" อาเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ ที่เส้นประสาทจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ถึงขนาดการผ่าตัดก็ไม่สามารถรักษาให้อาการดีขึ้นได้ ทำให้เราต้องใช้วิธีฟื้นฟูจากภายในก่อน ฉันได้ส่งสมุนไพรสำหรับการฟื้นฟูภายใน ตลอดระยะเวลา 1 ปีตอนนี้ร่างกายของคุณอาสามารถใช้ยาเสริมธาตุหญิงเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บให้หายขาดได้แล้ว "
" แล้วทำไมต้องรอเวลานานขนาดนี้ล่ะ "
" นั่นคือผลหยินหวา ที่จะสุกทุกๆ 100 ปี แล้วจะสุกในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น รวมพลังหยินจากอาอากาศในหน้าหนาว และพลังแสงของดวงจันทร์ สรรพคุณการรักษาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากภายใน และชะลอวัยด้วย พวกสตีรแดนเซียนชอบเอาไปทำยาเสริมความงามกัน มันหายากไม่น้อยเลยที "
" ยานี้ใช่ว่าถ้ามีสมุนไพรครบก็สามารถปรุงได้มันต้องรอเวลาที่อากาศหนาวที่สุด " เพราะจะสามารถคงพลังปราณหยินตัวมันไม่ให้เสียเปล่า ทันทีหลังจากเก็บจากต้น
อีกอย่างหนึ่งที่เธอไม่อยากจะบอกพวกเขาก็คือ
" ต้องรอคุณอาให้แข็งแรงซะก่อนเพราะการใช้ยาตัวนี้ทันทีที่กินเข้าไป ร่างกายมันจะเจ็บปวดเหมือนกับมีมดนับพันตัวกัดกินทั่วร่างกาย และไม่สามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดจากการใช้ยานี้นอกจากให้ความอดทนของร่างกายเท่านั้น "
" เจ็บปวดเหมือนมีมดกัดกิน " เสี่ยวรั่วที่ยังข้องใจกับการใช้ยาอยู่ ก็ได้แต่นึกถึงตอนที่เขาถูกมดหลาย 10 ตัวกลับพร้อมๆกันเจ็บมากจริงๆแล้วนี่พ่อเขาถ้ากินยานี้เข้าไป จะไม่ทุรนทุราย ขาดใจตายไปซะก่อนหรือ
" ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือนอกจากกินยานี้ "
ซ่งซิงเหลียนส่ายหน้าเพราะวิธีที่ 2 ที่เธอเตรียมสำรองไว้มันจะเจ็บปวดกว่านี้หลายร้อยเท่ายิ่งเป็นคนธรรมดาด้วยแล้วไม่มีทางสามารถทนได้แน่นอนเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว
พวกเขาไม่พูดอะไรอีก ยอมรับการตัดสินใจของซ่งซิงเหลียนและซ่งหาน ถึงแม้เขาจะเป็นลูก ก็ไม่สามารถตัดสินใจแทนพ่อได้ เพราะรู้ดีถึงความเจ็บปวดในหัวใจของพ่อตลอดเวลาเวลาหลายปีที่ผ่านมากับการที่ต้องนั่งรถเข็น
" แล้วพวกเราจะเก็บยังไงล่ะ "
มองเห็นเหล่าสัตว์ทั้งหลายที่ไม่ยอมกับกระพริบพี่ตาเลยแม้แต่น้อย ตามแผนที่วางเอาไว้พวกเขาจะหลอกล่อความสนใจเจ้าพวกนี้ ให้หันหนีความสนใจไปทิศทางอื่น จากนั้นจากนั้นซ่งซิงเหลียนจะเข้าไปเก็บ ไม่สามารถจับมือใครดมได้ว่าผลหยินหวาหายไปไหนในชั่วพริบตา
" จากนั้นพวกพี่กับทั้งเสี่ยวเฟยและเสี่ยวฝาน ที่สำคัญก็คือรีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดส่วนฉันกับเอียนหยาหลานไม่เป็นไรหรอกเรามีวิธีสามารถเอาตัวรอดนี้ได้ขอแค่หันหนีความสนใจเจ้าพวกนี้ "
" เรื่องแค่นี้เองได้ๆ ก็แค่หันหนีความสนใจเจ้าพวกสัตว์ร้ายทั้งฝูงเอง " เสี่ยวรั่วและเสี่ยวซาน มองทั้งฝูงที่ว่านั้นกลืนน้ำลายฮึดสู้ โดยมีเสี่ยวเฟยและเสี่ยวฝานที่ดวงตาเป็นประกายตื่นเต้นที่จะได้โชว์ฝีมือ จากการฝึกฝนมานาน
กำลังจะประเมินความสามารถในการฝึกของพวกมันที่ผ่านมาอยู่ถ้าสามารถทำให้ท่านอาจารย์พอใจแล้วล่ะก็ ผลหยินที่ว่านั่นอาจจะมีส่วนของพวกมันก็ได้
ศิษย์พี่ศิษย์น้องที่มองหน้ากันอย่างเข้าอกเข้าใจต่างพยักหน้าตกลงกันอย่างเงียบๆ กับการร่วมมือความสามัคคีในครั้งนี้ ที่มีสิ่งล้ำค่าเป็นเดิมพัน
" ใกล้ได้เวลาแล้วมองผลหยินหวา " เห็นว่าเริ่มมีแสงสว่างจ้าเกิดขึ้น เธอรอระยะเวลาเพื่อที่จะเก็บผลของมันในช่วงที่สุกและมีพลังปราณหยินมากที่สุด
" จัดการได้ "
" กุ๊กๆ/จิ๊บๆ " เสี่ยวเฟยและเสี่ยวฝาน แยกกันเป็น 2 ฝั่ง นำทาง 2 เด็กชายไปคนละทิศทางใช้พลังเล็กๆที่สร้างความรุนแรงไม่น้อย ในการโค่นล้มต้นไม้ที่อยู่ห่างไกลที่สุดของป่าทึบแห่งนี้
โครม ตู้มมมมม
เสียงโค่นล้มต้นไม้ใหญ่ดังแว่วเป็นระยะ ทำให้เจ้าพวกสัตว์ร้ายเหล่านั้น ที่จ้องต้นหยินหวาตาไม่กระพริบ ตกใจด้วยความหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นรายล้อมพวกมันอยู่ เกรงว่าอาจจะมีผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด หมายตาผลหยินหวานนี้เหมือนกัน แม้พวกมันจะหวาดกลัวเท่าไหร่แต่พวกมันก็ไม่ยอม เสียผลประโยชน์นี้ไปอย่างแน่นอน
เพียงพวกมันหันหนีความสนใจเพียงพริบตาเดียว
ซ่งซิงเหลียนที่ใช้เอียนหยาหลานให้อุ้มตนเอง ลอยขึ้นเพื่อไม่ให้มีเสียงของฝีเท้าบนพื้นฝ่าดงเหล่าสัตว์ร้ายพวกนั้นได้อย่างราบรื่น ไร้การสัมผัสทางกายจากพวกมัน ตรงเข้าสู่ต้นหินหวา มือเล็กสวมถุงมือชนิดพิเศษที่เธอลงยันต์อักขระไว้เก็บของชนิดนี้โดยเฉพาะ ป้องกันพลังรั่วไหลและพลังสะท้อนกลับของพลังหยินที่เข้มข้น เก็บผลหินหวา 3 ผลอย่างรวดเร็วก่อนจะโยนเข้าถึงมิติของตัวเองทันที
เอียนหยาหลานที่อุ้มท่านอาจารย์น้อยฝ่าดงสัตว์ร้ายพวกนี้เก็บผลหยินหวานั้น แทบจะไม่สามารถทรงตัวลอยอุ้มได้เมื่อพลังหยินของตนเอง ได้สัมผัส ใกล้ชิดกับต้นหินหวานั้นแรง ดึงดูดจากพลังหยิน ทำเอาเขาที่มีร่างกายเป็นวิญญาณ อยากจะกลืนกินต้นหยินหวาทั้งต้น
" รีบหนีเร็ว "
สั่งเสียงเข้ม ถึงแม้เธอจะใช้ยันต์อักขระไร้ตัวตน ที่พวกสัตว์ไม่สามารถเห็นร่างกาย หรือสัมผัสได้ถึงตัวตนหรือได้ยินเสียง แต่ก็ไม่สามารถทำให้เธอวางใจได้เพราะตลอดระยะเวลาของการ ใช้ชีวิตสองชาติที่ผ่านมา สิ่งที่เธอไม่เคยวางใจได้เลยได้เลย ก็คือการใช้ชีวิตโดยปลอดความระมัดระวัง
ชีวิตไม่ว่าจะอยู่ภพไหน การเอาชีวิตรอดคือยอดศักดิ์ศรีของชีวิต
ไม่ถึง 10 ลมหายใจ เอียนหยาหลานอุ้มอาจารย์ของเขาลอยตัวออกจากป่าทึบแสนประหลาดนั้น เขาก็เห็นเงาหลังข้างหน้าว่า เป็นพวกศิษย์พี่ของเขา ที่ต่างใช้พลังขั้นสร้างรากฐานทางร่างกายจับคอเสื้อพี่ชายทั้งสองของท่านอาจารย์น้อย ลากออกจากป่าแห่งนี้เหมือนกัน
แม้ ดูเหมือนทุลักทุเล แต่เขาก็รู้ดีว่าพลังขั้นสร้างรากฐานนั้นจะไม่สามารถทิ้งร่องรอยได้เลย
โฮกกกกกกก ก่รรรรรรรร ซู่ๆๆๆๆๆ แกว๊กกกกกก
ครืดคราดด โครม หวีดดดด
เสียงของเหล่าสัตว์ร้าย ส่งเสียงความโกรธแค้น ออกมาจากป่าทึบนั้นสร้างความน่าหวาดกลัวและยำเกรงให้กับผู้ที่ได้ยิน โดยเฉพาะู้ที่เป็นสาเหตุของความโกรธแค้นของเหล่าสัตว์นั้นอย่างพวกเขา
เข้าใจแล้วว่าทำไมท่านอาจารย์ถึง บอกว่าการเก็บผลหินหวานนั้นไม่ง่าย
แค่ได้ยินเสียงความโกรธแค้น และเสียงอาละวาดทำลายป่าทึบนั้น ก็รู้ได้ว่าพวกเขาควรจะรีบออกห่างจากบริเวณนี้ให้เร็วที่สุด
" ไม่ควรจะอยู่ใกล้ให้ได้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการโจรกรรม ครั้งนี้ "
" จิ๊บๆ พี่ไม่ใช่การ ปล้น ซะหน่อย "
" กุ๊กๆ/จิ๊บๆ นี่เรียกว่าใครมีความสามารถก็ได้ไป "
" กุ๊กๆ/จิ๊บๆ ผู้ที่แข็งแกร่งคือกฎ "
หลังจากออกห่างจากป่าทึบมาได้ไกลจนพวกเขาวางใจชอบเสี่ยวเฟยที่เห็นสายตาของเอียนหยาหลาน ก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าศิษย์น้องคนนี้กำลัง คิดอะไรอยู่ มันจึงทักท้วงออกมาผ่านเสียงจิตทันที
" ศิษย์พี่รู้ได้ยังไงว่าข้าคิดอะไร "
" กุ๊กๆ แค่มองสีหน้าก็รู้แล้ว "
" นี่คือ สิ่งที่น้องสาวพูดไว้ใช่ไหมว่าการเก็บสมุนไพรนี้ไม่ง่าย "
" เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไมต้องพาคนมามากมายขนาดนี้ ทั้งที่ไม่จำเป็น "
แค่ใช้ความสามารถของเธอก็สามารถทำได้แล้ว แต่ที่เธอพาพวกเขามา ก็เพื่ออยากให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจว่า สิ่งที่ได้มาง่ายๆ ไม่มีอยู่จริง
" เหนื่อยจริงๆ น่ากลัวจริงๆ " เสี่ยวรั่วเมื่อมาถึงบ้านไม้กลางป่าพวกเขากับทิ้งตัวลงนอน บนพื้นดินหน้าบ้านหลังน้อยทันที ไม่อยากจะช่วยเลยว่าพวกเขาสามารถมีชีวิตรอดจากป่าทึบดงสัตว์ร้ายนั้นมาได้ ถ้าเอาไปเขียนนวนิยายการผจญภัยแล้วก็ คงขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่ๆ
ตอนไปใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง ตอนกลับกลับใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง วิธีการเดินทางแบบนี้ทำเอาพวกเขาเกือบจะอ้วกอาหารเย็นออกมา แต่ก็ต้องอดทนไว้เพราะกลัวว่าพวกพวกสัตว์ร้ายพวกนั้นที่กำลังโกรธเคี้ยวจะตามกลิ่นเจอ
มองพี่ชายทั้งสองและศิษย์ที่แทบจะไม่มีแรงก้าวเดินเข้าบ้าน ด้วยความสงสารปนขบขันเล็กน้อย ดูเหมือนว่าสิ่งที่เธอตั้งใจจริงๆในครั้งนี้กับคำสอน ที่อยากจะบอกพวกเขาได้บรรลุผลแล้ว
" ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ถ้าไม่มีความพยายามมากพอ "
" ถ้าอย่างนั้นเรามีความพยายามมากพอที่สามารถเก็บสมุนไพรนั้นฝ่าดงป่าทึบวังเวงพร้อมกับสัตว์ร้ายทั้งฝูงแบบนั้นใช่ไหม "
เป็นความรู้สึกดีมาก ที่พวกเขากล้าหาญมากสามารถขจัดความหวาดกลัวในหัวใจ ด้วยความสามารถของมนุษย์อย่างเขาที่มี
" พวกพี่มีความกล้าหาญมาก ถ้าอย่างนั้นฉันจะบอกอะไรให้อีกอย่าง เป็นรางวัลพวกพี่ก็แล้วกัน "
" อะไรหรือ "
พวกเขาสงสัยว่าน้องสาวตัวน้อย จะบอกอะไรบางอย่างที่สำคัญ เกินกว่าที่พวกเขาจะรับได้ ทำเอาก็ต้องหันซ้ายหันขวา ความคิดเห็นว่าควรจะฟังหรือไม่ เหมือนว่าพวกเขาจะได้คำตอบจากสายตาของศิษย์ทั้ง 3 แล้ว
" วันนี้พวกเราไม่ได้เพียงแต่ ได้สมุนไพรรักษาอาได้ "
" แต่ว่าพวกเรายังได้โคตรสมบัติมาอีกชิ้นด้วย "
แสงสีเขียว ที่
สะท้อนออกมาจากมือเลขของเธอทำเอาพวกเขาตาโตถึงกับสิ่งของที่อยู่ในที่เธอ
โคตรสมบัติของครอบครัวนักขุดทอง