“แต่เขาเป็แค่พาลาดินที่เป็อาชีพสายสนับสนุนแล้วไปเอาอุปกรณ์หรูหราขนาดนี้มาจากไหนกัน?”
ร่างลึกลับพึมพำกับตัวเองด้วยความประหลาดใจและไม่เข้าใจอย่างถึงที่สุด
ทันใดนั้นดูเหมือนเขาจะนึกอะไรบางอย่างออก ดวงตาก็พลันเป็ประกายขึ้นมา
“จริงสิ ยังไงเป้าหมายของฉันคือมาฆ่าไอ้เด็กนี่อยู่แล้ว พอมันตายอุปกรณ์บนตัวมันก็ต้องตกเป็ของฉันทั้งหมดไม่ใช่หรือไง?”
“ฮ่าๆ งานนี้รวยเละแน่!”
เมื่อคิดได้ดังนั้นร่างลึกลับก็ตื่นเต้นเสียจนเกือบจะหลุดปากะโออกมา
เขาชื่อเย่เฟยไม่เพียงแต่เป็ ‘นักฆ่า’ ที่มีเลเวลสูงถึง 100 เท่านั้นแต่เขายังเป็หนึ่งในคนสนิทที่จงรักภักดีที่สุดข้างกายเซี่ยมู่เซินนายกเทศมนตรีเมืองตงหลินอีกด้วย
นับั้แ่วันนั้นที่เซี่ยมู่เซินตอบตกลงกับหลี่เทียนหัวที่หน้าถ้ำปีศาจลาวาว่าจะช่วยกำจัดลู่เซิ่ง เขาก็ออก ‘หมายหัวสั่งตาย’ ให้แก่เย่เฟยทันที
หลังจากเย่เฟยได้รับคำสั่งนี้เขาก็รีบออกตามหาลู่เซิ่งโดยไม่หยุดพักและคอยเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของลู่เซิ่งอยู่ในเงามืดมาตลอดเพื่อรอคอยจังหวะที่เหมาะสมในการลงมือ
โชคดีที่ลู่เซิ่งไม่ได้ทำให้เย่เฟยต้องรอนานเกินไปเมื่อเขาแอบหนีมาที่บึงเหม็นเน่า ซึ่งเป็พื้นที่รกร้างไร้ผู้คนเพียงลำพัง
เย่เฟยรู้ดีว่าโอกาสของเขามาถึงแล้ว
ทว่าเขาไม่ได้วู่วามลงมือในทันที
เพราะเขากำลังรอ...รอให้ความมืดยามค่ำคืนเข้าปกคลุมอย่างสมบูรณ์
แม้ว่าลู่เซิ่งจะมีเลเวลเพียง30กว่าๆ และมีช่องว่างของเลเวลห่างจากเขาถึง 60 กว่าเลเวลก็ตาม
แต่ในประเทศเสินเซี่ยปัจจุบัน การที่ผู้ใช้อาชีพในประเทศเดียวกันเข่นฆ่ากันเองถือเป็ความผิดร้ายแรงหากโชคร้ายอาจถูกตัดสินปะาชีวิตได้
อีกเื่คือแม้บึงเหม็นเน่าแห่งนี้จะไม่ค่อยมีใครแวะเวียนมาแต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าจะมีใครโผล่มาหรือไม่
เย่เฟยไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างการเรือล่มน้ำตื้น
ดังนั้นเขาจึงตั้งใจจะรอจนฟ้ามืดสนิทเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีพยานรู้เห็นในบริเวณรอบๆ แล้วค่อยลงมือกับลู่เซิ่งเพื่อให้มั่นใจว่างานนี้จะไม่มีอะไรผิดพลาด
น่าเวทนาที่จนถึงตอนนี้ลู่เซิ่งยังไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังถูกนักฆ่าเลเวล 100จับจ้องอยู่ เขายังคงหลับหูหลับตาเก็บเลเวลอย่างบ้าคลั่งต่อไป
[ติ๊ง!]
[ยินดีด้วย คุณสังหาร ‘จระเข้หนองน้ำ’ สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 130 หน่วย ได้รับวัสดุ‘หนังจระเข้กร้าน’!]
[ติ๊ง!]
[ยินดีด้วย คุณสังหาร ‘หนูฟันเลื่อยหนองน้ำ’ สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 120 หน่วย ได้รับวัสดุ‘เลื่อยฟันปลาแตกร้าว’!]
[ติ๊ง!]
[ยินดีด้วย คุณเลื่อนระดับเป็เลเวล 33 ได้รับค่าสถานะพื้นฐาน5 หน่วย และค่าสถานะอิสระ 5 หน่วย!]
[ติ๊ง!]
[ยินดีด้วย คุณเลื่อนระดับเป็เลเวล 34 ได้รับค่าสถานะพื้นฐาน5 หน่วย และค่าสถานะอิสระ 5 หน่วย!]
...
“สะใจ! สะใจโว้ย!”
เมื่อมอนสเตอร์ล้มลงตัวแล้วตัวเล่าเลเวลของลู่เซิ่งก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว
เป็อย่างที่ผู้อำนวยการสวี่ว่านเฉิงเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้พาลาดินสายพิพากษาเป็อาชีพที่พึ่งพาอุปกรณ์อย่างมาก
และลู่เซิ่งที่อาศัยการเสริมพลังจากเซตอุปกรณ์ระดับทองคำมืดครบชุดทำให้ความเร็วในการกำจัดมอนสเตอร์ของเขาเหนือกว่าผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะหรือผู้ใช้อาชีพลับทั่วไปเสียอีก
ประกอบกับในบึงเหม็นเน่ามีมอนสเตอร์อยู่อย่างหนาแน่นและไม่มีใครมาแย่งชิง
ด้วยเหตุนี้เอง
ั้แ่บ่ายสองโมงจนถึงหกโมงเย็น
เพียงเวลาสั้นๆแค่สี่ชั่วโมง โดยที่ลู่เซิ่งยังไม่ได้ใช้ ‘เสริมพลังหมื่นเท่า’เขาก็สามารถเลื่อนระดับจากเลเวล 32 พุ่งพรวดขึ้นมาถึงเลเวล49 ได้ในรวดเดียว
“ไอ้เด็กนี่ ความเร็วในการเลื่อนระดับมันชักจะผิดมนุษย์เกินไปแล้ว...”
เมื่อเห็นแสงเวลาเกิดการเลื่อนระดับปะทุออกมาจากตัวลู่เซิ่งทุกๆสิบกว่านาทีแม้แต่เย่เฟยที่ซ่อนตัวอยู่ในที่ลับเพื่อรอโอกาสยังอดไม่ได้ที่จะหนังตากระตุก
ทว่าเขาก็ยังไม่ได้ลงมือก่อนกำหนด
เพราะเขาสูงส่งถึงขั้นเป็นักฆ่าเลเวล100!
ในสายตาของเขาพาลาดินที่เป็แค่สายสนับสนุนคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเลเวล 3040 หรือ 50 ก็ไม่ได้มีความแตกต่างอะไรใหญ่หลวงนักเขาใช้เพียงไม่กี่สกิลก็สามารถปลิดชีพได้ง่ายๆ แล้ว
“ได้เวลาแล้วสินะ...”
เย่เฟยมองดูท้องฟ้าที่มืดสลัวลงเรื่อยๆพลางเลียริมฝีปากอย่างเหี้ยมเกรียมในที่สุดเขาก็ไม่อาจสะกดกลั้นจิตสังหารที่พลุ่งพล่านอยู่ในอกได้อีกต่อไป เขาค่อยๆย่องเข้าหาลู่เซิ่งอย่างเงียบเชียบ
ในขณะเดียวกันลู่เซิ่งเพิ่งจะจัดการมอนสเตอร์ไปได้อีกตัวพอดี
“ฟู่ว... ฆ่าอีกสักสองตัว ก็น่าจะเลเวล 50 แล้ว”
เมื่อเห็นแถบค่าประสบการณ์ที่เกือบจะเต็มปรี่ลู่เซิ่งก็เผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจออกมา
เขาหยิบกระบอกน้ำออกมาจากช่องเก็บของติดตัว
ทว่าในจังหวะสำคัญที่ลู่เซิ่งกำลังจะดื่มน้ำเพื่อพักเหนื่อยสักครู่นั้นเอง
ฉับ!
ทันใดนั้นคมดาบอันเย็นเยียบก็ฟาดฟันลงมาจากฟากฟ้า เข้าปะทะร่างของเขาอย่างรุนแรง
[ค่าพลังชีวิต -499!!]
วินาทีต่อมาตัวเลขดาเมจที่น่าหวาดเสียวก็กระเด็นออกมาจากเหนือศีรษะของลู่เซิ่งทันที
“นั่นใครน่ะ?”
ลู่เซิ่งใสุดขีดเขารีบหันกลับไปมองจนเห็นร่างของเย่เฟยได้ถนัดตา
เขาใช้ทักษะตรวจสอบใส่เย่เฟยในทันที!
[เป้าหมาย: เย่เฟย]
[อาชีพ: นักฆ่า]
[เลเวล:??]
[ค่าพลังชีวิต: 7,200]
[ค่ามานา: 100]
[ระดับดาวพลังรบ: ??]
......
“อะไรนะ? มองไม่เห็นเลเวลกับระดับดาวพลังรบงั้นเหรอ?”
เมื่อเห็นข้อมูลที่ปรากฏขึ้นลู่เซิ่งแทบจะช็อกตายคาสนาม
เพราะบนดาวสีน้ำเงินปัจจุบันนอกจากไอเทมพิเศษบางอย่างที่สามารถซ่อนค่าสถานะได้แล้วยังมีอีกกรณีหนึ่งที่ทำให้ทักษะตรวจสอบไร้ผลนั่นคือเป้าหมายที่ถูกตรวจสอบมีเลเวลห่างจากตนเองมากกว่า 50เลเวลขึ้นไป
ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือค่าพลังชีวิตของเย่เฟยสูงถึง 7,000 กว่าหน่วย!
พลังชีวิต7,000กว่าหน่วยหมายความว่าอย่างไร?
ต้องรู้ก่อนว่าแม้ลู่เซิ่งจะมีเซตอุปกรณ์ระดับทองคำมืดถึงสี่ชิ้นคอยเสริมพลังแต่ค่าพลังชีวิตของเขาก็เพิ่งจะแตะแค่ 3,000 กว่าๆเท่านั้น!
ส่วนผู้ใช้อาชีพที่สามารถมีพลังชีวิตสูงถึง7,000กว่าหน่วยได้ อย่างน้อยเลเวลต้องอยู่ที่ประมาณ 90 ขึ้นไป
หรือมีความเป็ไปได้แม้กระทั่งว่าเขาอาจจะไปถึงเลเวล 100 ซึ่งเป็จุดสูงสุดของการเปลี่ยนอาชีพครั้งที่หนึ่งแล้วด้วยซ้ำ
เมื่อคิดได้ดังนั้นลู่เซิ่งก็ใจหายวาบ เขาถอยกรูดไปข้างหลังอย่างบ้าคลั่งพลางตวาดถามเสียงดังว่า“แกเป็ใครกันแน่ ทำไมต้องมาลงมือกับฉันด้วย?”
“เอ๊ะ? พลังป้องกันสูงใช้ได้เลยนี่ขนาดนี้ยังไม่ตายอีกเหรอ?”
อีกด้านหนึ่งเมื่อเย่เฟยเห็นว่าการโจมตีเมื่อครู่ไม่สามารถสังหารลู่เซิ่งได้ในทีเดียวเขาก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน
แต่เมื่อตั้งสติได้เขาก็เลิกซ่อนตัวและหัวเราะออกมาอย่างแหบพร่าว่า “ไอ้หนูถึงฆาตของแกแล้ว ชาติหน้าก็หัดมองคนดีๆ หน่อยอย่าได้ไปหาเื่คนที่ไม่ควรหาเื่อีก”
สิ้นเสียงคำพูดเขาก็เขย่งปลายเท้าร่างทั้งร่างพลันเปลี่ยนเป็แสงสีบิดเบี้ยวพุ่งเข้าใส่ลู่เซิ่งทันทีมันคือลักษณะของสกิล ‘เงาจู่โจม’ ของอาชีพนักฆ่า
“หยุดเดี๋ยวนี้!!!”
เมื่อเห็นภาพนั้นลู่เซิ่งแทบไม่ต้องหยุดคิด เขาหันหลังแล้วใส่เกียร์หมาวิ่งหนีทันที
แม้ว่าเขาจะมีนิ้วทองคำที่โกงลิขิต์อย่าง‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ อยู่กับตัวและมีความมั่นใจในพลังของตัวเองมาโดยตลอด
แต่มั่นใจก็ส่วนมั่นใจเขาไม่ใช่คนโง่ เขารู้ดีว่าต่อให้นิ้วทองคำของเขาจะขี้โกงแค่ไหนก็ไม่มีทางมองข้ามช่องว่างของเลเวลที่ต่างกันถึง 50 เลเวลได้
เพราะยิ่งเลเวลห่างกันมากเท่าไหร่ตอนโจมตีก็จะยิ่งเกิดสถานะไร้ผลมากขึ้นเท่านั้น
และเย่เฟยคนนี้ยังมีอาชีพเป็นักฆ่าที่มีความสามารถะเิพลังโจมตีเป้าหมายเดี่ยวที่น่ากลัวอย่างยิ่ง
หากถูกประชิดตัวได้และถ้าเขาสุ่มโจมตีพลาดเป้าไปเพียงไม่กี่ครั้งเย่เฟยจะใช้เวลาแค่เพียงชั่วพริบตาเดียวในการลบหลอดเืของเขาให้หายวับไปอย่างแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้นลู่เซิ่งก็เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีก พยายามรักษาระยะห่างจากเย่เฟยพร้อมกับใช้ความคิดอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหนีทีไล่ต่อไป
จะทำยังไงดี?