซ้าย ,หัวไหล่,และต้นขาซ้าย ถูกแทงทะลุจนเป็นรูสีแดง..แถมมีเลือดไหลซึมออกมา..แม้ตัวผมจะใช้วิธีห้ามเลือดโดยใช้ไฟลน(ไฟเยอร์โบลต์)ไปแล้ว..แต่ถึงอย่างนั้นไม่ว่ามองมุมไหน..ตัวผมก็คล้ายคนที่บาดเจ็บปางตายเลยนิหว่า..
แต่คงเพราะสเตตัสระดับเลเวล30 ที่มีความทนทานเหนือกว่าคนปกติทั่วไปแบบลิบลับ…เลยทำให้ผมไม่เป็นอะไรมาก…ผมรีบเปิดหน้าต่างสเตตัสตัวเองขึ้นมาเช็คดูทันที
………………………………..
:หอกศักดิ์สิทธิ์โฮลี่เจวาลิน:
ผู้ครอบครอง: เรเวล(เผ่ามนุษย์) LV30
ค่าเอกสิทธิ์(ระดับความหายาก): เทวทัณฑ์
พลังชีวิต 80,200/115,000
พลังเวทย์ 45,200/74,300
……………………………….
โอ้..พลังชีวิตลงไปเยอะอยู่เหมือนกันนะ..ต่อให้ดาเมจของหอกมันจะคงที่..แต่ถ้าถูกโจมตีคนละตำแหน่ง..พลังชีวิตก็ลดลงไม่เท่ากันสินะ…ดีนะเนี่ยที่ไม่ถูกแทงตรงจุดสำคัญมาก…แต่ก็เอาเถอะเราหนีไอเงานั่นพ้นแล้วล่ะ
“ขอบคุณที่ห่วงนะครับคุณป้า..พอดีผมเกิดอุบัติเหตุมานิดหน่อยน่ะครับ”
ผมกล่าวจบแล้วเก็บอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองเข้าไป
‘ฟรึบ’ หอกศักดิ์สิทธิ์ถูกดูดกลืนเข้าไปในฝ่ามือข้างขวา
“งะ..งั้นหรอ..แต่ว่าเธอไม่ไปหาหมอจะดีหรอ?…เพราะศูนย์พยาบาลก็อยู่ตรงนั้นเอง” คุณป้ากล่าวแล้วชี้ไปยังทิศใต้ของเมือง
“ไม่เป็นไรครับ..พอดีผมรีบไปธุระครับ” ผมโค้งหัวคำนับเขาเล็กน้อย
เนื่องจากผมอยู่ตรงนี้นานไม่ได้..ฉะนั้นรีบไปจะดีกว่า
ผมคิดแบบนั้นแล้วรีบเดินไปทันที..ท่ามกลางสายตาผู้คนที่มองมาจำนวนมาก
ก็แหงแหละ..อยู่ดีๆมีคนถูกแทงจนเลือดไหลชุ่มตัวแบบนี้..แล้วมาเดินเล่นในตลาดชิวๆ..จะมีใครไม่มองบ้างฟะ
เห้ออ..รีบไปที่ปราสาท..เปลี่ยนเสื้อผ้า..แล้วให้คุณเซบาสเตียนร่ายเวทย์รักษาให้จะดีกว่า
แต่ว่านะตกเป็นเป้าสายตาระหว่างทางแบบนี้คงไม่ดีแน่..เพราะตัวเรามันเด่นมากเกินไป..หากไอเงานั่นตามมาทันคงหาเราเจอได้ไม่ยาก..และหากมาสู้กันกลางตลาดแบบนี้หลายคนคงเดือดร้อนแน่..ฉะนั้นรีบพลางตัวดีกว่า
ผมหยิบเงินในกระเป๋าเวทย์มนต์แล้วซื้อชุดคลุมสีน้ำตาลลายตุ๊กตาหมีตัวหนึ่งแถวนั้นแล้วอำพรางตัวเอง
หลังขยับฮู้ดขึ้นมาคลุมหัวเพื่อปิดบังสีผมแล้ว..ผมจึงรีบเดินต่อไป
“หืม!?...อยู่ดีๆก็มีพลังเวทย์มหาศาลปรากฎขึ้นหลายจุดเลยแหะ!” ผมพึมพัมแล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที
ตอนนี้โรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์คงจะเลิกเรียนกันแล้ว..ฉะนั้นจึงมีนักเรียนออกมาเดินเที่ยวจำนวนมากแน่ๆ
“ชิ..ถ้าพลังเวทย์มันกระจายแบบนี้แล้วไอเงานั่นตามเรามาก็ไม่มีทางรู้ได้เลยน่ะสิ”
ผมเก็บซ่อนพลังเวทย์ตัวเองจนเหลือ0ทันที..เพื่ออำพรางให้แนบเนียนยิ่งขึ้น
ทั้งชุดใบหน้าและสีผมก็มองไม่เห็น..แถมยังสัมผัสพลังเวทย์ก็ไม่ได้..ถ้าไอเงาส้นตีนนั่นมันยังเจอเราอีกก็ไม่รู้จะพูดยังไงละ..
“เห้อ..รีบไปดีกว่า”
ผมคิดแบบนั้นพร้อมกับรีบเดินมุ่งตรงไปยังปราสาทสีฟ้าที่ลอยเด่นอยู่ไกลลิบเบื้องหน้า
…………………………………..
“นี่เซซิเลีย..อยากลองกินมั้ย?” เซเลน่ายื่นขนมมาเมะไดฟุกุ 1 ชิ้นให้เซซิเลีย
“ขอบคุณนะคะ” เซซิเลียรับขนมชิ้นนั้นแล้วค่อยๆกิน
เด็กสาวทั้ง2คนคลุมเสื้อฮู้ดสีดำเพื่อปกปิดตัวตน
“นิสัยติดพูดจาไพเราะ..นี่ไม่ต้องใช้กับฉันก็ได้มั้งเคยบอกไปตั้งแต่เด็กแล้วนี่นา..แก้ไม่หายจริงๆนะเธอเนี่ย”
“ขอโทษนะ..พอดีบ้านฉันฝึกมาแบบนี้น่ะ...ถึงแม้จะพยายามพูดจาเป็นกันเองกับเธอมากขึ้นแต่บางทีมันก็หลุดคำว่า ค่ะ กับ คะ บ้างแหละ ”
“เห้ออ..ช่างเถอะ..ว่าแต่ไอหมอนั่นมันหายไปไหนกันนะ..เดินหามันตั้งนานแล้วยังไม่เจอเลย..สงสัยตกท่อตายไปแล้วมั้ง”
“ฮึก..อึก..” เซซิเลียเริ่มกลั้นร้องไห้ขึ้นมาเมื่อได้ยินเซเลน่าพูดแบบนั้น
“ดะ…ดะ..เดี๋ยวเซซิเลีย..เธออย่าร้องสิ…ฉันแค่พูดเล่นเฉยๆ” เซเลน่าทำท่าลุกลี้ลุกลนแล้วเข้าไปปลอบเธอทันที
“แงงงงงงงงง…อุ้บบบ”
เซซิเลียโดนเอาเซเลน่าเอามืออุดปาก
“ชู่ววววว…เธอจะบ้ารึไง..จะมาร้องไห้ตรงนี้เนี่ยนะ…ไม่ใช่เด็กแล้วนะเฟ้ยยยย…”
“ฮึก..” เซซิเลียพยายามกลั้นร้องไห้แล้วดึงมือเซเลน่าออก
“เฮ้ออ…ในที่สุดก็หยุดร้องซะที....ไม่ต้องห่วงหรอกน่า..เดี๋ยวก็เจอไอหมอนั่นเองแหละนะ”
เซเลน่าหลับตาแล้วพยายามตั้งสมาธิสัมผัสพลังเวทย์โดยรอบดู
เซซิเลียเองก็พยายามทำแบบนั้นเหมือนกัน
“ชิ...แถวนี้มีพลังเวทย์มหาศาลอยู่หลายจุดเลยคงเพราะมีนักเรียนโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์อยู่เยอะนั่นแหละ..ดูท่าจะหาตัวหมอนั่นไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ” เซเลน่าบ่นพร้อมกับกระทืบพื้นอิฐด้านล่างจนแหลกละเอียด
“อึ้ยย..”
“วะ..เหวออ”
คนในตลาดแถวนั้นตกใจจนสะดุ้ง
ตอนนั้นเองเซซิเลียเดินเข้าไปถามคนแถวนั้น
“คือว่าพอจะเห็นผู้ชายคนหนึ่งมีผมสีขาวตาสีแดง..ตัวสูงพอๆกับฉัน..หน้าตาดูซื่อๆหน่อยมั้ยคะ?”
ผู้ชายคนที่ถูกถาม..ตลึงกับความงามของใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ฮู้ดเป็นอย่างมาก..จึงคิดว่าเธอคนนี้คือลูกหลานของขุนนางชั้นสูงแน่ๆ..จึงรีบตอบไป
“กะ...กะ...กระผมไม่เห็นนะครับคุณหนู”
“ระ..หรอคะ..ขอบคุณค่ะ..” เซซิเลียกล่าวขอบคุณแล้วเดินต่อไปด้วยท่าทางหดหู่
เซเลน่าเดินเข้ามาหาเซซิเลียทันที
“นี่เซซิเลีย..ทำไมไม่รอถึงตอนเย็นล่ะ..เดี๋ยวหมอนั่นก็กลับไปที่ปราสาทแล้วไม่ใช่หรอ..ฉันเองก็ได้ข่าวว่าหมอนั่นนอนในปราสาทของเธอเพราะต้องทำงานบางอย่างนิ”
เรื่องที่เรเวลมีส่วนในภารกิจล้างคำสาประดับสูง..ดูเหมือนว่าในหมู่ราชวงศ์ทุกตระกูลจะรู้กันหมดแล้ว..แน่นอนว่ารวมถึงเจ้าหน้าที่ในสภาเวทย์มนต์เช่นกัน..ไม่มีใครที่ไม่รู้จักตัวตนของเด็กหนุ่มผมขาวคนนั้น
“แล้วถ้าเรเวลไม่กลับไปล่ะคะ..” เซซิเลียเอ่ยขึ้นมาแบบนั้น
“เฮ้ออ..เอางั้นก็ได้..งั้นก็เดินตามหาไอหมอนั่นต่อไปก็แล้วกัน”
……………………………….
ณ บริเวณหนึ่งในตลาดขนาดใหญ่ทิศตะวันออกใจกลางเมืองหลวง
“อ้าาาา…อะไรกันเนี่ยยยย”
“กรี้ดดดดดด…”
เสียงกรีดร้องของผู้คนจำนวนมากเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“บอกมา..ไอคนที่มีผมสีขาว..ใส่เครื่องแบบคล้ายๆแก..มันอยู่ที่ไหน”
ปรากฎนักรบแห่งเงาสีดำทมิฬ..กำลังคุยกับนักเรียน รร.อัศวินเวทย์มนต์คนหนึ่งอยู่..โดยที่คนๆนั้นถูกหอกสีดำเสียบที่ปลายแขนและขาทั้งสี่..ตรึงร่างเอาไว้กับพื้นอย่างโหดร้าย
“อึก..อะไรกัน…แกเป็นใครกันแน่..ทำไมอยู่ดีๆเข้ามาโจมตีฉัน..โอ้ยย..มันเจ็บนะ”
“ปล่อยเคโระเดี๋ยวนี้นะ”
“แกทำบ้าอะไรวะ..นั่นเพื่อนเรานะเว้ยย”
“อย่ามาได้ใจให้มากนะ..ฉันไม่ยอมหรอก”
นักเรียน รร.อัศวินเวทย์มนต์คนอื่นๆที่อยู่แถวนั้นนับสิบคนเรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมาแล้วโจมตีใส่นักรบเงาทันที ...แน่นอนว่าทุกคนในที่นี้ล้วนมีเลเวล30 ไม่ต่างจากเรเวล
“ย้ากกกกกก…”
"ตายซะเถอะแก..."
"ฉันจะช่วยเคโระให้ได้"
"ปล่อยเพื่อนเราเดี๋ยวนี้นะ...ไอคนชุดดำ"
'เวทย์-ดะ...'
‘ฉึก..ฉึก…ฉึก….ฉึกกกๆๆๆๆๆ’
“อรั๊กกกก”
"เอื้ออก..."
"แอร็ค..."
ทั้งหมดถูกหอกสีดำเสียบทะลุหน้าอก..ลำตัว..และหน้าท้อง..จนกระเด็นไปติดกำแพงแล้วถูกตรึงเอาไว้
แถมบางคนกระเด็นไปถูกร้านค้า..จนร้านค้าหลายร้านถล่มลงมา
นักเรียน รร.อัศวินเวทย์มนต์นับ10คนถูกจัดการในพริบตา..จนสร้างความแตกตื่นและหวาดกลัวให้ผู้คนยิ่งกว่าเดิม
“อร้าาาา..กรี๊ดดดด…พวกเราหนีเร็ว”
“วะ..ไอหมอนี่เป็นใครกันเนี่ยยยยยย”
ผู้คนแถวนั้นที่เป็นชาวบ้านธรรมดาต่างแตกตื่นด้วยความตกใจและหวาดกลัว..จนวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น
ตลาดย่านใจกลางเมืองหลวงทิศตะวันออกเกิดความวุ่นวายขึ้นมาทันที
"เอาล่ะ..ฉันจงใจเลี่ยงจุดตายของพวกแกแล้ว...ฉะนั้นบอกข้อมูลที่ฉันต้องการมาซะว่า..ผู้ชายผมสีขาวตาสีแดงที่ใส่ชุดคล้ายๆพวกแกตอนนี้อยู่ที่ไหน??" นักรบเงาอัญเชิญหอก1เล่มจอที่คอของคนที่ชื่อเคโระ
"กึกๆๆ...งักๆๆๆ...บะ..บะ...บะ"
เคโระปากสั่นมองนักรบเงาด้วยความหวาดกลัว
"ฉันจะนับ1ถึง5นะ...ถ้าแกยังไม่บอกอีกละก็..."
“เห้ยย…แกเป็นใครกัน…”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ…”
ตอนนั้นเองมีเจ้าหน้าที่สภาเวทย์มนต์กับทหารวิ่งมาจำนวนมาก
“คนที่ไม่เกี่ยว..ตายซะ..”
นักงบเงาเอ่ยสั้นๆแล้วอัญเชิญหอกสีดำ..พุ่งไปแทงที่จุดตายทันที
เจ้าหน้าที่สภาเวทย์มนต์หลบหอกสีดำได้แบบสบายๆ..ส่วนทหารอาณาจักรถูกหอกเสียบแทงตัดขั้วหัวใจจนสิ้นชีวิตในพริบตา
“หือ?..แถวนี้เองก็มียอดฝีมือเหมือนกันสินะ”
นักรบเงาหันไปทางเจ้าหน้าที่สภาเวทย์มนต์..แล้วเตรียมตัวอัญเชิญหอกอีกครั้ง
“แกเป็นผู้ก่อการร้ายสินะ…”
เจ้าหน้าที่สภาเวทย์มนต์แต่ละคนเรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมา
‘อาร์ติเฟกซ์-ค้อนเหล็ก’
‘อาร์ติเฟกซ์-ดาบวารี’
‘อาร์ติเฟกซ์-เคียวอัศนี’
“พวกฉันเจ้าหน้าที่สภาเวทย์มนต์จะจับกุมแกเอง”
“จับกุมฉันงั้นหรอ?”
นักรบเงาอัญเชิญหอกสีดำทมิฬนับพันเล่มรอบตัวของเจ้าหน้าที่สภาเวทย์มนต์
“ยะ...แย่แล้วว!...หลบไม่ได้แน่..”
“รีบร่ายสกิลป้องกันเร็ว”
ทั้งสามคนร่ายสกิลป้องกันคลุมรอบตัว
นักรบเงาหันกลับไปทางนักเรียน รร.อัศวินเวทย์มนต์เหมือนเดิม..โดยไม่ได้สนใจเจ้าหน้าที่สภาเวทย์มนต์แล้ว
‘เปรี๊ยย..เพล้งง’
สกิลป้องกันถูกหอกสีดำทำลายแหลกในพริบตา
‘ฉึกๆๆ…ฉึกๆๆๆๆๆ….แผละ..’
หอกสีดำทมิฬนับพันเล่มแทงทะลุร่างกายเจ้าหน้าที่ทั้ง3คนจนร่างพรุนเป็นรูและแหลกเละ
เลือดท่วมเจิงนองที่พื้นท่ามกลางดงหอกแห่งความตาย
อาร์ติเฟกซ์ทั้ง3ชิ้นสลายหายไป...เป็นตัวบอกว่าผู้ถือครองได้สิ้นชีวิตลงแล้ว
นักเรียน รร.อัศวินเวทย์มนต์แถวนั้นที่ถูกนักรบเงาจงใจไว้ชีวิตชั่วคราว..ต่างมองภาพนั้นด้วยสีหน้าหวาดกลัวจนฉี่ราดออกมา
“เอาล่ะ..ทีนี้พวกแกจงบอกฉันมาซะ..ว่าผู้ชายผมสีขาวที่ใส่เครื่องแบบคล้ายๆแกอยู่ที่ไหน?”
“ผะ..ผม..สีขาวงะ…งะ..งะ..งั้นหรอ”
“ยะ..ยะ..อย่าฆ่าฉันเลยนะ…ปล่อยพวกเราไปเถอะ”
“ระ..รู้จัก…ฉันรู้จักค่ะ….ฉันจะบอกทุกอย่างเลย..อย่าฆ่าพวกเราเลยนะ”
นักเรียนทั้งชายและหญิงหลายคนตัวสั่นและหน้าซีด..วิงวอนร้องขอชีวิตต่อยมฑูตแห่งความตายเบื้องหน้า
“งั้นหรอ..ฮึๆๆๆ..ฮ่ะะๆๆๆๆๆ..”
นักรบเงาหัวเยาะด้วยน้ำเสียงสยดสยองดังกังวาลลั่น…
“อึก..ไม่นะ…เอาฉันออกไปจากตรงนี้ที"
หลายคนหวาดกลัวถึงขีดสุดพยายามขยับตัวหนี..แต่ไม่สามารถหนีได้เพราะถูกหอกเสียบตรึงไว้
“เอาล่ะ..บอกฉันมาซะ..คนๆนั้นอยู่ที่ไหน”
………………………………..
“หืม!?”
เรเวลที่อำพรางตัวตนอยู่..ได้ยินเสียงวุ่นวายดังมาจากทางทิศตะวันออก
ตอนนั้นเองมีชาวบ้านจำนวนมากแตกตื่นวิ่งออกมาจากทางทิศนั้นมุ่งมายังทิศใต้ตำแหน่งที่เรเวลอยู่
“หนีเร็ววว..ทุกคนหนีเร็ววว”
“อะไรกัน…เกิดอะไรขึ้น..?”
“แล้วทำไมฉันต้องหนีล่ะ?”
“ตอนนี้มีมนุษย์ตัวสีดำคล้ายๆเงาโผล่มาแล้วไล่ฆ่าคนไปทั่วในตลาดทิศตะวันออก…ฉันเห็นมากับตาเลยนะ..แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่สภาเวทย์มนต์กับทหารก็ถูกฆ่า...”
“อะไรนะ!!…ไม่จริงใช่มั้ย” ผู้หญิงคนหนึ่งตกใจอุทานขึ้นมา
ผู้คนที่อยู่แถวนั้นล้วนแตกตื่นขึ้นมาทันที
“ฉะนั้นถ้าพวกคุณไม่อยากตายก็รีบหนีจากตรงนี้ตอนที่ยังมีโอกาสเถอะ…”
ตอนนั้นเองผู้คนที่อยู่บริเวณรอบตัวเรเวลรีบวิ่งหนีและทิ้งข้าวของรวมทั้งร้านค้าไว้ทันที
แน่นอนว่าไม่ใช่ทั้งหมด..เพราะก็มีคนส่วนหนึ่งที่ไม่เชื่อเหมือนกันเนื่องจากกลัวถูกคนแต่งเรื่องเพื่อมาหลอกขโมยของตอนตัวเองหนี
“ทุกคนน!…รีบหนีเถอะครับ…รีบหนีเร็วเข้าาาาาาาาาาาาาา!?”
เรเวลในเสื้อคลุมตุ๊กตาหมีประกาศกร้าวด้วยเสียงอันดัง
“อะไรกัน…ไอคนแต่งคอสเพลย์ตุ๊กตาหมี…จะมาหลอกขโมยของร้านฉันงั้นหรอ!?”
“ถ้าคุณไม่เชื่อผมแล้วอยากจะรอความตายอยู่นี่ก็เชิญเลยครับ..ผมต้องรีบไปแล้ว”
เด็กหนุ่มพูดจบแล้วถีบพื้นรีบวิ่งไปยังทิศตะวันออกทันที
เหงื่อหลายสายไหลหยดออกมาจากหน้าผากเป็นจำนวนมาก…ตัวเขารู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถเอาชนะนักรบเงานั่นได้..แต่ถึงอย่างงั้นก็ยังไป…แม้ตัวเองอาจจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งก็ตาม
"ยะ…อย่าบอกนะว่าเพราะมันตามหาเราไม่เจอมันเลยฆ่าคนไปทั่วเพื่อบีบให้เราออกมางั้นหรอ..”
โถ่เอ้ยยย..บ้าจริงๆ..เพราะความอ่อนแอในตัวเราแท้ๆทำให้ชาวเมืองและผู้บริสุทธิ์จำนวนมากต้องมาเดือดร้อน
“ไอเงาเส็งเคร็งนี่…คราวนี้ต่อให้ต้องสละชีวิตฉันจะต้องกำจัดแกให้ได้เลยยยยย”
‘มานาโซน-ไฟเยอร์แอเรียลลลล’
เด็กหนุ่มถีบพื้นจนแหลกละเอียดแล้วบินไปด้วยความเร็วสูงอย่างร้อนรน
“ท่านเทพธิดา..ขอให้ผมไปทันทีเถอะนะ..อย่าให้มีคนต้องตายเพราะผมเยอะกว่านี้เลย”
‘อาร์ติเฟกซ์-หอกศักดิ์สิทธิ์โฮลี่เจวาลิน’
ผมเรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมาพร้อมกับชาร์จสกิล <หอกแห่งปาฎิหาริย์> ไปด้วยแล้วภาวนาในใจ
การโจมตีของเราก็ใช้กับมันไม่ได้ผล..แถมกว่าจะหนีออกจากมันมาได้ก็หืดขึ้นคอแทบแย่…คราวนี้ตัวเราจะต้องกลับไปหามันด้วยตัวเองอีกแล้วหรอ…โถ่เอ้ยยย…อย่างน้อยก่อนจะตายก็อยากจะเจอหน้าเซซิเลียสักครั้งจัง…