หลังจากกลับจากเมืองหลวง เหมยหลิงก็ใช้ชีวิตเฉกเช่นปกติในแต่ละวัน ทว่าในใจของนางกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ภาพของซ่งเหวิน ชายวัยกลางคนที่เปิดโลกที่นางไม่เคยรู้จักยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงคำนึง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เกาะกินในใจยามสบตากับหลี่ิผู้เป็สามี ทำให้หญิงสาวต้องคอยหลบสายตาและแสดงละครตบตาต่อไปอย่างแเี
ทุกคืนที่นอนข้างสามี เหมยหลิงจะปิดตาแล้วจินตนาการถึงััอันเร่าร้อนของซ่งเหวิน นึกถึงเสียงแหบพร่าของเขาที่กระซิบข้างหู "เ้าเรียนรู้เร็วจริงๆ...ร่างกายของเ้าตอบสนองข้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ" นึกถึงวิธีที่เขาชมเชยเมื่อนางทำได้ดี "ดีมาก...แบบนั้นแหละ...ตอนนี้เ้าเป็ผู้หญิงที่แท้จริงแล้ว" ความทรงจำเหล่านี้ทำให้ร่างกายของนางตอบสนองอย่างไม่อาจควบคุมได้ แม้ขณะที่อยู่ในอ้อมกอดของสามี
นางจะนึกถึงคำพูดของเขาเมื่อเขากระซิบ "เ้ารู้หรือว่า...เสียงครางของเ้า...มันทำให้ข้า...้าเ้า...มากขึ้นไปอีก" และวิธีที่เขาหัวเราะเบาๆ เมื่อนางอายจนหน้าแดง นางนึกถึงเสียงของตัวเองที่กระซิบตอบ "อ๊า...ท่านพี่...ข้า...้าให้มันเร็ว...เร็วอีก...ซี้ดดดดส์..." และเขาก็จะตอบ "เก่งมาก...เ้าจำได้ดีว่าต้องทำยังไง"
หลายวันต่อมา ขณะที่เหมยหลิงกำลังช่วยหลี่ิดูแลกิจการที่ร้าน บ่าวรับใช้คนหนึ่งก็วิ่งเข้ามารายงานด้วยท่าทีนอบน้อม
"คุณชาย คุณหนูขอรับ มีแขกคนสำคัญมาขอพบขอรับ"
"ใครกัน?" หลี่ิขมวดคิ้วถาม
"เขาบอกว่าชื่อซ่งเหวิน เป็หัวหน้าสมาคมการค้าขอรับ"
ชื่อของซ่งเหวินทำให้หัวใจของเหมยหลิงกระตุกวูบ นางรีบก้มหน้าลงเพื่อซ่อนแววตาที่สั่นระริก ชายผู้นั้นมาหาพวกเขาถึงที่นี่! เขา้าอะไรกันแน่? ความคิดที่ว่าจะได้พบเขาอีกครั้งทำให้ร่างกายของนางเริ่มมีปฏิกิริยา นางรู้สึกเหมือนมีความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณที่ลึกลับที่สุดของนาง นางรู้สึกเหมือนมีของเหลวอุ่นๆ เริ่มซึมออกมาเล็กน้อย ทำให้นางต้องขยับตัวอย่างไม่สบาย
หลี่ิกลับมีท่าทีตื่นเต้นดีใจ "ท่านซ่งเหวินมาเองเลยรึ! รีบไปเชิญท่านเข้ามาที่ห้องรับแขกเร็วเข้า!" เขาสั่งบ่าวรับใช้แล้วหันมาทางภรรยา "เหมยหลิง เ้าไปเตรียมน้ำชาดีๆ มาต้อนรับท่านซ่งเหวินด้วยนะ ท่านเป็ผู้มีพระคุณต่อเรา"
"เ้าค่ะท่านพี่" เหมยหลิงรับคำเสียงแ่ นางพยายามควบคุมหัวใจที่เต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก การมาเยือนของซ่งเหวินโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าทำให้หญิงสาวทั้งใและหวาดหวั่น นางกลัวว่าความลับที่ซ่อนไว้จะถูกเปิดเผย แต่ในขณะเดียวกัน ส่วนลึกของหัวใจกลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาดที่ได้จะพบกับเขาอีกครั้ง
วันนี้เหมยหลิงใส่ชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนที่มีลวดลายดอกไผ่เล็กๆ ชุดนี้มีคอเสื้อที่เปิดกว้างพอสมควร แสดงให้เห็นส่วนบนของทรวงอกอันอวบอิ่ม แขนเสื้อกว้างและสั้นเหนือข้อศอก ทำให้เห็นแขนขาวเนียนของนางได้ชัดเจน เอวเสื้อรัดพอดีตัว เน้นรูปร่างอันเอวบางของนาง กระโปรงยาวปลิวไหวตามลม แต่มีผ่าข้างสูงพอที่จะเห็นข้อเท้าเรียวเนียน ชุดนี้ดูสวยงามและเรียบร้อย แต่ก็มีจุดที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายหากมีใคร้าจะแอบัั โดยเฉพาะบริเวณเอวที่ผ้าบางและหลวม และกระโปรงที่มีช่องว่างใต้โต๊ะ
เมื่อเหมยหลิงยกถาดน้ำชาเข้ามาในห้องรับแขก ก็เห็นซ่งเหวินนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานด้วยท่าทางภูมิฐานสมกับเป็หัวหน้าสมาคมการค้า ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ผู้นี้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดวงตาของเขาฉายแววเ้าเล่ห์และเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่สามารถสะกดให้คนยอมสยบได้โดยง่าย แม้จะอยู่ในวัยสี่สิบปลายๆ แล้ว แต่เขากลับดูแข็งแรงและมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาด
ทันทีที่สายตาของนางไปพบกับดวงตาของซ่งเหวิน ความทรงจำทั้งหมดก็พุ่งเข้ามาในใจของนางอย่างรุนแรง นางนึกถึงวิธีที่เขามองนางในคืนที่สาม เมื่อนางขึ้นคร่อมเขาและเขาชมว่านางสวย นางนึกถึงเสียงของเขาเมื่อเขากระซิบ "เ้าสวยมาก...ตอนนี้ ผมของเ้าปลิวไปมา...หน้าอกเด้งตามจังหวะ...งดงามเหลือเกิน" ความทรงจำเหล่านี้ทำให้ร่างกายของนางเริ่มมีปฏิกิริยา นางรู้สึกเหมือนมีความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
"คารวะท่านซ่งเหวินเ้าค่ะ" เหมยหลิงยอบกายลงอย่างนอบน้อม พยายามไม่สบตากับเขาโดยตรง แต่ก็ทำไม่ได้ สายตาของนางถูกดึงดูดไปยังดวงตาของเขาโดยอัตโนมัติ และเมื่อสายตาของพวกเขาพบกัน นางก็รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านร่างกาย
ซ่งเหวินแย้มยิ้มที่มุมปาก "ไม่ต้องมากพิธีหรอกฮูหยินหลี่ เราไม่ใช่คนอื่นคนไกล" สายตาคมกริบของเขากวาดมองเรือนร่างอรชรของหญิงสาวั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่ปิดบัง ราวกับจะกลืนกินนางเข้าไปทั้งตัว เขาสังเกตเห็นชุดที่นางใส่วันนี้ และรอยยิ้มเ้าเล่ห์ก็เผยออกมาที่มุมปาก "ชุดสวยมาก...เหมาะกับเ้าเป็อย่างยิ่ง ดูเข้าถึงง่าย...สะดวกสบาย"
หลี่ิซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ไม่ได้สังเกตเห็นสายตาที่ผิดปกติของแขกผู้มาเยือน เขากล่าวต้อนรับอย่างกระตือรือร้น "ท่านซ่งเหวินให้เกียรติมาเยี่ยมเยียนถึงที่นี่ มีเื่อันใดให้ข้าน้อยรับใช้หรือขอรับ"
"ข้าเพียงแค่แวะมาเยี่ยมเยียนและหารือเื่แผนธุรกิจที่เราคุยกันไว้ที่เมืองหลวง" ซ่งเหวินกล่าวเสียงเรียบ "ข้าเห็นว่าแผนการค้าที่ฮูหยินหลี่สรุปมานั้นน่าสนใจมาก โดยเฉพาะเื่การเปิดเส้นทางการค้าใหม่ไปยังเมืองหลวง"
เมื่อเขาพูดคำว่า "น่าสนใจมาก" เสียงของเขาก็แหบลงเล็กน้อย และเขามองเหมยหลิงอย่างมีนัยยะ นางรู้ดีว่าเขาไม่ได้หมายถึงแผนการค้าเพียงอย่างเดียว นางนึกถึงคำพูดของเขาในคืนที่สอง "เ้าน่าสนใจมาก...ร่างกายของเ้าตอบสนองข้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ" ความทรงจำนี้ทำให้นางหน้าแดงก่ำทันที
ขณะที่สามีของนางกำลังพูดคุยเื่ธุรกิจอย่างออกรส เหมยหลิงที่นั่งอยู่ข้างๆ กลับรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนกองไฟ เมื่อหลี่ิหันไปหยิบเอกสารจากโต๊ะข้างๆ มือใหญ่ของซ่งเหวินที่วางอยู่บนพนักวางแขนข้างตัวนาง ก็ค่อยๆ เลื่อนมาััที่หลังมือของนางเบาๆ ความร้อนจากฝ่ามือของเขาราวกับจะแผดเผาผิวเนื้อของนางให้มอดไหม้
เหมยหลิงสะดุ้งสุดตัวและพยายามจะดึงมือกลับ แต่ซ่งเหวินกลับกุมมือของนางไว้แน่นและบีบเบาๆ เป็เชิงปราม หญิงสาวได้แต่ก้มหน้านิ่ง ตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าขยับเขยื้อน ได้แต่ภาวนาให้สามีของนางไม่หันมาเห็นภาพที่ไม่น่าดูนี้
"เอกสารชุดนี้มีรายละเอียดครบถ้วนมากเลยนะขอรับ" หลี่ิกล่าวขณะที่ก้มหน้าอ่านเอกสารอย่างตั้งใจ เขาไม่ได้สังเกตเห็นว่าแขกของเขากำลังทำอะไรกับภรรยาของเขา เขาหลงใหลในตัวเลขและแผนภูมิต่างๆ จนลืมโลก
ซ่งเหวินยังคงพูดคุยกับหลี่ิด้วยน้ำเสียงปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่มือของเขากลับเริ่มลูบไล้ไปตามหลังมือและเรียวนิ้วของเหมยหลิงอย่างจาบจ้วง ปลายนิ้วโป้งของเขาบดคลึงที่ข้อนิ้วของนางเบาๆ ส่งกระแสความซ่านสยิวแล่นปราดไปทั่วร่างของหญิงสาว
"ฮูหยินหลี่คิดว่า แผนการค้าของข้าใหญ่พอมั้ย?" ซ่งเหวินถามด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยนัยยะ ขณะที่นิ้วมือของเขาเขียนตัวอักษรบนหลังมือของนาง "หรือว่า้าให้ขยายให้ใหญ่กว่านี้อีก? เ้าเคยบอกข้าว่าชอบของใหญ่..."
เหมยหลิงหน้าแดงก่ำจนแทบจะะเิ นางรู้ดีว่าเขาไม่ได้พูดถึงแผนการค้าจริงๆ นางนึกถึงคำพูดของเขาในคืนที่สอง "ดูสิ...มันใหญ่ขึ้นเพราะเ้า...เ้าทำให้ข้า้ามากขึ้น" และวิธีที่นางตอบด้วยเสียงสั่นเครือ "ใหญ่กว่าเดิม...แข็งกว่าเดิม..." ความทรงจำนี้ทำให้ร่างกายของนางเริ่มตอบสนอง นางรู้สึกเหมือนมีของเหลวอุ่นๆ ซึมออกมาจากร่องรักของนางมากขึ้น
"ข้า...ข้าคิดว่า...แผนของท่านดีแล้วเ้าค่ะ" นางตอบเสียงแ่ พยายามไม่ให้เสียงสั่น
"...ดังนั้น ข้าจึงคิดว่าเราควรจะส่งคนไปสำรวจตลาดที่เมืองหลวงก่อน" ซ่งเหวินกล่าวพลางเหลือบมองเหมยหลิงด้วยแววตาพราวระยับ "และคนที่เหมาะสมที่สุดก็คงหนีไม่พ้นฮูหยินหลี่ผู้มีความสามารถรอบด้าน การเดินทางรอบที่ผ่านมา ฮูหยินหลี่เป็ผู้นำที่เก่งกาจ รู้จักการควบคุมจังหวะได้ดี"
เมื่อเขาพูดคำว่า "ผู้นำที่เก่งกาจ" และ "ควบคุมจังหวะได้ดี" เสียงของเขาก็แหบลงและเต็มไปด้วยนัยยะ เหมยหลิงรู้ดีว่าเขาไม่ได้หมายถึงการเป็ผู้นำในเชิงธุรกิจ นางนึกถึงคืนที่สามเมื่อนางขึ้นคร่อมเขาและเขากระซิบ "เ้าเป็ผู้นำได้ดีมาก...ควบคุมจังหวะได้อย่างสมบูรณ์แบบ" ความทรงจำนี้ทำให้นางต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางที่พร้อมจะเล็ดลอดออกมา
หลี่ิมีสีหน้าลังเล "แต่การเดินทางไปเมืองหลวงนั้น ข้าเป็ห่วงความปลอดภัยของเหมยหลิง"
"เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วง" ซ่งเหวินยิ้มอย่างมีเลศนัย "ข้าจะเดินทางไปด้วยตัวเอง และจะดูแลฮูหยินหลี่เป็อย่างดี รับรองว่าจะไม่มีอันตรายใดๆ มาแผ้วพาน ข้าจะดูแลนางอย่างใกล้ชิด...ใกล้ชิดมาก จะสอนให้นางรู้จักทุกอย่างที่ควรรู้"
คำพูดของซ่งเหวินทำให้เหมยหลิงใจหายวาบ เขา้าจะพานางไปกับเขาอีกแล้ว! และคำว่า "ใกล้ชิดมาก" และ "สอนให้รู้จักทุกอย่าง" ทำให้นางนึกถึงความใกล้ชิดที่พวกเขาเคยมีต่อกัน และสิ่งที่เขาเคยสอนนางในคืนที่สองและสาม
ขณะที่หลี่ิกำลังครุ่นคิดถึงข้อเสนอของซ่งเหวิน มือของชายวัยกลางคนก็เริ่มซุกซนมากขึ้น เขาค่อยๆ เลื่อนมือจากหลังมือของเหมยหลิงขึ้นมาตามท่อนแขนเรียวเนียนอย่างช้าๆ นิ้วมือของเขาัักับผิวเนื้ออ่อนนุ่มของนางราวกับขนนกที่ปัดป่าย สร้างความรู้สึกวาบหวามจนเหมยหลิงต้องข่มใจสะกดกลั้นเสียงครางที่พร้อมจะเล็ดลอดออกมา
"ท่านสามารถดูดกลืนความรู้ของข้าไปได้เต็มปากเต็มคำ" ซ่งเหวินกระซิบเสียงเบาจนเพียงเหมยหลิงได้ยิน ขณะที่มือของเขาเลื่อนขึ้นไปที่ต้นแขนของนาง "เก่งมากเลย...ข้าประทับใจในทักษะของเ้า"
เหมยหลิงหน้าแดงก่ำจนแทบจะะเิ นางรู้ดีว่าเขากำลังพูดถึงอะไร นางนึกถึงคืนที่สองเมื่อเขาสอนให้นางรู้จักกับสิ่งใหม่ๆ และวิธีที่เขาชมเชยเมื่อนางทำได้ดี "เก่งมาก...เ้าเรียนรู้เร็วจริงๆ" ความทรงจำนี้ทำให้นางรู้สึกเหมือนมีไฟลุกโชนขึ้นมาในร่างกาย
ซ่งเหวินแสร้งทำเป็หยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาดูเพื่อบังสายตาของหลี่ิ แต่แท้จริงแล้วเขาใช้จังหวะนั้นในการเลื่อนมือขึ้นไปจนถึงหัวไหล่ของเหมยหลิง และเริ่มบีบคลึงเบาๆ ที่ต้นแขนของนางอย่างหยอกเย้า
"เอกสารฉบับนี้สรุปรายละเอียดได้ดีมาก" ซ่งเหวินเอ่ยชมพลางใช้นิ้วโป้งกดลงบนเนื้อนุ่มๆ ของเหมยหลิง "แสดงให้เห็นว่าผู้จัดทำมีความใส่ใจในรายละเอียดอย่างแท้จริง และรู้จักจุดที่สำคัญ รู้ว่าจุดไหนจะทำให้ได้ผลดีที่สุด"
คำพูดของเขามีความหมายสองแง่สองง่ามอย่างชัดเจน เหมยหลิงหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและตื่นเต้นระคนกัน นางอยากจะลุกหนีไปให้พ้นจากสถานการณ์น่าอึดอัดนี้ แต่ก็ทำได้เพียงนั่งตัวแข็งทื่อ ปล่อยให้เขาลวนลามนางต่อหน้าสามีของตัวเอง
หลี่ิผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารอย่างตั้งใจ "ขอบคุณที่ท่านชมขอรับ เหมยหลิงนางเป็คนละเอียดรอบคอบเช่นนี้เสมอ" เขาพูดขณะที่ยังคงจดจ่ออยู่กับตัวเลขในเอกสาร ไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างๆ เขาเลย
เมื่อเห็นว่าสามีของนางไม่ได้สนใจ ซ่งเหวินก็ยิ่งได้ใจ เขาค่อยๆ เลื่อนมือจากต้นแขนลงมายังแผ่นหลังของเหมยหลิง และเริ่มลูบไล้ไปมาเบาๆ ผ่านเนื้อผ้าที่บางเบา ััของเขาราวกับมีกระแสไฟฟ้าที่ช็อตให้นางสะท้านไปทั้งตัว
เหมยหลิงกัดริมฝีปากแน่นจนเจ็บ นางพยายามขยับตัวหนี แต่ซ่งเหวินกลับใช้แขนอีกข้างโอบรอบเอวของนางไว้หลวมๆ เป็การบังคับไม่ให้นางหนีไปไหนได้ มือของเขาเลื่อนลงไปที่บั้นเอวของนาง ที่ซึ่งผ้าบางและสามารถััถึงผิวเนื้อได้ง่าย
"ข้าว่าเรามาคุยรายละเอียดของแผนการเดินทางกันต่อดีกว่า" ซ่งเหวินกล่าวพลางกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น จนร่างของเหมยหลิงเบียดชิดกับร่างสูงใหญ่ของเขา "ข้าได้เตรียมแผนที่และข้อมูลเบื้องต้นมาด้วย" เขากล่าวพร้อมกับหยิบม้วนกระดาษออกมาจากแขนเสื้อ
หลี่ิเงยหน้าขึ้นจากเอกสารและรับม้วนกระดาษมาคลี่ดูบนโต๊ะ "โอ้ ท่านเตรียมการมาพร้อมสรรพจริงๆ" เขาก้มลงไปศึกษาแผนที่อย่างตั้งอกตั้งใจ หลงใหลในรายละเอียดต่างๆ จนลืมสังเกตสิ่งรอบข้าง ตาของเขาติดอยู่กับเส้นทางและจุดต่างๆ บนแผนที่
จังหวะที่หลี่ิก้มลงไปดูแผนที่อย่างตั้งอกตั้งใจนั่นเอง ซ่งเหวินก็ฉวยโอกาสก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูของเหมยหลิงด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"คิดถึงข้าหรือไม่...คนดี" ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่เป่ารดต้นคอทำเอาเหมยหลิงขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ร่างกายของเ้าบอกข้าแล้วว่าคิดถึง...มันสั่นเวลาข้าัั เหมือนตอนที่เ้าครางเรียกข้าว่า 'ท่านพี่' ด้วยเสียงหวานๆ"
ยังไม่ทันที่นางจะได้ตอบอะไร ปลายนิ้วของซ่งเหวินที่โอบอยู่ที่เอวของนางก็เริ่มซุกซนอีกครั้ง เขาค่อยๆ สอดนิ้วเข้าไปใต้สาบเสื้อของนาง ัักับผิวเนื้อเนียนละเอียดที่บริเวณบั้นเอวอย่างแ่เบา
เหมยหลิงสะดุ้งเฮือก! นางพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นจากพันธนาการของเขาได้ ปลายนิ้วร้ายกาจนั้นยังคงลากไล้ไปมาบนผิวเนื้อของนาง สร้างความปั่นป่วนในช่องท้องจนนางแทบจะสิ้นสติ
ขณะเดียวกัน ซ่งเหวินก็ค่อยๆ เลื่อนเท้าของเขาใต้โต๊ะ เขาถอดรองเท้าออกอย่างเงียบๆ และใช้ปลายเท้าเปล่าค่อยๆ แตะที่ข้อเท้าของเหมยหลิง ผ่านช่องว่างของกระโปรงที่มีผ่าข้าง
เหมยหลิงสะดุ้งอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงการััใหม่นี้ นางมองลงไปใต้โต๊ะด้วยความใ แต่ซ่งเหวินกลับทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ ยังคงพูดคุยกับหลี่ิเื่ธุรกิจต่อไป
"เส้นทางนี้ดูจะสะดวกและปลอดภัยที่สุดนะขอรับ" เสียงของหลี่ิดังขึ้น ทำให้เหมยหลิงได้สติกลับคืนมา แต่ปลายเท้าของซ่งเหวินยังคงเลื่อนขึ้นไปตามน่องของนางอย่างช้าๆ
นางรีบผลักมือของซ่งเหวินออกและขยับตัวออกห่างจากเขา แต่ปลายเท้าของเขายังคงติดตามนางมา เลื่อนขึ้นไปจนถึงต้นขาภายใต้กระโปรง
ซ่งเหวินยอมปล่อยมือของนางแต่โดยดี แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่นางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอย่างไม่ปิดบัง เขารู้ดีว่านางกำลังรู้สึกอย่างไร และเขาก็พอใจกับปฏิกิริยาของนางเป็อย่างมาก ปลายเท้าของเขายังคงเลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงบริเวณที่ละเอียดอ่อนที่สุดของนาง
"ใช่แล้ว ข้าก็คิดเช่นนั้น" ซ่งเหวินตอบหลี่ิพลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ขณะที่ปลายเท้าของเขาเริ่มเขี่ยไปที่ร่องรักของเหมยหลิงผ่านผ้าชั้นใน "การเดินทางครั้งนี้คงใช้เวลาประมาณครึ่งเดือน เราจะได้มีเวลาสำรวจตลาดและเจรจาการค้าได้อย่างเต็มที่ และข้าจะได้สอนฮูหยินหลี่ให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น...ลึกมากๆ"
เหมยหลิงแทบจะร้องออกมาเมื่อรู้สึกถึงปลายเท้าของเขาที่เขี่ยไปที่จุดที่ละเอียดอ่อนที่สุด นางกัดริมฝีปากแน่นจนเจ็บ พยายามไม่ให้เสียงครางเล็ดลอดออกมา ร่างกายของนางเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย และนางรู้สึกเหมือนมีของเหลวอุ่นๆ ซึมออกมาจากร่องรักของนางมากขึ้น
ครึ่งเดือน! เหมยหลิงอุทานในใจ นั่นหมายความว่านางจะต้องอยู่กับเขาตามลำพังนานถึงครึ่งเดือน! และคำว่า "สอนให้เข้าใจลึกซึ้ง...ลึกมากๆ" ทำให้นางนึกถึงการ "สอน" ของเขาในคืนที่สองและสาม ความคิดนี้ทำให้นางทั้งหวาดกลัวและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน
ปลายเท้าของซ่งเหวินยังคงเขี่ยไปมาที่ร่องรักของนาง สร้างความรู้สึกที่นางไม่เคยประสบมาก่อน การที่ต้องนั่งนิ่งๆ ขณะที่ถูกลวนลามต่อหน้าสามี ทำให้นางรู้สึกทั้งผิดบาปและตื่นเต้นอย่างประหลาด
"ดูเหมือนว่าข้าจะต้องไปเตรียมชามาเพิ่มเสียแล้ว" หลี่ิกล่าวพลางลุกขึ้นยืน "ท่านซ่งเหวินรอสักครู่นะขอรับ ข้าจะไปเอาชาดีๆ มาเลี้ยงท่าน"
เมื่อหลี่ิเดินออกจากห้องไปแล้ว ภายในห้องรับแขกก็เหลือเพียงเหมยหลิงกับซ่งเหวินสองต่อสอง บรรยากาศที่น่าอึดอัดเมื่อครู่กลับกลายเป็ความเงียบที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่า
ซ่งเหวินลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินตรงมาหาเหมยหลิงที่นั่งตัวสั่นอยู่บนเก้าอี้ เขาย่อตัวลงตรงหน้าหญิงสาวและจับมือของนางขึ้นมากุมไว้
"เ้ากลัวข้างั้นรึ" เขาถามเสียงนุ่ม แต่แววตาของเขากลับลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนา "ทำไมต้องกลัว...เราเป็เพื่อนกันไม่ใช่รึ เพื่อนที่รู้จักกันดี...รู้จักร่างกายกันดี"
เหมยหลิงส่ายหน้า แต่ก็ไม่กล้าสบตากับเขา "ท่าน...ท่านไม่ควรทำเช่นนี้ หากสามีข้าเห็น..."
"ทำไมจะไม่ได้" ซ่งเหวินหัวเราะในลำคอ "ในเมื่อเ้าก็ชอบไม่ใช่รึ" เขายกมือของนางขึ้นมาจูบเบาๆ ที่หลังมือ "ร่างกายของเ้ามันฟ้องข้าอยู่นะ...เหมยหลิง มันบอกข้าว่า้าข้า เหมือนตอนที่เ้าครางบอกข้าว่า 'ท่านพี่...ข้า้า...้ามาก'"
พูดจบ เขาก็ดึงมือของนางให้ไปัักับท่อนเนื้อของเขาที่แข็งขืนนูนเด่นอยู่ภายใต้ร่มผ้า ความร้อนและขนาดของมันทำเอาเหมยหลิงหน้าเห่อร้อนจนแทบจะะเิ
"ดูสิ...มันคิดถึงเ้ามากแค่ไหน" ซ่งเหวินกระซิบเสียงพร่า "มันอยากจะเข้าไปทักทายในตัวเ้าอีกครั้ง...ใจจะขาดอยู่แล้ว มันจำรสชาติของเ้าได้ดี จำความแน่นของเ้าได้ดี"
เหมยหลิงพยายามจะดึงมือกลับ แต่ซ่งเหวินกลับจับไว้แน่นและบังคับให้นางลูบไล้ไปตามความยาวของมันอย่างช้าๆ ความรู้สึกของการได้ัักับแก่นกายของบุรุษเพศอย่างเต็มไม้เต็มมือเป็ครั้งแรกหลังจากที่เมืองหลวง ทำให้หญิงสาวทั้งขยะแขยงและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน
"ลูบมันสิ...คนดี" ซ่งเหวินสั่งเสียงเข้ม "ทำให้ข้าพอใจ แล้วข้าจะให้รางวัลเ้าอย่างงาม เหมือนที่เมืองหลวง...เ้าจำได้มั้ยว่าข้าให้รางวัลเ้ายังไง เ้าชอบมากจนต้องครางเสียงหวาน"
เหมยหลิงหลับตาปี๋ นางนึกถึงรางวัลที่เขาให้ในคืนที่สองและสาม วิธีที่เขาทำให้นางรู้สึกถึงความสุขที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน นางไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกำลังต่อสู้กันอย่างหนักในใจ แต่ในที่สุด สัญชาตญาณดิบแห่งความปรารถนาก็เป็ฝ่ายชนะ นางค่อยๆ ขยับมือขึ้นลงตามความยาวของท่อนเนื้อนั้นอย่างเก้ๆ กังๆ
ซ่งเหวินแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาก้มลงไปไซร้ซอกคอขาวผ่องของเหมยหลิง สูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นที่ทำให้เขาคลั่งไคล้ ลิ้นร้อนๆ ของเขาเลียไปตามใบหูของนางอย่างจาบจ้วง ทำให้หญิงสาวถึงกับสะท้านเฮือกและเผลอครางออกมาเบาๆ
"อื้อ..." นางครางเสียงแ่
"เก่งมาก...เ้าจำได้ดีว่าต้องทำยังไง" เขากระซิบข้างหูนาง "ข้าชอบเสียงครางของเ้า...มันทำให้ข้า้าเ้ามากขึ้น เหมือนตอนที่เ้าครางเรียกข้าว่า 'ท่านพี่...เร็วอีก...ซี้ดดดดส์...'"
เสียงฝีเท้าของหลี่ิที่กำลังเดินกลับมาทำให้ทั้งสองคนผละออกจากกันทันที เหมยหลิงรีบดึงมือกลับและจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ขณะที่ซ่งเหวินก็กลับไปนั่งที่เก้าอี้ด้วยท่าทางสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ชามาแล้วขอรับ" หลี่ิกล่าวพลางรินน้ำชาใส่ถ้วยให้แขกและภรรยาของตน "นี่เป็ชาอู่หลงชั้นดีที่ข้าเก็บไว้เป็พิเศษ"
เหมยหลิงรับถ้วยชามาด้วยมือที่สั่นเทา นางพยายามยกขึ้นจิบเพื่อซ่อนความผิดปกติ แต่หัวใจของนางยังคงเต้นระรัวไม่หยุด ภาพที่นางเพิ่งจะลูบไล้แก่นกายของชายอื่นยังคงติดตาตรึงใจ และความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจที่ได้แอบทำเื่น่าอายต่อหน้าสามีก็ยังไม่จางหายไป
ซ่งเหวินจิบชาอย่างสบายอารมณ์ สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่เหมยหลิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยชัยชนะ เขารู้ดีว่าเขาได้ทั้งร่างกายและจิตใจของนางแล้วอย่างสมบูรณ์ และการเดินทางไปเมืองหลวงในครั้งนี้ จะเป็โอกาสให้เขาได้ตอกย้ำความเป็เ้าของในตัวนางให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก