หลงเหยียนคายสิ่งเจือปนพลังออกมาเขาลุกขึ้นยืนก่อนจะยิ้มเล็กน้อย “คนตระกูลเซียว เหอะๆไม่ว่าพวกเจ้าจะมีแผนการชั่วร้ายเพียงใด ข้าจะทำลายให้สิ้นซาก เซียวปิงมั่วไม่รู้ว่ามายาเก้าพิภพของเจ้ากับหมัดมายาแปดทิศของข้า ผู้ใดจะแกร่งกว่ากันครั้งหน้าหากเจ้าเจอข้าอีกครา เตรียมตัวเสียน้ำตาไว้ได้เลย”
“การที่ชายจะหลั่งน้ำตาคงไม่ผิดอะไร ทว่า... ข้า หลงเหยียนไม่เพียงจะทำให้เจ้าเสียน้ำตา นับจากวันนี้ เจ้าจะไม่มีโอกาสได้หลั่งน้ำตาอีก!”
เขาเงยหน้าขึ้นมามองดวงจันทร์ที่ส่องสว่างทว่าในใจกลับนึกถึงสตรีที่ลึกลับเมื่อหลายวันก่อน...
“ท่านแม่ ท่านเป็นอย่างที่ท่านพ่อพูดจริงหรือเคยทำเรื่องที่ผิดต่อตระกูลหลงจริงอย่างที่ว่าหรือ? วันนี้เป็นท่านชัดเจนแต่เพราะเหตุใดท่านถึงไม่กล้ายอมรับว่าข้าเป็นลูก?”
ความเหงาในอดีตกลายเป็นความเหน็บหนาวคะนึงหาเส้นทางที่แสนยาวไกล แสงจันทราทำให้เงาของหลงเหยียนทอดยาว...
ทันใดนั้นหญิงสาวที่งดงามก็ปรากฏในความคิดของเขา...
“หลงหลิง เจ้าจะรอข้าที่เมืองหยุนจงจริงหรือ แต่ไม่ว่าอย่างไรตอนนั้นเจ้าช่วยชีวิตข้าสามครั้ง ข้าต้องหาเจ้าให้เจอ ตอบแทนบุญคุณเจ้าหากเป็นไปได้ ข้าหวังจะอยู่กับเจ้าได้ตลอดไป...”ไม่รู้ว่าหลงเหยียนเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรทุกครั้งที่นึกถึงใบหน้านางเขาก็อดยิ้มไม่ได้
“รอยต่อในตัวข้าถูกเปิดเชื่อมหมดแล้ว ยังเหลือเวลาอีกหลายวันข้าจะฝึกหมัดมายาแปดทิศให้ดี ถึงตอนนั้น ข้าจะแสดงความน่ากลัวของมันให้ทุกคนเห็นทุกคนต้องตกตะลึงแน่”
“ท่านปู่ ข้าต้องไม่ทำให้ท่านผิดหวัง...”
หลายวันผ่านไปหลงเหยียนสามารถใช้หมัดมายาแปดทิศที่ตัวเองคิดค้นได้อย่างคล่องแคล่ว หากใช้มันจริงคาดว่าพละกำลังของมันน่ากลัวมากกว่าหมัดสายฟ้าแปดทิศสองเท่า
สร้างความมั่นคงและสมดุลพลังปราณในร่างกายในธาตุพลังหิน โลหิตปริมาณมหาศาลซ่อนอยู่ด้านใน ถึงตอนนั้นเขาสามารถใช้มันหลอมกลายเป็นพลังปราณเพื่อเติมเต็มร่างกายเขาเตรียมพร้อมทุกอย่างด้วยความรอบคอบ
หลงเหยียนลูบราชสีห์หิรัณย์ที่ตัวเล็กลงแล้วเดินไปทางตระกูลหลงอู่
มีวิชาต่อสู้ที่แข็งแกร่งอีกทั้งยังควบคุมการประสานจิตที่เหนือชั้นรวมกับตอนนี้ที่ก้าวขึ้นไปถึงระดับชีพมังกรขั้นที่หกทำให้มีกำลังหนุนมหาศาล
เขาเชื่อว่าในวันแข่งขันล่าสัตว์ตนต้องมีสิทธิ์ชนะมากขึ้นแน่
เมื่อลองคำนวณวันแล้วอีกสองวันก็จะถึงวันแข่งขันที่ต้องเข้าสู่เทือกเขาหยุนหลัวเพื่อล่าสัตว์หลงเหยียนเพิ่งกลับมาถึงตระกูลหลง องครักษ์เฝ้าประตูก็โค้งตัวลงเป็นการทำความเคารพ
หลงเหยียนรู้สึกสะอิดสะเอียนเมื่อก่อนคนพวกนี้ไม่เคยเห็นตนในสายตา แต่หลงเหยียนไม่เอาเรื่องพวกเขาหรอกมนุษย์ก็เหมือนกันทั้งนั้น ด้อยค่าคนที่ต่ำกว่าอย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นคนรับใช้ในตระกูลหลงอู่
เขายกเท้าทะยานเข้าไปในตระกูลเวลานี้ในตำหนักตระกูลหลงหลงเหยียนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของผู้แข็งแกร่งในตระกูลจำนวนมาก
ด้านหน้าหลงเหยียนพบหลงหยุนฉี นึกถึงหลายวันก่อนที่ทั้งคู่ไปเดินในตลาดอู่จี้ฟางตนจากไปอย่างกะทันหัน คงทำให้นางเป็นห่วงไม่น้อย
ตอนนี้บนตัวหลงเหยียนมีเพียงใบไม้ไม่กี่ใบปิดอยู่เพียงครู่เดียวเขาก็รีบไปยังห้องส่วนตัว
“พี่เหยียน พี่เหยียน ท่านเองหรือ? ฮือๆๆๆ!”นางพบการปรากฏตัวของหลงเหยียนแล้ว หากนางพบตนเองในสภาพนี้ไม่รู้ว่านางจะหัวเราะเยาะหรือไม่
หลงเหยียนรีบใช้กำลังที่มีวิ่งหนีนางพยายามตามหลงเหยียนที่จิตใจวุ่นวายกระแทกกับพละกำลังมหาศาลขณะที่พุ่งผ่านตำหนักหลงอู่
การกระแทกนี้ทำให้หลงเหยียนล้มลงบนพื้นหลงเหยียนรีบเงยหน้าขึ้น ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงกำลังจ้องมาด้วยสายตาโกรธเคืองเวลานี้ด้านหลังผู้อาวุโสก็คือบิดาของเขา ลุงใหญ่ อาหญิง และคนอื่นๆทั้งด้านข้างยังมีคนของตระกูลเซียวด้วย
โดยเฉพาะตอนที่หลงเหยียนหันมาสบตากับเซียวกงเป้าเซียวกงเป้าแสดงสีหน้าหยิ่งผยอง
หลงเหยียนรีบคลานลุกขึ้นจากนั้นก็ทำความเคารพทุกคนตรงหน้า “ท่านปู่ หลาน...”
เวลานี้หลงเหยียนทำตัวไม่ถูกทำให้ทุกคนหัวเราะขึ้นมาทันที มือของหลงอีผู้เป็นบิดากำลังสั่นคนของตระกูลเซียวยื่นมือมาชี้หลงเหยียน
“อะไรกัน? ใบไม้...ใบไม้ไม่กี่ใบที่เหลือหล่นลงเพราะแรงกระแทกเมื่อกี้งั้นหรือ?”
เซียวกงเป้าปรบมือหัวเราะเสียงดังก่อนจะยื่นมือมาชี้หลงเหยียน
“สหายหลง นึกไม่ถึงว่าคุณชายตระกูลท่าน... ฮ่าๆๆๆ!”
หลงเหยียนโมโหมากเวลานี้เขาอับอายเหลือทน ไม่พูดพร่ำทำเพลงยืตตัวตรงแล้วเดินเข้าไปหาเซียวกงเป้าต่อหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลใช้มือหนึ่งจับบนตัวเขาแล้วคำรามเสียงดัง
ขนกำหนึ่งถูกกระชากออกมาแล้วหลงเหยียนก็เป่าลอยไป...
“หา! นี่มันอะไร!” ทุกคนพากันตกใจ นึกไม่ถึงว่าหลงเหยียนจะใจกล้าเช่นนั้นเซียวกงเป้าทนความเจ็บ ปลดปล่อยพลังระดับชีพมังกรขั้นที่เก้าออกมาทันทีทันใดนั้นลุงใหญ่หลงห้าวที่อยู่ข้างกายกลับใช้มือกดลง
“สหายเซียว ถึงแม้เหยียนเอ๋อจะทำเกินไป แต่เป็นเพราะอายุยังน้อยไยท่านจึงต้องโมโหเช่นนี้”
ครั้งนี้ทุกคนหยุดหัวเราะ...ทว่าในใจยังคงไม่หยุด
กลับเป็นผู้อาวุโสตระกูลหลงที่รู้สึกประหลาดใจมากเขาไม่ได้หัวเราะ เพียงแค่มองหลังหลงเหยียนด้วยความตะลึง
“นึกไม่ถึงว่าไม่เจอกันแค่ไม่กี่วันพละกำลังของเจ้าจะเลื่อนขึ้นสูงเพียงนี้”
หลงเหยียนกลับห้องตัวเองรีบจัดระเบียบเสื้อผ้า หัวใจเต้นรัวไม่หยุด
“บัดซบๆๆ เมื่อครู่ขายหน้าเหลือเกินศักดิ์ศรีที่ข้าสร้างขึ้นในตระกูลหลงพังแล้วข้าต้องกลายเป็นตัวตลกของพวกเขาอีกแล้ว”
หลงเหยียนส่ายหน้าพลางยิ้มเจื่อนทว่าเมื่อครู่เขาลงมือกับเซียวกงเป้ารุนแรงมากทำให้รู้สึกสะใจไม่น้อยเมื่อครู่เขาสังเกตเห็นว่าผู้อาวุโสตระกูลหลงมิได้โมโห
“ช่างปะไร ข้าก็เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร อยากทำสิ่งใดก็เชิญ”
ราชสีห์หิรัณย์ที่อยู่ด้านหลังก็หัวเราะตามทว่ากลับพยายามฝืนไว้ กลัวว่าหากหลงเหยียนเห็นตนหัวเราะแล้วจะโมโหอีก
เวลานี้เองประตูห้องของเขาถูกเปิด หลงหยุนฉียืนอยู่นอกประตู ใบหน้าบูดบึ้ง
“พี่เหยียน เพราะอะไรเห็นข้าแล้วต้องวิ่งหนีด้วยท่านไม่รู้หรืออย่างไรว่าคนอื่นเป็นห่วงท่านมากเพียงใด”
หลงเหยียนทั้งโกรธและหงุดหงิดหากไม่ใช่นางตามมา มีหรือที่หลงเหยียนจะชนกับผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลง? มีหรือที่จะขายหน้าเช่นนั้น?
“หยุนฉี เข้ามาเถอะ ข้ามีเรื่องอยากคุยกับเจ้า”
ขณะที่หลงหยุนฉีก้าวเท้าเข้ามาหลงเหยียนก็จับนางกดลงบนเตียงก่อนจะตีแรงๆ
ทันใดนั้นหลงเหยียนก็ตระหนักได้ว่าตอนนี้พวกเขาไม่ใช่เด็กแล้วถึงแม้ตอนเด็กหยุนฉีมักทำให้หลงเหยียนโมโห เขาก็ลงโทษนางแบบนี้หากตอนนี้พวกเขาทั้งคู่โตแล้ว แม้เป็นพี่น้องกันแต่การทำเช่นนี้ก็ยังนับว่าไม่เหมาะสม
เขาปล่อยหลงหยุนฉีมองหน้าแดงก่ำคล้ายกำลังเขินอาย
“หยุนฉี เมื่อกี้เจ้าเกือบทำข้าตายเสียแล้ว หากเจ้าไม่ใช่น้องข้ามีหรือจะยอมปล่อยเจ้า”
--------------------