คนชุดเหลือพอเห็นบ้านไป๋เหวินโจวก็มีสีหน้าคิดถึง เจียงเยี่ยนรู้สึกแปลกใจไม่น้อย
“อาจารย์” เจี่ยงเยี่ยนเคาะประตูบ้านเรียก
“เยี่ยนเอ๋อร์ เจ้าทำไมยังไม่ไปอีก?” เสียงไป๋เหวินโจวตอบรับ
“มีคนผู้หนึ่งบอกรู้จักอยากมาพบท่าน” เจียงเยี่ยนตอบ
“ใคร?”
“เสี่ยวไป๋ (ไป๋น้อย) ข้าเอง”
ไม่นานประตูบ้านก็ถูกเปิดออก ไป๋เหวินโจวพบบุรุษชุดเหลืองก็มีสีหน้ายินดี บุรุษชุดเหลืองเองก็เช่นกัน
“นึกไม่ถึงเจ้าจะกลับมา” ไป๋เหวินโจวกล่าว
บุรุษชุดเหลืองยิ้มเล็กน้อย ไป๋เหวินโจวรีบบอกให้บุรุษชุดเหลืองเข้าบ้าน ไป๋เหวินโจวถาม
“ซูโหยวเสวียน พวกเจ้าก็ยังไม่ไป?”
ซูโหยวเสวียนตอบ
“ที่จริงพวกเรากำลังจะไปแล้ว แต่เจอคนชุดเหลืองนี่จึงเข้าใจผิดกันเล็กน้อย”
“พวกเจ้าต่อสู้กัน?”
ซูโหยวเสวียนพยักหน้า ไป๋เหวินโจวยิ้ม
“ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าก็คงลำบากแล้ว”
บุรุษชุดเหลืองหันมากล่าวว่า
“แม่นางซู วิทยายุทธของท่านเลิศล้ำจริงๆ”
“มิกล้า” ซูโหยวเสวียนตอบ
ไป๋เหวินโจวพาทุกคนเข้าไปในบ้าน ทั้งหมดต่างนั่งลง โดยเจียงเยี่ยนรีบนำน้ำชามาให้แขกดื่ม ไป๋เหวินโจวกล่าวว่า
“สหายข้านามนี้ชื่อ หวงเทียนเหยา เป็นผู้รอดชีวิตร่วมกับข้าในเหตุการณ์เมื่อหมู่บ้านเซียวเอี้ยวเมื่อสามสิบสามปีก่อน”
สามสิบสามปีก่อน เชี่ยงเทียนบิดาแท้จริงของเจียงเยี่ยนนำยอดฝีมือสามสิบคนและบริวารบุกหมู่บ้านเซี้ยวเอี้ยวเพื่อกำจัดประมุขพรรคมารลู่เตี่ยนบิดาของไป๋เหวินโจว ลู่ฮูหยิน (ภรรยาคนแซ่ลู่) เห็นสถานการณ์คับขัน จึงนำไป๋เหวินโจวในวัยทารกหนีออกมา
ในตอนนั้นเกิดการต่อสู้ไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ไฟไหม้แทบทุกหลังคาเรือน ลู่ฮูหยินเป็นถึงภรรยาประมุขพรรคมาร มีวิทยายุทธร้ายกาจ ใช้กระบี่เล่มเดียวฝ่าวงล้อมเหล่าชาวยุทธ สังหารคนไปได้จำนวนหนึ่ง
มิคาดระหว่างทางลู่ฮูหยินผ่านบ้านสกุลหวงซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของนาง ได้ยินเสียงทารกร่ำไห้จ้า นางจึงเข้าไปดูพบว่าผู้คนในบ้านตายหมดสิ้น เหลือเพียงทารกน้อย นางจึงตัดสินใจช่วยไว้
ลู่ฮูหยินนางเดียวต้องอุ้มทารกถึงสองคน ทำให้ได้รับความลำบากอย่างยิ่ง เหล่าชาวยุทธหลายคนต่างพากันรุมล้อมนาง โชคยังดีที่ลู่เตี่ยนสามีนางมาช่วยไว้ได้และเร่งให้นางหนีไป
ลู่เตี่ยนต่อสู้กับเซี่ยงเทียนบิดาเจียงเยี่ยนจนพ่ายแพ้และถูกสังหารในที่สุด แต่ลู่ฮูหยินก็นำทารกทั้งสองหนีไปได้ นางใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ต้องหลบซ่อนชาวยุทธที่ตามล่า สุดท้ายนางจึงมาตั้งรกรากอยู่ที่หุบเขาอภิรมย์เพื่อหลบหนีศัตรู
ลู่ฮูหยินไม่ทราบชื่อของทารกทราบเพียงแต่ว่าแซ่หวง จึงตั้งชื่อให้ว่าเทียนเหยา (ความต้องการของสวรรค์) เนื่องจากนางเห็นว่าที่นางได้พบทารกนี้คือฟ้าลิขิต
ลู่ฮูหยินเลี้ยงดูทารกจนเติบใหญ่ เฝ้าสอนทั้งคู่ให้ล้างแค้น นางเชี่ยวชาญเพลงกระบี่จึงสอนเพลงกระบี่ขั้นสูงให้ทั้งคู่ ไป๋เหวินโจวมีสติปัญญาฉลาดเฉลียวตั้งแต่ยังเล็ก การเรียนวิทยายุทธจึงรุดหน้าก้าวไกล แต่หวงเทียนเหยาสติปัญญาพื้นเพธรรมดา ฝีมือไม่เทียบเท่าไป๋เหวินโจว
ไม่ว่าจะเป็นวิชาตัวเบา เพลงกระบี่ หมัดมวย ไป๋เหวินโจวมักนำหน้าหวงเทียนเหยาก้าวหนึ่งเสมอ แต่สิ่งเดียวที่ไป๋เหวินโจวไม่อาจเทียบหวงเทียนเหยาได้คือ..
จิตใจที่ดีงาม
หวงเทียนเหยาแม้ถูกกรอกหูให้ล้างแค้นทุกวี่วัน แต่ในใจลอบไม่เห็นด้วย
เมื่อไป๋เหวินโจวและหวงเทียนเหยาอายุได้ประมาณสิบเจ็ดปี ทั้งคู่ต่างถือกระบี่ไปล้างแค้นศัตรูคนแรกนามเจิงปิ่ง ซึ่งมีฉายาจอมดาบแปดทิศ ไป๋เหวินโจวลงมือเด็ดขาดสังหารจอมดาบแปดทิศได้ แต่ตอนนั้นจอมดาบแปดทิศก็มีครอบครัว ลูกเมียในบ้านต่างร่ำไห้ ญาติพี่น้องจอมดาบแปดทิศก็ต่างถือาวุธเข้าต่อสู้กับไป๋เหวินโจวและหวงเทียนเหยาจนบาดเจ็บล้มตาย
ไป๋เหวินโจวสังหารคนไปหลายคน หวงเทียนเหยาเพียงแค่ทำร้ายคนเหล่านั้นบาดเจ็บ สุดท้ายทั้งคู่กลับไปที่บ้านรายงานผลล้างแค้นต่อลู่ฮูหยิน ไม่กี่วันต่อมานางก็สั่งให้ไป๋เหวินโจวและหวงเทียนเหยาไปล้างแค้นต่อ ครานี้หวงเทียนเหยาคัดค้าน ทำให้มีปากเสียงกับลู่ฮูหยินขึ้นมา
หวงเทียนเหยาเห็นว่าเที่ยวฆ่าคนเช่นนี้ไม่มีประโยชน์ มีแต่เพิ่มความแค้นมากขึ้น ลู่ฮูหยินไม่พอใจจึงทวงบุญคุญหวงเทียนเหยา สุดท้ายหวงเทียนเหยารู้สึกอัดอั้นตันใจจึงถือกระบี่เลมหนึ่งลอบออกจากหุบเขาอภิรมย์ไป แม้ไป๋เหวินโจวจะอาลัยเพื่อนรักก็มิอาจห้ามปรามได้
ลู่ฮูหยินที่จริงก็รักหวงเทียนเหยาแทบไม่ต่างจากบุตรในไส้ เพียงแต่นางมีความแค้นฝังอกจึงมองว่าการล้างแค้นสำคัญกว่า แต่เมื่อหวงเทียนเหยาจากไป ทำให้นางอดรู้สึกผิดมิได้ที่เฝ้าสอนทารกบริสุทธิ์สองคนให้เติบใหญ่มาเป็นฆาตกร
ลู่ฮูหยินค่อยๆ ล้มป่วยตรอมใจ จากนั้นก็เสียชีวิต ซึ่งไป๋เหวินโจวอายุตอนนั้นสิบเจ็ดแล้ว หลังจัดงานศพไป๋เหวินโจววาดรูปมารดาจูงมือตนเองและวาดรูปหวงเทียนเหยากำลังวิ่งไล่ตามเขาอยู่ เพื่อลำลึกถึงบุคคลทั้งสอง
ที่ไป๋เหวินโจววาดรูปหวงเทียนเหยาให้วิ่งตามเพราะต้องการสื่อให้เห็นว่าหวงเทียนเหยาได้จากบ้านหลังนี้ไปแล้ว มิได้อยู่กับเขาและลู่ฮูหยิน ซึ่งไป๋เหวินโจวฝังศพมารดาไว้ที่ป่าหลังบ้าน
ครั้งนี้หวงเทียนเหยากลับมาเยือนบ้านเก่าด้วยวิทยายุทธที่สูงส่งกว่าเดิมทั้งสองสหายจึงได้พบกัน
“ที่แท้เด็กในภาพวาดสองคน คืออาจาย์กับท่านอาหวง” เจียงเยี่ยนพูดขึ้น
ไป๋เหวินโจวพยักหน้า หวงเทียนเหยาถามว่า
“รูปอะไร?”
ไป๋เหวินโจวจึงพาหวงเทียนเหยาไปดูภาพวาดเขาในห้อง โดยมีเจียงเยี่ยนตามไปด้วย หวงเทียนเหยาเห็นรูปลู่ฮูหยินก็อดคิดถึงนางไม่ได้ จะอย่างไรนางก็เลี้ยงดูเขามาไม่ต่างจากมารดาแท้ๆ หวงเทียนเหยาจึงกล่าวว่า
“ข้าจะไปคำนับศพนาง”
“ศพนางอยู่หลังป่า” ไป๋เหวินโจวตอบ
เจียงเยี่ยนรีบกล่าวว่า
“ท่านอาหวง เพลงกระบี่ของท่านยอดเยี่ยมยิ่ง”
หวงเทียนเหยายิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก
“เสี่ยวไป๋ นึกไม่ถึงเจ้าจะรับศิษย์”
ไป๋เหวินโจวตอบ
“เด็กคนนี้คือบุตรของเซี่ยงเทียน ประมุขยุทธจักรที่นำคนบุกหมู่บ้านพวกเรา”
หวงเทียนเหยามองหน้าเจียงเยี่ยน เขากล่าวเสียงสั่นสะท้าน
“ว่าอะไร?”
“ข้าต้องการเลิกราบุญคุญความแค้นทั้งหมด จึงรับเด็กคนนี้เป็นศิษย์และหาวิธีแก้ความเจ็บปวดจากชีพจรเทพดับสูญให้”
หวงเทียนเหยาไม่ทราบเรื่อง ไป๋เหวินโจวจึงเล่าเรื่องให้ฟังโดยละเอียด หวงเทียนเหยามีสีหน้ายินดี
“เสี่ยวไป๋ เจ้าลืมเลือนความแค้นทั้งหมดได้ ข้ายินดีกับเจ้านัก”
ไป๋เหวินโจวแย้มยิ้ม
“ตอนแรกข้าก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเจ้าจึงไม่ยอมล้างแค้น หากมิใช่เพราะเยี่ยนเอ๋อร์ ข้าคงจมปลักอยู่กับความแค้นทั้งชีวิต”
เจียงเยี่ยนมีสีหน้าเศร้าสร้อยกล่าวว่า
“อาจารย์มีพระคุณดุจบิดา เพื่อช่วยชีวิตเยี่ยนเอ๋อร์ถึงกับยอมทำลายวิทยายุทธทั้งหมด ท่านอาหวง ท่านมีวิธีช่วยหรือไม่?”
ครานี้หวงเทียนเหยาใจหายวาบ เขารีบคว้าข้อมือไป๋เหวินโจวไว้ตรวจสอบพลังภายในทันที
“เสี่ยวไป๋ พลังลมปราณเจ้าหายไปหมดแล้ว!”
ไป๋เหวินโจวจึงเล่าเรื่องคร่าวๆ ให้ฟัง หวงเทียนเหยาจึงกล่าว
“ซูโหยวเสวียนนางนี้ร้ายกาจจริงๆ ถึงกับบีบให้เจ้าทำลายวิทยายุทธได้ แต่ที่คาดไม่ถึง เจ้าถึงกับทำลายวิทยายุทธตนเองเพื่อผู้อื่น เสี่ยวไป๋ เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าต้องหาทางช่วยเจ้าแน่”
ไป๋เหวินโจวพยักหน้ากล่าวขอบคุณ ทั้งสองคุยกันพักหนึ่งจึงออกจากห้องเดินไปหาพวกซูโหยวเสวียน ปราชญ์มารบริสุทธิ์กล่าว
“ข้าต้องฝากเยี่ยนเอ๋อร์กับเจ้าแล้ว”
ซูโหยวเสวียนรับคำ นางพาเจียงเยี่ยนออกเดินทางทันที ซูโหยวเสวียนหันไปกล่าวกับหวงเทียนเหยา
“หากมีโอกาส ข้าต้องขอคำชี้แนะอีกแน่”
หวงเทียนเหยาพยักหน้า “ยินดี”
ซูโหยวเสวียนมองหน้าไป๋เหวินโจวอีกครั้ง ปราชญ์มารบริสุทธิ์พยักหน้าให้นาง ในใจลึกๆ ของเทพธิดาแห่งเขาคุนหลุนอดรู้สึกเสียดายเล็กน้อยมิได้ที่ต้องจากไป๋เหวินโจวไป
ซูโหยวเสวียน เจียงเยี่ยน จินเซียะ เฮ่อจง เสิ่นเฟิง ห้าคนต่างพากันออกจากหุบเขาอภิรมย์ เข้าเมืองอู่โจวเพื่อซื้อม้าเพิ่ม ที่จริงพวกนางมีม้าสี่ตัวอยู่แล้ว แต่ต้องซื้อให้เจียงเยี่ยนอีกหนึ่งตัว
เสิ่นเฟิงพลันกล่าว “เทพธิดา ข้ามีธุระจะตามท่านกลับเขาคุนหลุนในภายหลัง”
ซูโหยวเสวียนถามว่า “ธุระอะไร?”
“ข้าไม่ได้เดินทางเข้าจงหยวน (ภาคกลาง) มานาน ข้าอยากไปพบปะสหายบ้าง ขอท่านอนุญาต”
ซูโหยวเสวียนพยักหน้ากล่าวว่า
“ตกลง เจ้าต้องรีบตามข้ากลับไป”
เสิ่นเฟิงรีบคารวะขอบคุณ จากนั้นเขาก็ควบม้าออกเดินทาง ซูโหยวเสวียนหันมากล่าวกับเจียงเยี่ยน
“จากที่นี่เดินทางผ่านไปเขาคุนหลุน เป็นระยะทางนับหมื่นหลี่ อากาศที่นั่นเหน็บหนาว เจ้าต้องตระเตรียมเสื้อผ้าหนาไว้”
เจียงเยี่ยนรับคำ ซูโหยวเสวียนนางนี้ ดูไปก็ดีกับเขาไม่เลว มิได้มีภาพลักษณ์เลวร้ายอย่างที่เขาคิดนัก
เสิ่นเฟิงควบม้าวิ่งห้อตะบึงทั้งวันคืน ใช้เวลาสามวันก็รุดถึงเขตแดนเหนือ มันควบม้าไปถึงปราสาทสีดำหลังใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองเฝิง ซึ่งสูงถึงเจ็ดชั้น มีความโอ่อ่าภูมิฐานแต่ก็ดูน่าสะพรึงกลัวไม่น้อย บริเวณรอบปราสาทยังมีกำแพงยาวสีดำปูกระเบื้องสีแดงสดดุจยาวสุดลูกหูลูกตา สร้างความลี้ลับวังเวงกว่าเดิม
เสิ่นเฟิงลงจากหลังม้า บอกกับคนชุดดำสองคนที่ยืนถือดาบเฝ้าประตูว่า
“ข้าเทพยุทธเสิ่นเฟิง ขอพบประมุขหลี่กวนหยาง มีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับเด็กน้อยที่มีชีพจรเทพดับสูญจะรายงาน”
ชายเฝ้าประตูรีบไปรายงาน สักพักก็ออกมาพูดกับเสิ่นเฟิง
“ประมุขหลี่ให้เข้าพบได้”
เสิ่นเฟิงเดินเข้าปราสาทสีดำไปถึงห้องโถงกว้าง พื้นห้องโถงปูพื้นสีดำ เสาทาสีแดงสด ดูไปอึมครึมนาสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
เห็นหลี่กวนหยางนั่งในอยู่ในเงามืดบนบัลลังก์ซึ่งมีบันไดทอดสูงสามสิบชั้นราวกับเป็นองค์จักรพรรดิเจ้าชีวิต เฒ่าหนวดมังกรยืนอยู่ด้านซ้ายของห้องโถง ยังมีคนผู้หนึ่งร่างกายสูงใหญยืนอยู่ด้านขวา เสิ่นเฟิงรีบคารวะ หลี่กวนหยางถามว่า
“มีอะไร?”
“เด็กน้อยที่ชื่อเจียงเยี่ยนกำลังเดินทางไปเขาคุนหลุน ส่วนปราชญ์มารบริสุทธิ์ไป๋เหวินโจวตอนนี้สูญเสียวิทยายุทธ หากจะรีบกำจัดให้ส่งกำลังไปจัดการมันตอนนี้”
เสิ่นเฟิงแค้นปราชญ์มารบริสุทธิ์จับใจ เมื่อซูโหยวเสวียนชนะไป๋เหวินโจวไม่ได้จึงคิดยืมมือผู้อื่นแทน มันได้ยินมาว่าปราชญ์มารบริสุทธิ์จะประลองกับหลี่กวนหยางเพื่อชิงตัวเจียงเยี่ยน จึงยืมมือหลี่กวนหยางเพื่อกำจัดไป๋เหวินโจว!
---- จบตอน ------เสิ่นเฟิงหาเรื่องให้สองอาจารย์ศิษย์อีกแล้ว การต่อสู้ครั้งใหม่และการผจญภัยของเจียงเยี่ยนเริ่มอีกฉากแล้วนะคร้าบ