“เสี่ยวไป๋" ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนเทียนหลงสะดุ้งตื่นขึ้นมาเรียกหาเสี่ยวไป๋พร้อมหันมองซ้ายขวา จนสายตาหันไปเห็นเสี่ยวไป๋นอนอยู่ข้างๆเทียนหลงรีบเข้าไปดูอาการของเสี่ยวไป๋เมื่อเห็นว่ามันไม่เป็นอะไรก็รู้สึกโล่งใจ
“ท่านพี่เด็กคนนั้นฟื้นแล้วเจ้าค่ะ” เสียงของเด็กสาวดังขึ้นจนทำให้เทียนหลงต้องหันไปมอง ก็เห็นเพียงแค่หัวที่โผล่ขึ้นมาเล็กน้อย แค่เห็นก็รู้ว่านางแอบดูแต่ไม่กล้าเข้ามาใกล้
“ข้าได้ยินแล้ว” เสียงเด็กผู้ชายดังขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับกะละมังใส่น้ำที่มีผ้าเก่าๆอยู่ข้างใน เทียนหลงที่เห็นก็ระวังตัวมากขึ้นเนื่องจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาและไม่รู้ว่าสองคนนี้เป็นใคร
เด็กชายที่เห็นว่าเทียนหลงระวังตัวก็รีบอธิบาย “ไม่ต้องระวังหรอกพวกเราสองพี่น้องเห็นเจ้าและเสือตัวนั้นมานอนหมดสติอยู่ที่พื้นบ้านของเราข้าเลยพาเจ้ามานอนที่เตียง ข้ากำลังเอาจะเอาน้ำมาเช็ดตัวให้เจ้าเลย”
“ขอบคุณท่านมากที่ช่วย ข้าหลับไปกี่วันหรือขอรับ จริงสิข้าลืมแนะนำตัวเลยข้าชื่อเทียนหลง อายุ15ปี ส่วนนี่คือเสี่ยวไป๋เพื่อนของข้าเอง” เทียนหลงแนะนำตัว
“ข้าชื่อว่าฟางหมิงอายุ15ปี ส่วนนางคือน้องสาวของข้าชื่อว่าฟางอี้ถิงนางอายุ14ปีปีนี้”ฟางหมิงแนะนำตัวกลับก่อนจะตามว่าทำไมเทียนหลงถึงได้มาหมดสติอยู่ที่บ้านตน เทียนหลงหลังจากที่ได้ยินก็ได้ตอบไปว่าตนนั้นฝึกวิชาแล้วไม่สามารถควบคุมพลังได้ทำให้พลาดตกลงมาพร้อมกับเสี่ยวไป๋ หลังจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เทียนหลงเริ่มระวังตัวและไม่ไว้ใจใครง่ายๆอีก
ฟางหมิงเองก็ไม่ได้ถามอะไรเพราะคนเราล้วนมีความลับเป็นของตัวเอง หลังจากนั้นเทียนหมิงก็อาศัยอยู่กับสองพี่น้องสกุลฟาง ที่ไม่ได้จากไปไหนก็เพราะเทียนหลงไม่มีพลังปราณในร่างกายเลยเทียนหลงนั้นคิดว่าเป็นเพราะพิษของยาสลายปราณ แต่เจ้าตัวไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้มีก้อนสีแดงกำลังดูดพลังปราณพร้อมกับแก่นกำเนิดโลหิตของตนไปหล่อเลี้ยงตัวมันอยู่
หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเทียนหลงก็ยังอาศัยอยู่กับฟางหมิงและฟางอี้ถิง จนตอนนี้ทั้งสามนั้นสนิทกันออย่างมากเพราะว่าเทียงหลงแนะนำวิธีฝึกฝนให้กับทั้งสองคน จนตอนนี้ฟางหมิงนั้นเรียกเทียนหลงว่าพี่ใหญ่ส่วนฟางอี้ถิงก็ค่อยเดินตามและเรียกเทียนหลงว่าพี่ใหญ่หลงตลอดเวลา แต่ด้วยความน่ารักสดใสของนางเทียนหลงไม่เคยรำคาญแต่กลับยิ่งเอ็นดูนางมากขึ้น
แต่แล้ววันหนึ่งความสงบสุขของพวกเขาทั้งสามคนก็ไป หลังจากที่เทียนหลงกลับมาจากซื้อของกินก็เห็นข้าวของในบ้านพังและอาการบาดเจ็บของฟางหมิง หลังจากที่ถามสาเหตุก็ได้รู้ว่าคนของตระกูลเหลียงเห็นหน้าของฟางอี้ถิงเลยอยากได้ตัวของนางฟางหมิงจึงได้ถูกทำร้าย เมื่อเทียนหลงได้ยินว่าตระกูลเหลียงก็เกิดตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ได้ใช่ความกลัวแต่มันมาจากความโกรธแค้น
หลังจากนั้นเทียนหลงจึงตัดสิ้นใจที่จะพาทั้งสองคนกลับไปที่บ้านของตนเองที่อยู่ในป่าต้องห้ามเนื่องจากเพราะถ้ายังอยู่ต่อไปทั้งสองคนจะไม่ปลอดภัยรวมถึงตัวเองก็อาจจะถูกพบได้ เมื่อเทียนหลงบอกเรื่องนี้กับพี่น้องตระกูลฟางทั้งสองคนก็เห็นด้วย แม่จะต้องทิ้งบ้านของตัวเองไปก็ตามแต่ต้องคิดถึงความปลอดภัยของตัวเองมากกว่า
ทั้งสามคนกับหนึ่งตัวพากับเก็บของแล้วปลอมตัวเพื่อออกจากเมืองไปถ้าจะถามว่าตัวของเสี่ยวไป๋ใหญ่ขนาดนั้นอาจจะมีคนเห็นแล้วจำได้ แต่ตอนนี้ตัวของเสี่ยวไป๋ได้ลดขนาดตัวของตัวเองลงเหลือขนาดเท่ากับแมวตัวเล็กๆนั่งอยู่บนไหล่ของเทียนหลงจึงไม่มีใครสามารถจำได้
การที่เสี่ยวไป๋สามารถย่อขนาดลงได้นั้นก็เพราะหลังจากที่ที่ได้รับผลไม้วิญญาณของเทียนหลงทำให้มันเลื่อนระกับเป็นสัตว์อสูรระดับ4ทำให้มันสามารถที่จะสื่อสารทางจิตกับเทียนหลงได้แล้วด้วยพร้อมทั้งปลุกสายเลือดของเทพพยัคฆ์ขาวขึ้นมาทำให้มันได้รับมรดกทางสายเลือด
สามวันจากการเดินทางเทียนหลงก็มาถึงบ้านหลังเดิมในป่าต้องห้ามสิ่งแรกที่ทำคือเข้าไปทำความเคารพหลุมศพของหนิงเซียนหยูก่อนจะแนะนำให้ทั้งสองรู้จัก “นี้คือหลุมศพของท่านยาย ส่วนข้างก็คือแม่ของเสี่ยวไป๋”
หลังจากที่ทั้งสองคนได้ยินก็เข้ามาทำความเคารพและเข้าใจความรู้สึกเพราะพ่อแม่ของพวกเขาก็จากไปเช่นกัน ก่อนแสดงความเสียใจกับเทียนหลง เทียนหลงเมื่อเห็นหลุมศพท่านยายก็นึกถึงคำพูดของยายตน “เทียนเอ๋อถ้าวันหนึ่งหลานช่วยเหลือใครแต่กลับถูกคนที่หลานช่วยทำร้ายให้หลานเปิดอ่านกระดาษแผ่นนี้ที่ยายให้แล้วหลานก็ตัดสินใจเอาเองว่าจะทำอย่างไร ถ้าหลานเลือกที่จะทำตามที่ยายบอกหลานจงจำเอาไว้ว่าอย่าได้ทิ้งความดีในจิตใจของหลานเด็กขาด เข้าใจไหม”
เทียนหลงรีบค้นแหวนมิติของตัวเองก็เจอข้าวของมากมาย แต่มีของสำคัญแค่ไม่กี่อย่างที่แยกเก็บเอาไว้อย่างดี2-3อย่างในนั้นมีกล่องที่ไม่มีที่เปิดป้ายหยกที่มีชื่อตัวเองอยู่และกระดาษของท่านยายแต่ลูกแก้วใสๆมันหายไป เทียนหลงไม่ได้สนใจ ก่อนจะหยิบกระดาษของท่านยายมาอ่านก่อนจะค่อยๆทำสีหน้าตกใจ
‘เทียนเอ๋อร์ยายรู้ว่าหลานเป็นคนจิตใจดี ความใจดีนั้นไม่ผิด แต่ความใจดีของหลานมันใช้ไม่ได้กับทุกคนบ้างคนก็สมควรที่จะได้รับความช่วยเหลือ บ้างคนก็ไม่สมควรได้รับ จิตใจของคนมันซับซ้อนยากจะเข้าใจ ถ้าวันที่หลานถูกทำร้ายจากความใจดีของหลานทำร้ายถ้าหลานสับสนไม่เข้าใจ ยายอยากให้หลานไปทำงานในร้านอาหาร ร้านขายทาส และสุดท้ายบ่อนพนันในบ่อนพนันหลานต้องห้ามพูดให้หลานอยู่ที่นั่น2ปี หลานจะต้องตัดสินใจด้วยตัวของหลานเอง ขอให้หลานใช้ชีวิตให้ดีเทียนเอ๋อร์หลานรัก’เทียนหลงอ่านพร้อมทั้งตา
เทียนหลงจมอยู่กับความคิดของตัวเองว่าจะตัดสินใจอย่างไร แต่เมื่อนึกถึงความโหดร้ายที่ได้เจอเทียนหลงก็ตัดสินใจที่จะทำตามที่ยายของตนแนะนำ “แต่ก่อนที่จะไปเราคงต้อง”ก่อนจะหันไปมองดูฟางหมิงและถิงเอ๋อร์ที่กำลังสำรวจบ้าน
จบ.