Survival Games [เกมส์แห่งการเอาชีวิตรอด]

    SS2 No.57 โกลาหล [4]

    หลังจากจบเหตุการณ์สานสัมพันธ์ระหว่างคาเรนกับฮานะ เมื่อพวกเธอกลับมาที่โรงแรมก็โดนคริสบ่นไปชุดใหญ่ ไม่เว้นแม้กระทั่งใบหม่อนกับจางยี่ที่ทำตัวงี่เง่าไปพักนึงเช่นกัน ทำเอาแต่ละคนถึงกับหูชากันไปเลยทีเดียว ถึงแม้คริสจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดใดในกลุ่มก็ตามที แต่ทุกๆ คนในกลุ่มก็ให้ความเคารพ ไม่ต่างไปจากกันต์เองเลยด้วยซ้ำ
    แม้กระทั่งคาเรนที่มาใหม่เองก็ยังให้ความเคารพต่อเธอมากเช่นเดียวกัน จึงไม่มีใครกล้าที่จะขัดและหวังเอาไว้ว่า คริสจะเบื่อแล้วเลิกบ่นไปเอง ทว่าเหมือนพวกเธอจะคิดอย่างแรง เมื่อคริสไม่ได้มีทีท่าว่าจะเหนื่อยกับการว่ากล่าวสั่งสอนพวกเธอเลยสักกนิด จึงได้แต่หวังว่ากันต์จะรีบกลับมาโดยเร็ว
    พวกเขาทั้งสี่คนได้แต่นั่งฟังคริสเทศนาอย่างยาวนาน และนี่คงเป็นครั้งแรกที่คนในกลุ่มทุกคนลงความคิดเห็นว่า จากนี้ไปพวกเขาจะไม่ทำให้เธอโกรธเป็นครั้งที่สองอย่างเด็ดขาด
    ทางด้านของกันต์ที่ถูกเจ้าหน้าที่สหพันธ์นักล่าเชิญตัวไปที่ห้องพิเศษ เพราะไม่มีใครกล้าตัดสินใจที่จะลงโทษ หรือคิดค่าเสียหายอันใดกับกันต์ หรือกลุ่มของเขาเลยสักคน เพราะทุกคนรู้กันดีว่ากันต์นั้นเป็นตัวแทนนักล่าจากประเทศไทย ทั้งยังเป็นคนที่ผู้นำสหพันธ์นักล่าเชื้อเชิญมาด้วยตนเอง
    ทำให้กันต์ต้องติดแหงกอยู่ในห้องพิเศษที่ใช้ควบคุมตัวเขาเอาไว้นานหลายชั่วโมง ยังดีที่มีคนคอยบริการอาหาร และเครื่องดื่ม อยู่ตลอดเวลา ราวกับกลัวว่าจะต้อนรับเขาไม่ถูกใจซะอย่างนั้น เล่นเอากันต์จากที่กินอาหารกับเครื่องดื่มเล่นๆ ถึงกับจุกเสียดแน่นท้องไปหมด เลยได้แต่บ่นกับตัวเองในใจ
    "เมื่อไหร่พวกมันจะเลิกยกอาหารมาส่งว่ะ กูจะตายเพราะแดกมากไปนี่แหละ!!"
    แม้ในใจจะบ่นไปเรื่อยเปื่อย แต่ในมือเขาก็นั่งลูบๆ คลำๆ ดาบคุชินไปมาอยู่ตลอดเวลา เพราะคำพูดของเด็กสาวคนนั้น ทำเอาเขาจิตตกไปไม่น้อยเหมือนกัน ถ้าหากจอมมารรุ่นแรกตายเพราะดาบคุชินเล่มนี้ แล้วเขาที่เป็นเพียงแค่คนธรรมดาจะเหลือเรอะ และดาบคุชินก็เป็นอีกปริศนานึงของเขา ที่แม้แต่สุดยอด AI อย่างลูซก็ไม่รู้ที่มาที่ไปของมันเหมือนกัน หากแต่ถ้าเขาคิดที่จะปกป้องทุกคนให้ได้ ยังไงซะดาบคุชินก็เป็นสิ่งที่เขาจะขาดไม่ได้เช่นเดียวกัน
    6 ชั่วโมงต่อมา
    กันต์เริ่มที่จะหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะตลอดเวลาที่เขาถูกกักตัวไว้ในห้องพิเศษแห่งนี้ เขาทั้งกินทั้งดื่มจนจุกไปหมด เข้าห้องน้ำไม่รู้ตั้งกี่สิบครั้ง ไหนจะดาบคุชินที่เขานั่งลูบไปมา เขาลูบจนสีมันแทบจะถลอกติดมือเขาอยู่แล้ว ก็ยังไม่เห็นหัวของคนที่มาไกล่เกลี่ยกับเขาแม้แต่น้อย สุดท้ายเขาก็เริ่มทนไม่ไหวขึ้นมา
    "นี่!! เมื่อไหร่จะมาเคลียร์ปัญหาให้จบๆ สักที ผมรอมาหลายชั่วโมงแล้วนะ" กันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างถึงที่สุด
    "ใจเย็นๆ ครับคุณกันต์ ท่านชูอิจิติดภารกิจช่วยเหลืออยู่ที่เกาะอิสุ โอชิมะ ครับ คงต้องใช้เวลาอีกสักพักนึงถึงจะจัดการได้เรียบร้อยครับ" เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ทำหน้าที่กักตัวของกันต์เอ่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ
    กันต์ถึงกับขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างแปลกใจ เขารู้สึกว่าเจ้าหน้าที่คนนี้ ดูจะอ่อนประสบการณ์มากเกินไปรึเปล่า การบอกสถานที่ที่ผู้นำของตนไป เท่ากับบอกข้อมูลลับเฉพาะระดับสูงออกไปฟรีๆ เลยนะนั่น แต่แค่เพียงไม่นานกันต์ก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่แสนจะเจ้าเล่ห์แทน พลางไล่ต้อนเจ้าหน้าที่อ่อนประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เพื่อฆ่าเวลา
    จนกระทั่ง 30 นาทีต่อมา กันต์ก็เริ่มหมดสนุกกับเจ้าหน้าที่คนนี้แล้ว เพราะเขาได้รู้ข้อมูลเกือบทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว แถมไม่ต้องเสียเงินซื้อเลยสักข้อมูลเดียว
    "ถ้าอีก 10 นาทีไม่มีใครมาเคลียร์ปัญหาที่นี่ ผมจะไม่รั้งรอให้ใครกักตัวทั้งนั้น ไม่งั้นพวกนายก็ต้องพาฉันไปพบชูอิจิซะ จะได้เคลียร์ให้จบไวๆ ไม่ใช่ให้มานั่งรอที่นี่เป็นวันๆ แบบนี้" กันต์เอ่ยพร้อมกับแสดงท่าทีไม่พอใจออกมา [ท่าทีตอแหล]
    "ครับ ครับ ได้ครับ!!" เจ้าหน้าที่ระดับสูงได้แต่ก้มหัวขอโทษยกใหญ่ เนื่องจากกลัวอีกฝ่ายไม่พอใจขึ้นมา พลางรีบออกไปพยายามติดต่อกับทางเบื้องบนอย่างรวดเร็ว
    ส่วนกันต์ก็ได้แต่แอบยิ้มขำๆ ในใจ เพราะอย่างน้อยเขาก็จะได้ยกเลิกเรื่องเอาข้อมูลเขตกักกันอสูรระดับ 5 จากชูอิจิ แล้วเปลี่ยนมันเป็นตัวเงิน เพื่อนำมาชดใช้ค่าเสียหายที่สองสาวในกลุ่มก่อไว้แทน อย่างน้อยๆ ก็มี สองพันล้านเหรียญทอง ซึ่งคงพอที่จะจ่ายไหวโดยไม่ต้องเป็นกังวลแล้ว
    "ว้อ!! ว้อ!! ว้อ!!"
    ทว่าจู่ๆ ก็เกิดเสียงเตือนภัยดังขึ้นไปทั่วทั้งเมือง คราวนี้เสียงเตือนภัยดูท่าจะร้ายแรงมากกว่า เหตุการณ์ที่สองสาววิวาทกันอย่างเห็นได้ชัด กันต์ถึงกับเด้งลุกขึ้นพรวดพราด พร้อมกับขนทั่วทั้งร่างลุกชันขึ้นอย่างไม่รู้ตัว พร้อมกับลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ราวกับกำลังมีบางอย่างที่เขาจะต้องเผชิญ
    แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดหรือทำอะไรต่อ ก็มีกลุ่มคนระดับสูงของสหพันธ์นักล่า วิ่งเข้ามาแทบจะพร้อมเพรียงกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นดูเหมือนเขาจะเคยพบเจอที่ห้องประชุมมาก่อน ก่อนที่นักล่าคนดังกล่าวจะเอ่ยอย่างรีบร้อน จนลิ้นแทบจะพันกัน
    "คุณกันต์ครับ ผมคุโนะ ไอซา หัวแผนกเฝ้าระวังความปลอดภัยของโตเกียว ตอนนี้ในเมืองกำลังเกิดปัญหาร้ายแรงระดับ 1 ทางเราอยากจะร้องขอความช่วยเหลือ จากกลุ่มของคุณทั้งหมดจะได้ไหมครับ"
    "ขอรายละเอียดทั้งหมด" กันต์ที่พอเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ ได้แต่เอ่ยถามกลับเพียงสั้นๆ พลางได้แต่บ่นกับตัวเองในใจ "บ๊ะ!! ทำไมลางสังหรณ์กูไม่พลาดบ้างว่ะ"
    "ที่เขตปกครองชิซุโอกะถูกอสูรระดับ 5 โจมตีครับ พวกเราต้องการร้องขอให้กลุ่มของคุณทำการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะจากข้อมูลที่ได้รับมาในตอนนี้คือ อสูรระดับ 5 มีสติปัญญาไม่ด้อยไปจากมนุษย์ และที่สำคัญมันสามารถใช้เกทวาร์ป ได้เหมือนกันกับพวกเรา และที่สำคัญที่สุดเกทวาร์ปในเขตปกครองชิซุโอกะนั้น เชื่อมต่อโดยตรงกับที่โตเกียวครับ" คุโนะรีบอธิบายแบบสรุปอย่างรวดเร็วที่สุด
    "จำนวนล่ะ!?" กันต์ถามด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
    "ที่เราตรวจสอบได้ตอนนี้ มีเพียง อะ..เอ่อ..แค่ตัวเดียวครับ!! แต่..มีสัตว์อสูรระดับ 1 กับระดับ 2 ติดตามมาด้วย ส่วนจำนวนยังไม่ทราบแน่ชัดครับ" คุโนะตอบกลับแบบอึกๆ อักๆ เพราะข้อมูลที่ส่งมามีเพียงแค่นี้
    ทว่าสีหน้าที่เคร่งเครียดของกันต์ ไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายลงไปเลยสักนิด มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าอสูรระดับ 5 นั้น ต้องมีความแข็งแกร่งมากพอที่กวาดล้างเมืองได้ แต่ที่เขาสงสัยคือพวกมันหลุดมาได้ยังไงมากกว่า แต่เรื่องนั้นค่อยเอาไว้คิดทีหลังก็แล้วกัน พลางเอ่ยสั่งการราวกับตัวเองเป็นผู้นำทันที
    "คุโนะ ส่งคนไปตามกลุ่มของฉันที่โรงแรมมาที่นี่ด่วน และจัดเตรียมนักล่าระดับท็อปที่เหลือทั้งหมดมารวมตัวให้หมด เมื่อพวกเราไปถึงชิซุโอกะ ให้แยกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มแรก คือให้หน่วยค้นหา และทำการอพยพผู้คนมาที่นี่ให้หมด กลุ่มที่สอง ให้คอยทำการรักษาผู้บาดเจ็บ กลุ่มที่สาม คอยป้องกันเกทวาร์ปอย่าให้มีอสูรเล็ดลอดผ่านไปได้ ส่วนกลุ่มที่สี่ ขอคนที่มีความสามารถ ไล่ต้อนหรือล่ออสูรระดับ 1 กับระดับ 2 ให้ออกห่างจากตัวเมือง ไม่เอาคนที่รักตัวกลัวตายนะ"
    สิ้นเสียงของกันต์คุโนะก็รีบรับคำ และออกไปจัดการเตรียมกำลังพลอย่างเร่งด่วน แม้จะมีสีหน้าแปลกใจปนไม่พอใจของนักล่าบางคน ที่กันต์ทำตัวราวกับผู้นำเที่ยวสั่งโน่นสั่งนี่ แต่เมื่อหัวหน้าของพวกเขายังต้องทำตามคำสั่ง พวกเขาก็ได้แต่เก็บความขุ่นข้องไว้ในใจ เพราะจะยังไงชีวิตของเพื่อนร่วมชาติก็ต้องมาก่อน
    เมื่อทุกคนออกไปจัดการหน้าที่ของตัวเองกันหมดแล้ว กันต์ก็ได้แต่มองดาบคุชินอย่างลังเล พลางได้แต่พร่ำเพ้อในใจกับตัวเองเบาๆ "ถ้าพลังของดาบนี่ต้องแลกมาด้วยชีวิตของฉัน ก็คงต้องยอมแล้วล่ะ"
    ผ่านไปราว 30 นาที คุโนะก็มาตามกันต์ในห้องพิเศษ เมื่อกันต์ออกมาด้านนอกก็พบว่ามีล่าเหลือติดอยู่ที่เมืองเพียง 2,000 กว่า และเมื่อแบ่งเป็นนักล่าระดับท็อปๆ ของที่นี่มีเพียงแค่ 300 คนเท่านั้น ทำเอากันต์ถึงกับเผยสีหน้าหนักใจขึ้นมากกว่าเดิม
    เพราะเขาทำการตรวจสอบข้อมูลในเขตปกครองชิซุโอกะ ก็พบว่ามีประชากรราวสองแสนกว่าคน แต่ในนั้นมีนักล่าแค่หมื่นกว่าคน ถ้าจะให้พูดกันตรงๆ แล้ว เขาบอกได้เพียงแค่ว่าโอกาสในการช่วยประชาชนธรรมดาให้รอดทั้งหมดนั้น แทบจะเป็นศูนย์เลยก็ว่าได้ ทว่าเมื่อเขารับหน้าที่นี้มาแล้ว จะหาทางหลบเลี่ยงก็ยังไงอยู่ พลางตะโกนก้องเพื่อให้ได้ยินกันถ้วนหน้า
    "ฉันไม่สนใจว่าพวกนายจะมีความรู้สึกยังไง ที่ฉันมายืนทำหน้าที่อยู่ตรงนี้ แล้วถ้าใครคิดว่าตัวเองมีความเหมาะสมกับภาระรับผิดชอบชีวิตผู้คน ในเขตปกครองชิซุโอกะนับแสนคนมากกว่าฉัน ก็จงก้าวออกมาด้านหน้าให้ได้ประจักษ์หน่อยสิ"
    กันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบ ต่างจากบุคลิกเด็กหนุ่มที่ดูไร้ประสบการณ์อย่างสิ้นเชิง พลางสายตาของเขากวาดมองไปทั่วบริเวณ เขาจงใจเว้นช่วงระยะเวลาเพื่อให้มีใครสักคน มีความกล้ามากพอที่จะมาคัดค้านเขาตอนนี้ ทว่าเหล่านักล่าแต่ละคนกลับไม่มีแม้สักคนที่จะก้าวออกมา หรือเอื้อนเอ่ยขัดคำพูดของเขาสักคน กันต์จึงได้แต่ถอนหายใจอย่างเซงๆ ก่อนจะกล่าวต่อ
    "ในเมื่อพวกนายไม่มีใครกล้าทำหน้าที่แทนฉัน งั้นก็จงอยู่ภายใต้คำสั่งของฉันอย่างเคร่งครัด ใครฝ่าฝืนต้องโดนลงโทษสถานหนัก หากใครรักตัวกลัวตายให้รีบถอนตัวออกไปซะตอนนี้ แล้วจงอย่าได้ลืมว่าที่ฉันกำลังจะไปช่วย ไม่ใช่คนในประเทศของฉัน ถ้าขนาดพวกนายยังไม่รักเพื่อนร่วมชาติของตัวเอง ก็อย่าอยู่ให้เป็นคนเพื่อรกโลกเลยดีกว่า"
    สิ้นเสียงของกันต์เหล่านักล่าจำนวนมากที่แต่เดิมทีมีสีหน้าที่มัวหมอง เริ่มที่จะเงยหน้าขึ้นมาอยากฮึดสู้ขึ้นมาบ้าง เพราะถ้าขนาดคนจากประเทศอื่นมาเพื่อช่วยเหลือ แต่กับคนในประเทศอย่างพวกเขาเอง จะเอาแต่หดหัวได้ยังไงกัน แม้คำพูดของเด็กหนุ่มเหมือนจะดูถูก แต่ถ้าประเมินฟังดูดีๆ แล้ว มันกลับช่วยปลุกแรงใจพวกเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
    ส่วนนักล่าระดับท็อปของโตเกียว ถึงกับต้องลองประเมินเด็กหนุ่มตรงหน้าใหม่อีกครั้ง เพราะคำพูดคำจาล้วนแต่แฝงแง่คิดเอาไว้หลายมุม ทั้งยังเรียกขวัญและกำลังใจจากเหล่านักล่าระดับล่างได้เป็นอย่างดี ทำให้พวกเขาอดที่จะชื่นชมขึ้นมาไม่ได้ ทว่าหากในที่นี้มีใครสักคนที่สามารถอ่านใจของกันต์ได้ล่ะก็ คงจะเปลี่ยนความคิดแทบไม่ทันกันเลยทีเดียว
    ซึ่งจริงๆ แล้วกันต์เองก็หวังว่าจะมีใครสักคนคัดค้านขึ้นมา เขาจะได้หาข้ออ้างเปลี่ยนเป็นคนติดตามไปแทน อย่างน้อยๆ ก็ไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตใคร เผื่อสู้ไม่ได้จะได้หนีเอาตัวรอดก่อน เพราะชีวิตของคนในกลุ่มของเขา ย่อมสำคัญกว่าคนจำนวนมากที่เขาไม่แม้แต่จะรู้จักด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็หนีไม่พ้นภาระหน้าที่นี้อยู่ดี
    จะยังไงก็แล้วแต่การที่เขาต้องมาแบกรับชีวิตผู้คนนับแสน มันก็ไม่ใช่วิถีทางและแนวของเขาสักเท่าไหร่นัก แต่เมื่อมันมาถึงจุดๆ นี้แล้ว เขาก็จำต้องยอมรับมัน พลางได้แต่ส่ายหน้าอย่างเพลียๆ กับความฮึกเหิมที่เพิ่มขึ้นของเหล่านักล่า ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจสักเท่าไหร่นัก
    "เคลื่อนพลได้!!"