ตอนที่ 47 ยาวิเศษระดับสี่
สิบวันผ่านไปดวงตาของหลินเฟยแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยเขาใช้เวลาสองวันในการทำความเข้าใจถึงตำรับยาที่สามารถใช้ช่วยเหลือพยัคฆ์น้อย ส่วนเวลาที่ผ่านไปเข้าใช้ในการทดลองหลอมยาออกมาขั้นตอนทุกอย่างราบรื่นไปด้วยดี
แต่ในขั้นตอนสุดท้ายที่ส่วนผสมจะต้องหลอมรวมกันกลายเป็ดโอสถกลับไม่สามารถหลอมรวมกันได้ทำให้เกิดการระเบิดออก
โชคดีที่ดูเหมือนเตาหลอมยาเตานี้จะไม่ค่อยธรรมดาหลังจากผ่านการระเบิดของตัวยากว่าสิบครั้งทำให้เกิดรอยร้าวเล็กๆบนชายขอบของมันเท่านั้น
“โอสถเปลี่ยนรากฟ้าเป็นเม็ดยาระดับสี่ซึ่งหลอมออกมาได้ยากอย่างยิ่งแม้จะเป็นระดับอาจารย์หลอมโอสถ เองก็เถอะ นอกจากความรู้ในเรื่องของพืชสมุนไพรหรือส่วนประกอบวิเศษในการหลอมยาแล้ว ในเชิงปฏิบัติการหลอมยาออกมาของข้ายังคงเป็นเพียงแค่มือใหม่เท่านั้น”
หลินเฟยนั่งนิ่งทบทวนความรู้ในหัวทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการหลอมยาแม้เขาจะเคยหลอมยาที่มีความเข้มข้นของตัวยาอยู่ในระดับสูงออกมาได้
แต่ครั้งนี้ระดับความยากไม่เหมือนกันเม็ดยาเปลี่ยนรากฟ้านี้มีสรรพคุณที่ไม่ธรรมดามันสามารถเปลี่ยนแปลงพรสวรรค์ให้ดีขึ้นกว่าเดิม
หากผู้ฝึกตนคนใดได้กลืนกินมันลงไปตั้งแต่เยาว์วัยรับรองได้ถึงอนาคตของมันว่าจะราบรื่นมากกว่าเดิมหลายเท่าตัวนัก ทั้งยังสามารถช่วยขยายชีพจรลมปราณให้มีความหนาใหญ่ขึ้นอย่างไม่ธรรมดา
แม้มันจะสามารถปรุงออกมาได้อย่างไม่ยากเย็นสำหรับผู้เชี่ยวชาญการหลอมยาระดับสูงแต่วัตถุดิบหลักของมันก็คือดอกแสงจันทร์ ที่ร้อยปีจะปรากฏสักครั้งและตัวของต้นแสงจันทร์เองก็เกิดขึ้นมาได้ยากเย็นยิ่งส่วนมากมีเพียงตระกูลใหญ่ๆเท่านั้นที่จะมีตำแหน่งที่แน่นอนของมัน
เพราะความหายากของดอกแสงจันทร์นั้นเองที่ทำให้เม็ดโอสถเปลี่ยนรากฟ้าแทบจะปรากฏขึ้นน้อยมากภายในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรแห่งนี้
ในช่วงเวลาหลายวันมานี้พยัคฆ์น้อยก็เข้ามาคลุกคลีกับหลินเฟยมากขึ้นมันดูเหมือนลูกสุนัขที่ซุกซนมากกว่าจะเป็นพยัคฆ์ที่ดุร้ายหลินเฟยตั้งชื่อให้มันว่าเสี่ยวหู่
แม้จะพบกับความล้มเหลวมาตลอดแต่หลินเฟยมีดอกแสงจันทร์อยู่เกือบยี่สิบดอกในแต่ละครั้งเพียงใช้แค่ไม่กี่กลีบเท่านั้นทำให้ตอนนี้ยังมีอยู่อย่างเหลือเฟือส่วนวัตถุดินอื่นๆล้วนมีพร้อมอยู่ในแหวนสมบัติของเขา ยิ่งเขาล้มเหลวมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งเรียนรู้เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
ด้วยเปลวไฟอันบริสุทธิ์จากสายเลือดมังกรทำให้ความก้าวหน้าของหลินเฟยนั้นเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ส่วนพยัคฆ์เขี้ยวโลหิตผู้เป็นแม่ มันอยู่ข้างๆเสี่ยวหู่ตลอดเวลาคอยเลียทำความสะอาดให้ลูกของมันด้วยความรักใคร่
“เอาละครั้งนี้ต้องสำเร็จ เมื่อถึงขั้นตอนสุดท้ายความรวดเร็วในการหลอมรวมไม่ใช่สิ่งสำคัญเมื่อบังคับให้มันรวมกันเร็วเกินไปจึงเกิดปฏิกริยาต่อต้านกันขึ้นมาทำให้มันระเบิดออก ข้าควรจะค่อยๆผสานใช้เปลวไฟหล่อหลอมมันไปเรื่อยๆจนกว่ามันจะรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์!”
ดวงตาหลินเฟยสาดประกายแสงเจิดจ้าสะบัดมือออกสมุนไพรยี่สิบชนิดก็ลอยขึ้นมาตกเข้าไปเตาอย่างนุ่มนวล เปลวไฟสีส้มสุกใสส่องสว่างเรืองรองเผาไหม้สมุนไพรทั้งหมดไปอย่างรวดเร็ว หลินเฟยสะบัดมือสมุนไพรอีกสิบกว่าต้นก็ลอยออกมานิ่งค้างอยู่ด้านบนของเตาหลอม
สมาธิของหลินเฟยพุ่งขึ้นไปสู่จุดสูงสุดผมเผ้ายุ่งเหยิงใบหน้าบิดเบี้ยวไปมาแต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นจนผ่านไปสองชั่วยาม หน้าผากของหลินเฟยพร่างพราวไปด้วยเม็ดเหงื่อทั่วทั้งอาภรณ์ของเขาเปียกชุ่มไปทั่วร่างแม้จะมีบางส่วนที่ระเหยออกไปจากความร้อนของเตาหลอมแต่ก็ยังคงเปียกชุ่มไปทั้งตัวอยู่ดี
ร่างกายของหลินเฟยสั่นสะท้านขึ้นน้อยๆแม้เขาจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งแต่เมื่อสมาธิถูกใช้ออกไปอย่างต่อเนื่องนอกจากภาระทางจิตใจแล้วร่างกายก็ได้รับผลกระทบไปด้วยไม่น้อย
หลังจากผ่านมาสองชั่วยามก็เริ่มได้กลิ่นหอมของสมุนไพรลอยออกมาไม่รอช้าหลินเฟยโบกสะบัดมืออีกครั้งสมุนไพรที่ลอยค้างเติ่งอยู่ก็ลอยเข้าไปในเตาหลอมตามลำดับมีบางส่วนที่ลอยค้างอยู่นานก่อนที่หลินเฟยจะส่งพวกมันลอยตามลงไป
ความเชี่ยวชาญการควบคุมไฟ จังหวะ ความแม่นยำ ความรวดเร็ว ความมุ่งมั่น สมาธิ ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์! การหลอมยาให้เกิดผลลัพธ์ที่สุดยอดจะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้!
หลินเฟยควบคุมไฟอย่างชำนาญแม้เขาจะฝึกหลอมยาได้ไม่นานแต่หลินเฟยก็คุ้นเคยกับเปลวไฟสีส้มนี้เป็นอย่างดีมันอยู่ในสายเลือด! ไฟที่มาพร้อมกับสายเลือดอันสูงศักดิ์ของเผ่ามังกร!
หลินเฟยปาดเหงื่อออกไประลอกคลื่นแห่งความมุ่งมั่นกระจายออกไปทั่วบริเวณจนพัยคฆ์สองแม่ลูกยังสัมผัสได้
ความจริงหากเขาฝึกฝนการหลอมยาอยู่เป็นประจำคงไม่ต้องลำบากมากดังเช่นตอนนี้ แต่มาคิดตอนนี้ก็ดูเหมือนจะสายไปเพียงแต่ต้องทำสิ่งที่ทำให้อยู่ให้แล้วเสร็จ และมันจะต้องสำเร็จ!
หลินเฟยเหล่สายตามองไปยังเสี่ยวหู่ที่จ้องมองเขาด้วยสายตาเป็นประกายและยังมีแม่ของมันที่สายตาเต็มไปด้วยความคาดหวังมันสำนึกขอบคุณหลินเฟยที่ทุ่มเทเพื่อลูกของมัน ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาไม่ได้พักผ่อนแม้แต่นิด ความซาบซึ้งที่เกิดขึ้นเต็มล้นอยู่ภายในจิตใจของพยัคฆ์เขี้ยวโลหิตผู้เป็นแม่อยู่นานแล้ว
“จงหลอมรวมให้ข้า!”
หลินเฟยสะบัดกลีบของดอกแสงจันทร์ออกไปสองกลีบมันถูกหล่อหลอมไปโดยเปลวไฟสีส้มและล้อมวนวัตถุดิบก่อนหน้านี้ราวกับกำลังจะกลืนกิน เมื่อถึงขั้นตอนนี้ที่ผ่านมาจะเกิดความล้มเหลวขึ้นทุกครั้งแต่ครั้งนี้หลังจากผ่านการทบทวนจากความผิดพลาดต่างๆมาหลินเฟยเต็มไปด้วยความมั่นใจ!
เขาควบคุมความร้อนด้วยมือขวาทำให้ความร้อนนั้นปกคลุมไปทั่วทั้งเตาหลอมส่วนมือซ้ายทำมุทราควบคุมวัตถุดิบทั้งหมดอย่างละเอียด
กลีบดอกแสงจันทร์เมื่อละลายไปแล้วก็คล้ายกับเป็นของเหลวสีเงินที่ส่องประกายระยิบระยับมันค่อยๆผสานรวมกับวัตถุดิบอื่นอย่างช้าๆด้วยการควบคุมของหลินเฟย
เขาไม่เร่งรีบให้มันหลอมรวมเพียงค่อยๆรอคอยให้ตัวยาที่ออกมาจากสมุนไพรหลอมรวมเข้าด้วยกันโดยไร้การต่อต้าน จนผ่านไปอีกสามชั่วยามในที่สุดเสียงดังกึกก้องก็ดังออกมาพร้อมกับแสงสีเงินก็สาดประกายออกมาจากเตาหลอมมันสว่างเจิดจ้าไปทั่วทำให้ถ้ำของพยัคฆ์เขี้ยวโลหิตเต็มไปด้วยแสงสีเงิน
ไม่ได้หยุดเพียงแค่ภายในถ้ำเท่านั้นมันยังทุลุออกไปราวกับลำแสงของกระบี่ยาวออกไปเกือบร้อยจ้างแสงนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของสมุนไพรอันเข้มข้นราวกับเพียงได้อาบอยู่ในลำแสงนั้นก็ทำให้รู้สึกได้ถึงการชำละล้างจากสวรรค์และปฐพี
หลินเฟยที่อยู่ข้างเตาหลอมหรือแม้กระทั่งพยัคฆ์แม่ลูกทั้งสองเมื่อตกอยู่ภายใต้แสงสีเงินร่างกายทั้งหมดคล้ายกับได้รับสารบำรุงเปรียบได้ดั่งกับทะเลทรายที่แห้งแล้งได้รับน้ำฝนที่ชุ่มฉ่ำแม้แต่พื้นฐานฝึกตนก็เหมือนจะก้าวหน้าขึ้นไปไม่น้อยลมปราณในร่างหมุนวนด้วยตัวเองอย่างรวดเร็ว
แสงสีเงินนั้นคงอยู่นานหลายชั่วลมหายใจเป็นเวลาสั้นๆที่เหมืนจะยาวนานสำหรับหลินเฟยและพยัคฆ์ทั้งสองเมื่อแสงค่อยๆจางหายไปร่างกายของหลินเฟยก็ฟื้นคือจากความเหนื่อยล้าจิตใจที่เคยหนักอึ้งเสมือนโดนปัดเป่าให้จางหายไป
“ยาวิเศษระดับสี่!”
หลินเฟยตาเป็นประกายเขาคว้าจับไปที่เม็ดโอสถสี่เม็ดที่ลอยอยู่เหนือเตาหลอมอย่างลี้ลับพวกมันมีขนาดเท่าหัวนิ้วแม่มือกระจายกลิ่นอายของสมุนไพรออกมาอย่างลึกล้ำ
หากไม่เป็นเพราะสายสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นมาอย่างลึกซึ้งในช่วงเวลาสิบวันมานี้พยัคฆ์เขี้ยวโลหิตผู้เป็นแม่นั้นก็แทบจะข่มกลั้นตัวเองให้กระโจนเข้าไปไว้ไม่อยู่
ราวกับโลหิตภายในตัวเดือดพล่านดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยมันรีบข่มกลั้นความรู้สึกเหล่านั้นลงไปแต่ก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจอยู่ดี ทั้งๆที่มันบำเพ็ญตบะมานานหลายปีแต่ความเย้ายวนจากเม็ดยาทั้งสี่เบื้องหน้านั้นช่างรุนแรงจนยากที่จะควบคุม
พยัคฆ์น้อยเสี่ยวหู่ก้าววิ่งเข้าหาหลินเฟยด้วยความรวดเร็วมันพะเน้าพะนอหลินเฟยอย่างสุดความสามารถดวงตากลมโตของมันเต็มไปด้วยความวิงวอน เมื่อเห็นว่าหลินเฟยยิ้มกลับมามันก็เอาหัวของมันถูไปที่ขาของหลินเฟยอย่างตื่อเนื่องขนสีขาวบริสุทธิ์ของมันสั่นไหวไปตามแรงแม้แต่หางของมันก็ส่ายไหวไปมาดูน่ารักเป็นอย่างยิ่ง
“เสี่ยวหู่พอได้แล้ว มาๆ มาดูกันว่าเจ้าจะสามารถฝืนชะตาฟ้าได้หรือไม่”
หลินเฟยลูบไปที่หัวของเสี่ยวหู่อย่างอ่อนโยนเขาป้อนเม็ดยาสีเงินเข้าไปในปากของมันหนึ่งเม็ดเมื่อมันไหลผ่านลำคอของเสี่ยวหู่ลงไปความเย็นเยียบก็กระจายไปทั่วทั้งร่างของพยัคฆ์น้อย
มันแผดร้องเป็นเสียงแหลมเล็กออกมานอนหมอบลงไปเปลือกตาปิดลงลมหายใจถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆทั่วร่างน้อยๆของมันกระจายความเย็นออกมาจนเกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งบางๆกระจายออกไปเกือบสองจ้าง
พยัคฆ์เขี้ยวโลหิตผู้เป็นแม่ยืนมองด้วยใจที่เต้นระส่ำหากลูกของมันไม่สามารถข้ามผ่านจุดนี้ไปได้ก็หมายถึงความตายที่มาเยือนอย่างฉับพลันเพียงเท่านั้น
หลินเฟยโคจรพลังไปที่ดวงตาข้างซ้ายเส้นแสงสีทองของเนตรดาสยบฟ้าก็เปล่งประกายระระยับขึ้นเมื่อมองไปยังร่างของเสี่ยวหู่ก็ราวกับว่าเขาสามารถมองทะลุเข้าไปถึงจิตใจของมันได้ ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ!
ไม่มีอะไรที่สามารถหลบซ่อนไปจากดวงตาดวงนี้เขาสามารถมองทะลุไปได้ทุกอย่าง! หากพื้นฐานฝึกตนของเขาแข็งแกร่งเพียงพอก็อาจจะมองทะลุไปได้ถึงสรวงสวรรค์หรือแม้แต่ห้วงนรกอเวจี!
ไม่มีอะไรปิดบังได้ ไม่มีสิ่งใด ที่เป็นข้อยกเว้น!
.
.
.